บนเตียงกว้าง อนุหรานกับหยุนเปียวเปิดฉากรักกันอย่างดุเดือด ยิ่งเวลานี้อนุหรานยังไม่ได้ซื้อบ่าวรับใช้เข้ามาในเรือนหลังใหม่ อีกทั้งยังไม่ต้องคอยระวังว่าจะมีใครมาได้ยินเสียงแห่งความสุขเหมือนตอนที่พวกเขาแอบพบกันอยู่ที่บ่อนพนัน ทำให้คนทั้งคู่วางใจและเปล่งเสียงครางออกมาอย่างไม่กลัวว่าจะมีใครมาได้ยิน ความสุขของพวกเขาขึ้นไปอยู่ในจุดสูงสุดเหมือนได้รับการปลดปล่อย ครั้งแล้วครั้งเล่า รอบแล้วรอบเล่า แต่ทั้งคู่ก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะเหนื่อยหรือหยุดพักแต่อย่างใด
นายท่านเหลียงนั่งรถม้ามาถึงบ้านหลังเล็กในตรอกซิ่งฮวาในเวลาไม่นาน ก่อนจะเดินเข้าไปในบ้านด้วยโทสะเต็มกำลัง แม้ในใจของเขาเวลานี้จะโกรธอนุสุดที่รักคนนี้เป็นอย่างมาก แต่เขาก็ยังภาวนาว่าขอให้เรื่องนี้เป็นเพียงความเข้าใจผิด ก็จะมีผู้ชายสักกี่คนที่ทนให้ผู้หญิงของตนมาสวมหมวกเขียวให้ได้เล่า
แต่นายท่านเหลียงยังเดินไม่ทันถึงเรือนด้านในดี พวกเขากลับได้ยินเสียงสุขสมของชายหญิงคู่หนึ่ง พ่อบ้านตัดสินใจเดินไปถีบประตูเต็มแรง และภาพที่ปรากฏตรงหน้าก็ไม่จำเป็นต้องอธิบาย
อนุหรานที่กำลังมีความสุข เมื่อถูกขัดจังหวะและมองเห็นคนที่กำลังเดินเข้ามาชัดๆ นางก็ตะลึงค้างอยู่ตรงนั้นอย่างไม่อาจขยับตัวได้ ส่วนหยุนเปียวที่อ่านสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็ว เขารีบผลักอนุหรานจนนางหงายหลังลงไปนอนราบกับเตียง
“นายหญิงอย่าบังคับข้าอีกเลยขอรับ ปล่อยข้าไปเถิด ข้าไม่อยากทำเรื่องผิดศีลธรรมเช่นนี้อีกแล้ว” หยุนเปียวคุกเข่าอยู่ข้างเตียง
“เจ้ากำลังพูดอะไร” อนุหรานหันไปถามหยุนเปียวด้วยความไม่เข้าใจ
“ข้ารู้ว่าข้าคงไม่มีปัญญาหาเงินมาคืนให้ท่านได้ในเร็ววันนี้ ทั้งข้าก็ยังรับปากแล้วว่าข้าจะหาทางไปเอาสูตรทอผ้าซาตินจากหยุนหนิงเอ๋อมาให้ท่านให้ได้ แต่ท่านก็ยังขู่จะเอาชีวิตข้ากับครอบครัวของข้าอยู่ดี นายหญิง...” หยุนเปียวก้มหน้าร้องไห้อย่างรู้สึกละอาย “แต่ท่านก็ยังบังคับให้ข้ามาหลับนอนกับท่านเช่นนี้ ข้า...ข้าไม่เหลือศักดิ์ศรีใดในชีวิตอีกแล้วขอรับ คงมีแต่ต้องเอาความตายเข้าแลกแล้ว”
หยุนเปียวพูดจบก็วิ่งเอาหัวไปขนเสาทันที แต่เขารู้ดีว่าควรวิ่งเอาศีรษะมุมไหนไปกระแทกจึงจะได้แผลแตกที่ดูรุนแรงและน่ากลัว ตั้งแต่เมื่อครั้งที่เขายังทำตัวเสเพลและแอบไปเป็นชู้กับสตรีมีฐานะมากหน้าหลายตา เขาก็ได้ใช้วิธีนี้เอาตัวรอดมาโดยตลอด
นายท่านเหลียงได้ยินคำของหยุนเปียว บวกกับอารมณ์โกรธที่อนุของตนทำเรื่องงามหน้า เขาเลือกที่จะเชื่อคำพูดของหยุนเปียวในทันที เขาจึงหันไปสั่งพ่อบ้าน “จับมันไปโบยห้าสิบไม้ จากนั้นก็ตีขากับแขนมันให้หักอย่างละข้างก่อนจะเอามันไปทิ้งไว้นอกกำแพงเมือง จำไว้ว่าอย่าให้ใครเห็น”
“ขอรับนายท่าน” พ่อบ้านรีบรับคำทันที
หยุนเปียวที่แสร้งนอนสลบจมกองเลือดอยู่นั้นก็แทบจะลุกขึ้นวิ่งหนี แต่เขาก็ยังช้ากว่าพ่อบ้านและผู้คุ้มกันอีกสองคนอยู่ดี ดังนั้นหยุนเปียวจึงถูกผ้าอุดปากและลากเขาออกไปโบยโดยที่เขาไม่อาจขัดขืนได้เลยแม้แต่น้อย
เสียงโบยด้านนอกดังอยู่อย่างต่อเนื่อง อนุหรานรู้จักนิสัยใจคอของสามีเป็นอย่างดี นางจึงรู้แล้วว่าต่อให้นางแก้ตัวไปยังไง สามีก็คงไม่ฟัง “ท่านอยากจะทำอะไรกับข้าก็เชิญ”
“ที่ผ่านมาข้าเลี้ยงดูเจ้าไม่ดีหรืออย่างไร ทำไมเจ้าถึงกล้าสวมหมวกเขียวให้ข้าเช่นนี้”
“ดูแลดีอย่างนั้นหรือเจ้าคะ ก็แค่ให้เงินข้าใช้ไม่ขาดมือเฉยๆ ไม่ใช่หรือไร ท่านลืมไปแล้วหรือว่าตอนที่ท่านไถ่ตัวข้ามาจากหอคณิกา ท่านสัญญากับข้าไว้ว่าอย่างไร ท่านบอกว่าหากข้าเอาใจท่านนายอำเภอและช่วยให้เขาสนับสนุนท่านจนได้ขึ้นเป็นคหบดีอันดับหนึ่งของอำเภอ ท่านจะแต่งข้าให้เป็นภรรยาเท่าเทียมกับฮูหยิน แต่แล้วอย่างไร ท่านกลับมอบแค่ตำแหน่งอนุให้ข้า”
“ฐานะอย่างเจ้าได้เป็นอนุของข้าก็นับว่ามากพอแล้ว”
“ก็เพราะท่านเป็นเช่นนี้ ไม่ว่าเมื่อไหร่ท่านก็นึกถึงแต่อดีตของข้า” อนุหรานหันไปยิ้มให้นายท่านเหลียงทั้งน้ำตา “ตอนที่ข้ายังอยู่หอคณิกา ท่านแม่ไม่ยอมให้ข้ารับแขกเพราะแค่เพลงพิณของข้าก็ทำให้หอคณิกาแห่งนั้นมีรายได้เข้ามามากมาย อีกไม่กี่ปีข้าก็จะไถ่ถอนตัวเองได้แล้ว
แต่เพราะข้าหลงเชื่อไปกับคำรักที่โป้ปดของท่าน ข้าจึงยอมเสียพรหมจรรย์ให้กับท่านด้วยความเต็มใจ แต่หลังจากนั้นเล่า ท่านถึงกับวางยาจนข้าไม่ได้สติ แล้วท่านก็ส่งข้าไปให้ความสำราญกับสหายของท่านอีกมากมายหลายคนในคืนเดียว ท่านรู้หรือไม่ว่าตอนนั้นข้ารู้สึกอย่างไร
แต่เพราะข้ามันโง่และยังเชื่อคำรักของท่านว่าท่านไม่ได้รู้เห็นกับเรื่องนี้ ข้าเอาความโกรธทั้งหมดไปลงที่ท่านแม่ ข้าจึงใช้ความสาวของข้าทำให้นายอำเภอพึงพอใจ จากนั้นข้าก็ขอร้องให้เขาพังหอคณิกาแห่งนั้นจนยับเยิน แต่ก่อนที่ท่านแม่จะสิ้นใจ นางให้ฝากจดหมายฉบับหนึ่งมาให้ข้า และเปิดเผยเรื่องราวทั้งหมดว่าเรื่องอัปยศที่ข้าได้รับล้วนแต่เป็นฝีมือของท่าน
แต่มันก็สายเกินไปแล้ว เพราะข้าเกิดท้องขึ้นมาเสียก่อน และมันก็เหมือนกับเป็นโชคดีของข้า ที่ท้องแรกออกมาก็ได้ลูกแฝดชายออกมาคู่หนึ่ง จากนั้นข้าก็คิดแล้วว่าสมบัติของสกุลเหลียงทั้งหมดจะต้องตกมาเป็นของลูกชายข้า และข้าจะต้องได้ขึ้นเป็นฮูหยินเอก ฉะนั้นที่ฮูหยินใหญ่ท้องไม่ได้ก็เป็นฝีมือของข้าเอง นางไม่เคยบอกกับท่านใช้หรือไม่ว่านางเคยแท้งลูกมาแล้วครั้งหนึ่ง เพราะอะไรน่ะหรือ ก็เพราะนางมาเห็นตอนที่ข้ากับท่านแสดงบทรักกันอย่างถึงใจอยู่อย่างไรเล่า”
เพียะ!
“นังหญิงชั่ว!”
“ข้าชั่วเพราะใคร ก็เพราะท่านทั้งนั้น!”
“แต่ถึงอย่างนั้นมันก็ไม่ใช่เหตุผลที่เจ้าต้องมาสวมหมวกเขียวให้ข้า” นายท่านเหลียงตะโกนขึ้น
“ไม่ใช่เหตุผลหรือ? ท่านไม่ได้สังเกตเลยหรือว่าผู้ชายคนเมื่อครู่มีรูปร่างดีเพียงใด เขาทั้งหนุ่มแน่นและเต็มไปด้วยมัดกล้าม ส่วนท่านเล่า...ตัวก็เตี้ย พุงก็ใหญ่ เคลื่อนไหวก็ลำบาก ข้าทนปรนนิบัติท่านด้วยรูปลักษณ์นั้นมาตั้งหลายปี ท่านรู้หรือไม่ว่าข้าต้องฝืนทนขนาดไหน อีกอย่าง...” อนุหรานมองไปที่ส่วนล่างของสามี “เล็กน้อยเพียงนั้น ท่านคิดว่าจะมีสตรีใดมีความสุขกับมันหรือ”
“สารเลว!” นายท่านเหลียงใช้แส้ในมือฟาดอนุหรานไปไม่ยั้ง นอกจากนางจะสวมหมวกเขียวให้เขาแล้ว นางยังมาดูถูกของรักของเขาอีก เป็นใครจะทนไหว
“ตีข้าสิ ตีข้าให้ตายไปเลย อาเหวินกับซินเอ๋อจะได้รู้ว่าเป็นท่านที่สังหารข้า แล้วต่อไปท่านก็อย่าหวังอีกเลยว่าลูกๆ จะยังกตัญญูต่อท่าน”
“อาเหวินอย่างนั้นหรือ” นายท่านเหลียงหัวเราะ “ข้าเพิ่งตัดสัมพันธ์กับเขา และตอนนี้เขาคงไปเป็นบุตรชายของหยางซื่อเรียบร้อยแล้ว”
“อะไรนะ! ฮูหยินพาอาเหวินไปด้วยอย่างนั้นหรือ แล้ว...แล้วซินเอ๋อเล่า”
“ซินเอ๋อยังอยู่กับข้า แต่อีกไม่นาน ข้าจะส่งนางไปเป็นอนุให้กับสกุลใหญ่ในเมืองหลวง”
“ไม่ได้...ท่านจะทำแบบนี้กับนางไม่ได้ นางไม่ควรได้เป็นอนุ นางควรได้แต่งกับครอบครัวสูงศักดิ์ในฐานะภรรยาเอก”
นายท่านเหลียงหัวเราะออกมาเสียงดัง “นางโชคร้ายที่เกิดมามีแม่ฐานะต่ำต้อยเช่นเจ้า จะมีครอบครัวไหนกันที่อยากรับลูกสาวของหญิงนางโลมไปแต่งอย่างออกหน้าออกตา แต่เอาเถอะ...เห็นแก่ที่ซินเอ๋อยังต้องมีแม่ ข้าจะเลี้ยงเจ้าไว้ในจวนต่อก็แล้วกัน แม้เจ้าจะคิดว่าตนเองรู้จักข้าเป็นอย่างดี แต่เจ้าคงไม่รู้กระมังว่าข้ามีคุกใต้ดินอยู่ในจวน”
อนุหรานกรีดร้องขึ้นมาอย่างหวาดกลัวก่อนจะสลบไป
ณ ภัตตาคารฟู่ชุนหลี
“ขอบคุณป้าหยางที่บอกความเคลื่อนไหวของอนุหรานและบอกที่ตั้งของบ้านหลังนั้นให้เรารู้นะเจ้าคะ ทีแรกข้ากับท่านพี่ไปขอความช่วยเหลือที่บ่อนพนันมาแล้ว แต่กลับไม่ได้เรื่องอะไรเลย ยังคิดว่าวันนี้คงวางแผนจัดการคนเลวไม่ได้แล้ว” หยุนหนิงเอ๋อยิ้มอย่างขอบคุณ
“หลังจากที่ข้าได้หนังสือหย่ามา ข้าก็ไม่คิดที่จะใช้ชีวิตอยู่ในบ้านหลังนั้นอีก ฉะนั้นที่ข้าทำไปก็ไม่ใช่เพราะอยากช่วยเหลือเจ้าเพียงอย่างเดียว แต่ข้าทำไปเพื่อความสะใจด้วย” หยางซื่อตอบยิ้ม หลังจากที่นางหย่ากับนายท่านเหลียง นางก็กลับมาใช้สกุลเดิมของตนเอง รวมถึงเหลียงเหวินก็ขอมาใช้สกุลหยางกับนางด้วย
“ข้าไม่รู้มาก่อนเลยเจ้าค่ะว่าภัตตาคารแห่งนี้จะเป็นของท่านป้าด้วย”
“เป็นกิจการที่ข้าแอบเอาเงินของตาแก่นั่นมาเปิดทั้งนั้น ไม่เช่นนั้นข้าจะยอมสละสินเดิมของตนเองไปทำไม อีกอย่างหากข้าไม่บอกว่าข้าจะออกมาแต่ตัว เจ้าคิดว่าเขาจะยอมลงนามในหนังสือหย่าให้ข้าแต่โดยดีหรือ”
“ท่านป้าสุดยอดมากเลยเจ้าค่ะ เช่นนั้นวันเลี้ยงฉลองงานมงคลของข้ากับท่านพี่ ท่านต้องมาร่วมยินดีกับเราด้วยนะเจ้าคะ”
“แน่นอนอยู่แล้ว ระยะนี้ข้ากับอาเหวินคงต้องพักอยู่ที่นี่กันก่อน รอให้มีคนมาซื้อกิจการต่อ จากนั้นเราจะเดินทางกลับเมืองหลวง ว่าแต่พวกเจ้าจัดการเรื่องนั้นเรียบร้อยแล้วหรือ”
“เรียบร้อยแล้วเจ้าค่ะ แต่น่าเสียดายที่หยุนเปียวกลับรอดไปได้” หยุนหนิงเอ๋อตอบ
“รอดไปได้ แต่เขาก็เหลือเพียงแขนและขาอย่างละข้างที่ยังใช้งานได้เท่านั้น ชีวิตต่อไปคงไม่ได้ดีนักหรอก” มู่หรงเฉินบอก
“พี่เหวิน...ข้าขอโทษที่ทำให้ท่านต้องมาทำเรื่องอกตัญญูเช่นนี้ อย่างไรอนุหรานก็เป็นมารดาของท่าน”
“เจ้าอย่าได้กังวลไปหนิงเอ๋อ หากนางตั้งตนอยู่ในศีลธรรม แล้วจะมีใครใส่ร้ายนางได้ เป็นนางที่ทำตัวเองทั้งนั้น และข้าคิดว่าชีวิตนี้ข้าได้ตอบแทนนางไปมากพอแล้ว” หยางเหวินตอบ
“ไม่ว่าเจ้าจะป่วยเป็นอะไร แม่จะหาหมอที่เก่งที่สุดมารักษาเจ้า” หยางซื่อจับมือลูกชายไว้อย่างปลอบใจ
“พี่เหวินป่วยเป็นอะไรหรือเจ้าคะ” หยุนหนิงเอ๋อสงสัย
“เฮ้อ...อาเหวินอาภัพที่เกิดมาได้เป็นเพียงคุณชายรอง อนุหรานรักอาเซ่อมากกว่า ความรักความทุ่มเททั้งหมดจึงมอบให้อาเซ่อเพียงคนเดียว และด้วยความที่นางกลัวว่าอาเหวินจะมาแย่งสมบัติและตำแหน่งผู้สืบทอดจากอาเซ่อไป นางถึงกับวางยาจนอาเหวินมีร่างกายไม่แข็งแรงมาจนถึงทุกวันนี้” หยางซื่อเล่าแทนลูกชาย
“ไม่แข็งแรง...แต่พี่เหวินก็ยังออกเดินทางไปกับสำนักคุ้มภัยอย่างนั้นหรือเจ้าคะ” หยุนหนิงเอ๋อหันไปถามหยางเหวิน
“ก็เพราะข้าต้องออกไปตระเวนหาหมอฝีมือดีมารักษาอาการป่วยของตนเองอย่างไรเล่า” หยางเหวินยิ้มตอบ
หยุนหนิงเอ๋อแอบคิดถึงหลินเฮ่าขึ้นมาทันที แต่นางก็ยังไม่ได้พูดอะไรออกมา รอให้พวกเขาได้ไปพบกับหลินเฮ่าด้วยตัวเองก็แล้วกัน