ระบบคัดลอกพรสวรรค์ (Your Talent Is Mine) 【จบ】

    เล่มที่ 3 บทที่ 72 ฆ่า! เก็บเกี่ยวสมบัติ!

            “โฮกก”

            หมาป่าจันทร์เสี้ยวคํารามใส่เย่เทียนราวกับกําลังพูดว่า “มนุษย์ ไสหัวไป!”

            เหตุผลที่หมาป่าจันทร์เสี้ยวไม่ได้โจมตีเย่เทียนในทันทีเพราะมันสัมผัสได้ถึงภัยคุกคามอันเลือนรางมันรู้สึกว่าเย่เทียนนั้นอันตรายมาก ถ้าสามารถไล่เย่เทียนไปได้ มันก็ไม่จำเป็นต้องต่อสู้กับเย่เทียน

            ฟึบ!

            เย่เทียนลงมืออย่างเร็วราวกับสายฟ้า

            เมื่อเห็นการโจมตีนี้หมาป่าจันทร์เสี้ยวก็ตกตะลึง

            หากมันไม่พึ่งพาความสามารถในการเคลื่อนย้ายพริบตาความเร็วของมันเมื่อเทียบกับเย่เทียนแล้วยังด้อยกว่ามาก

            หนี!

            ร่างของหมาป่าจันทร์เสี้ยวหายไปในพริบตานี่ไม่ใช่เพราะมันเปิดใช้งานความเร็วสูงสุดแต่เป็นการเคลื่อนย้ายผ่านมิติจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่งการเคลื่อนย้ายพริบตานี้เมินเฉยต่อสิ่งกีดขวางและรวดเร็วกว่าการใช้ความเร็วปกติเป็นอย่างมาก

            ดาบแรกพลาดไป เย่เทียนฟันไปยังผนังถ้ำ

            “การเคลื่อนย้ายพริบตานั้นน่ากลัวจริงๆเราไม่สามารถสัมผัสได้ถึงร่องรอยของหมาป่าจันทร์เสี้ยวเลย!”

            เย่เทียนประหลาดใจ

            แต่หลังจากการหยั่งเชิงก่อนหน้านี้ เย่เทียนก็เข้าใจอะไรบางอย่าง

            พลังของหมาป่าจันทร์เสี้ยวไม่ได้แข็งแกร่งมากนัก มันเทียบเท่ากับพลังโจมตี2 ช้าง หรือราว 2 ล้านจินเท่านั้นพลังของมันเทียบได้กับนักรบผู้เชี่ยวชาญทั่วไป หากเทียบกันในด้านของพลังแล้วมันเป็นสัตว์อสูรระดับสูงที่อ่อนแอที่สุด

            แต่พรสวรรค์ด้านมิติของหมาป่าจันทร์เสี้ยวนั้นไม่ธรรมดานั่นทำให้เขาไม่สามารถโจมตีโดนตัวมันได้

            หากโจมตีไม่โดนแล้วจะฆ่ามันได้อย่างไร?

            ปัง!!!!

            เย่เทียนและหมาป่าจันทร์เสี้ยวไล่ตามกันอย่างต่อเนื่องความเร็วของทั้งสองรวดเร็วเป็นอย่างมาก แม้แต่เยว่หลิงก็ยังไม่สามารถมองได้ทัน

            “นี่มันวิปริตเกินไปแล้ว หมาป่าดำตัวนี้สามารถเคลื่อนย้ายได้ในพริบตาความเร็วของมันสามารถเข้าใจได้ แต่เย่เทียนไม่ได้มีพรสวรรค์ด้านมิติแต่ความเร็วของเขากลับเร็วถึงเพียงนั้นพรสวรรค์ด้านความเร็วของเขาอยู่ในระดับไหนกันแน่? หรือจะเป็นพรสวรรค์ด้านความเร็วระดับสูงสุด?”

            เยว่หลิงอุทานออกมา

            อย่างไรก็ตาม สายตาของเธอไม่สามารถตามความเร็วของเย่เทียนได้ทันดังนั้นเธอจึงไม่สามารถประเมินความเร็วของเย่เทียนได้

            แต่เธอก็สามารถบอกได้ว่าเย่เทียนเร็วกว่าเธอหลายเท่า!

            จากนั้นเธอก็เลิกสนใจเย่เทียนชั่วคราวและหันมาจดจ่อกับการจัดวางค่ายกลต่อ

            สิ่งที่เรียกว่าการจัดวางค่ายกลนั้นง่ายมากเพียงแค่ยึดแผ่นจานค่ายกลให้มั่นคง และใช้พลังปราณในการกระตุ้นเปิดแผ่นจานค่ายกลจากนั้นแผ่นจานค่ายกลจะค่อยๆ ดูดซับพลังปราณปฐมแห่งฟ้าดินรอให้ปราณปฐมแห่งฟ้าดินสะสมถึงระดับหนึ่ง มันก็จะระเบิดพลังของค่ายกลออกมาในครั้งเดียว

            กระบวนการนี้กินเวลา 3 วินาที!

            “ใกล้แล้ว!”

            เยว่หลิงแอบคิดคํานวณ แสงบนแผ่นจานค่ายกลเริ่มปรากฏขึ้น

            ประมาณหนึ่งนาทีต่อมา จานค่ายกลก็ส่องสว่างเจิดจ้า

            “เย่เทียน สำเร็จแล้ว!”

            เยว่หลิงกล่าว

            แม้ว่าเสียงของเธอจะเบามาก แต่เย่เทียนก็ได้ยินเขารู้ได้ทันทีว่าแผ่นจานค่ายกลถูกจัดวางเรียบร้อยแล้ว และตอนนี้มันสามารถเปิดใช้งานได้ตลอดเวลา

            “เยว่หลิง เริ่มเลย!”

            เย่เทียนตะโกน

            หลังจากได้ยินคำสั่งของเย่เทียนเยว่หลิงก็เปิดใช้งานค่ายกลผนึกมิติโดยไม่ลังเล

            ทันใดนั้นพลังมิติก็แผ่กระจายออกมา

            แม้ว่าเยว่หลิงจะไม่สามารถสัมผัสถึงพลังแห่งมิติได้แต่เธอรู้สึกว่าแรงกดดันได้แผ่พุ่งออกมาราวกับว่ามิติโดยรอบถูกผนึกไว้

            และในเวลานี้เอง

            หมาป่าจันทร์เสี้ยวที่ยังคงเคลื่อนที่อยู่ก็หยุดนิ่งโดยไม่ทันตั้งตัว มันหยุดชะงักเล็กน้อยและสัมผัสได้ว่าความสามารถในการเคลื่อนย้ายพริบตาของมันยากกว่าก่อนหน้านี้มาก

            “โอกาสมาแล้ว!”

            เย่เทียนคว้าโอกาสนี้ไว้และไม่ต้องการเสียเวลาแม้แต่นิดเดียว

            “ความเร็วเสียง 28 เท่า!”

            “เพิ่มพลัง 10 เท่า!”

            “ทักษะดาบเงาสังหาร!”

            ทักษะดาบที่เย่เทียนเลือกใช้คือ เงาสังหาร ไม่ใช่ฟาดฟันวายุคราม

            ทักษะดาบฟาดฟันวายุครามสามารถเพิ่มพลังโจมตีได้ 6 เท่านั้นน่ากลัวก็จริงแต่เย่เทียนไม่จำเป็นต้องใช้พลังโจมตีมากขนาดนั้นพลังโจมตีภายใต้ทักษะดาบเงาสังหารเทียบเท่ากับ 3 ช้าง

            สามช้างก็เพียงพอแล้วที่จะสังหารหมาป่าจันทร์เสี้ยวได้

            และเหตุผลหลักที่เขาใช้เงาสังหารนั้นก็คือความเร็ว!

            ด้วยความเร็วเหนือเสียง 25 เท่า ทำให้ความเร็วดาบของเย่เทียนระเบิดออกมาถึง50 เท่า แม้แต่ปรมาจารย์ที่แข็งแกร่งก็ใช่ว่าจะตอบสนองได้ทันอีกทั้งหมาป่าจันทร์เสี้ยวที่อาศัยแต่ความสามารถเคลื่อนย้ายพริบตาในการเพิ่มความเร็วนั้นก็ยากที่จะตอบสนองได้

            ในตอนนี้ เย่เทียนกําลังไล่ตามมันอย่างรวดเร็ว!

            เยว่หลิงกล่าวว่าค่ายกลสามารถส่งผลกระทบต่อหมาป่าจันทร์เสี้ยวได้ 3วินาที แต่เย่เทียนก็ไม่ได้เชื่อเธอทั้งหมด

            เขาเชื่อแค่ในดาบของเขาเท่านั้น!

            หมาป่าจันทร์เสี้ยวสัมผัสได้ถึงวิกฤติและความตายที่กำลังคืบคลานเข้ามาในสถานการณ์เช่นนี้ มันจึงระเบิดพรสวรรค์อีกอย่างหนึ่งออกมา ‘พรสวรรค์ยักษ์’

            วินาทีนั้น

            ร่างของหมาป่าจันทร์เสี้ยวที่พยายามจะหลบหนีก่อนหน้านี้ได้ขยายใหญ่ขึ้นอีกทั้งพลังและกลิ่นอายของมันก็เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

            เนื่องจากความแข็งแกร่งของมันเพิ่มขึ้นหมาป่าจันทร์เสี้ยวจึงสามารถหลุดพ้นจากพันธนาการได้ความสามารถในการเคลื่อนย้ายพริบตามีทีท่าว่ากำลังจะกลับมาใช้งานได้อีกครั้ง

            แกร๊ก!

            ภายในชั่วพริบตา ค่ายกลก็ถูกทำร้ายหมาป่าจันทร์เสี้ยวกำลังจะใช้ความสามารถในการเคลื่อนย้ายพริบตาหนีออกไปแต่ทันใดนั้น เงาสังหารก็มาถึง

            พรูด!!

            คมดาบตัดผ่านคอของหมาป่าจันทร์เสี้ยว สร้างรอยแผลบาดลึกเกือบครึ่งคอ

            วินาทีถัดมา

            หมาป่าจันทร์เสี้ยวที่เคลื่อนตัวผ่านมิติปรากฏก็ห่างออกไปห้าสิบเมตรร่างของมันดูไร้เรี่ยวแรง ซวนเซล้มลงกับพื้น พร้อมกับลมหายใจของมันที่ค่อยๆ หายไป

            “อะไรกัน? มันไม่ได้รับผลกระทบแม้แต่วินาทีเดียว?”

            เยว่หลิงตกใจมาก

            ตอนแรกเธอคิดว่าค่ายกลจะส่งผลต่อหมาป่าจันทร์เสี้ยวเป็นเวลาสามวินาทีแต่ใครจะรู้ว่าภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งวินาทีค่ายกลก็ถูกพลังมิติของหมาป่าจันทร์เสี้ยวทำลายจนแหลกละเอียด

            แต่เมื่อเธอเห็นหมาป่าจันทร์เสี้ยวที่สูญเสียพลังชีวิตไปเธอก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก

            “เย่เทียน ฉันเกือบจะคิดว่าความพยายามของเราสูญเปล่าแล้ว!”

            เยว่หลิงเดินเข้ามาพลางพูด

            เย่เทียนถอนหายใจด้วยความโล่งอก หากเขาใช้ทักษะดาบฟาดฟันวายุครามเมื่อครู่เขาคงไม่สามารถสังหารหมาป่าจันทร์เสี้ยวได้

            โชคดีที่เขาไม่ประมาท เขาไม่ได้จริงจังกับสิ่งที่เยว่หลิงพูดมากนักแต่เขากำลังคำนึงถึงพรสวรรค์ยักษ์ของหมาป่าจันทร์เสี้ยวอยู่

            หมาป่าจันทร์เสี้ยว หลังจากมันขยายร่างความแข็งแกร่งของมันจะเพิ่มขึ้นมากกว่า 3 ช้างมันแข็งแกร่งกว่าพลังโจมตีของทักษะเงาสังหาร แต่แล้วยังไง? ด้วยความเร็วของดาบมันไม่สามารถหลบได้ทัน

            คอของหมาป่าจันทร์เสี้ยวเห็นได้ชัดว่าไม่สามารถต้านทานดาบของเย่เทียนได้มันถูกสังหารลงในทันที

            เมื่อเห็นว่าหมาป่าจันทร์เสี้ยวไม่มีสัญญาณชีวิตแล้วจริงๆเย่เทียนจึงกล่าวว่า

            “เยว่หลิง ผมอยากได้ศพของหมาป่าดำตัวนี้ คุณช่วยเอามันออกไปด้วยได้หรือไม่?”

            เยว่หลิงโบกมือ “แน่นอนว่าได้ หมาป่าดำตัวนี้เป็นของนายนายเป็นคนสังหารมันด้วยตัวเอง แน่นอนว่ามันต้องเป็นของนาย”

            นอกจากนี้ในสายตาของเยว่หลิง ซากศพของสัตว์อสูรระดับสูงก็ไม่มีค่าอะไรเลยแม้แต่ศพของสัตว์อสูรชั้นยอดก็ยังมีค่าน้อยกว่ามูลค่าของดอกไม้วิญญาณสวรรค์

            “ไปดูดอกวิญญาณสวรรค์กันเถอะ!”

            เยว่หลิงกล่าวอย่างอดใจรอไม่ไหว

            เย่เทียนพยักหน้าและเดินตรงไปยังดอกไม้วิญญาณสวรรค์

            “มันอยู่ตรงนั้น!”

            เยว่หลิงมองกําแพงหินที่ดอกวิญญาณสวรรค์เติบโตก่อนกล่าวด้วยความประหลาดใจ

            บนนั้นเห็นเพียงดอกไม้วิญญาณสวรรค์แปดดอกที่ส่องแสงสีขาวจางๆ ออกมามันดูไม่ธรรมดาเลย

            ดอกไม้วิญญาณสวรรค์บานเต็มที่เป็นเวลานานแล้ว แต่ยิ่งมันอายุมากเท่าใดผลลัพธ์ของมันก็จะยิ่งดีขึ้นเท่านั้น

            เมื่อใช้ดอกวิญญาณสวรรค์พรสวรรค์ในการบ่มเพาะระดับสูงสุดก็จะดีขึ้นกว่าพรสวรรค์ในการบ่มเพาะระดับสูงสุดของคนทั่วไปเล็กน้อยยิ่งดอกไม้วิญญาณสวรรค์มีอายุมากเท่าใดมันก็จะยิ่งส่งผลให้พรสวรรค์ในการบ่มเพาะระดับสูงสุดแข็งแกร่งขึ้นเท่านั้นบางทีมันอาจจะมากกว่าปกติ 20-30%

            อย่างไรก็ตาม เย่เทียนและเยว่หลิงไม่ต้องการรออีกต่อไปพวกเขาจึงรีบเก็บพวกมันมาทั้งหมด

            “มันเป็นดอกไม้จิตวิญญาณสวรรค์จริงๆ ฉันเคยเห็นมันในคลังสมบัติของตระกูลแต่น่าเสียดายที่ดอกไม้วิญญาณสวรรค์ของตระกูลนั้น ฉันไม่มีสิทธิ์ที่จะใช้มันหากต้องการมัน ฉันต้องสร้างผลงานมากมายต่อตระกูล”

            เยว่หลิงเอาดอกไม้ออกมาด้วยความตื่นเต้น

            ทันใดนั้น

            เยว่หลิงก็หยิบกล่องหยกออกมา 8 กล่องและหยิบดอกไม้จิตวิญญาณสวรรค์ทั้ง 8 ดอกใส่ลงในกล่องทีละกล่องสมุนไพรชนิดนี้ล้ำค่ามากต้องบรรจุลงในกล่องหยกเท่านั้นจึงจะสามารถรักษาประสิทธิภาพทางยาของมันได้

            “เยว่หลิง ดูเหมือนว่าจะมีทางเล็กๆ อยู่ตรงนั้น ผมจะเข้าไปดูหน่อย!”

            เย่เทียนชี้ไปที่ทางเดินเล็กๆ ที่สูงขนาดเท่าตัวคนก่อนจะกล่าว