หลังเซเลน่าบินหนีออกมานอกปราสาท…เธอบินอยู่เหนือพื้นสักพักก็ได้ร่อนลงตรงย่านการค้าซึ่งเป็นตลาดในเมืองหลวงยามค่ำคืน
‘ตัวเราไม่เคยออกมานอกปราสาทมาก่อนเลย…ทิวทัศน์ด้านนอกเป็นแบบนี้เองงั้นหรอ’
ทิวทัศน์ตลาดตอนกลางคืนนั้นเต็มไปด้วยผู้คนพลุกพล่าน
แสงโคมไฟติดตามร้านค้าส่องสว่างมากมายอยู่เต็มทาง
เหล่าผู้คนแต่งตัวธรรมดาไม่ได้หรูหราหรือดูดีอะไรมาก…แค่เสื้อผ้าที่ใส่ยังเทียบกับเมดรับใช้ประจำราชวงศ์ไม่ได้ด้วยซ้ำ
‘คนพวกนี้คือใครกัน?…’
เซเลน่าเดินไปเรื่อยๆ..เนื่องจากเธออายุเพียงแค่7ขวบจึงเป็นเพียงแค่เด็กผู้หญิงตัวเล็ก..ประกอบกับเป็นช่วงเวลากลางคืนจึงทำให้ผู้คนไม่ค่อยได้สังเกตเห็นเธอเท่าไหร่
ตัวฉันเดินไปเรื่อยๆ..โดยไร้จุดหมาย
‘ตัวเราจะไปนอนที่ไหนดีล่ะ’
‘จ๊อกกก…’ เสียงท้องร้องดังขึ้น
จริงสิ!…นี่เรายังกินอาหารเข้าไปไม่เท่าไหร่เองนี่นา
ฉันเดินไปเรื่อยๆไปยังร้านขายแกงกระหรี่ร้านนึง
“ฉันเอาอันนี้…”
“ครับ..คุณลูกค้า”
คนขายตักแกงกระหรี่สีดำราดลงบนข้าวสวยร้อนๆแล้วยื่นให้ฉัน
“ขอบคุณนะ”
ฉันรับมันไว้แล้วเดินจากไป
“เดี๋ยวก่อนครับ!!....แล้วเงินล่ะ?”
“หือ?..มีอะไรอีกล่ะ”
“ข้าวแกงกระหรี่จานละ2เหรียญทองแดง..จ่ายฉันมาด้วยนะ..เจ้าหนู”
“ฉันไม่เข้าใจที่นายพูด..มันหมายความว่ายังไง?”
“เห้อ..”
คนขายถอนหายใจแล้วเดินมาหาเซเลน่า..จากนั้นแย่งจานข้าวไปจากมือเธอ
“อ้ะ!..ทำอะไรน่ะ”
“แต่งตัวก็ดูดีนะ…แต่มาชักดาบแบบนี้ก็ไม่ไหว…ไปที่อื่นเถอะ”
“ดะ..เดี๋ยวก่อนสิ!!..”
“ไปๆๆชิ่วๆๆๆ..”
คนขายไล่เซเลน่าไป..โดยที่ไม่รู้แม้แต่น้อยว่าเธอเป็นใคร
ตัวฉันเดินไปเรื่อยๆ..จนไปถึงซอยเปลี่ยวแห่งหนึ่ง
ที่แห่งนี้อยู่ด้านนอกตลาด..แต่กลับไร้ผู้คนและแสงไฟ
ฉันนั่งลงข้างกองขยะกองหนึ่ง
“เหม็นจัง..แต่ถ้าให้ไปนอนที่อื่นคงไม่ไหวแน่”
ฉันเอาหลังพิงกำแพงแล้วมองท้องฟ้าแบบเหม่อลอย
‘ทำไมพวกเค้าถึงให้ความสำคัญกับรูดี้มากกว่าฉันล่ะ..ทั้งที่ฉัน..ก็….ฉันก็…ฮึก..’
เซเลน่านั่งกอดเข่าอยู่คนเดียวแล้วเอาหน้าแนบกับเข่า
“โถ่เอ้ยย…ชิ…เหล้ารสชาติห่วยชะมัด”
ผู้ชายคนหนึ่งเดินเข้ามาใกล้กองขยะแล้วโยนขวดเหล้าทิ้ง
“หืม?”
เขามองไปยังเด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่นั่งอยู่ใกล้ๆ
“ใครกันล่ะเนี่ย?”
เซเลน่าได้ยินเสียงจึงเงยหน้าขึ้นมามอง
“ไปไกลๆซะ..ฉันอยากอยู่ตรงนี้คนเดียว”
“โอ้..เป็นเด็กแค่นี้แต่ปากเก่งกับผู้ใหญ่ไม่เบานะ”
ผู้ชายคนนั้นมองไปยังเส้นผมและเสื้อผ้าของเธอ
แม้จะดูเลอะอยู่พอสมควร..แต่ก็จัดว่าดูดีมากๆเลยล่ะ…แน่นอนว่าหน้าตาของเธอก็ด้วย
“หนูน้อย..มาคนเดียวหรอกจ๊ะ”
“อย่ามายุ่ง”
เซเลน่านั่งกอดเข่าแล้วก้มหน้าไปเหมือนเดิม
ผู้ชายคนนั้นฉีกยิ้มกว้าง..
“ถ้างั้นมากับลุงดีกว่านะ”
เขาคว้าแขนเซเลน่าขึ้นมาทันที
“ปล่อยนะ..จะทำอะไรน่ะ!!!…”
“ฉันจะเอาแกไปขายให้ย่านโคมแดงยังไงล่ะ..”
“หา?..มันคืออะไรน่ะ?”
“หน้าตาแบบเธอน่าจะขายได้ราคาดี…เธอก็แค่ตามฉันมาเท่านั้นเอง”
ชายคนนั้นบีบข้อมือแล้วลากไปแรงขึ้น...แต่เซเลน่าพยายามขัดขืน
“ปล่อยนะ!!”
เซเลน่ากัดที่ข้อมือของชายผู้นั้นสุดแรง
“อ้ากกก!!..”
ชายผู้นั้นรีบสะบัดข้อมือจนเซเลน่าหลุดไปทันที
“หนอยแน่!!!…แก…นังเด็กนี่”
“ฉันเป็นราชวงศ์นะ..นายจะทำอะไรกับฉัน”
“หา?…ราชวงศ์?..บ้ารึป่าว..มีราชวงศ์หรือขุนนางที่ไหนเขามานั่งข้างกองขยะอยู่คนเดียวด้วยล่ะ"
“กึก…”
เซเลน่ากัดฟันแน่น
ชายคนนั้นเดินเข้ามาใกล้ยิ่งขึ้น
“อย่าขยับนะ!!!..ไม่งั้นฉันไม่ปราณีแน่”
เซเลน่ายกฝ่ามือขึ้นมาแล้วเล็งไปทางผู้ชายคนนั้น
“เด็กอย่างแก..จะทำอะไรฉันได้..”
"อึก!..ย๊าาาา..."
เซเลน่าร่ายเวทมนตร์ทันที
‘ไฟเยอร์อีเกิล’
นกอินทรีย์สีแดงบินออกมาจากฝ่ามือเฉี่ยวเข้าไปที่แก้มคนของชายคนนั้นจนเกิดรอยไหม้
“อ้าาาาก…ก้าาากกกกก....ร้อนนนน”
เขาจับแก้มตัวเองที่มีควันลอยออกมาแล้วลงไปดิ้นทุรนทุราย
เซเลน่ายืนงง
“อะไรกัน?…คนข้างนอกปราสาทใช้เวทมนตร์ไม่ได้เลยหรอ..ทำไมกันล่ะ?”
เซเลน่างงต่อภาพนั้น…เพราะอย่างน้อยถ้าใช้เวทมนตร์เป็นหรือเคยฝึกพื้นฐานด้านพลังเวทมาบ้างน่าจะพอหลบการโจมตีเมื่อกี้ได้ หรือไม่อย่างน้อยถ้าหลบไม่ทันก็ร่ายเวทบาเรียมาป้องกันได้บ้าง…แต่นี่กลับไม่เลย
ไม่สิ..บาเรียกับเวทเสริมสมรรถภาพเป็นคาถาขั้นสูงนี่นะ..ตอนนี้เราเองก็ยังใช้มันไม่ได้เหมือนกัน..
“เห้ออ….ช่างมันเถอะ..ฉันจะปล่อยนายไปก็แล้วกัน”
เซเลน่าหันหลังให้แล้วเดินจากไป
ผู้ชายคนนั้นกำหมัดแน่น..เอามือกดใบหน้าด้านข้างตัวเอง
ตัวเขาค่อยๆหยิบแท่งเหล็กข้างกองขยะแล้วยืนขึ้น
“แกทำแสบมากนะเจ้าหนู”
ชายคนนั้นใช้แท่งเหล็กฟาดไป..โดยเล็งไปที่ท้ายทอยของเซเลน่า
“!”
เซเลน่าที่รู้สึกตัวแต่หันกลับมาไม่ทันจึงถูกฟาดเข้าไปเต็มแรง
‘พลั้กก..'
“อ้าา…”
ตัวเธอล้มลงหน้าคะมำไปที่พื้น
อาการมึนหัวสุดๆราวกับโลกใบนี้กำลังหมุนเข้าจู่โจมอย่างรุนแรง…แต่ว่าเธอยังพอรักษาสติได้จึงพยายามประคองตัวขึ้น แต่ก็ไม่ไหวอยู่ดี..เซเลน่าลงไปนอนที่พื้นเหมือนเดิม..
ต้องพยายามรักษาสติไว้!
“ชะ..ช่วย..”
“หึๆๆ…ทำฉันแสบมากนะ”
ชายคนนั้นพลิกตัวเซเลน่าขึ้นมาแล้วนั่งคร่อมบนตัวเธอ
“ถึงจะเด็กอยู่…แต่ถ้าอยู่ดีๆเอาไปขายให้เฉยๆแบบนี้ก็น่าเสียดายแย่..”
เขาใช้เข่าทั้งสองข้างกดลงไปที่แขนของเซเลน่า..จากนั้นค่อยๆปลดกระดุมเสื้อเธอออก
“จะ..ทำอะไรฉัน…ปา..ปล่อยนะ…”
เซเลน่าพูดด้วยน้ำเสียงงัวเงียพยายามดิ้นขัดขืน..แต่แรงของเธอมีไม่พอ
“ช่วยด้วยยยยยย…ช่วยฉันนน…อือออออออออ”
ชายคนนั้นเอามือปิดปากเซเลน่าทันที
เขาค่อยๆปลดกระดุมทีละเม็ด..แต่ก็ยังพบว่ามีเสื้อผ้าอีกหลายชั้นอยู่ซ่อนอยู่ภายใน
“ใส่เสื้อผ้าหลายชั้นจังเลยนะ”
“อืออออออ….อื้ออออออออ…กกกกกกกกกก”
เซเลน่าพยายามดิ้นขัดขืนสุดชีวิต
“เอาล่ะ..จะถอดให้หมดเลย..หึๆๆ..”
ตอนนั้นเองมีลูกแก้วลูกหนึ่งกลิ้งเข้ามาใกล้..โดยลูกแก้วลูกนั้นมีขนาดประมาณ1ฝ่ามือผู้ใหญ่
“เดี๋ยวก่อนค่ะ!…คุณหนูรอด้วยย”
“ชิ..มีคนมางั้นหรอ…”
ชายคนนั้นรีบลุกออกจากตัวเซเลน่าแล้ววิ่งหนีไปทันที
เซเลน่านอนอยู่กับพื้นมองลูกแก้วลูกนั้นกลิ้งเข้ามาใกล้ตัวเอง
ภายในลูกแก้วมีเมืองจำลองขนาดเล็กตั้งอยู่ภายในและเรืองแสงจางๆ
“นั่นไงอยู่ตรงนั้นเอง!”
เด็กผู้หญิงตัวเล็กคนหนึ่งวิ่งเข้ามาแล้วอุ้มลูกแก้วนั้นขึ้น
“ของขวัญที่จะให้ท่านพี่ลูมิเอล…จะทำหายไม่ได้เด็ดขาด”
เด็กผู้หญิงคนนั้นมีผมสีเหลืองและดวงตาสีฟ้า…แต่งตัวดูดีไม่ต่างจากเซเลน่าเลย..นอกจากนี้ส่วนสูงก็ยังใกล้เคียงกับเธอด้วย
เซเลน่ามองเด็กผู้หญิงที่อายุน่าจะพอๆกับตน
“เธอเป็นใครหรอ?…ทำไมมานอนอยู่ตรงนี้ล่ะ” เด็กผู้หญิงผมเหลืองถาม
“…" เซเลน่าไม่ตอบ..เพราะว่าตัวเธอยังมึนหัวอยู่เล็กน้อย
“อะนี่..จับมือฉันสิ..”
เด็กผู้หญิงผมเหลืองคนนั้นยื่นมือมาหาเธอ
“?”
“ถ้าลุกไม่ไหวฉันจะช่วยประคองเธอเอง ><”
เด็กผู้หญิงผมเหลืองคนนั้นยิ้มให้ด้วยรอยยิ้มที่สดใส..ยากหาผู้ใดเปรียบ
เซเลน่าเบิกตาขึ้น
‘รอยยิ้ม..งั้นหรอ…’
น้ำตาของเธอไหลออกมาเล็กน้อย
‘ไม่มีใครเคยยิ้มให้ฉันแบบนี้มาก่อนเลย’
ตัวเธอเริ่มสั่นเทาขึ้นมา
“เป็นอะไรงั้นหรอ?…ทำไมถึงร้องไห้ล่ะ…หรือว่าฉันทำให้เธอกลัว..”
เด็กผู้หญิงผมเหลืองคนนั้นเริ่มชักมือกลับด้วยความกังวล..แต่เซเลน่ายื่นมือมาจับมือของเธอไว้
“ประคองฉันขึ้นไปหน่อย”
“อือ..ได้สิ”
เด็กผู้หญิงผมเหลืองจับมือเธอแล้วดึงตัวเธอขึ้น
“ขอบใจนะ”
เซเลน่าติดกระดุมเสื้อตัวเอง
เด็กผู้หญิงผมเหลืองเก็บลูกแก้วลูกนั้นใส่กล่องกลับไปเหมือนเดิม
“คุณหนูเซซิเลีย..แฮ่กๆๆ….”
“แฮกๆ..คุณหนู..อย่าวิ่งไปไหนคนเดียวสิคะ…"
มีเมดหลายคนวิ่งตามมา..ซึ่งชุดของเมดนั้นคล้ายกับชุดเมดในปราสาทของเซเลน่ามาก..ต่างเพียงแค่อย่างเดียวคือตราสัญลักษณ์บนผ้ากันเปื้อนสีขาวเท่านั้น
หลังจากนั้นไม่นานก็มีไนท์วิ่งตามมาเช่นกัน
“ขอโทษนะคะ…พอดีฉันไม่อยากทำของขวัญที่จะมอบให้ท่านพี่หายน่ะ…แบบว่าลูกแก้วอันนี้ที่ร้านมีแค่อันเดียวด้วย” เด็กผู้หญิงคนนั้นกล่าวด้วยใบหน้าใสซื่อดูไร้เดียงสา...ดวงตาสีฟ้ากลมโตน่ารักที่ไม่ว่าผู้ใหญ่คนไหนเห็นก็อดยิ้มไม่ได้
“งั้นก็ดีแล้วค่ะ..กลับประสาทกันเถอะค่ะคุณหนู ><”
“ค่ะ><”
เซเลน่ารู้สึกไม่ค่อยดีที่ได้ยินคำว่าปราสาท
เด็กผู้หญิงผมเหลืองหันมาหาเธอ
“ฉันไปก่อนนะ..จริงสิ!...ฉันยังไม่ได้ถามชื่อเธอเลย..เธอชื่ออะไรหรอ?”
“…” เซเลน่าเงียบไม่ยอมตอบ
“อืมมม…ตามมารยาทที่เรียนมาฉันควรแนะนำตัวก่อนสินะ….ถ้างั้นก็..ฉันชื่อเซซิเลีย..ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ”
“…” เซเลน่าเงียบไม่ยอมตอบ
“อะ..เอ่อ..งั้นเอางี้ละกัน…เธอมาจากตระกูลไหนหรอ…เป็นขุนนางหรือสามัญชนล่ะ?”
“…”เซเลน่าไม่ยอมตอบ..แถมยังกัดฟันแน่น
เมดคนหนึ่งกระซิบข้างหูเซซิเลีย
“คือว่าคุณหนูคะ…ดูจากการแต่งตัวไม่น่าจะใช่สามัญชนนะคะ”
“งั้นหรอๆ..อืมมมมม”
เซซิเลียกุมหน้าผากตัวเอง...แล้วเดินวนไปมา
“ถ้างั้น..บ้านเธออยู่ไหนล่ะ?..” เซซิเลียถาม
“ฉันไม่มีบ้าน..ไม่ใช่ขุนนาง..หรือราชวงศ์อะไรทั้งนั้น…ขอบคุณนะที่ช่วย”
เซเลน่าเดินจากไป
“เดี๋ยวก่อนสิ…ถ้าเธอไม่มีบ้านจะมาอยู่บ้านฉันก็ได้นะ…บ้านฉันกว้างดีออก…เป็นปราสาทใหญ่เลย”
“คุณหนูคะ!..จะเอาคนไม่รู้หัวนอนปลายเท้ามานอนในปราสาทราชวงศ์ไม่ได้นะคะ” เมดกระซิบกล่าวเตือน
“ไม่ต้องห่วงหรอกน่า..ท่านพ่อกับท่านแม่ไม่ว่าหรอก..แถมท่านพี่จะชมฉันด้วยซ้ำ”
เซเลน่าเดินหนีไปไกลยิ่งขึ้น
เซซิเลียฝากกล่องลูกแก้วให้เมดถือแล้ววิ่งตามเด็กผู้หญิงผมสีแดงไป
“เดี๋ยวก่อนสิ…รอฉันด้วย”
“จะตามฉันมาทำไม..ฉันไม่กลับไปกับเธอหรอก..เพราะฉันไม่มีบ้านให้กลับแล้ว..”
“ถ้าเธอไม่มีบ้านให้กลับเธอยิ่งต้องมากับฉันเลยนะ..เพราะเป็นเด็กผู้หญิงการอยู่ข้างนอกคนเดียวมันอันตราย…ท่านแม่เคยเตือนฉันไว้น่ะ”
“ฉันไม่กลับ..”
เซเลน่าเดินหนีให้เร็วยิ่งขึ้น
หลังจากนั้นไม่นานอาการมึนหัวที่ยังไม่จางหายก็เข้าจู่โจมหนักกว่าเดิม…จนคราวนี้เธอได้หมดสติลงทันที
"ฉัน..มะ..ไม่..ก"
“นี่เดี๋ยวก่อน”
เป็นอะไรไหม
เป็น…
…..ไร…
สติดำดิ่งสู่ห้วงนิทราสมบูรณ์
******************************
:22:00น. ณ ปราสาทแคทเทอรีนเมื่อ 8 ปีก่อน:
ตัวฉันที่หมดสติค่อยๆลืมตาขึ้นมา
เตียงที่ฉันนอนอยู่ตอนนี้เป็นเตียงหรูหราและนุ่มมากคล้ายเตียงที่ฉันเคยนอนอยู่เสมอ
“ระ..รึว่า!!!”
ฉันลุกพรวดขึ้นมาทันที…แล้วรีบมองไปรอบๆ
“อ่าว…นี่มันไม่ใช่ห้องฉันนิ”
บรรยากาศรอบห้องตกแต่งด้วยเครื่องเฟอร์นิเจอร์หรูหราเหมือนกัน…แต่ก็ไม่เหมือนห้องในปราสาทของฉันอยู่ดี
ตัวฉันลงจากเตียง...เดินไปเปิดประตูแล้วแง้มมันออกมาเล็กน้อย
‘ไม่มีคนสินะ’
เมื่อเห็นดังนั้นตัวฉันจึงอ้าประตูจนสุดแล้วก้าวเดินออกไปข้างนอกทันที
เดินออกไปตามทางเดินและราวบันไดที่สูงโอ่อ่า
เมื่อมาถึงจุดหนึ่งก็ได้ยินเสียงคนคุยกันตรงชั้นล่าง
“ท่านพี่ไปโรงเรียนอัศวินเวทมนตร์แล้วหรอคะท่านแม่”
“ใช่แล้วจ๊ะ..เซซิเลีย..มีอะไรจะคุยกับลูมิเอลงั้นหรอ?”
“หนูแค่อยากฝากของขวัญให้ท่านพี่น่ะค่ะ..”
"เดี๋ยววันเสาร์-อาทิตย์นี้..ลูมิเอลก็กลับมาแล้วล่ะ"
หญิงสาวผู้เป็นแม่คนนั้นโอบเด็กหญิงซึ่งมีผมสีเดียวกันกับเธอเข้ามาในอ้อมอก..แล้วลูบหัวเบาๆหลายที
"เซซิเลียน่ารักจังเลย...แม่ขอกอดหน่อยนะ"
"ค่าาาา~"
ตอนนั้นเองเซเลน่าเดินลงมาถึงชั้นล่างพอดี
****
“นี่ๆๆๆ….”
ฉันรู้สึกถึงแรงเขย่าบางอย่าง
เปลือกตาค่อยๆเปิดขึ้น
“หือ?”
“ตื่นได้แล้ว…ถึงเวรพวกเราเฝ้ายามแล้วนะ”
ภาพที่เห็นตอนนี้คือเด็กผู้หญิงผมยาวสีดำทรงทวินเทลกำลังเขย่าตัวปลุกฉันอยู่
“หือ?”
ฉันค่อยๆลุกขึ้นมาแล้วขยี้ตาเนื่องจากงัวเงียเล็กน้อย
‘นี่เราฝันถึงเรื่องในอดีตงั้นหรอ’
“เดี๋ยวฉันไปก่อนนะ…ตื่นมาแล้วก็รีบๆตามไปล่ะ” ลูน่ากล่าวจบแล้วเดินไป
“อืม..เข้าใจแล้ว” เซเลน่าตอบกลับอย่างว่าง่าย
หลังผู้หญิงทวินเทลคนนั้นเดินไป..ฉันก็มองไปรอบๆตัว
‘เซซิเลียกำลังหลับสนิทอยู่สินะ’
ฉันหันไปมองฝั่งผู้ชาย
แต่กลับพบว่ามีถุงนอนอยู่ฟูกหนึ่งที่ไม่มีคนนอนอยู่ในนั้น
“หืม?..ถ้าจำไม่ผิดเวรช่วงเวลานี้มันมีแค่ผู้หญิง2คนเฝ้าเวรนิ”
ฉันลุกขึ้นแล้วเดินไปเรื่อยๆ..จนเดินเลยฝั่งผู้ชายไป
บริเวณนั้นมีรอยเท้าจำนวนมาก..แต่มีรอยเท้าหนึ่งที่น่าจะพึ่งเกิดขึ้นไม่นาน
ฉันเลือกที่จะเดินตามรอยเท้านั้นไป
ข้ามผ่านต้นไม้และใบหญ้าแปลกประหลาดมากมาย
จนกระทั่งมาโผล่ริมทะเลสาบอีกฝั่งหนึ่ง
บริเวณนั้นมีโขดหินสูงชันจำนวนมาก..นอกจากนี้
“นั่นมัน…”
ฉันเห็นผู้ชายคนหนึ่งนั่งอยู่บริเวณโขดหินนั้น
ผมสีขาวราวกับหิมะที่เห็นจนคุ้นเคย
ใบหน้าดูหล่อเหลาแต่ท่าทางซื่อบื้อแถมยังดูโง่อีกต่างหาก
เขาคนนั้นกำลังนั่งอยู่คนเดียวราวกับคิดเรื่องบางอย่าง
ใบหน้าของเขาตอนนี้มีสีหน้ากังวลและดูโศกเศร้าอย่างมาก
เขานั่งเหงาหงอยเหม่อลอยอยู่คนเดียวจนฉันเกิดเห็นใจขึ้นมา
ดังนั้นฉันจึงหยิบก้อนหินที่ตกอยู่ตรงพื้นข้างๆแล้วปาใส่หัวเขาทันที
“นี่แน่ะ!!”
ก้อนหินพุ่งเข้าไปหาเรเวลด้วยความเร็วสูง
“!”
เรเวลหยิบหอกสีเงินที่วางอยู่ข้างกาย…ฟาดไปที่ก้อนหินนั้นจากทางด้านหลังด้วยปฎิกิริยาอันรวดเร็ว
‘เปรี้ยย…’
ก้อนหินแหลกละเอียด
เรเวลหันไปมองด้านหลังซึ่งเป็นจุดที่ก้อนหินพุ่งเข้ามา
ตรงนั้นมีเด็กสาวผมสีแดงอยู่คนหนึ่ง
‘อะไรกันฟะยัยนี่..จะมาหาเรื่องฉันอีกหรอ..สัญญากับเซซิเลียไปแล้วไม่ใช่หรือไง’ ผมคิดในใจด้วยความหัวร้อนสุดๆ...ดังนั้นจึงเริ่มกล่าวทักทายด้วยคำเป็นมิตร
“ว่าไง..เซเลก็อบลิน…นอนไม่หลับงั้นหรอ?”
“อย่ามาเรียกฉันแบบนั้นนะเจ้าบ้าา”
“ฉันเองก็ไม่ได้ชื่อเจ้าบ้าาสักหน่อย…แล้วก็ไม่ได้ชื่อไอผมขาวด้วย…ทีเธอยังเรียกฉันแบบนั้นได้เลย..ทำไมฉันจะเรียกเธอแบบนี้ไม่ได้ล่ะ”
เซเลน่าตัวแข็งทันที
“อึก…ก็ได้…ถ้างั้นมาทำข้อตกลงกันไหม..”
“ข้อตกลง?”
“ฉันจะเรียกนายว่าเรเวล…ส่วนนายก็เรียกฉันว่าเซเลน่า..”
“หือ?..อะไรกัน..วันนี้มาแปลกนะ…”
“ว่าไงล่ะ..สนใจมาตกลงกับฉันมั้ย...พวกเรามาเรียกชื่อกันแบบเท่าเทียมเถอะ..ไม่ว่าต่อหน้าหรือลับหลังก็ตาม”
“…” เรเวลมองไปยังดวงตาสีชมพูของเซเลน่า
‘เท่าเทียมงั้นหรอ…’
เขาก้มลงแล้วคิดสักพักหนึ่ง
“ก็ได้..ตกลงตามนี้..ฉันจะเรียกเธอว่าเซเลน่า…ส่วนเธอก็เรียกฉันว่าเรเวลละกัน”
เซเลน่าเดินเข้ามาใกล้..ส่วนเรเวลถือหอกแล้วกระโดดลงมาจากโขดหิน
พวกเขาทั้งคู่เดินเข้ามาใกล้กัน
“แล้วก็นะ..เรเวล..คือว่าที่ผ่านมาน่ะ..”
“อะไรอีกล่ะ?”
เซเลน่าก้มหน้าลงเล็กน้อย..ก่อนจะพูดคำๆนั้นออกมา
“ที่ผ่านมาน่ะ…ฉันขอโทษนะ”
เรเวลเบิกตาโพลงขึ้นมาทันที
เขากอดอก..หลับตาข้างนึง...แล้วมองไปยังเธอ
“ขอโทษ???…ขอโทษเรื่องอะไรกันล่ะ”
“ก็ที่ผ่านมาฉันทำไม่ดีกับนายไว้เยอะ…เพราะว่าฉันเคยแพ้นาย..ฉันจึงโดนท่านพ่อฉันตำหนิหนักมาก..ฉันเลยเอาความรู้สึกอัดอั้นในใจมากลงที่นายยังไงล่ะ”
“งี้เองสินะ..ถ้างั้นก็ช่างมันเถอะ..ฉันเองก็ไม่คิดอะไรแล้วล่ะ..ขอแค่เธอไม่หาเรื่องฉันอีกก็พอแล้ว”
“อืม..ถ้างั้นก็ดีแล้วล่ะ….แล้วก็…”
เซเลน่าอ้ำอึ้งเหมือนจะพูดอะไรบางอย่างแต่ไม่กล้าพูดออกมา
เรเวลเห็นดังนั้นจึงชิงพูดออกมาก่อน
“การที่เธอรับปากว่าจะไม่หาเรื่องฉันจากใจจริง..แถมยังกล่าวคำขอโทษอีก…พูดตรงๆว่าฉันเองก็ตกใจเหมือนกัน…ก็ไม่รู้เหมือนกันนะว่าอะไรเป็นตัวดลใจ..แต่การที่ผลลัพธ์มันออกมาแบบนี้..ฉันเองก็คิดว่าเธอคงไม่ใช่คนเลวร้ายอะไร…งี้เองสินะ..เพราะแบบนี้นี่เองเซซิเลียถึงไว้ใจเธอและยอมมอบตำแหน่งเพื่อนที่สนิทที่สุดให้”
“แล้วนายอยากเป็นเพื่อนกับฉันบ้างมั้ยล่ะ?” เซเลน่ากล่าวลอยๆออกมา
“หือ?” เรเวลทำหน้างงเล็กน้อย
“ปะ..ป่าวว…ไม่มีอะไร..ลืมๆมันไปเถอะ..” เซเลน่าหน้าแดงแล้วหันไปแบบลุกลี้ลุกลน
“ได้สิ" เรเวลตอบสั้นๆ
เซเลน่าหันมาทันที
“คำว่า<ได้>นี่มาความว่ายังไงอะ”
“ได้สิ..ถ้าเธออยากเป็นเพื่อนกับฉันจริงๆ..ฉันก็จะเป็นเพื่อนกับเธอให้เอง”
เรเวลกำหมัดแล้วยื่นมาข้างหน้า
“ว่าไงล่ะ..สนใจมาเป็นเพื่อนกับชนชั้นล่างเน่าๆอย่างฉันไหม…ท่านราชวงศ์”
เซเลน่ายิ้มให้เล็กน้อย
เธอกำหมัดแน่นแล้วยื่นไปหาเรเวล
หมัดทั้งของทั้งคู่กระทบกัน
“อืมได้สิ..ราชวงศ์อย่างฉันจะเป็นเพื่อนกับชนชั้นล่างเน่าๆอย่างนายเอง…”
เซเลน่าชนหมัดกับเรเวล
เรเวลยิ้มให้เล็กน้อย
“ไม่ต้องผวนกลับทุกคำก็ได้มั้ง 555”
เซเลน่าก็ยิ้มตอบเช่นกัน
“นั่นสินะ 555”
พวกเขาทั้งคู่คลายหมัดและเอามือลง
“งั้นพวกเรามาร่วมมือกัน..เคลียร์ดันเจี้ยนนี้ให้จบไวๆกันเถอะเรเวล”
“อืมได้สิ..เซเลน่า…ฉันเองก็อยากขึ้นไปบนพื้นจะแย่อยู่แล้ว”