ตอนที่หนึ่งร้อยห้า ปราสาทเลือด
อิน จัน มั่น คง อยู่ ดี
ตำนานการบูชายัญเสาหลักเมืองที่ต้องให้มีคนชื่อนั้นชื่อนี้ถูกต้องตามตำรานั้นมีมายาวนาน
ตำราของแดนยุโรปก็มีเช่นกันในเรื่องนี้
ถึงนักประวัติศาสตร์ตะวันตกปฏิเสธอย่างหนักแน่นว่าไม่มีหลักฐานที่แน่ชัดในการกระทำเรื่องเช่นนั้น
แต่ก็มีตำนานของ
Blood’s castle
ปราสาทเลือด
ที่เราต้องบูชายัญเลือดของคนหนึ่งไว้เป็นแกนกลางปราสาทเพื่อให้ปราสาทนั้นมีเขตแดนป้องกันทางอาคมที่แข็งแกร่งใครจะมารุกรานไม่ได้
หากมองในแง่หนึ่ง
ตำนานของชาวยุโรปที่ใช้คนคนเดียวนั้นประหยัดทรัพยากรมนุษย์มากกว่า
อิน จัน มั่น คง อยู่ ดี
ของเสาหลักเมือง
ตำนานของดินแดนอาทิตย์อุทัยบูชายัญคนให้กับเทพแห่งภูเขาเป็นวิธีที่ได้ผลกระทั่งอาจารย์นูเบย์มืออสูรล่าปีศาจก็ต้องเอามาใช้หากต้องเจอกับเทพเจ้าของภูเขาที่พลังมากกว่า
การสร้างอุปกรณ์อาคมหรือข่ายมนต์ที่ทรงพลัง
หากคิดแบบตรงไปตรงมา
ใช้วิญญาณมนุษย์ก็น่าจะดีที่สุดในการสร้างข่ายอาคมป้องกันปราสาทหรือสถานที่ต่างๆ
หากมองในแง่หนึ่ง
“ปู่โสมเฝ้าทรัพย์”
ก็มาจากแนวคิดเช่นนี้ว่าเราต้องใส่วิญญาณคนไปสักคนในพิธีกรรม
อาคมของเราถึงจะขลังมีฤทธิ์มากพอที่จะกระทำการไม่ให้ใครมาขุดสมบัติของเราได้
หรือไม่ก็ใช้โดรนสมัยใหม่หรือกับระเบิดแทน
นี่มันยุคใหม่กันแล้ว วู้
Modern warfare น่ะรู้จักไหม?
แต่อาจารย์คงท่าทางจะเป็นคนคิดแบบเดียวกับอาจารย์นูเบย์เลยคิดว่าการใส่วิญญาณนางตะเคียนทองลงไปในเรือเหาะเป็นอะไรที่ได้ผลมากที่สุดเพราะเป็นไม้ที่มาจากเธออยู่แล้วนั่นเอง
เพราะเป็นการสื่อวิญญาณและควบคุมเรือเหาะได้ดีกว่าวิญญาณตนอื่นๆ
“เรียกข้าตามสบายว่าดาร์ลิงก์เถอะ”
ผมกล่าวต่อนางตะเคียนทอง
“ดา ดาลิงก์”
นางตะเคียนสะกดคำอย่างลำบาก
เสียงเย็นๆของเธอดังมาตาม “เรือนทองคำ”สถานที่พวกเราอาศัยอยู่ด้านในตัวเรือเหาะแม่นางของเธอสะท้อนก้องไปรอบๆ
เรือนแห่งนี้นับว่าไม่เลวเลยทีเดียวหากไม่นับว่าอยู่ในเวลากลางคืนใกล้สว่างอยู่ตลอดเวลาตามอาคมที่อาจารย์คงลงไว้ว่าหากสว่างขึ้นมาเรือนจะกลับมาขนาดเท่าเดิมว่าอย่างนั้น
ผมตั้งใจมั่นว่าหากได้โอกาสจะนอนตั้งเต็นท์ข้างนอกไม่นอนในสถานที่พรรค์นี้เด็ดขาดหากเรื่องการ “นอนกับผี”สอนผมมาว่า
“อย่านอนในสถานที่แปลกๆ”
แน่นอนด้วยเหตุผลบางประการอาจารย์คงทำให้บริเวณนี้มีกลิ่นหอมของธูปเทียนและลมเย็นๆบรรยากาศน่านอนมาก
แต่ขู่จะฆ่าผม ผมก็ไม่นอนในนี้แน่ๆผมเลือกไปเสี่ยงตายกับคนที่จะฆ่าผมข้างนอกเรือนดีกว่า