Episode 6: รอยจารึกในความทรงจำ (Etched in Memory)
ไอริณพุ่งตัวออกจากสถานีตำรวจด้วยความเร็วสูงสุด โดยมีพิธาพยายามกวดตามมาติดๆ เป้าหมายคือเซฟเฮาส์ลึกลับที่เป็นตึกแถวเก่ากลางตัวเมืองอยุธยา เมื่อไปถึง กลิ่นดอกพิกุลที่เคยเป็นเพียงกลิ่นหอมจางๆ กลับรุนแรงจนชวนเวียนหัว คลุ้งไปทั่วบริเวณทางเดิน
“ตำรวจสองคนที่เฝ้าอยู่หน้าประตูสลบไปครับพี่ ผลตรวจเบื้องต้นพบว่าโดนยาสลบชนิดพ่น” พิธารายงานพลางประคองเพื่อนตำรวจขึ้นมา
ไอริณก้าวเข้าไปในห้องที่ ดร.ณัฐ เคยอยู่ ห้องยังคงอยู่ในสภาพเรียบร้อย ล็อกประตูจากด้านในยังติดแน่น หน้าต่างมีลูกกรงเหล็กที่ไม่มีรอยตัด แต่บนเตียงนอนกลับว่างเปล่า... เหลือเพียง “เปลือกขี้ผึ้ง” บางๆ ที่ลอกหลุดออกมาเป็นรูปทรงใบหน้าของ ดร.ณัฐ วางทิ้งไว้บนหมอน
ไอริณคุกเข่าลงข้างเตียง เธอไม่ได้มองแค่เปลือกขี้ผึ้ง แต่มองหา “วิธีการ” “มันไม่ได้หายไปไหนพิธา...” เธอใช้นิ้วเคาะไปที่ผนังไม้บุเก่าหลังเตียงนอน จนเจอเสียงที่กลวงผิดปกติ “หมออัครไม่ได้เข้ามาจากข้างนอก แต่มัน ‘อยู่ที่นี่’ มาตั้งแต่แรกแล้ว”
เธอออกแรงผลักผนังไม้ ซึ่งเลื่อนออกเป็นช่องลับเล็กๆ ที่เชื่อมต่อกับระบบท่อระบายอากาศและทางเดินลับของตึกแถวโบราณ แต่สิ่งที่ทำให้ไอริณชะงัก คือสิ่งที่ติดอยู่บนผนังด้านในช่องลับนั้น
มันคือ ภาพสเก็ตช์ใบหน้าของเธอ นับสิบใบ ตั้งแต่สมัยที่เธอยังเป็นนักเรียนนายร้อยจนถึงปัจจุบัน
.ไอริณนิ่งงันไป ความทรงจำที่เธอพยายามกดทับไว้เริ่มผุดขึ้นมาเหมือนภาพจากฟิล์มเก่าที่ถูกฉายซ้ำ
“พี่ไอริณ... พี่โอเคไหม?” พิธาถามด้วยความเป็นห่วง
“คดี ‘ประติมากรเลือด’ เมื่อ 7 ปีก่อน...” ไอริณพึมพำ “ตอนนั้นฉันยังเป็นร้อยตำรวจตรีคุมสำนวนคดีศัลยแพทย์เถื่อน หมออัครพลไม่ใช่คนไข้ที่ตาย... แต่เขาคือคนที่เรา ‘กันไว้เป็นพยาน’ เพื่อจับกุมขบวนการค้าอวัยวะ”
เธอนึกถึงใบหน้าของหมออัครในตอนนั้น ชายผู้ดูสุภาพแต่แววตาว่างเปล่า เขาเคยบอกเธอในห้องสอบสวนว่า “คุณมีโครงหน้าที่มีสัดส่วนทองคำ (Golden Ratio) ที่สมบูรณ์แบบที่สุดเท่าที่ผมเคยเห็นมา ถ้าวันหนึ่งคุณตายไป ความงามนี้จะหายไปอย่างน่าเสียดาย... ให้ผมช่วยสตาฟมันไว้เถอะนะ”
ตอนนั้นเธอคิดว่าเป็นเพียงคำพูดประหลาดของคนสติไม่ดี แต่ตอนนี้เธอรู้แล้วว่าเขาพูดจริง
“ตอนนั้นฉันเป็นคนเซ็นชื่อคัดค้านการประกันตัวเขา เพราะฉันรู้ว่าเขาอันตรายเกินไป” ไอริณกำหมัดแน่น “แต่เขากลับหนีไประหว่างการเคลื่อนย้ายนักโทษ... โดยการใช้ ‘ขี้ผึ้ง’ ปลอมแปลงใบหน้าจนผู้คุมจำไม่ได้และปล่อยเขาเดินออกไปหน้าตาเฉย”
เบาะแสที่ซ่อนอยู่ในความมืด
ในขณะที่ไอริณกำลังจมอยู่ในความคิด สายตาของเธอก็เหลือบไปเห็นเศษกระดาษแผ่นหนึ่งที่ตกอยู่ใต้เปลือกขี้ผึ้งของ ดร.ณัฐ มันมีข้อความสั้นๆ เขียนด้วยลายมือบรรจงว่า:
> “การรอคอย 7 ปีสิ้นสุดลงแล้ว... ไอริณ หุ่นตัวสุดท้ายในนิทรรศการอยุธยา ไม่ใช่ขุนนางกบฏ แต่เป็น ‘นักสืบผู้เที่ยงธรรม’ มาพบผมที่ที่ ‘ทุกอย่างเริ่มต้น’ ก่อนที่ขี้ผึ้งจะแห้งสนิทบนตัว ดร.ณัฐ”
>
“ที่ที่ทุกอย่างเริ่มต้น...” พิธาทวนคำ “มันคือที่ไหนครับพี่?”
ไอริณมองไปทางทิศตะวันตกของแม่น้ำป่าสัก ที่ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็น ‘โรงพยาบาลศัลยกรรมร้าง’ ที่เธอไปบุกจับเขาเมื่อ 7 ปีก่อน
“เตรียมกำลังคนพิธา” ไอริณหยิบแจ็คเก็ตหนังมาสวม แล้วรูดซิปขึ้นอย่างทะมัดทะแมง “แต่ไม่ต้องรอชุดจู่โจม ฉันจะไปที่นั่นก่อน... มันเรียกหาฉัน และฉันจะไม่ยอมให้ ดร.ณัฐ กลายเป็นหุ่นโชว์ตัวต่อไปของมัน”
[To be continued in Episode 7...]