แสงสว่างวิบวับเรืองรองลอยอยู่กลางอากาศ แสงแผ่ขยายเป็นแนวตั้งออกไปเป็นวงรอบข้างดังวงน้ำ เกิดเป็นแสงสีวงกลมส่งแสงกระจายสาดส่องสว่างล้ำไปทั่ววิหาร
บุคคลที่ท่องมนตราบทนั้น บทที่ถูกจารึกไว้ใต้ฝาโลงศิลา คือมันเอง ...
.. อุทัย !!!
มันเป็นผู้เดียวที่สามารถอ่านอักษรอสุราได้ สิ่งเหล่านี้ถูกถ่ายทอดมาจากบิดาอสูรของมัน
“!!!” อุทัยเองก็แปลกใจ มันเผลอท่องมนตราบทนั้นออกมา
“พี่ใหญ่ ! พี่ใหญ่อ่านอักษรเหล่านั้นออกด้วยหรือ” ญานินดากล่าวถาม นางเองก็มิสามารถอ่อนออกได้
“ไม่รู้สิ ! เพียงพบเห็นก็อ่านออกได้เอง” อุทัยกล่าว หัวใจของมันเต้นระรัวไม่รู้ว่าแสงที่เบื้องหน้าคือสิ่งใด
“.. ดู ดู !!! .. แสงนั่น” ญานินดาชี้นิ้ว สายตาจ้องมองวงแสงเบื้องหน้าตาเขม็ง
วงแสงขยายออกเป็นจานทรงกลมมีขนาดสูงกว่าห้าหกวา ปกคลุมด้วยพื้นผิวอันแปลกประหลาด เป็นดังม่านน้ำมีระลอกคลื่นพลิ้วไหวส่งประกายระยิบระยับ แสงจากอีกด้านหนึ่งสาดลอดหักเหเป็นลำแสงนวลตาราวแหงนดูแผ่นผิวน้ำจากใต้บาดาล
“ไม่ ! .. ไม่จริง .. ไม่จริง” เทพบัณฑิตกล่าววาจาพึมพำดังคนเสียสติ สองมือสั่นสะท้านหน้าซีดเผือดไร้สีเลือด สิ่งที่มันไม่ต้องการให้บังเกิดกำลังปรากฏขึ้นแล้ว
เทพบัณฑิตคือผู้คุมกฎของสมาพันธ์ปักษาเวทาซึ่งมีรากฐานมากว่าห้าพันปี มันผ่านตาจดหมายเหตุบันทึกลับของสมาพันธ์มามากมาย ‘ประตูอสูรโลกา’ ก็เป็นเรื่องราวหนึ่งที่มีบันทึกไว้
.. ประตูมิติอันแปลกประหลาดเกี่ยวพันกับราชวงศ์ ‘มหาเทวา’ แคว้นโอริสา ถูกเก็บเป็นเรื่องราวที่เร้นลับสุดยอด แต่มิมีผู้ใดยืนยันได้ว่าประตูมิตินั้นมีอยู่จริงหรือไม่
ตัวมันเองก็ได้ลงความเห็นว่าเป็นเพียงตำนานที่มีไว้หลอกอนุชนรุ่นหลังเท่านั้น
.. จวบจนได้เห็นกับตาในวันนี้ !
.. หากเป็นดังตำนานว่าไว้ !
.. สิ่งที่น่าสะพรึงมิใช่ประตูอสูรโลกา !
.. แต่เป็นสิ่งมีชีวิตที่อยู่หลังประตูมิตินั้นต่างหาก !!!
แม้แต่ปฐมกษัตริย์ผู้ก่อตั้งราชวงศ์ ผู้ที่ถูกเล่าขานกันว่าเป็นบุตรของเทวะมังกร มีพลังเวทยุทธ์ยิ่งใหญ่ดังเทวาองค์หนึ่ง ยังต้องหายสาบสูญไป
“.. ฮ่า ฮ่า ฮ่า” เสียงหัวเราะของเจ้าทาสกระบี่ “นายน้อยของข้านับเป็นอัจฉริยะผู้หนึ่ง ประตูอสูรโลกาเปิดออกแล้ว ... ฮ่า ฮ่า ฮ่า”
มันเข้าใจว่าเงาปีศาจเป็นผู้ท่องมนตราเปิดประตูมิติ มิเสียแรงนายน้อยของมันผู้นี้เป็นถึงรัชทายาทของราชวงศ์คุปยะอันเกรียงไกร
“…” เงาปีศาจมันนิ่งเงียบครุ่นคิด ‘เพียงแค่จ้องมองมนตรา ก็สามารถเปิดประตูอสูรโลกาได้ ข้านี่เป็นอัจฉริยะอย่างเจ้าทาสกระบี่ว่าจริงๆ .. หุ หุ’
แล้วจึงระเบิดเสียงหัวเราะจนก้องวิหาร “ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮา ฮา ... ประตูอสูรโลกาเปิดออกแล้ว ...”
ทาสกระบี่กล่าว “บ่าวยินดีด้วย .. ฮา ฮา ฮา” น้ำเสียงมันลิงโลดยิ่ง
สิ่งที่ปรากฏคือสิ่งที่มันเฝ้าฝันมาเนิ่นนาน ประตูอสูรโลกาถูกเปิดออกอีกครั้ง
ประตูอสูรโลกาเปิดออกโดยสมบูรณ์ ! เป็นโพรงมิติเชื่อมต่อสองพิภพเข้าด้วยกัน สมาธิจิตใจของทุกคนต่างจดจ่อจับจ้อง ผืนมิติกระเพื่อมดังคลื่นน้ำส่องแสงระยับ มีลำแสงลอดออกเป็นลำเล็กลำน้อยสว่างไปทั่ว
.. ทันใดนั้นเอง !
ที่ประตูอสูรโลกามีเงาร่างอันใหญ่โตร่างหนึ่งกำลังก้าวผ่านออกมา !
เห็นเป็นเงาย้อนแสง สิ่งมีชีวิตตัวดำทะมึนสูงใหญ่กว่าสิบศอก ดวงตาทั้งสองฉายแสงสีแดงดังอัคคีจากขุมนรกโลกันตร์
ทุกคนตกตะลึงตาแทบถลนหลุดออกมาจากเบ้า
ญานินดาร้อง “อ่าาาา ! ..ตัวอันใด .. มัน ! มันออกมาแล้ว..”
อุทัย “!!!” มันพูดอันใดไม่ออก ดังมีบางสิ่งอุดปากมันไว้
เทพบัณฑิตร้อง “อสูรรร ! จ้าวอสูรรรร ..”
ยอดยุทธ์ที่ยังมีชีวิตผู้หนึ่ง “อ๊ากกก ! .. ยะ ยะ .. ยักษ์” มันแหกปากอย่างแตกตื่น
“!!!” สตรีปักษาวารีเพิ่งฟื้นคืนสติ นางยันพื้นประคองตัวขึ้นภาพเบื้องหน้าทำนางแทบสลบเป็นรอบที่สอง
.. แต่ยังมีผู้ที่ยินดีเป็นที่สุด !
เป็นเจ้าเงาปีศาจ ! มันโผบินไปเบื้องหน้าประตูอสูรโลกาแล้ว
“ฮ่า ฮ่า ... ท่านจ้าวอสูร มาแล้ว ..” เสียงอันลิงโลดของเจ้าเงาปีศาจ
มันไปหยุดยืนอยู่หน้าเงาทะมึนนั้น ความสูงของเงาปีศาจเพียงเลยหัวเข่าสิ่งนั้นขึ้นมาเล็กน้อย
“... ท่านจ้าวอสูรผู้ยิ่งใหญ่ ข้าเฝ้ารอท่านอยู่นานแล้ว” เงาปีศาจร่ำร้อง
ดวงตาสีแดงดังอัคคีคู่นั้นจ้องมองเจ้าเงาปีศาจอย่างงุนงง เพียงครู่หนึ่งมันอ้าปากออกราวยิ้มเยาะ มองเห็นเขี้ยวสีขาวยาวใหญ่ทั้งสี่ซี่
เงาปีศาจกล่าวต่อ “ท่านจ้าวอสูร โปรดประทานพลังอสูรอมตะให้แก่ข้าด้วยเถิด ..”
กรรรรรรร !!! เสียงคำรามดังลั่นสนั่นวิหาร
ทันใดนั้น .. มันยกเท้าขวาใหญ่มหึมากระทืบเจ้าเงาปีศาจในทันที
.. แผล๊ะ !!! เจ้าเงาปีศาจกระดูกปี้ป่น ร่างบี้แบนแทบติดพื้นศิลา ใส่ไหลทะลักเลือดสีดำไหลนองดังแมลงสาบถูกล้อเกวียนบดทับ
.. ผลั๊กกก!!! เงาทะมึนนั้นเตะซากร่างเจ้าเงาปีศาจกระเด็นกระดอนไปไกล
“!!!” อุทัย
“!!!” ญานินดา
“นายน้อย !!!” เจ้าทาสกระบี่ตะโกนเสียงหลง มันตกใจเป็นที่สุด ภาพที่เห็นเป็นสิ่งที่ไม่สมควรเกิดขึ้น ตามความเข้าใจสิ่งที่ออกมาต้องเป็นจ้าวอสูรที่พร้อมมอบพลังอันวิเศษพิสดารให้แก่พวกมัน
.. กรรรรรรร !!! .. กรรรรรรร !!! เสียงคำรามกึกก้อง
ทุกคนในสถานที่ต่างตะลึงพรึงเพริด ... ประตูมิติที่ด้านหลังลดแสงสว่างลงกึ่งหนึ่งทำให้มองเห็นเจ้าเงาทะมึนได้ชัดเจนขึ้น
ที่ยืนอยู่มีลักษณะเป็นลิงขนาดมหึมา ใบหน้าสีดำร่างกายปกคลุมด้วยขนสีดำสนิท ช่วงคอถึงบ่าหยาบใหญ่ แขนทรงพลังห้อยยาวถึงหัวเข่า แผงอกและช่วงท้องไม่มีขนเห็นเป็นมัดกล้ามเนื้อแข็งแรงบึกบึน
.. คองอเวจี !!!
เจ้าสิ่งนั้นคือคองอเวจี .. หนึ่งในหกสัตว์อสูรอาถรรพ์ เป็นสัตว์อสูรดึกดำบรรพ์ร่างกายแข็งแกร่งดังเหล็กไหล พละกำลังมหาศาลดังคชสารนับสิบๆ ตัว ทั้งไม่เกรงกลัวมนตราหรือไสยเวทใดๆ โลหิตในกายร้อนแรงดังลาวาหินหลอมเหลวใต้ผืนโลก
เบ้าตาของมันลึกใหญ่ ดวงตาทั้งคู่แดงฉานดังอัคคีจากขุมนรก ...
.. ตุ๊บบบ !!! .. ตุ๊บบบ !!! .. ตุ๊บบบ !!! .. ตุ๊บบบ !!! .. ตุ๊บบบ !!!
มันนำมือทั้งสองทุบหน้าอกเป็นท่าทีข่มขวัญแสดงถึงอำนาจ แล้วจึงแยกเขี้ยวใหญ่ยาว แหกปากแดงใหญ่โตคำรามเสียงกึกก้องไปทั่ววิหาร...
.. กรรรรรรร !!! .. กรรรรรรร !!! .. โฮ๊กกกกกกกกกก !!!
พลังปราณเข้มข้นจากร่างกายคองอเวจีแผ่กระจาย เทียบเคียงผู้ฝึกปรือยุทธ์ในขอบเขต ‘จิตรพิสุทธิ์’
ยอดยุทธ์ที่ยังเหลืออยู่ตกใจกลัวสุดขีด พวกมันกางเกงเปียกนองไม่สามารถอั้นปัสสาวะเอาไว้ได้ เกิดมาเพิ่งเคยพบเจอสัตว์ดุร้ายน่ากลัวเช่นนี้ ต่างร่ำร้องดังผู้เสียสติ
“จ๊ากกกก ! .. อะ อะ .. อสูรรร”
“วานร ! .. วานรยักกกกษ์”
“อ๊ากกก ! มะ มะ .. แม่จ้าวววว”
“หนี ! ต้องหนี .. เหวออออ”
“!!!” สตรีปักษาวารี นางตกตะลึงสีหน้าซีดเผือดตัวแข็งทื่อ
ทุกคนต่างขาสั่นคืบคลานตะเกียกตะกายหลบหนี แต่อุทัยและญานินดาไม่สามารถหลบไปที่ใดได้อีก เจ้าธรรมและราชิตยังคงอยู่ที่เดิม
คองอเวจีส่งสายตาแดงฉานเกรี้ยวกราด มันเห็นผู้คนมากมายรู้สึกหงุดหงิดเป็นอย่างยิ่ง
.. ตุ๊บบบ ! .. คองอเวจีกระโดดเข้าหายอดยุทธ์ที่อยู่ใกล้สุด แล้วจับขาคนผู้นั้นยกชูขึ้นจ้องมองพิจารณา
”อ๊ากกกก !!!” .. เสียงยอดยุทธ์ผู้โชคร้ายร้องอย่างโหยหวน ตัวสะบัดดิ้นรนด้วยความเจ็บปวด กระดูกขามันแตกป่นปี้แล้ว
.. กรรรรรรร !!! คองอเวจีคำรามราวพบเจอสิ่งที่เกลียดที่สุด
.. โครม ! โครม ! โครม ! มันเหวี่ยงฟาดร่างในมือลงพื้นศิลาหลายครั้ง คนผู้นั้นคอหักกระดูกทั่วร่างแหลกเหลว สภาพร่างกายคล้ายตุ๊กตาดินเหนียวตัวหนึ่ง
.. กรรรรรรร !!! มันใช้สองมืออันใหญ่ยักษ์ฉีกร่างกายคนผู้นั้นเป็นส่วนๆ ร่างกายแขนขาถูกจับแยก อวัยวะภายในกระจัดกระจายไปทั่ว
.. ตุ๊บบบ ! คองอเวจีกระโดดเข้าหายอดยุทธ์อีกผู้หนึ่งมันใช้มือซ้ายฉวยกุมศีรษะคนผู้นั้นไว้
“อื่อออ อื่อออ อ่าาา !!!” ยอดยุทธ์ผู้นั้นร่ำร้องมีเสียงเล็ดลอดออกมา
.. โผล๊ะ !!! ออกแรงเพียงเบาๆ ศีรษะภายในอุ้งมือก็คล้ายผลแตงโมที่ถูกบีบแตก
.. ตุ๊บบบ ! คองอเวจีกระโดดเข้าหายอดยุทธ์ที่กำลังคลานหลบหนีมันหยิบร่างคนผู้นั้นขึ้นมาฉีกแยกเป็นสองส่วนแล้วเหวี่ยงทิ้งไป
สถานการณ์เลวร้ายถึงที่สุด ยอดยุทธ์สามคนตายอย่างอเนจอนาถ ตอนนี้ตามพื้นวิหารมีชิ้นส่วนมนุษย์อยู่มากมาย ไม่รู้อวัยวะของผู้ใดเป็นของผู้ใดแล้ว
คองอเวจีหยุดยืนยืดตัวขึ้นนำมือทั้งสองทุบหน้าอกของมัน
.. ตุ๊บบบ !!! .. ตุ๊บบบ !!! .. ตุ๊บบบ !!! .. ตุ๊บบบ !!!
.. กรรรรรรร !!! .. กรรรรรรร !!! .. โฮ๊กกกกกกกกกก !!!
ราวกับประกาศให้ทุกคนรับทราบว่ามันเป็นผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดในที่นี้ สายตาคองอเวจีเหลือบเห็นบุรุษชุดขาวผู้หนึ่ง
เทพบัณฑิต ! มันฟื้นฟูพลังมากว่าแปดส่วนแล้ว พลังปราณของมันกล้าแข็งที่สุดในหมู่มนุษย์ตัวจ้อย
คองอเวจีกระโดดเข้าใส่ทันที ! .. ถึงแม้ร่างกายใหญ่โตแต่มันรวดเร็วอย่างยิ่ง
มือยักษ์ของคองอเวจีตรงเข้าคว้าจับ เทพบัณฑิตสงบจิตใจคนแผ่พลังปราณอย่างแรงกล้า ด้วยพลังทั้งหมดที่มีสะบัดพัดขนห่านขาวในมือออกอย่างรวดเร็วรุนแรง
ก่อเกิดกระแสปราณสังหารสามสายเข้าปะทะกับเจ้าคองอเวจีนั้น !
.. เปรี้ยงงง ! เปรี้ยงงง ! เปรี้ยงงง !
ปราณพิฆาตถูกฟาดใส่หน้าอกคองอเวจีอย่างจัง ร่างของมันหยุดชะงักรู้สึกแสบๆ คันๆ อย่างบอกไม่ถูก
“!!!” เทพบัณฑิตตกใจสุดขีด ปราณสังหารของมันไม่ระคายผิวสัตว์อสูรตัวนี้แม้แต่น้อย
ร่างคองอเวจีหยุดชะงัก ปราณสังหารเมื่อครู่กลายเป็นสิ่งยั่วยุ มันโมโหราวบ้าคลั่ง ปากสีแดงอ้ากว้างเห็นเขี้ยวยาวใหญ่ พุ่งตรงเข้ามาอย่างรวดเร็วกว่าเดิม
.. กรรรรรรร !!! คองอเวจีมาถึงใช้มือขวาตบเข้าใส่อย่างแรง
เทพบัณฑิตไม่สามารถหลบทัน ตัดสินใจเข้าปะทะโดยหักโหม ใช้สุดยอดท่าสังหารฟาดฟันพัดขนห่านขาวในมือ ส่งพลังปราณดังดาบใหญ่สุดกร้าวแกร่ง
.. พัชนีสะบั้นศิลา !
.. เปรี้ยงงง !!! ปราณสังหารกระแทกถูกฝ่ามือคองอเวจี เกิดแรงปะทะเป็นพลังปราณกระจายออกโดยทั่ว
.. โครมมม !!! เทพบัณฑิตถูกตบปลิวกระเด็นดังเม็ดกรวดที่ถูกคชสารเตะใส่ พลังปราณคุ้มครองกายแตกสลายในบัดดล ร่างชนถูกเสาวิหารต้นหนึ่งอย่างแรง ปอดลำไส้แตกกระดูกหักหลายส่วน คนนอนกองกับพื้นวิหารโลหิตของมันเจิ่งนองไปทั่ว
.. กรรรรรรร !!! โฮ๊กกกกกกกกกก !!! .. เสียงร้องของคองอเวจี
ด้านหลังประตูอสูรโลกากลับเป็นอีกพิภพหนึ่ง พิภพอันเป็นที่อยู่ของ ‘คองอเวจี’ สัตว์อสูรอันโหดเหี้ยมร้ายกาจ
ไม่มีผู้ใดต้านทานพละกำลังอันมหาศาลของสัตว์อสูรตนนี้ได้ ทั้งร่างกายของมันยังแข็งแกร่งประดุจภูผาหิน ทุกคนคงต้องตายภายในวันนี้แล้ว
“ท่านผู้คุมกฎ !!!” เสียงตะโกนร้องของสตรีปักษาวารี
นางถึงกลับทรุดนั่งอย่างหมดเรี่ยวแรง เทพบัณฑิตนับเป็นตัวตนอันสูงส่งมีพลังการฝึกปรืออันลึกล้ำ แต่เพียงกระบวนท่าเดียวของเจ้าอสุรกายทำเทพบัณฑิตต้องพ่ายแพ้อย่างราบคาบ
คองอเวจีหันรี่ตามเสียงร้องพุ่งร่างเข้าหาสตรีปักษาวารีโดยทันที
.. กรรรรรรร !!!
.. ตุ๊บบ ! .. ตุ๊บบ ! มันกระโดดเข้ามาด้วยช่วงขาอันแข็งแกร่ง มือทั้งสองช่วยผลักดันพื้นศิลา ดวงตาเป็นอัคคีร้อนแรง อ้าปากกว้างใหญ่สีแดง เขี้ยวโค้งยาวน้ำลายเหนียวยืด
กริ๊ดดดด !!! เสียงกรีดร้องของสตรีปักษาวารี
คองอเวจีพุ่งกระโจนมาอย่างรวดเร็วมองเห็นเป็นเงาดำสายหนึ่ง
.. กึ๊กกก !!!
“!!!” คองอเวจี เท้าหลังของมันสะดุดถูกบางสิ่ง ทำร่างกายตะแคงเสียสมดุล
.. คลืดดดดดดด ... คองอเวจีร่างไถลม้วนพุ่งตรงเข้าหาสตรีปักษาวารี
แต่แล้ว ! ร่างสตรีปักษาวารีไหววูบหายไปต่อหน้าต่อตา
.. โครมมมมมม !!! คองอเวจีชนโลงศิลาเสียงดังสนั่น
หัวของมันกระแทกชนเข้าอย่างแรง มองเห็นดวงดาวระยิบระยับเต็มเพดานวิหาร
.. เป็นอุทัยเอง !!!
ต่อมคุณธรรมของมันทำงานอีกแล้ว ... ฮา...
มันกลายเป็นวีรบุรุษช่วยโฉมสะคราญให้รอดจากเงื้อมมือของมัจจุราช
ไม่รู้ว่ามันใช้สมองหรืออะไรคิด ! จึงสอดมือเข้ามาช่วยเหลือสตรีดุร้ายผู้นี้ หรือต่อมคุณธรรมอะไรนั้นจะโตกว่าเม็ดถั่วในกะโหลกของมัน
อุทัยกลับมาอยู่ข้างญานินดา คนยืนตระหง่านง้ำองอาจมีสตรีปักษาวารีอยู่ในวงแขน ดูนางยังงุนงงอยู่ไม่น้อย
“!!!” ญานินดา เหตุการณ์เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว นางก็ยังงุนงงเช่นกัน
เป็นอุทัยจับจังหวะการเคลื่อนไหวของเจ้าคองอเวจี แล้วใช้ท่าร่าง ‘มายาอสูร’ อันรวดเร็วสุดยอด เคลื่อนไหวชิงจังหวะเตะตัดข้อเท้าหลังของคองอเวจีจนล้มเสียหลักไถลไปตามพื้น แล้วจึงพุ่งร่างไปช้อนสตรีปักษาวารีออกมา
เจ้าคองอเวจีใช้มือยันโลงศิลาลุกขึ้น มันโงนเงนสะบัดหัวไปมา สองตาอัคคีพวยพุ่งหันกลับมาจ้องมองที่อุทัย
“.. แย่แล้ว ! ไม่น่าเลยกรู ..” อุทัยกล่าวกับตนเอง คิดสำนึกเสียใจในตอนนี้ก็สายไปเสียแล้ว ...