กำเนิดราชันย์นักล่า

    ตอนที่ 59 Hunter’s Style

    หลังจากที่สองคนศิษย์และอาจารย์ออกจากโลกเสมือนจริงของนักล่า การต่อสู้ของอิกนัสกินเวลาไปหลายชั่วโมง จากนั้นอาจารย์ของเขาก็พาอิกนัสเดินขึ้นไปที่ชั้นสองของสมาคมเพื่อเลือกทักษะการเคลื่อนที่ให้กับเขา เพื่อแก้ไขจุดอ่อนในด้านความเร็วของเขาให้หายไป
    เมื่อเดินขึ้นไปถึงชั้นที่สองของสมาคมนักล่าอสูร อิกนัสก็พบว่ามันดูคล้ายกับห้องสมุด ที่ด้านหน้าทางเข้าไปในห้องนั้น มีโต๊ะซึ่งดูคล้ายกับเคาน์เตอร์โดยมีพนักงานนั่งคอยให้บริการอยู่คนหนึ่ง
    อีริกขอศิลานั่งล่าจากอิกนัสจากนั้นจึงเดินเข้าไปที่หน้าโต๊ะตัวนั้น เมื่อพนักงานที่นั่งอยู่เห็นเข้าก็กล่าวออกไปด้วยความเคารพทันทีวา “ผู้จัดการมีอะไรให้ผมรับใช้หรือเปล่าครับ”
    “ไม่มีอะไรหรอก ชั้นแค่ต้องการเลือกทักษะสักอย่างสองอย่างให้กับลูกศิษย์น่ะ” อีริกบอกความต้องการของเขากลับไป
    “งั้นก็เชิญด้านในเลยครับผู้จัดการ” พนักงานชายตอบกลับไป
    เมื่อเข้าไปภายใน อาจารย์ของเขาอาสาที่จะเป็นคนเลือกทักษะให้กับอิกนัสเอง โดยให้เขานั่งรออยู่บริเวณนั้น ในขณะที่อาจารย์ของเขาเดินเข้าไปเลือกทักษะที่ด้านใน
    หลังจากผ่านไปสักพักหนึ่งอีริกก็เดินกลับออกมา พร้อมกับศิลาบันทึกข้อมูลของทักษะหลายก้อน ซึ่งศิลาเหล่านี้ไม่ใช่ศิลาทักษะของจริง แต่เป็นเพียงแค่ตัวอย่างและมีรายละเอียดของทักษะบอกเอาไว้เท่านั้น
    อีริกยื่นศิลาบันทึกให้กับอิกนัสดูพร้อมกับบอกว่า “ลองดูสิอิกนัส อาจารย์เลือกทักษะการเคลื่อนที่ที่น่าจะเหมาะกับเธอมาให้เลือกดู”
    อิกนัสรับศิลาทั้งสามก้อนจากอาจารย์ของเขามาดู พร้อมกับถ่ายทอดพลังชีวิตเข้าไปภายในศิลาบันทึกเพื่อดูรายละเอียดของทักษะ
    เมื่ออิกนัสได้ดูข้อมูลของทักษะการเคลื่อนที่ครบทั้งสามอันแล้วเขาก็พบว่า แต่ละอย่างนั้นเป็นทักษะระดับสูงทั้งสิ้น อีกทั้งแต่ละทักษะยังเหมาะกับเขาเป็นอย่างมาก ซึ่งก็มีทักษะย่างก้าวสีดำที่เป็นทักษะเคลื่อนที่เข้าประชิดตัวด้วยความเร็วสูงด้วยการรวบรวมพลังไว้ที่เท้าแล้วปลดปล่อยออกอย่างฉับพลัน พร้อมกับสร้างภาพติดตาไว้ที่จุดเดิม ทำให้หายไปจากจุดเดิมอย่างรวดเร็วและคู่ต่อสู้ไม่อาจรับรู้ได้
    ทักษะย่นระยะสามวิถี เป็นการก้าวเท้าเพียงสามรูปแบบที่รวมจุดดีของการเคลื่อนที่เอาไว้อย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการย่นระยะของรูปแบบแรกที่สามารถย่นระยะทางที่ห่างออกไปได้ในพริบตาราวกับการวาร์ป การหลบหลีกของรูปแบบที่สองที่ใช้การยืนระยะเพื่อหักเลี้ยวในมุมที่คาดไม่ถึง และการหลอกล่อของรูปแบบสุดท้ายที่โยกตัวกลับด้วยการย่นระยะ ซึ่งก็ดูน่าสนใจเป็นอย่างมาก ซึ่งทักษะนี้สามารถฝึกได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด ซึ่งไม่เพียงแค่สามารถตัดระยะทางออกไปได้ในแนวราบเท่านั้น แต่ยังสามารถตัดระยะทางในแนวดิ่งได้อีกด้วย
    หรือทักษะเคลื่อนดารา ที่เป็นทักษะการเคลื่อนที่ตามตำแหน่งของดวงดาวทั้งเจ็ดดวง ซึ่งการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งของการก้าวเท้าเพื่อที่จะหลอกล่อทำให้คู่ต่อสู้สับสน และการเปลี่ยนแปลงอันมากมายนี้ยังใช้ออกได้อย่างหลากหลายวิธี ซึ่งถือว่าเป็นทักษะการเคลื่อนที่ที่ใช้ประโยชน์ได้มากที่สุดในทั้งสามทักษะที่อาจารย์ของเขาเลือกมาให้
    อิกนัสมองดูทักษะทั้งสามสลับกันไปมาอย่างคิดไม่ตก ไม่ว่าทักษะไหนก็ดูน่าสนใจเป็นอย่างมากสำหรับเขา
    เมื่อเห็นลูกศิษย์ของเขาเลือกไม่ถูกว่าจะเอาทักษะอะไรดี อิริกก็กล่าวออกมาว่า “อิกนัสเลือกได้ทักษะเดียวเท่านั้นนะ เพราะว่าแต่ละทักษะที่อาจารย์เลือกมาให้ก็ล้วนแล้วแต่เป็นทักษะระดับสูงทั้งนั้น ซึ่งใช้แต้มภารกิจสูงมาก แต้มภารกิจของเธอมีไม่พอด้วยซ้ำไป แต่ไม่เป็นไรอาจารย์จะให้ยืมแต้มของอาจารย์ไปใช้ก่อน เพราะถึงยังไงอาจารย์ก็ต้องให้เธอไปทำภารกิจของสมาคมอยู่ดี ถึงตอนนั้นก็ค่อยมาใช้คืนก็แล้วกัน”
    เมื่อได้ยินอย่างนั้นอิกนัสก็ต้องขมวดคิ้วในทันที ตัวเขาที่อยากได้ทั้งสามทักษะ เพราะว่าเขามีระบบการ์ดที่ช่วยให้เขาสามารถเรียนรู้และจดจำผ่านการเปลี่ยนทักษะเป็นการ์ด ทำให้สามารถฝึกฝนทักษะได้อย่างไม่มีข้อจำกัดใดๆ
    แต่เมื่อได้ยินอาจารย์ของเขาบอกว่าแต้มภารกิจที่ต้องการมีไม่เพียงพอ เขาก็ต้องตัดสินใจเลือกทักษะใดทักษะหนึ่งด้วยความเสียดาย อิกนัสใช้เวลาตัดสินใจอยู่ไม่นานก็กล่าวออกมาว่า “อาจารย์ครับ ผมเลือกทักษะย่นระยะสามวิถีครับ” พร้อมกับส่งศิลาบันทึกคืนให้กลับอาจารย์ของเขา
    เมื่อได้ยินอย่างนั้นอีริกก็กล่าวออกมาว่า “อืม...เลือกเหมือนกับอาจารย์เมื่อก่อนไม่มีผิด ตอนที่อาจารย์ยังเป็นเด็กก่อนที่จะสามารถใช้ทักษะโบยบินบนท้องฟ้าที่จะสามารถใช้ได้เมื่อถึงระดับไดม่อน อาจารย์ก็เลือกทักษะย่นระยะสามวิถีนี่แหละ ทำไมถึงเลือกทักษะนี้ล่ะอิกนัสบอกเหตุผลให้อาจารย์ฟังหน่อยได้หรือเปล่า”
    “จากที่ดูผมคิดว่าทักษะนี้สามารถเข้ากันได้ดีกับเพลงดาบพายุทราย ซึ่งน่าจะทำให้เพลงดาบพายุทรายแข็งแกร่งขึ้นอีกหลายเท่าเลยครับอาจารย์” อิกนัสตอบกลับไป
    “อืม...นั่นสินะ อาจารย์ก็คิดแบบนั้นเหมือนกันตอนเลือกทักษะนี้” พูดจบอีริกก็เดินเข้าไปเก็บศิลาบันทึกสองก้อนที่ไม่ต้องการ จากนั้นจึงเดินออกมาพาอิกนัสออกไปแลกทักษะที่เคาน์เตอร์ด้านหน้า
    เมื่อไปถึงอีริกส่งศิลาบันทึกพร้อมกับศิลานักล่าของอิกนัสให้กับพนักงานในทันที พนักงานที่นั่งอยู่ก็มีสีหน้าที่แปลกใจ แต่ก็ไม่ได้กล่าวอะไรออกมา
    จากนั้นเมื่อพนักงานชายคนนั้นตรวจดูรายละเอียดของทักษะและแต้มภารกิจที่ต้องการก็พบว่าทักษะนี้ใช้แต้มภารกิจมากถึงหนึ่งหมื่นแต้ม ซึ่งเมื่อเขาดูแต้มภารกิจที่มีอยู่ในศิลานักล่าก็พบว่าในนั้นมีแต้มภารกิจอยู่เพียงสองพันเจ็ดร้อยแต้มเท่านั้น เขาจึงเงยหน้ามามองผู้จัดการของเขาทีหนึ่งแล้วกล่าวออกมาว่า “ผู้จัดการครับ ต้องการทักษะนี้ใช่หรือเปล่าครับ แต่ว่าแต้มภารกิจในศิลานักล่ามีไม่พอครับ”
    “ขาดเท่าไหร่ เอานี่ใช้แต้มของชั้นแทนส่วนที่ขาดไป” อีริกยื่นศิลานักล่าของตัวเขาให้กับพนักงานคนนั้น
    “ว่าแต่...ทำแบบนี้ได้ด้วยหรือครับผู้จัดการ? ปกติแต้มภารกิจไม่สามารถแลกเปลี่ยนแทนกันได้ไม่ใช่เหรอครับ” พนักงานชายถามกลับไป
    “ปกติก็ทำไม่ได้หรอก แต่ครั้งนี้ถือเป็นข้อยกเว้นน่ะ เพราะถึงยังไงเดี๋ยวชั้นจะให้อิกนัสไปทำภารกิจอยู่แล้ว ซึ่งเดี๋ยวก็ค่อยหักเเต้มภารกิจออกทีหลัง ส่วนนายก็ทำตามหน้าที่ไปก็แล้วกัน เพราะถึงยังไงเดี๋ยวชั้นจะต้องดูรายงานการแลกเปลี่ยนเองอยู่ดี”
    “ครับผู้จัดการ”
    จากนั้นพนักงานชายคนนั้นก็เดินหายเข้าไปด้านหลังของเคาน์เตอร์ ใช้เวลาไม่นานนักชายคนนั้นก็กลับมาพร้อมกับศิลาทักษะย่นระยะสามวิถีของจริง พร้อมกับส่งศิลาก้อนนั้นให้กับอีริก
    เมื่อได้รับศิลาทักษะแล้วทั้งสองก็ไม่มีธุระอะไรที่สมาคมนักล่าอสูรอีกแล้ว อีริกจึงพาอิกนัสออกจากสมาคมนักล่าอสูรในทันที
    “พวกเรายังต้องไปที่ไหนอีกหรือครับอาจารย์?” ระหว่างที่เดินออกมาจากสมาคมนักล่าอสูร อิกนัสก็ถามอาจารย์ของเขา
    “เราจะไปร้านประจำของชั้นกัน เพื่อเปลี่ยนลุคของเธอให้มันดูสมกับที่เป็นลูกศิษย์ของชั้นยังไงล่ะ” อีริกตอบกลับ
    “มันจำเป็นด้วยเหรอครับอาจารย์ ไม่ใช่ว่านักล่าต้องเน้นที่การใช้งานไม่ใช่เหรอครับ”
    “การใช้งานมันก็สำคัญ แต่รูปลักษณ์ของเราก็สำคัญเช่นกัน จำไว้นะอิกนัส นักล่าสิ่งสำคัญก็คือชื่อเสียง เมื่อเรามีชื่อเสียง เราก็จะมีงานมีภารกิจ ถ้ารูปลักษณ์เราดูดีคนก็จะจำเราได้ แค่เห็นก็รู้ได้เลยในทันทีว่าเป็นเรา เข้าใจมั้ย”
    “ถึงผมจะยังไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่ แต่ถ้าอาจารย์ว่าอย่างนั้นก็คงต้องทำตามนั้นแหละครับ” อิกนัสตอบกลับอย่างเสียมิได้ ในใจเขายังคงคิดอย่างขัดแย้งกับอาจารย์ของเขาอยู่ดี ซึ่งมันแสดงออกทางสีหน้าอย่างชัดเจนเลยทีเดียว
    “ไม่เชื่อใจอาจารย์หรือยังไง ที่ผ่านมาอาจารย์เคยพูดผิดหรือทำอะไรไม่น่าเชื่อถือหรือเปล่าล่ะ” อีริกที่เห็นสีหน้าที่ยังไม่เชื่อในสิ่งที่เขาพูดก็กล่าวออกมา
    “ไม่ครับอาจารย์ แต่ผมคิดว่าไม่ยังไม่ค่อยจำเป็นอยู่ดี” อิกนัสตอบกลับเสียงเบา
    เมื่อเห็นท่าทีของลูกศิษย์ อีริกจึงกล่าวออกไป “หึ...ลองดูก่อนแล้วค่อยว่ากันอีกทีตกลงมั้ย”
    จากนั้นเมื่อทั้งสองเดินคุยกันไปได้สักพักหนึ่งก็มาหยุดอยู่ที่ด้านหน้าของร้านขายเสื้อผ้าแห่งหนึ่ง ซึ่งป้ายหน้าร้านติดชื่อร้านเอาไว้ว่า Hunter’s Style ซึ่งชื่อร้านก็สามารถบอกความเป็นตัวตนของร้านขายเสื้อผ้าแห่งนี้ได้เป็นอย่างดี สำหรับนักล่าส่วนใหญ่นั้นร้านจำพวกนี้แทบไม่ค่อยได้รับความนิยม ไม่เคยอยู่ในสายตาหรือถูกละเลยด้วยซ้ำไป เพราะนักล่านั้นไม่ต้องเน้นความสวยงามหรือดูดีอะไรมากมายนัก แต่จะเน้นที่ความแข็งแกร่งของตัวเองและอุปกรณ์เสียเป็นส่วนใหญ่
    เมื่อเดินเข้าไปภายในร้านแห่งนี้ อิกนัสก็พบว่าถึงแม้เสื้อผ้าในร้านแห่งนี้จะเป็นชุดแฟชั่นเสียเป็นส่วนใหญ่ แต่งานทุกชิ้นออกแบบมาอย่างประณีต และดูมีความคงทนและความแข็งแกร่งเป็นอย่างมาก ไม่เหมือนกับที่เขาคิดไว้โดยสิ้นเชิง บ้างมีรูปแบคล้ายเกราะอ่อนแต่เป็นชุดสูท บ้างเป็นเกราะหนักแต่อยู่ในรูปแบบของชุดคลุม เมื่อเขาลองจับและยกดูแล้วก็รู้ได้เลยว่ามันหนักมาก บ้างเป็นแจ็คเก็ตซึ่งเขาไม่รู้ว่าทำมาจากวัสดุชนิดใด
    จากนั้นก็มีชายวัยกลางคนคนนึ่งเดินเข้ามาหาพวกเขา พร้อมกับทักทายอาจารย์ของเขาออกมาว่า “ไม่ได้มาซะนานเลยนะคะคุณอีริก หนูซาเบลโทรมาบอกแล้วว่าจะเข้ามา มาคราวนี้ต้องการให้เดี๊ยนช่วยอะไรหรือคะ แล้วนั่นมากับใครล่ะเนี่ย หนุ่มน้อยหน้าตาน่ารักน่าเอ็นดูคนนั้น”
    ได้ยินอย่างนั้นอิกนัสก็ลอบมองและคิดในใจว่า ‘ในโลกนี้ก็มีเหมือนกันสินะ คนแบบนี้’ แต่สำหรับเขาแล้วคนพวกนี้เขาไม่ได้รังเกียจอะไรออกจะรู้สึกเป็นมิตรเสียด้วยซ้ำ
    “ลูกศิษย์คนใหม่น่ะ พามาให้เจ้ช่วยดูให้หน่อย” อีริกตอบกลับ
    “ได้เลย เดี๋ยวเจ้จัดการแปลงโฉมให้เอง ผมสีนี้ไม่ค่อยได้เห็นในเมืองนี้บ่อยนัก ไม่ใช่คนเมืองไวท์ชาโดว์ใช่หรือเปล่าน่ะเรา” ชายหัวใจหญิงตอบกลับ
    “ครับ ผมไม่ใช่คนเมืองไวท์ชาโดว์ ผมมาจากเมืองซิลเวอร์ไนท์” อิกนัสตอบกลับ
    เมื่อได้ยินดังนั้นชายหัวใจหญิงจึงปรบมือแล้วกล่าวออกมาว่า “เด็กๆพาน้องเค้าไปวัดตัวให้เรียบร้อยแล้วค่อยมาเรียกเจ้”
    “อิกนัสเชื่อมือเจ้บอริสเค้าได้เลย เห็นอย่างนี้ก่อนที่จะมาเปิดร้านเจ้บอริสนี่เป็นนักล่าระดับแพทตินั่มคนหนึ่งเหมือนกัน ฝีมือการรังสรรค์เสื้อผ้าถือได้ว่าเป็นหนึ่งไม่มีสองในเมืองไวท์ชาโดว์แห่งนี้เลยทีเดียว” อีริกกระซิบกับลูกศิษย์ของเขา
    เมื่อได้ยินดังนั้นอิกนัสก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา เขาพยักหน้าแล้วเดินตามพนักงานในร้านไป
    “ใครบอริสยะ คุณอีริก เจ้บอกกี่ทีแล้วว่าให้เรียกว่า เจ้บริท” แต่ก็ไม่พ้นหูผีของชายหัวใจหญิงที่ไม่วายได้ยินเสียงกระซิบกระซาบของศิษย์อาจารย์