ความลับหลังมื้ออาหาร
“อา...”
เสียงถอนหายใจยาวเหยียดด้วยความอิ่มเอมดังขึ้นแทบจะพร้อมเพรียงกันรอบแคร่ไม้ไผ่หน้าเรือนตระกูลเสิ่นชามดินเผาทุกใบเกลี้ยงเกลาแทบไม่ต้องล้างแม้แต่น้ำแกงหยดสุดท้ายก็ถูกกวาดลงท้องจนหมดสิ้น
ท่านปู่เสิ่นวางตะเกียบลงด้วยมือที่สั่นเทาเล็กน้อยใบหน้าเหี่ยวย่นที่มักจะเคร่งเครียดด้วยความกังวลบัดนี้กลับมีเืฝาดและรอยยิ้มเปี่ยมสุข ชายชราลูบเคราขาวของตนพลางหัวเราะร่า
“ฮ่า ๆ ๆ! วิเศษ!รสชาติวิเศษนัก! เกิดมาจนป่านนี้ ข้าเพิ่งเคยลิ้มรส 'ถั่วเหลือง'ที่นุ่มนวลปานนี้เป็ครั้งแรก...กินแล้วรู้สึกมีเรี่ยวแรงกระชุ่มกระชวยยิ่งนัก!”
เสิ่นกั๋วบิดาของเสิ่นอวี่หาน พยักหน้าเห็นด้วยอย่างหนักแน่น เขาตบเข่าฉาดด้วยความพึงพอใจ“จริงของท่านพ่อขอรับ... ข้าเหนื่อยล้าจากการขุดดินมาทั้งวันแต่พอได้ซดน้ำแกงเต้าหู้นี้เข้าไป ความเหนื่อยก็หายไปเป็ปลิดทิ้ง สะใภ้ใหญ่...ฝีมือเ้าช่างล้ำเลิศ สมเป็ดาวนำโชคของตระกูลเราจริงๆ”
คำชมจากประมุขฝ่ายชายทั้งสอง ทำให้ หลิวซื่อที่นั่งอยู่ข้างๆ ยืดอกขึ้นด้วยความภูมิใจ แม้จะแอบหมั่นไส้นิดๆ นางกระแอมไอเบาๆแก้เขิน
“ก็... พอใช้ได้...อย่างน้อยก็ดีกว่ากินผักต้มจืดชืด... วันนี้เ้าเหนื่อยมากแล้ว สะใภ้ใหญ่เ้าไปพักเถอะ เดี๋ยวถ้วยชามพวกนี้ข้ากับซินอี้จะจัดการเอง”
ซูอันอันยิ้มกว้าง นางมองดูรอยยิ้มของท่านปู่และท่านพ่อสามีด้วยความอิ่มเอมใจ
“ขอบคุณเ้าค่ะท่านพ่อ ท่านแม่...ข้าดีใจที่ทุกคนชอบเ้าค่ะ”
บรรยากาศในครอบครัวอบอุ่นขึ้นทันตาเห็นความหิวโหยและความเครียดจากการขาดแคลนน้ำดูเหมือนจะถูกปัดเป่าไปชั่วคราวด้วยมนต์วิเศษของ‘เต้าหู้’
ทว่า...ในขณะที่ทุกคนกำลังเพลิดเพลินกับความสุขหลังมื้ออาหารมีบุรุษผู้หนึ่งกลับไม่ได้ยิ้มไปกับภาพนั้น
เสิ่นอวี่หานนั่งนิ่งฟังคำชมเชยเ่าั้ด้วยสีหน้าเรียบเฉย แววตาคมกริบเหลือบมองใบหน้ายิ้มแย้มของภรรยาสลับกับโอ่งน้ำที่เต็มเปี่ยม...ความสงสัยในใจเขาทวีความรุนแรงขึ้นเมื่อเห็นว่าแม้น้ำแกงจะอร่อยล้ำเลิศเพียงใดแต่มันก็แลกมาด้วยทรัพยากรน้ำมหาศาลที่นางอ้างว่าหามาได้
เขาค่อยๆ ลุกขึ้นยืนอย่างเงียบเชียบแยกตัวออกมาจากวงสนทนาโดยไม่มีใครสังเกต เดินลัดเลาะไปตามทางเดินเล็กๆท้ายหมู่บ้าน ฝีเท้าของเขามั่นคงและรวดเร็ว จุดหมายของเขาไม่ใช่ที่พักผ่อน แต่เป็‘บ่อน้ำท้ายหมู่บ้าน’ที่ซูอันอันอ้างว่าเป็แหล่งที่มาของน้ำ
เมื่อไปถึง ร่างสูงใหญ่ยืนนิ่งสนิทอยู่ขอบบ่อ
แสงแดดยามสายสาดส่องลงไปจนถึงก้นบ่อ...เผยให้เห็นเพียงดินโคลนที่แห้งแตกเป็ระแหง และเศษใบไม้แห้งกรอบไม่มีแม้แต่ร่องรอยของน้ำซับหรือรอยเท้าเปียกแฉะจากการตักน้ำเมื่อเช้านี้เลยแม้แต่น้อย
“แห้งสนิท...”
เสิ่นอวี่หานพึมพำเสียงเย็นมุมปากยกยิ้มที่อ่านความหมายไม่ออก
นางโกหก...
บ่อน้ำนี้แห้งผากมาหลายวันแล้วไม่มีทางที่นางจะตักน้ำเต็มถังใหญ่ๆ หลายถังไปทำเต้าหู้และเติมจนเต็มโอ่งได้
‘ซูอันอัน...เ้าไปเอาน้ำมากมายขนาดนั้นมาจากที่ไหน?’
ความสงสัยก่อตัวขึ้นเป็เกลียวคลื่นขนาดใหญ่ในใจของอดีตจักรพรรดิแต่เขาเลือกที่จะไม่โวยวาย เขาหมุนตัวเดินกลับไปยังเรือนพักเก็บความลับนี้ไว้ในใจและเลือกที่จะจับตามองภรรยาตัวน้อยของเขาให้ใกล้ชิดยิ่งขึ้น
พันธมิตรที่เต็มไปด้วยความลับ...น่าสนใจกว่าสตรีที่ว่างเปล่า
ในขณะเดียวกันกลิ่นหอมที่ยังคงลอยอวลอยู่ในอากาศ ก็เริ่มทำหน้าที่ของมัน...ชักนำปัญหาระลอกใหม่เข้ามาสู่ตระกูลเสิ่น
คลื่นที่เริ่มก่อตัว
ในหมู่บ้านที่อดอยาก...กลิ่นหอมคือศัตรู
กลิ่นหอมมันของน้ำเต้าหู้ที่ต้มในยามเช้าลอยไปไกลกว่าที่ซูอันอันคาดคิด... มันลอยข้ามรั้ว ข้ามลำธารที่แห้งขอดไปปลุกกระเพาะที่หิวโหยของผู้คน
ยามซื่อ ขณะที่ซูอันอันกำลังวางแผนจะนำเต้าหู้ที่เหลือไปตากแห้งทำฟองเต้าหู้...ก็มีเสียงดังขึ้นที่หน้าบ้าน
“หลิวซื่อ! หลิวซื่อ! อยู่หรือไม่!”
ป้าจ้าว เพื่อนบ้านที่อยู่ถัดไปสองหลัง เดินเข้ามาด้วยใบหน้าซูบตอบนางไม่ได้มาคนเดียว... ยังมีสตรีอีกสองสามคนที่แอบมองอยู่ห่างๆ
“มีอันใดรึ” หลิวซื่อเดินออกมาเช็ดมือ
“โอ๊ย! พวกข้าได้กลิ่นหอมฟุ้งไปทั้งหมู่บ้าน”ป้าจ้าวพยายามชะเง้อคอมองเข้าไปในครัว “พวกเ้า... แอบต้มอะไรกินกันรึ? กลิ่นหอมมันปานนั้น... หรือว่าพวกอวี่หานไปล่าหมูป่าตัวใหญ่มาได้”
สายตาของนางเต็มไปด้วยความอิจฉาและอยากรู้อยากเห็น... ‘น้ำลายไหลสามฉื่อ’ [1]
หลิวซื่อรู้สึกพึงพอใจอย่างบอกไม่ถูกปกติบ้านนางก็ยากจนไม่ต่างจากบ้านอื่น แต่วันนี้นางกลับถูกอิจฉา!
นางยืดอกขึ้นเล็กน้อย "โอ้... ก็แค่... 'เต้าหู้'ที่สะใภ้ข้าลองทำน่ะ ของไม่แปลกใหม่อะไรหรอก"
เต้าหู้? ป้าจ้าวขมวดคิ้ว เต้าหู้บ้านใดมันจะหอมปานนี้?นางรู้ดีว่าเต้าหู้ที่เคยซื้อในเมืองมันมีกลิ่นเหม็นเขียวและรสชาติฝาดเฝื่อน
“จริงรึ... สะใภ้เ้าเก่งกาจถึงเพียงนี้เชียว” ป้าจ้าวพูดเสียงสูง “แล้ว...พวกเ้าใช้น้ำที่ไหนทำเล่า? บ่อท้ายหมู่บ้านก็แห้งผากไปแล้ว”
คำถามนี้ทำเอาหลิวซื่อชะงักไป... นั่นสิ...เมื่อเช้านางก็ลืมถามเื่นี้...
“ข้า... ข้าก็ไม่รู้! นางไปจัดการเอง!” หลิวซื่อรีบตัดบท"ข้ายังมีงานต้องทำ!"
เมื่อป้าจ้าวกลับไป... ซูอันอันก็รู้ทันทีว่าข่าวลือได้เริ่มขึ้นแล้ว
“ท่านแม่เ้าคะ” ซูอันอันที่ได้ยินทุกอย่าง รีบเดินออกมา“ข้าขออนุญาตนำเต้าหู้สองแผ่นกับน้ำเต้าหู้ถ้วยนี้ไปให้ท่านพ่อท่านแม่ที่บ้านตระกูลซูได้ชิมนะเ้าคะ”
หลิวซื่อกำลังอารมณ์ดีจึงพยักหน้าอนุญาต
ซูอันอันรีบนำตะกร้าคลุมผ้าอย่างมิดชิด...นางเดินลัดเลาะไปอย่างรวดเร็ว รู้สึกได้ถึงสายตาหลายคู่ที่จับจ้องมา
ที่บ้านตระกูลซู...ปฏิกิริยาแตกต่างออกไป
“น้องหญิง!นี่มันอะไรกัน!” ซูฉี พี่รอง ที่เพิ่งกลับจากช่วยงานบ้านในไร่ ะโลั่น"มันอร่อยกว่าเนื้อย่างเสียอีก!"
ซูเหลียงพี่ใหญ่ ผู้เงียบขรึม ลองชิมแล้วพยักหน้าช้าๆ "นุ่มนวล... หากนำไปขาย...น่าจะได้ราคา"
จางซื่อมารดา ดื่มน้ำเต้าหู้ ที่ทำจากน้ำพุิญญา เข้าไป...นางรู้สึกถึงไออุ่นที่แผ่ซ่านไปทั่วร่างความหวาดกลัวที่เกาะกุมใจลดน้อยลงอย่างน่าประหลาด "อันอัน... น้ำนี่...มันทำให้แม่รู้สึกดี"
มีเพียงซูเจิ้งบิดา บัณฑิตตกยาก... ที่มองเต้าหู้แผ่นนั้นนิ่ง
“อันอัน...” เขาเอ่ยถามช้าๆ “สิ่งนี้... หากนำไปขายในเมือง...จะได้ราคาหรือไม่”
ซูอันอันสบตากับบิดา...ท่านพ่อมองเห็นช่องทางแล้ว!
“ข้าก็กำลังคิดเช่นนั้นอยู่เ้าค่ะท่านพ่อ...”
“ดี!” ซูเจิ้งกล่าว “แต่ไม่ใช่ตอนนี้... ตอนนี้
...มันคือการ ‘โยนหยกดึงดูดอาชญากรรม’[2]... เ้าต้องระวังตัว...และอย่าให้ผู้ใดรู้... ว่าเ้ามีน้ำ”
คำถามในความมืด
ค่ำคืนนั้น...ยามซวี
ซูอันอันเหนื่อยล้าจากการทำงานทั้งวันแต่นางก็มีความสุข... แผนหาเงินของนางเริ่มต้นขึ้นแล้ว
บนเตียง...เสิ่นอวี่หานยังคงนอนหันหลังให้เช่นเดิม
ทว่า...คืนนี้เขาไม่ได้หลับในทันที
“วันนี้... เ้าใช้น้ำไปมาก”
เสียงของเขาดังขึ้นในความเงียบมันไม่ใช่คำถาม... แต่มันคือการ "ระบุข้อเท็จจริง"
หัวใจของซูอันอันกระตุกวูบ!นางตัวแข็งทื่อ...
“เ้าค่ะ... การทำเต้าหู้ต้องใช้น้ำมากจริงๆ”นางพยายามตอบให้เป็ปกติที่สุด “แต่... ข้าก็ไปตักมาจากบ่อท้ายหมู่บ้าน...มันยังมีน้ำซับเหลืออยู่...”
นางโกหกออกไป...และนางรู้ว่ามันเป็คำโกหกที่โง่เง่า
ความเงียบโรยตัว...
“ข้าไปที่นั่นมาเมื่อเช้า” เสียงของเขาเย็นเยียบยิ่งกว่าลมฤดูเหมันต์ “ข้า อวี่เจ๋อและอวี่หลง... เราไปตรวจดูแล้ว... มันแห้งจนก้นบ่อแตกระแหง...ไม่มีน้ำแม้แต่หยดเดียว”
เขารู้!
ซูอันอันกลั้นหายใจ...เขาจับได้แล้ว! ข้าควรทำอย่างไร?สารภาพ? หรือ...
เตียงไม้ลั่นเอี๊ยด...เขาราวกับพลิกตัวหันมาทางนางในความมืด ไอเย็นจากร่างเขากดดันจนนางแทบหายใจไม่ออก
“ข้าจะไม่ถามว่าเ้าเอาน้ำมาจากที่ใด”
คำพูดนั้นทำให้นางตกตะลึงยิ่งกว่าเดิม...เขา... จะไม่ถาม?
“แต่ข้าจะเตือนเ้า” เสียงของเขากดต่ำลง "ภัยแล้ง...ทำให้คนกลายเป็ปีศาจได้"
“‘ต้นไม้ใหญ่ย่อมรับลมแรง’[3]...วันนี้เ้าทำเต้าหู้หอมหวน... แต่พรุ่งนี้... สายตาทุกคู่จะจับจ้องมาที่บ้านเรา...พวกเขาจะสงสัย... ว่าเหตุใดบ้านเราถึงยังมีน้ำกินน้ำใช้...ทั้งที่บ้านอื่นกำลังจะอดตาย”
เขาไม่ได้กำลังคาดคั้นนาง...เขากำลัง "เตือน" นาง!
เสิ่นอวี่หานกำลังปฏิบัติต่อนาง... ในฐานะ "พันธมิตร"...ไม่ใช่ภรรยาที่ต้องคอยปกป้อง
“ความลับของเ้า...” เขากระซิบในความมืด “...จงรักษามันไว้ให้ดี”
ซูอันอันนอนนิ่ง...นางตระหนักได้ว่า... สามีของนางผู้นี้... ฉลาดและอันตรายกว่าที่นางประเมินไว้มาก
ความลับของข้ามิติหงส์... กับความลับของเขา แหวนั และสายตาที่รู้ทัน...เราต่างก็กำลังซ่อนงำบางสิ่งไว้
[1]น้ำลายไหลสามฉื่อ:(แปลตรงตัว:น้ำลายยาวสามฟุต) หมายถึง ความอยากได้หรือความปรารถนาอย่างรุนแรง (มักใช้กับอาหารหรือความโลภ)
[2]โยนหยกดึงดูดอาชญากรรม:(แปลตรงตัว:การพกหยกไว้กับตัวคือความผิด) หมายถึงการมีของล้ำค่าไว้ในในยามที่ไม่เหมาะสม ย่อมดึงดูดภัยอันตรายมาสู่ตนเอง
[3]ต้นไม้ใหญ่ย่อมรับลมแรง:หมายถึงคนที่โดดเด่น, มีชื่อเสียง, หรือมีของดีไว้ ย่อมเป็เป้าหมายของการอิจฉาริษยาหรือการโจมตี