วันต่อมา วันนี้เป็ที่ เฉินเฟยอวี้ต้องออกจากโรงพยาบาล ซึ่งก็มีฉีฟางหรูและเฉินเฟยเทียนพ่อกับแม่ของเฉินเฟยอวี้ มารับทั้งสามคน
" เก็บของเสร็จแล้วใช่ไหมคะคุณแม่ จะได้รับกลับเลย"
"เฟยเทียนเธอรีบหรือเปล่า"
ยายฉีที่ถามลูกเขย ที่ทำหน้านิ่งตลอดเวลา เลยเดาไม่ได้เลยว่าเต็มใจที่จะมารับเธอกับหลานสาวที่เป็ลูกของตนเองหรือไม่
"เป็ไรครับคุณแม่ผมไม่รีบ"
"ถ้าเธอรีบเธอก็กลับไปก่อนนะเดี๋ยวฉันจ้างรถรับส่งก็ได้"
"ไม่เป็ไรหรอกครับคุณแม่ผมไปส่งดีกว่า ยังไงคุณแม่ก็เป็พ่อตาแม่ยายของผม และเฉินเฟยอวี้ก็เป็ลูกของผมด้วย จะให้ผมทิ้งขึ้นรถรับจ้างไปมันก็ดูไม่สมควรสิครับ"
เฉินเฟยเทียนที่ตอบ ยังหน้านิ่งเผยให้เห็นถึงความเฉยชาที่มีต่อลูกสาว
"ฉันเก็บของเสร็จแล้ว กลับบ้านเลยดีกว่า ฉันรีบพาหลานสาวฉันไปเก็บของ หลานฉันจะได้รีบออกออกจากบ้านตะกูลเฉินทัันที่"
หลังจากทั้ง 5 คน ก็มาถึงบ้านตระกูลเฉินซึ่งเป็บ้านที่มีขนาดใหญ่พอสมควรและมีแม่บ้านหลายคน
"กลับมาทำไมไหนบอกว่าจะกลับไปอยู่ที่ บ้านนอกไม่ใช่หรอ"
เฉินิอันผู้เป็ย่ายืนกอดอกมองมาที่ ทั้งสามคนด้วยสายตาเหยียดหยาม
"เธอไม่ต้องกลัวว่าฉันไม่พา หลานฉันไปหรอก ฉันไม่ให้หลานฉันอยู่ให้เป็คนรับใช้ของพวกเธอหรอก"
" คนรับใช้ฉัน ฉันก็ยังไม่อยากให้เป็ด้วยซ้ำ นังตัวซวย คนอะไรเกิดมาพร้อมกับความซวย เกิดมาไม่กี่วันสามีฉันก็ตาย ถ้าให้มันอยู่ต่อไปไม่แน่คนในบ้านอาจจะตายไปอีกก็ได้ รีบๆไปน่ะดีแล้วเปลืองข้าว เปลืองน้ำ เลี้ยงมันมาส่งเสียมันเรียน ยังมาเนรคุณยังมีหน้ามาขโมยเงินฉันอีก "
"หนูไม่ได้ขโมยเงินคุณย่าจริงๆนะคะ"
เฉินเฟยอวี้ที่เงียบอยู่นานพูดเสียงดัง มองคุณย่าด้วยสายตาแข็งกร้าว ทำเอาทุกคนใเพราะเฉินเฟยอวี้ไม่เคยเถียงเลย
"ยังมีหน้ามาเถียงฉันอีกนางเด็กเนรคุณ แกรีบมาเก็บ ของแกแล้วไปเลยนะ"
ยายฉีกับคุณตาฉีจับมือหลานสาวแล้วประคองเข้าไปในบ้าน แล้วเดินไปที่ห้องนอนของเฉินเฟยอวี้ ซึ่งภายในห้องไม่ได้มีอะไรเลยมีเสื้อผ้าเก่าๆ 2 ตัว แล้วก็มีชุดนักเรียนเก่าๆ 2 ตัวเหมือนกันซึ่งชุดนักเรียนของเธอ เป็ชุดเก่าของเฉินฟางอี้ที่เคยใส่ตอนเรียนอยู่ ซึ่งมันก็เก่ามากแล้ว เฉินเฟยอวี้รีบเก็บของใส่ที่กระเป๋าที่คุณยายฉีเอามา
"ของของหลานมีแค่นี้เหรอลูก"
"ค่ะ คุณยายงั้นพวกเรารีบไปเถอะค่ะ "
"เดี๋ยวฉันขอดูก่อนว่านางเฟยอวี้มันได้ขโมยอะไร ของฉันไปหรือเปล่า"
"นี่คุณนายเฉินิอัน มันจะมากเกินไปแล้วนะ"
"มันไม่มากไปหรอก ไม่รู้เอาอะไรของฉันไปหรือเปล่า"
"คุณแม่ครับ"
"อะไรแก เข้าข้างลูกแกหรอเฟยเทียน" เฉินเฟยเทียนที่ได้มองหน้าแม่ของตัวเอง แล้วถอนหายใจ หันหน้าไปมองลูกสาวและพ่อตาแม่ยาย ด้วยสายตาเศร้า
"คุณแม่รีบไปสถานีรถไฟเถอะค่ะ เดี๋ยวจะไม่ทันรอบรถไฟเอา"
ฉีฟางหรูที่รู้สึกสถานการณ์จะไม่ดี พูดขึ้นเพราะเธอพอจะเดาอารมณ์ของแม่เธอและแม่สามีของเธอออก
" ไปเถอะครับคุณแม่ เดี๋ยวผมจะไปส่งทั้ง 3 คนเดินไปขึ้นรถเอง"
และทั้ง 4 ก็ขึ้นรถ แล้วก็ขับรถออกไป เฉินเฟยอวี้ที่มองรถเธอก็พอจะเข้าใจว่า ครอบครับเฉินคงมีฐานะพอสมควร เพราะในสมัยนี้คนที่มีรถค่อนข้างจะเป็ครอบครัวที่มีฐานะ เพราะเฉินเฟยเทียนก็เป็ถึงทหารยศสูงคนนึง ฉีฟางหรูเองก็ทำงานเป็ครูสอนโรงเรียนมัธยม ขณะขับรถไปที่สถานีรถไฟ ก็ผ่านสถานที่หลายสถานที่ ซึ่งเป็สถานที่ ที่กำลังจะกำลังจะก่อสร้างอีกมากมาย ซึ่งสมัยนี้เป็สมัยที่กำลังจะเจริญรุ่งเรืองเพราะเริ่มจะเปิดการค้าเสรี คนที่มองการไกลก็จะรวยก่อน ในใจเฉินเฟยอวี้ก็ตั้งใจจะหางานทำเพราะเธอก็มีความสามารถในหลายๆด้าน ไม่ใช่แค่ความสามารถในการรักษา เธอยังมีความสามารถในการออกแบบเสื้อผ้าและตัดเย็บเสื้อผ้าอีกเพราะตอนที่เธออยู่ที่สถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้า เธอต้องทำงานพวกนี้ ยังมีการปลูกผักและอะไรอีกหลายๆอย่าง เธอก็เป็คนที่มีหัวเื่การค้าขายพอสมควร เธอคิดว่าเธอคงจะทำงานพวกนี้ได้ต้องหาเงินเพราะเธอก็ต้องเรียนในระดับมหาลัยอีก เมื่อมาถึงสถานีรถไฟ เฉินเฟยเทียนก็เดินทางลงมาส่งทั้งสาม
"คุณแม่คุณพ่อเดินทางปลอดภัยนะครับ"
เฉินเฟยเทียนที่หยิบเงินออกมา 10 หยวน ให้คุณยายฉี คุณฉีที่มองเงินด้วยความเกรงใจ
"คุณแม่รับเงินนี้ไว้เถอะครับ"
คุณยายฉีที่มองหน้าลูกเขย แล้วก็มองหน้าสามี
"ไม่เป็ไรหรอกเธอเอาไว้เถอะเธอยังมีอะไร ที่ต้องรับผิดชอบอีกมากมาย ทั้งแม่และลูกๆอีก แล้วจะยังคนงานในบ้านอีก พวกฉันพอจะมีเงินอยู่บ้างไม่เป็ไรหรอกเธอเอาไว้เถอะ"
ตาฉีกับยายฉีทำงานมาทั้งชีวิตทั้งสองคนมีเงินเก็บมากพอสมควรถึงจะไม่ได้ถือว่าร่ำรวยอะไรมากแต่ที่ชนบทพวกเขาก็เป็ครอบครัวที่มีฐานะพอสมควรมีทั้งไร่นาจำนวนมาก มีสวนและมีไก่ไข่ที่พวกเขาเลี้ยงไว้ขายไข่ ซึ่งแต่ละปีรายได้ก็มากโขและเงินเก็บทั้งชีวิตของพวกเค้าก็พอที่จะสามารถทำให้หลานสาวของพวกเขาอยู่สบาย และให้เธอได้เรียนในมหาวิทยาลัยถ้าเธอ้าที่จะเรียน
"แต่คุณแม่ครับ"
"ไม่มีแต่เธอเก็บไว้เถอะพวกเราไปก่อนนะ รถไฟจะออกแล้ว"
"ครับคุณแม่เฟยอวี้อยู่กับคุณตาคุณยายดูแลตัวเองดีๆนะอยู่ดูแลคุณตาคุณยายด้วยอย่าี้เีล่ะ"
"เฉินเฟยเทียน เธอระวังคำพูดตัวเองด้วย อย่ามาว่าหลานสาวฉันี้เีนะ"
ตาฉีกับยายฉีมองหน้าด้วยสายตาเขม่น มาว่าหลานพวกเขาี้เีได้ยังไง เฉินเฟยอวี้ทำงานทุกอย่าง แทบจะในบ้านส่วนเฉินเฟยเทียนก็หลับหูหลับตาทำเป็ไม่รู้ไม่เห็น หรือไงถึงไม่รู้ว่าลูกตัวเองทำอะไรบ้าง
"ค่ะคุณพ่อไม่ต้องเป็ห่วงหรอกค่ะ หนูไปก่อนนะคะ"
" สวัสดีครับคุณพ่อคุณแม่ไว้มีโอกาสผมกับภรรยาและลูกๆจะไปเยี่ยมคุณพ่อคุณแม่นะครับ"
" เออโชคดีละกัน "
ทั้งสามคนมองหน้ากันแล้วถอนหายใจตาฉีและยายฉี จูงมือหลานสาวแล้วเดินไปขึ้นรถไฟ
"นี่หลานอย่าคิดอะไรมากเลยลูก"
"ไม่ได้คิดอะไรมากหรอกค่ะ หนูแค่ดีใจมากที่จะไปอยู่กับคุณตาคุณยาย"
"ดีแล้วละ นี้เอกสารย้ายโรงเื่โรงเรียนแม่หนูก็จัดการให้แล้ว "
"แล้วเปิดเทอมหนูก็สามารถไปเรียนโรงเรียนได้เลย"
"ค่ะคุณยาย"
ทั้ง 3 คนขึ้นรถไฟเพื่อที่จะกลับบ้านที่กวางโจวซึ่งมันก็ใช้เวลาประมาณถึง 8 ชั่วโมงในการนั่งรถไฟแต่ละครั้ง