(จบ) รู้ตัวอีกทีวาฬน้อยผู้นี้ก็กลายเป็นที่รักของเหล่ามนุษย์แล้ว

    บทที่ 32 คุณปู่จะพาเธอไปเลือกของขวัญ

    บทที่ 32 คุณปู่จะพาเธอไปเลือกของขวัญ


    ฉินอิงอิงกลับมาอยู่ในอ้อมแขนของคุณย่าอีกครั้งและเอียงศีรษะมองไปยังคุณปู่ฉินที่กำลังกระแอมอยู่


    เธอจำจากในหนังสือภาพได้ว่าคนที่ไออาจจะป่วย จำเป็นต้องใส่ใจในร่างกายให้มากกว่านี้และแน่นอนว่าจำเป็นต้องดูแลสภาพจิตใจให้มากขึ้น


    ดังนั้นฉินอิงอิงจึงออกมาจากอ้อมแขนของคุณยายและโน้มตัวเข้าไปข้าง ๆ คุณปู่ฉินอย่างระมัดระวัง


    มืออ้วนเล็ก ๆ จับมือใหญ่ ๆ ที่แห้งผากของชายชราและพูดปลอบด้วยเสียงไร้เดียงสา


    “คุณปู่คะ คุณปู่ไม่สบายหรือเปล่า? ให้อิงอิงพาคุณปู่กลับไปพักผ่อนที่ห้องตอนนี้ไหมคะ?”


    “พวกเราดื่มน้ำก่อนเถอะค่ะ”


    “การดื่มน้ำดีต่อสุขภาพนะคะ!”


    คุณปู่ฉิน “...”


    ฉินอิงอิงหันหลังและรินชาจากบนโต๊ะ


    เธอตัวเล็ก  ถึงแม้เธอจะอ้วนแต่ก็ยังเป็นเด็กน้อย เนื้ออ้วน ๆ ของเธอกระเพื่อมไปมาเวลาเดิน ฉินอี้ซิงและคนอื่น ๆ จึงกังวลว่าหลานสาวจะล้ม ในขณะที่ฉินอี้หานและเยี่ยนลี่เฉิงต่างก็มั่นใจมาก


    ถึงแม้อิงอิงน้อยจะดูอ้วนแต่เธอก็เดินได้มั่นคงมากมาโดยตลอด


    “อิงอิงน้อยอยากจะทำอะไร คุณย่าช่วยได้” คุณย่าฉินกลัวว่าเด็กน้อยจะล้ม


    ฉินอิงอิงโบกมือเล็ก ๆ ของเธอ “คุณย่าคะ อิงอิงทำเองได้ เรื่องของตัวเองต้องทำเอง”


    คุณย่าฉินรู้สึกตลกขบขันจากคำพูดที่ดูเหมือนจะเป็นผู้ใหญ่ของเด็กวัยสามขวบครึ่ง


    “ได้ ๆ! ถ้าต้องการให้ช่วยก็บอกได้ คุณย่าจะดูอยู่ข้าง ๆ”


    “ตกลงค่ะ ขอบคุณค่ะคุณย่า”


    คุณย่าฉินรู้สึกชอบเด็กน้อยคนนี้เป็นอย่างมาก


    ฉินอิงอิงไม่เพียงแต่หน้าตาดี แต่ยังฉลาด น่ารักน่าเอ็นดู และเธอก็คว้าหัวใจของทุกคนได้  


    เด็กน้อยถือกาน้ำชาและรินออกมาโดยที่ตัวสั่นเล็กน้อย ทำเอาฉินอี้ซิงและคนอื่น ๆ ต้องปาดเหงื่อ


    ต่งอวิ๋นตั้งใจว่าจะได้เข้าไปช่วย แต่เมื่อเห็นว่าคุณปู่กำลังมองอยู่และอยากประเมินอิงอิงน้อยด้วยตัวเอง   เธอจึงพยายามระงับความรู้สึกของความเป็นแม่ไว้ 


    เจ้าตัวเล็กน่ารักจังเลย 


    โดยเฉพาะร่างกายหนั่นแน่นเนื้อเยอะ ๆ นั่น หากได้กอดคงนุ่มนิ่มน่าดู ไหนจะผมที่ฟูฟ่องอีก มองแล้วก็รู้สึกคันมืออยากจะลูบเสียให้ได้


    ฉินอิงอิงถือกาน้ำที่ดูเหมือนจะใหญ่กว่าตัวเธอและค่อย ๆ รินน้ำชาอุ่น ๆ หนึ่งแก้ว


    ถึงแม้จะไม่หนักมากแต่ความสูงของเด็กน้อยก็ถือว่าเป็นปัญหา ดังนั้นตอนที่เทน้ำ กาจึงเอียงเล็กน้อย  แต่ยังดีที่หกออกไปข้างนอกเพียงนิดหน่อยเท่านั้น เจ้าตัวเล็กถอนหายใจด้วยความโล่งอก


    เมื่อวางกาน้ำชาลงแล้ว เธอก็รีบยกชาอุ่น ๆ และหันหลังเอาไปให้คุณปู่ฉินอย่างรวดเร็ว


    “คุณปู่คะ อิงอิงให้คุณปู่”


    คนป่วยต้องได้รับการดูแลอย่างดีที่สุด และต้องไม่ปล่อยให้คนป่วยทำอะไรเอง


    คุณย่าฉินเหลือบมองไปด้านข้าง “คุณดูเขินมาก!”


    คุณปู่ฉินพูดไม่ออกบอกไม่ถูก “...”


    กว่าเขาจะกลับมามีสติ เด็กน้อยก็ถือถ้วยน้ำชามาจ่อที่ปากแล้ว


    “คุณปู่ อ้าม!”


    “ดื่มน้ำเยอะ ๆ จะได้ดีขึ้นอย่างรวดเร็ว!”


    คุณปู่ฉินมองหลานสาวตัวน้อย “...”


    สี่พี่น้องมองดูภาพนั้นอย่างมีความสุข


    นี่เป็นครั้งแรกที่ได้เห็นคุณปู่เขินอายตั้งแต่พวกเขาจำความได้


    อิงอิงน้อยเก่งที่สุด!


    สี่พี่น้องตระกูลฉินพูดตาม “คุณปู่ อ้ามมมม!”


    คุณปู่ฉิน ไอ้เด็กพวกนี้! “...”


    คุณย่าฉินเองก็เอากับเขาด้วย “คุณปู่ อ้ามมมม!”


    คุณปู่ฉิน เฮ้อ! “...”


    เขาจะทำอะไรได้อีกล่ะ?


    นอกจากดื่ม!


    ปริมาณน้ำในหนึ่งถ้วยนั้นไม่ได้มาก แต่คุณปู่ฉินดื่มชามาตลอดทั้งบ่าย และตอนนี้เขาก็ยังต้องดื่มชาถ้วยใหญ่ลงไปอีก…


    คุณย่าฉินมีความสุขมาก คนอื่น ๆ ในตระกูลฉินเองก็มีความสุขเช่นกัน


    ใบหน้าของคุณปู่ฉินยังคงดูเคร่งขรึม มุมปากของเขาขยับ


    ฉินอิงอิงกะพริบตาปริบ ๆ “คุณปู่ยังอยากดื่มอีกเหรอ? อิงอิงจะไปรินให้เดี๋ยวนี้!”


    อย่าเลย!


    ชายชราเกรงว่าท้องจะแตกเพราะน้ำเสียก่อน


    “ไม่ต้อง”


    ฉินอิงอิงร้อง ‘โอ้’ ขึ้นมา หลังจากนั้นก็จ้องมองหน้าคุณปู่อย่างจริงจัง


    เด็กน้อยเห็นว่าคุณปู่ฉินเองก็กำลังมองเธออยู่เช่นกัน เจ้าตัวจึงยิ้มอย่างอ่อนโยนและน่ารักออกมา


    คุณปู่ฉินยังไม่ทันได้โต้ตอบ หลานสาวหมาด ๆ ก็กระโดดเข้าไปในอ้อมแขนของเขาและจุ๊บเข้าที่ใบหน้าหนึ่งที


    คุณปู่ฉิน “...”


    คุณปู่ฉินตกตะลึงจนตาค้างและแข็งทื่อไปทั้งตัว


    เมื่อทุกคนในตระกูลฉินได้เห็นต่างก็หัวเราะกันยกใหญ่


    ฉินอิงอิงมองทุกคนอย่างประหลาดใจ หลังจากนั้นจึงถามพ่อของเธอด้วยความสงสัย


    “พ่อคะ?”


    ฉินอี้หานไม่อาจหยุดรอยยิ้มบนใบหน้าของเขาได้ “ไม่เป็นไร ไม่มีใครจุ๊บคุณปู่ของลูกมานานแล้ว คุณปู่ของลูกมีความสุข ทุกคนก็มีความสุข”


    เมื่อฉินอิงอิงได้ฟังจึงรีบมองไปที่คุณปู่อย่างรวดเร็ว


    “ถ้าอย่างนั้นอิงอิงก็จะจุ๊บคุณปู่ให้มากขึ้น ทำให้คุณปู่มีความสุขมากขึ้น!”


    มองแวบแรกคุณปู่เป็นคนที่ไม่ค่อยยิ้ม แต่เธอเคยเห็นในสมุดภาพ เขาว่าบางคนต้องใช้เวลานับสิบปีกว่าจะยอมยิ้ม


    ยิ้มให้มากขึ้นแล้วจะดูเด็กลง!


    คุณปู่ฉินยังไม่แสดงท่าทางใด ๆ ออกมา ลูกวาฬน้อยแปซิฟิกจึงจุ๊บไปที่ใบหน้าของเขาเบา ๆ 


    ทุกคนตกตะลึงอีกรอบ “...”


    คุณปู่ฉินเองก็ไม่ต่างกัน “...”


    คุณย่าฉินเป็นคนแรกที่อั้นไม่อยู่จึงหัวเราะออกมาเสียงดัง


    เมื่อทุกคนในตระกูลฉินเห็นว่าคุณปู่ที่หน้าตาเคร่งขรึมมีท่าทีที่เขินอายกับการจุ๊บของอิงอิงน้อยและอึ้งไป ก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะจนเซ


    “ฮ่า ๆ ๆ!   อิงอิงน้อยยอดเยี่ยมมาก!”


    “คุณปู่เขินแล้ว!”


    “ใช่ ๆ ๆ!”


    …


    คุณปู่ฉินเตรียมจะกระแอมอีกครั้งเพื่อขัดจังหวะคนในครอบครัวที่กำลังหัวเราะ แต่เมื่อคิดว่าตนเองอาจจะได้รับน้ำชาและจูบจากอิงอิงน้อยอีกครั้ง ชายชราจึงรีบห้ามตัวเองไว้อย่างรวดเร็ว


    เขาอุ้มอิงอิงน้อยที่น่ารักนุ่มนิ่มไว้ในอ้อมแขนและพยายามจ้องไปที่ใบหน้าของเธอโดยตรง


    “อิงอิงน้อย เด็กผู้หญิงไม่ควรจุ๊บเด็กผู้ชายตามใจชอบ”


    คุณปู่ฉินจ้องหน้าและพูดขึ้นมาอย่างจริงจัง


    แต่ฉินอิงอิงไม่กลัว


    วาฬตัวใหญ่ไม่เคยกลัวใคร!


    เธอไม่เพียงแต่มีกลุ่มชาติพันธุ์ที่ใหญ่มาก แต่เธอยังมีคุณป้าวาฬอีกสองตัวที่ดุดันมากด้วย


    พวกเธอเป็นอะไรน่ะเหรอ?


    พวกเธอทำให้สิ่งมีชีวิตในมหาสมุทรหวาดกลัวและมีชื่อเสียงยิ่งกว่าวาฬประจำถิ่นเสียอีก พวกเธอมีชื่อเรียกว่า วาฬเร่ร่อนหรือวาฬโดยสาร


    ทั้งเย็นชา เท่ และดูดี หลายปีมานี้มักจะล่องลอยอยู่ข้างนอก ถึงแม้จะติดต่อกับครอบครัวบ้างเป็นครั้งคราว         แต่อิงอิงน้อยบอกว่าเธอเคยพบกับป้าสองคนนี้แค่หนึ่งครั้งเท่านั้น ระหว่างการย้ายถิ่นฐานของครอบครัว หลังจากพบกันไม่ถึงสามนาที คุณป้าทั้งสองก็จากไปอย่างรวดเร็ว


    อืม!


    ตามที่คุณยายวาฬพูดไว้ ป้าทั้งสองคนเป็นชาวโบฮีเมียนและรักอิสระมาก หลายปีที่ผ่านมาทั้งคู่ก็ไม่ให้กำเนิดลูกหลานและไม่ชอบวาฬเพศผู้ด้วย  


    เธอพาพวกวาฬกลุ่มใหญ่ที่เปรียบเสมือนม้าป่าในมหาสมุทรไปใช้ชีวิตอย่างอิสรเสรี


    ฉินอิงอิงจึงแสดงความปรารถนาของเธอ


    เจ้าตัวเล็กแอบคิดว่าเมื่อโตขึ้น เธอก็อยากไปเข้าร่วมทีมกับป้า ๆ 


    ผลก็คือ… เธอกลายเป็นมนุษย์โดยไม่ตั้งใจ


    ฉินอิงอิงรีบหยุดความคิดของเธอและเผชิญหน้ากับคุณปู่ที่พยายามทำหน้าบึ้งตึงทันที


    “แต่คุณปู่ไม่ใช่เด็กผู้ชายคนอื่น คุณปู่คือคุณปู่ของอิงอิง”


    “อิงอิงยังเคยจุ๊บคุณพ่อ พี่ชายลี่เฉิง คุณลุงใหญ่  คุณลุงรอง พี่ชายใหญ่  พี่ชายรอง พี่ชายสามและพี่ชายสี่ด้วย พวกเขาล้วนเป็นเด็กผู้ชาย แต่พวกเขาคือญาติพี่น้องของอิงอิง เป็นญาติพี่น้องกันจุ๊บกันได้ ”


    เมื่อพูดมาถึงตรงนี้ ฉินอิงอิงก็กอดแขนคุณปู่และเริ่มอ้อน


    “อิงอิงเพิ่งจะอายุสามขวบครึ่งเอง!”


    และยังเป็นเด็กอยู่เลย


    คุณปู่ฉินใจละลาย “...”


    หลังจากนี้ใครกล้าพูดว่าหลานสาวของเขาพูดไม่ได้และปัญญาอ่อน เขาจะต่อยอีกฝ่ายเพื่อสั่งสอนว่าควรปฏิบัติตนอย่างไร


    คุณปู่ฉินอุ้มหลานสาวยืนขึ้นและเดินไปที่ห้องหนังสือ


    “ไป!  อิงอิงน้อย คุณปู่พาเธอไปเลือกของขวัญวันพบหน้า!”


    ทุกคนในตระกูลฉินทำหน้าตาตื่น  “...”


    พวกเขาคาดไม่ถึงว่านายใหญ่ของตระกูลจะพาหลานสาวไปเลือกของขวัญวันพบหน้าที่ห้องหนังสือ?


    ก็ที่นั่นมีสมบัติมากมายอยู่นี่นา!


    คุณปู่ฉินคงชอบอิงอิงน้อยเป็นอย่างมาก!