การเดินทางขากลับออกจากถ้ำหินงอกนั้น ยากลำบากและทรมานกว่าขามาหลายเท่านัก ร่างกายของ เฉิน ฮ่าวหราน อ่อนล้าถึงขีดสุด กล้ามเนื้อทุกส่วนประท้วงด้วยความเจ็บปวด บาดแผลที่เกิดจากการต่อสู้กับราชินีแมงมุมผลึก แม้จะไม่ลึกถึงกระดูก แต่ก็ฉีกขาดและเริ่มอักเสบ ส่งความเจ็บปวดแสบร้อนออกมาทุกครั้งที่เขาขยับตัว พลังงานภายในร่างร่อยหรอจนแทบไม่เหลือ เขาต้องอาศัยยาเม็ดฟื้นฟูปราณระดับต่ำที่กลืนลงไปก่อนหน้าเพื่อประคองสติและเรี่ยวแรงไว้
ความมืดมิดภายในถ้ำที่เคยดูลึกลับน่าค้นหา บัดนี้กลับกลายเป็นเหมือนอสูรร้ายที่พร้อมจะกลืนกินเขาได้ทุกเมื่อ คบเพลิงในมือริบหรี่ลงเรื่อยๆ แสงสว่างอ่อนแรงลงทุกขณะ ทำให้ทางเดินที่ขรุขระและเต็มไปด้วยหินงอกหินย้อยดูน่าสะพรึงกลัวยิ่งขึ้น ความเงียบสงัดถูกทำลายลงเป็นครั้งคราวด้วยเสียงน้ำหยดและเสียงฝีเท้าอันหนักอึ้งของเขาเองที่สะท้อนก้องไปมา
เขาต้องใช้สมาธิทั้งหมดในการควบคุม "จิตอัสนี" เพื่อนำทางและระวังภัยรอบตัว การใช้พลังจิตอย่างต่อเนื่องในสภาพที่อ่อนล้าเช่นนี้ ทำให้ศีรษะของเขาเริ่มปวดตุบๆ เขากัดฟันแน่น ก้าวเดินต่อไปอย่างเชื่องช้าแต่มั่นคง เขาใช้ "ก้าวย่างประกายอัสนี" เฉพาะในจุดที่จำเป็นจริงๆ เท่านั้น เช่น การข้ามผ่านช่องหินแคบๆ หรือทางลาดชันที่อาจพลัดตกลงไปได้ง่ายๆ พยายามประหยัดพลังงานที่เหลืออยู่น้อยนิดให้มากที่สุด โชคยังดีที่เขาไม่พบเจออสูรมายาที่แข็งแกร่งใดๆ อีก อาจจะมีเพียงฝูงค้างคาวศิลาบินวนเวียนอยู่บนเพดานถ้ำในระยะไกล ซึ่งเขาก็ใช้ "การผนึกเสียงสะท้อน" อย่างสุดความสามารถ เพื่ออำพรางเสียงฝีเท้าและกลิ่นอายของตนเอง หลีกเลี่ยงการเผชิญหน้าที่ไม่จำเป็น
เวลาผ่านไปนานเท่าใดไม่อาจทราบได้ อาจจะหลายชั่วยาม หรืออาจจะเกือบตลอดทั้งคืน ในที่สุด ท่ามกลางความมืดมิดอันสิ้นหวัง เขาก็มองเห็น "แสงสว่าง" รำไรปรากฏขึ้นที่ปลายทางเดินเบื้องหน้า!
มันคือแสงจากปากถ้ำ!
หัวใจของฮ่าวหรานพลันพองโตขึ้นด้วยความหวัง! เขารวบรวมกำลังใจเฮือกสุดท้าย เร่งฝีเท้าที่หนักอึ้งราวกับผูกติดด้วยโซ่ตรวน เดินตรงไปยังแสงสว่างแห่งความรอดนั้น!
ฟู่! เมื่อก้าวพ้นออกมาจากปากถ้ำหินงอกอันมืดมิดและเย็นยะเยือกเข้าสู่โลกภายนอก อากาศที่อบอุ่นกว่า (แม้จะเป็นช่วงใกล้รุ่งสาง) และแสงดาวที่พร่างพรายเต็มท้องฟ้า ก็ทำให้เขารู้สึกราวกับได้หลุดพ้นจากขุมนรกและได้เกิดใหม่อีกครั้ง! เขาทรุดตัวลงนั่งพิงโขดหินใหญ่ข้างปากถ้ำทันที หอบหายใจอย่างหนักหน่วงจนหน้าอกสะท้อนขึ้นลงอย่างรุนแรง เขามองย้อนกลับไปยังความมืดมิดในปากถ้ำด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน ภารกิจครั้งนี้อันตรายเกินกว่าที่เขาประเมินไว้มากนัก แต่สิ่งที่เขาได้ค้นพบและได้รับกลับมา... ทั้งผลึกแสงจันทร์ และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง กระบี่อัสนีกัมปนาท... มันก็ล้ำค่าเกินกว่าจะหาใดเปรียบ!
หลังจากนั่งพักจนหายใจหายคอได้สะดวกขึ้น เขาก็ประเมินทิศทางจากดวงดาวและแผนที่ในใจอย่างรวดเร็ว เขาไม่ต้องการเสียเวลาอยู่ที่นี่อีกต่อไป ทุกนาทีที่ผ่านไปหมายถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้ เขาพยุงร่างอันอ่อนล้าให้ลุกขึ้นยืนอีกครั้ง เริ่มต้นออกเดินทางกลับสู่ตำหนักเมฆาครามทันที
การเดินทางกลับผ่านหุบเขาและป่าทึบในยามค่ำคืนนั้นต้องอาศัยความอดทนและความระมัดระวังอย่างสูงสุด เขาเคลื่อนไหวไปในความมืดอย่างเงียบเชียบ อาศัย "จิตอัสนี" นำทาง และใช้ "การผนึกเสียงสะท้อน" ปกปิดร่องรอย เขาต้องปีนป่ายหน้าผา ลัดเลาะไปตามทางเดินแคบๆ ริมเหว ข้ามลำธารที่เย็นเฉียบ ทุกย่างก้าวเต็มไปด้วยความยากลำบาก แต่ความมุ่งมั่นที่จะกลับไปยังที่ปลอดภัยก็ผลักดันให้เขาก้าวต่อไปไม่หยุดยั้ง
จนกระทั่ง... เมื่อแสงสีทองแรกแห่งรุ่งอรุณเริ่มจับขอบฟ้า ทาบทาเหนือยอดเขามังกรครามอันยิ่งใหญ่ เขาก็สามารถมองเห็นอาณาเขตอันกว้างใหญ่และอาคารที่คุ้นเคยของตำหนักเมฆาครามได้ในที่สุด! รอยยิ้มแห่งความโล่งใจปรากฏขึ้นบนใบหน้าที่ซีดเซียวและเปรอะเปื้อนของเขา
สภาพของฮ่าวหรานในตอนนี้ดูแทบไม่ได้ เสื้อผ้าขาดวิ่นไปหลายแห่ง มีคราบดิน คราบเลือดแห้งกรัง และรอยถลอกฟกช้ำปรากฏอยู่ทั่วแขนขา ใบหน้าซีดขาวไร้สีเลือด ดวงตาอ่อนล้าแต่ยังคงฉายแววเด็ดเดี่ยวไม่ยอมแพ้ เขาไม่ได้กลับไปยังห้องพักทันที แต่กลับมุ่งหน้าตรงไปยัง "หอประกาศข่าว" เพื่อรายงานการเสร็จสิ้นภารกิจก่อน
ศิษย์พี่คนเดิมที่ดูแลโต๊ะรับภารกิจในวันก่อน กำลังนั่งจัดเรียงม้วนเอกสารอยู่ เมื่อฮ่าวหรานเดินเข้ามา ศิษย์พี่ผู้นั้นเงยหน้าขึ้นมองด้วยความเคยชิน แต่เมื่อเห็นสภาพอันอิดโรยและรวดเร็วในการกลับมาของเขา ดวงตาของศิษย์พี่ก็พลันฉายแววประหลาดใจระคนทึ่งเล็กน้อย "เจ้า... เฉิน ฮ่าวหราน? กลับมาแล้วรึ? เร็วกว่าที่ข้าคาดไว้มากนัก! ดูท่าทางเจ้าคงเจอเรื่องลำบากมาสินะ"
"ศิษย์น้องทำภารกิจรวบรวมผลึกแสงจันทร์สำเร็จแล้วขอรับ" ฮ่าวหรานกล่าวด้วยน้ำเสียงที่แหบพร่าเล็กน้อย เขายื่นป้ายภารกิจที่ยังคงสมบูรณ์ดี และถุงผ้าที่ใส่ผลึกแสงจันทร์จนแน่นส่งให้
ศิษย์พี่รับถุงผ้าไปเปิดดูอย่างละเอียด เมื่อแสงสีเงินนวลของผลึกแสงจันทร์สาดส่องออกมา พร้อมกับจำนวนที่มากถึง "สิบสองชิ้น" และแต่ละชิ้นก็มีขนาดใหญ่และสมบูรณ์ ดวงตาของศิษย์พี่ก็พลันเบิกกว้างขึ้นอย่างเห็นได้ชัด! "สิบ... สิบสองชิ้น! ขนาดใหญ่และคุณภาพดีเยี่ยมทั้งหมด! ไม่น่าเชื่อ! ศิษย์น้อง เจ้าทำได้อย่างไรในเวลาเพียงแค่วันกว่าๆ เท่านั้น!?" เขาอุทานออกมาอย่างอดไม่ได้ มองฮ่าวหรานด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง จากเดิมที่อาจจะมองว่าเป็นเพียงศิษย์ใหม่ธรรมดา บัดนี้กลับแฝงไว้ด้วยความชื่นชมและสงสัยใคร่รู้
"ข้าเพียงโชคดีเล็กน้อยขอรับ ศิษย์พี่" ฮ่าวหรานตอบอย่างถ่อมตน ไม่ได้อธิบายถึงการต่อสู้อันดุเดือด
"โชคดีอย่างนั้นรึ... ช่างเป็นโชคดีที่น่าอัศจรรย์จริงๆ" ศิษย์พี่พึมพำกับตนเอง ก่อนจะรีบตรวจสอบคุณภาพของผลึกอย่างละเอียดอีกครั้ง "อืม... สมบูรณ์แบบ ไร้ที่ติ!" เขาพยักหน้าอย่างพึงพอใจอย่างยิ่ง รีบบันทึกข้อมูลลงในม้วนบันทึกอย่างรวดเร็ว ก่อนจะประทับตรา "สำเร็จ" ลงบนป้ายภารกิจของฮ่าวหราน
"ภารกิจสำเร็จลุล่วง! ผลงานยอดเยี่ยมมาก ศิษย์น้องเฉิน!" ศิษย์พี่กล่าวพลางยื่นป้ายภารกิจคืนให้ด้วยท่าทีที่เป็นมิตรมากขึ้น "ตามจำนวนผลึกที่เจ้ารวบรวมได้ เจ้าจะได้รับ แต้มอุทิศ ทั้งหมด 120 แต้ม! ถือเป็นรางวัลที่สูงมากสำหรับภารกิจระดับนี้! แต้มจะถูกบันทึกเข้าสู่ป้ายหยกของเจ้าโดยอัตโนมัติ ไปพักผ่อนเถอะ ดูท่าทางเจ้าคงต้องการมันอย่างยิ่ง"
"ขอบคุณศิษย์พี่มากขอรับ" ฮ่าวหรานรับป้ายคืน โค้งคำนับอย่างนอบน้อม ก่อนจะเตรียมตัวหมุนตัวจากไป
แต่แล้ว! ในชั่วพริบตาที่เขากำลังจะหันหลังนั่นเอง!
[ภารกิจส่วนตัว: สำรวจถ้ำหินงอกสำเร็จ!]
[เงื่อนไขบรรลุ: เผชิญหน้าและเอาชนะอสูรมายาที่แข็งแกร่งกว่าระดับตนเอง (ราชินีแมงมุมผลึก - ระดับ 2 ปลาย)]
[เงื่อนไขบรรลุ: ค้นพบวัตถุโบราณที่แฝงพลังงานมรดก (เศษซากกระบี่อัสนีกัมปนาท)]
[ประเมินผลการปฏิบัติภารกิจ: ยอดเยี่ยม!]
[กำลังมอบรางวัลพิเศษ... ได้รับ: 10 มรดกแต้ม!]
[มรดกแต้มปัจจุบัน: 13 แต้ม!]
'สิบแต้ม!!!'
หัวใจของฮ่าวหรานแทบจะหยุดเต้นด้วยความยินดีอย่างสุดขีดที่ถาโถมเข้ามา! 'ได้จริงๆ ด้วย! การทำภารกิจที่ท้าทาย! การเอาชนะศัตรูที่แข็งแกร่งกว่า! การค้นพบวัตถุโบราณ! ทั้งหมดนี้สามารถกระตุ้นให้ระบบมอบแต้มมรดกให้ได้!' แม้ 13 แต้มจะยังไม่ถึง 20 แต้มที่เขาต้องการเพื่อประเมินค่ากระบี่ แต่การได้รับแต้มเพิ่มถึง 10 แต้มในคราวเดียว ก็ถือเป็นก้าวกระโดดครั้งสำคัญ! มันมอบความหวังและกำลังใจให้แก่เขาอย่างมหาศาล! เขาจะต้องหาภารกิจที่ท้าทายเช่นนี้ทำอีก!
เขาพยายามอย่างสุดกำลังที่จะเก็บซ่อนความยินดีอันท่วมท้นนี้ไว้ภายใต้ใบหน้าที่เรียบเฉยและอ่อนล้า โค้งคำนับศิษย์พี่อีกครั้งอย่างนอบน้อม ก่อนจะเดินออกจากหอประกาศข่าวด้วยฝีเท้าที่ดูเหมือนจะเบาสบายขึ้นอย่างประหลาด ราวกับความเหนื่อยล้าและบาดแผลได้บรรเทาลงไปส่วนหนึ่งด้วยความสุขใจ
เขากลับมาถึงห้องพักหมายเลข 12 อย่างรวดเร็ว จัดการล็อคประตูอย่างแน่นหนา ก่อนจะรีบทำความสะอาดร่างกายและทำแผลอย่างพิถีพิถัน เขาทานเสบียงแห้งที่เหลืออยู่เพื่อฟื้นฟูพลังงาน ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งขัดสมาธิบนเตียงทันที
ความเหนื่อยล้าจากการเดินทางและการต่อสู้กลับมาเล่นงานเขาอีกครั้งอย่างหนักหน่วง แต่จิตใจของเขากลับยังคงตื่นตัวอย่างยิ่ง เขาทบทวนทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในถ้ำหินงอกอีกครั้ง การต่อสู้ที่ต้องเดิมพันด้วยชีวิตกับราชินีแมงมุมผลึก และการค้นพบอันน่าเหลือเชื่อในห้องลับแห่งนั้น... "กระบี่อัสนีกัมปนาท"... ชื่อนั้นยังคงก้องกังวานอยู่ในห้วงความคิด พร้อมกับเงื่อนไขการประเมินค่าและการซ่อมแซมที่ดูเหมือนจะเกี่ยวข้องโดยตรงกับพลังสายฟ้าบรรพกาลของเขา
'กระบี่เล่มนั้น... มันต้องมีความสำคัญอย่างยิ่งยวดต่อข้าแน่ๆ และอาจจะเป็นกุญแจนำไปสู่ความลับของมรดกแห่งซวนหยวนด้วย!' เขาครุ่นคิดอย่างลึกซึ้ง 'ข้าจะต้องหาทางกลับไปที่นั่นอีกครั้งให้ได้!'
แต่ก่อนอื่น... เขาต้องฟื้นฟูร่างกายให้สมบูรณ์ ต้องฝึกฝนให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น! แต้มอุทิศ 120 แต้มที่เพิ่งได้มานั้น คือทุนรอนสำคัญที่จะช่วยให้เขาเข้าถึงทรัพยากรที่จำเป็นได้แล้ว!
ฮ่าวหรานหลับตาลง เริ่มต้นโคจรพลังตามเคล็ดวิชาอัสนีบรรพกาลบทที่ 1 อย่างเชื่องช้า พลังงานสายฟ้าในร่างที่ผ่านการใช้งานอย่างหนักหน่วง ดูเหมือนจะสงบและเชื่องต่อการควบคุมมากขึ้นเล็กน้อย เขาสัมผัสได้ถึงการเชื่อมต่อที่ลึกซึ้งขึ้น... ภารกิจครั้งนี้แม้จะอันตรายและเต็มไปด้วยปริศนา แต่มันก็ได้มอบทั้งรางวัล ความเข้าใจ และเป้าหมายใหม่ให้แก่เขาอย่างมหาศาล เส้นทางข้างหน้ายังคงยาวไกลและเต็มไปด้วยความท้าทาย แต่บัดนี้ เขามีทั้งทรัพยากรและความมุ่งมั่นที่พร้อมจะก้าวเดินต่อไปแล้ว!
(จบตอนที่ 44)