ตอนที่ 352 ภารกิจใหม่ของเพชฌฆาต
“องค์หญิงครับ ทางด้านแก่นจิตวิญญาณเราควรรีบซื้อมาก่อนเลยมั้ยครับ? ตัดปัญหาทิ้งไปเลยจะได้ไม่ต้องไปคิดถึงมันอีก” เพชฌฆาตเสนอ ในหมู่วัตถุดิบทั้งหมด แก่นจิตวิญญาณของราชินีฉลามสูบชีวิตคือชิ้นที่หาได้ง่ายที่สุดอย่างไม่ต้องสงสัย
สำหรับองค์หญิงไพลินที่บัดนี้ได้รับการสนับสนุนจากกลุ่มการค้าอิสึกะแล้ว ปัญหาที่แก้ได้ด้วยเงินไม่นับเป็นปัญหา
โฮโจได้ยินดังนั้นก็อดอมยิ้มน้อย ๆ ไม่ได้ เขาอยากจะรีบบอกเธอเสียเดียวนี้ว่าเขากับอารากะได้ไปพูดคุยติดต่อกับผู้อาวุโสไว้แล้ว จากที่ฝั่งนั้นยินดีลดราคาให้ กลายเป็นว่าผู้อาวุโสท่านนั้นยินยอมมอบให้โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย
อารากะและโฮโจเพียงนำผลการวิจัยสายพันธุ์ของปลาคาร์ปผนึกอักษรที่พัฒนาขึ้นในทุกวันไปอัดหน้าอีกฝ่ายพร้อมทั้งกรอกหูเรื่องที่พวกเขาเป็นพันธมิตรกันแล้ว อีกฝั่งจึงยอมผ่อนปรนให้ในที่สุด
การต่อรองนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย กลุ่มการค้าอิสึกะนั่นยึดมั่นในธรรมเนียมประเพณีและการคงไว้ซึ่งเกียรติยศ ดังนั้นแม้จะเป็นพันธมิตรกันก็มิได้หมายความว่าอีกฝั่งจะมอบทุกสิ่งให้ง่าย ๆ อย่างมากเพียงลดราคาเท่านั้น
อารากะที่อยู่ห่างออกไปก็ลอบยิ้มน้อย ๆ รอให้โฮโจบอกเล่าเรื่องนี้ออกไป แสดงให้องค์หญิงเห็นว่ากลุ่มการค้าอิสึกะนั้นจริงใจกับความสัมพันธ์ครั้งนี้เพียงไร โดยเฉพาะตัวเขาเองที่จริงใจมากพอจะฝากอนาคตของตนไว้กับเด็กหญิงอายุ 20ต้น ๆ
“อ๋อ ไม่ต้องหรอก เราคิดว่าจะไม่ใช้ชิ้นนั้นแล้ว” องค์หญิงไพลินตอบหลังจากที่ตักเนื้อผัดสมุนไพรที่ฟาง หมิงนำมาเข้าปาก
โฮโจสำลักแกงจนเศษอาหารปลิวว่อนไปทั่วโต๊ะ ไลล่าทางด้านข้างจึงผงะถอยพร้อมสีหน้ารังเกียจ มือหนึ่งโบกสะบัด เกิดเป็นคลื่นพลังศักดิ์สิทธิ์ที่ชำระล้างเศษอาหารเหล่านั้นให้สลายไปกลางอากาศก่อนที่มันจะหล่นลงจานอาหาร
“ค่อย ๆ กินก็ได้ครับคุณโฮโจ แกงของคุณเฮเลนถึงจะอร่อยแต่ก็เผ็ดมาก กินน้ำก่อนนะครับ” อินจันทร์ยื่นแก้วน้ำเย็นฉ่ำมาให้โฮโจพร้อมสีหน้าขบขัน ถึงเขาจะเคยกินอาหารจากคนครัวฝีมือเยี่ยมของตระกูลอุทุมพรมาเขาก็ยังต้องยอมรับว่าอาหารฝีมือเฮเลนนั้นรสชาติดีจริง ๆ
“ไม่ต้องการแก่นจิตวิญญาณแล้วเหรอครับ!?” น้ำแกงเผ็ดร้อนไหลขึ้นจมูกจนน้ำตาเอ่อขึ้นที่หางตา ดวงหน้าแดงก่ำแม้กระนั้นเขาก็ยังโพล่งออกมา
“ไม่เชิงค่ะ เพียงแต่หลังจากที่เราไปศึกษาเพิ่มเติมและพูดคุยกับคุณดักลาสเมื่อเช้าแล้ว มีความเป็นไปได้ว่าแก่นจิตวิญญาณก้อนนั้นอาจจะไม่ตรงตามเงื่อนไขค่ะ” ไพลินอธิบาย
“กลุ่มการค้าอิสึกะเวลาจัดเก็บวัตถุดิบหายาก พวกเขาจะนำมันใส่ไว้ในภาชนะพิเศษที่สามารถคงสภาพวัตถุดิบไว้ได้นานแสนนาน ถูกมั้ยคะ”
“ครับ” โฮโจพยักหน้ารับ นั้นถือเป็นเรื่องพื้นฐานของพื้นฐานสำหรับกลุ่มการค้าที่มุ่งเน้นด้านการขายสมบัติ กลุ่มการค้าอิสึกะนั้นเหนือกว่านั้น สำหรับสมบัติทั่วไปที่ราคาไม่สูงนัก พวกเขามีสมบัติสายมิติที่สามารถคงสภาพมันไว้ได้เป็นอย่างดี แต่สำหรับสมบัติระดับสูงแล้ว พวกเขาจะใช้สมบัติวิเศษสายเวลาที่สามารถหยุดเวลาคงสภาพวัตถุดิบชิ้นได้โดยสมบูรณ์ ทำให้สมบัติที่ได้มาจากพวกเขานั้นมีสภาพใหม่เอี่ยมราวกับพึ่งสร้างขึ้นก่อนส่งมอบ
“แก่นจิตวิญญาณของราชินีฉลามสูบชีวิตเป็นแค่วัตถุดิบระดับอริยะ เพราะงั้นการเก็บรักษาทางกลุ่มการค้าอิสึกะก็น่าจะใช้สมบัติสายมิติ ส่วนนี้ไม่มีปัญหาค่ะ”
ยิ่งฟังโฮโจก็ยิ่งงงงวย ในเมื่อไม่มีปัญหาแล้วเหตุใดเธอจึงถามถึงเรื่องนี้ แถมยังบอกว่าอาจจะไม่ใช้แล้วอีก?
“แล้วซากร่างของราชินีฉลามสูบชีวิตตัวนั้น ปัจจุบันนี้กลุ่มการค้าอิสึกะยังมีอยู่มั้ยคะ?” ไพลินยิ้มแห้ง ๆ ยามถามคำถามนี้ เธอนั้นรู้คำตอบดีอยู่แล้ว
“นำไปรังสรรค์เป็นสมบัติชิ้นอื่นหมดแล้วครับ” โฮโจตอบตามตรง นี่เป็นเรื่องปกติยิ่งสำหรับกระบวนการการแปรรูปสัตว์อสูรระดับสูง แทบทุกส่วนของสัตว์อสูรระดับอริยะนั้นมีประโยชน์ในแบบของมัน อย่างฉลามสูบชีวิตเองก็มีหนังที่ทนทานและเขี้ยวที่ผสานไปด้วยพลังแห่งวิญญาณ หลังจากแยกแก่นจิตวิญญาณแล้วทุกส่วนล้วนถูกนำไปทำกำไรรูปแบบอื่น
“คุณดักลาสเขาค้นข้อมูลมาเพิ่มได้เมื่อเช้านี้ค่ะ เขาบอกเพิ่มว่าแก่นจิตวิญญาณที่เหมาะสมที่สุดคือแก่นจิตวิญญาณที่ถูกควักออกมาจากหัวใจพร้อมทั้งถูกกักเก็บอยู่ในนั้นค่ะ และถ้าเป็นไปได้ก็ควรมีซากร่างของทั้งตัวเพิ่มนำไปใช้ร่วมกันด้วย” องค์หญิงไพลินหัวเราะแห้ง ๆ เธอเองก็พึ่งทราบเรื่องนี้จากดักลาสเมื่อเช้านี้เท่านั้นจึงยังไม่ได้บอกแก่ใคร
คำพูดของไพลินทำให้เกิดเสียงพ่นชาดังออกมาจากโต๊ะที่อยู่ห่างออกไป สะเก็ดชาทั้งหมดระเหยกลายเป็นไอก่อนที่จะได้กระเด็นไปโดนสตรีทั้งสอง
“จริง ๆ จะให้ใช้แค่แก่นจิตวิญญาณเฉย ๆ ก็ได้ค่ะ เพียงแต่คุณดักลาสบอกว่าถ้ามีแค่แก่นจิตวิญญาณก็ไม่ต่างอะไรจากการใช้แก่นจิตวิญญาณของสัตว์อสูรระดับอริยะตัวอื่น สู้ใช้ของตัวที่ถูกกว่าแล้วค่อยซื้อหาซากร่างฉลามสูบชีวิตระดับอริยะมาช่วยก็ให้ผลไม่ต่างกันแต่ถูกกว่า”
โฮโจสายตากลายเป็นว่างเปล่า ความพยายามตลอดหลายวันมานี้ของเขากลายเป็นไร้ประโยชน์ทั้งหมด เรื่องของขนปีกของเทวทูตแห่งท้องฟ้านั้นเพชฌฆาตก็หามาได้ก่อน พอเป็นเรื่องแก่นจิตวิญญาณที่เขามั่นใจก็กลายเป็นว่าไม่ตรงตามเงื่อนไขอีก
โอองค์ลาคีซ ท่านเกลียดอะไรผมหรือเปล่า..
องค์หญิงไพลินดูสีหน้าโฮโจก็พอจะคาดเดาได้ว่าบางทีอีกฝ่ายคงแอบไปตกลงบางอย่างกับกลุ่มการค้าอิสึกะเกี่ยวกับแก่นจิตวิญญาณไว้ เธอทำอะไรไม่ได้มากไปกว่าตักอาหารจานใหญ่แบ่งให้โฮโจพร้อมกล่าวปลอบ
“ขอโทษด้วยนะคะ เราน่าจะยืนยันกับคุณดักลาสให้เร็วกว่านี้” ไพลินกล่าวขอโทษทั้ง ๆ ที่ไม่ใช่ความผิดของเธอเลย โฮโจที่รู้ดีอยู่แล้วจึงได้แต่พยักหน้ารับอย่างหมดอาลัยตายอยาก
มือนุ่มข้างหนึ่งลูบหลังโฮโจปลอบโยน ไลล่าถอนหายใจยาว ตบบ่าเขาให้กำลังใจโดยไม่เปลี่ยนสีหน้า แต่ตัวโฮโจเองนั้นเหม่อเกินกว่าจะกล่าวขอบคุณด้วยซ้ำ
“ถ้างั้นในเมื่อชิ้นนั้นใช้ไม่ได้แล้ว เราจะให้คุณนิทานออกไปล่าเองเหรอครับ จากข้อมูลของคุณโฮโจ แหล่งที่อยู่ของมันไกลเอาเรื่องเลยนะครับ” เพชฌฆาตเกาหัวของตนน้อย ๆ เขาหันไปอ้าปากรับเฮเลนที่ป้อนข้าวเขา
“ก็คงต้องแบบนั้น ข้อมูลบอกว่าพวกมันอยู่ในอ่าวใต้บาดาล ลึกลงไปทางตะวันออกเฉียงใต้ ใต้ขุนเขาและพฤกษาไปอีก” ไพลินหยิบขนมอบที่เธอเอามาวางบนโต๊ะเข้าปาก สายตาเธอเป็นประกายเพราะนี่เป็นขนมสูตรใหม่ของคุณยายเอมิลี่ที่เธอเองก็ไม่เคยชิมมาก่อน
“ถ้าจะเดินทางข้ามขุนเขาและพฤกษาไปทางใต้ งั้นก็ต้องแวะไปเอเทอรัมและบาราทรัมอีกรอบสินะครับ สองเมืองนั้นน่าจะมีนกยักษ์ 8ปีกที่เดินทางไวเป็นพิเศษอยู่” เส้นทางการเดินทางปรากฏขึ้นในหัวของอินจันทร์อย่างว่องไว
“จริง ๆ ถ้าอยากประหยัดเวลาจริง ๆ เราว่าจะใช้ข่ายอาคมเคลื่อนย้ายของวังส่งนิทานไปนครเทียนหลงเลย พื้นที่แถวนั้นเป็นเขตปกครองของกลุ่มการค้าเชียนเป่าอยู่แล้ว แต่ถ้าเป็นไปได้ก็อยากเลี่ยงวิธีนี้” ไพลินพูดถึงอีกวิธีหนึ่งที่รวดเร็วที่สุดอย่างการเคลื่อนย้ายด้วยข่ายอาคม แต่ข้อเสียนั้นก็ชัดเจน
นั่นไม่ต่างอะไรกับการส่งนิทานไปใจกลางกลุ่มศัตรูเลย การให้เขาเดินทางไปเองปะปนเข้ากับคนนับล้านที่เข้าออกในแต่ละวันง่ายต่อการปิดบังมากกว่าการใช้ข่ายอาคมเคลื่อนย้ายที่ราคาแพงและมีคนใช้น้อยมากนัก
“ถ้างั้นให้ผมไปล่าราชินีฉลามสูบชีวิตให้มั้ยครับองค์หญิง?”
คำพูดของเพชฌฆาตราวกับน้ำเย็นที่รดลงหัวของทุกคนเว้นแต่องค์หญิงไพลิน ทุกคนนิ่งอึ้งไปกับความกล้าบ้าบิ่นที่เพชฌฆาตพูดออกมา “อืมมม ก็น่าสนใจอยู่นะ แต่ถ้าเป็นราชินีฉลามสูบชีวิตระดับนักสลักจตุรนายไม่แย่เอาเหรอ?”
คำตอบขององค์หญิงไพลินกลับทำให้คนทั้งหมดนิ่งค้างไปยิ่งกว่าเดิม เธอกำลังบอกว่าถ้าเป็นราชินีฉลามสูบชีวิตระดับนักสลักไตร การส่งเพชฌฆาตที่เป็นนักสลักโทไปเป็นความคิดที่ดี?
“อยู่กับฝูงก็คงจะยากจริง ๆ นั่นแหละครับ แต่ถ้าไม่มีทางเลือกจริง ๆ ก็ใช้สมบัติช่วยเอาก็ได้ครับ วัตถุเสริมอาคมที่พลังโจมตีสูง ๆ แต่ใช้ยาก ๆ น่าจะมากพอ ราคาก็น่าจะไม่แพงมากด้วย” เพชฌฆาตเสนอ เขาพูดคุยกับองค์หญิงไพลินด้วยสีหน้าราวกับกำลังพูดเรื่องธรรมดาอย่างถึงที่สุด
“ก็ดีนะ สมบัติแบบนั้นเราพอจะมีอยู่ ไว้พรุ่งนี้เราเอามาให้” องค์หญิงไพลินยิ้มแป้น เธอตักน้ำพริกมาคลุกกับข้าวบนจานก่อนจะนำเข้าปาก
เฮเลนนิ่งไปน้อย ๆ ที่เห็นองค์หญิงไพลินกลับไปกินอาหารคาวอีกครั้ง แถมยังเป็นน้ำพริกที่รสชาติจัดจ้านอีก ก่อนหน้านี้เธอยังกินขนมอบไส้หวานอยู่เลยไม่ใช่เหรอ? ความคิดประหลาดใจในวิธีการกินตัดรสของชาวไฟกัลป์ผุดขึ้นในหัว หากเธอจำไม่ผิดเพชฌฆาตก็เคยทำเช่นนี้ ก่อนจะเลิกทำไปยามกินข้าวร่วมกับเธอ
“เอ่อ ขอโทษนะคะ แต่ราชินีฉลามสูบชีวิตเป็นอริยะนะคะ ดีไม่ดีจะเป็นถึงนักสลักจตุรด้วย” เมื่อเห็นว่าไม่มีใครกล้าพูดอะไรขัดทั้งสอง ฟาง หมิงจึงยกมือน้อย ๆ ถาม
“ครับ เพราะงั้นแก่นจิตวิญญาณเลยแพงแถมยังหายาก ลำบากน่าดูเลยครับ” เพชฌฆาตหัวเราะร่า ขบขันกับคำถามชวนงงของฟาง หมิง
คนทั้งกลุ่มมองหน้ากันไปมา ไลล่านั้นนิ่งสงบที่สุด เธอนั้นรู้จักองค์หญิงมานานหลายปี เธอพอจะรู้จักเพชฌฆาตอยู่บ้างจึงไม่ตกใจเท่าคนอื่น แต่กับคนที่เหลือแล้วพวกเขายิ่งฟังยิ่งไม่เข้าใจ
“เอ่อ คุณฟาง หมิงน่าจะหมายถึงว่า คุณเพชฌฆาตสามารถไปล่าราชินีฉลามสูบชีวิตมาได้จริง ๆ เหรอครับ” อินจันทร์เอ่ยปากบ้าง แม้แต่ตัวเขาเองยังไม่เชื่อว่าเพชฌฆาตจะทำได้
ฟาง หมิงผงกหัวรัวเร็ว นั่นคือสิ่งที่เธอหมายถึง ตอนอยู่ในสุสานของขุนนางพันธุ์ผสม พวกเขาร่วมมือกันจัดการสิงโตครึ่งหมาป่าระดับนักสลักไตรยังแทบแย่ แถมหลังจากนั้นถึงเป็นนิทานก็ยังลำบากกับการจัดการนักสลักจตุร
แต่นี่เพชฌฆาตบอกเขาสามารถจัดการได้เช่นเดียวกัน?
หากเธอบอกว่านิทานนั้นสามารถทำได้พวกเขายังทำใจเชื่อได้ไม่ยากนัก อีกฝ่ายเป็นถึงอีกหนึ่งนภาที่เคียงคู่กับนภาอันสูงล้ำ แถมนิทานในตอนนี้ยังแข็งแกร่งกว่าตอนอยู่ในสุสานของขุนนางพันธุ์ผสม เมื่อรวมกับคีตาที่เป็นปริศนากับสมบัติที่เตรียมตัวไปก่อนแล้วพวกเขาสามารถนึกภาพชัยชนะออกได้
แต่เพชฌฆาตเนี่ยนะ? ถึงเขาจะเป็นนักสลักโทที่เหนือกว่านิทานแต่เขาเป็นเพียงผู้เรียนรู้ 3คำมาก่อนมิใช่หรือ?
องค์หญิงไพลินหัวเราะน้อย ๆ “เพชฌฆาตคือมือดีที่สุดของเรานะคะ”
“ถ้าสัตว์ประหลาดของเราจัดการระดับนักสลักจตุรได้ แล้วทำไมมือดีที่สุดของเราจะทำไม่ได้ล่ะคะ?”
“ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกครับ ถึงตอนนั้นคุณนิทานยังต้องร่วมมือกับปีกแห่งผืนฟ้าเพื่อสู้กับนักสลักจตุร แต่อีกไม่นานเขาต้องสู้เองไหวอย่างแน่นอนครับ ส่วนผมถึงจะไหวเหมือนกันแต่ก็มีเงื่อนไขเยอะแยะแถมยังเปลืองเงินเปลืองตัวอีกต่างหาก ไม่ได้วิเศษอะไรขนาดนั้น” เพชฌฆาตเกาหัวแก้เขิน ทุกสายตายิ่งจับจ้องมาที่เขา
คำพูดของเขากลับไม่ได้ช่วยคลายความตื่นตกใจแม้แต่น้อย แต่กลับยิ่งตอกย้ำให้ทุกคนตระหนกยิ่งกว่าเดิม เพชฌฆาตสามารถสังหารนักสลักจตุรได้จริง ๆ? ความสำเร็จระดับนั้นไม่ใช่ว่าเทียบได้กับผู้เรียนรู้ 5คำในตำนานหรอกหรือ?
“ถ้างั้นผมขอไปด้วยครับ! ผมจะช่วยสนับสนุนเอง!” โฮโจโพล่งขึ้นมา