จอมยุทธ์ซุปตาร์

    ตอนที่ 78 ถ่ายรายการแอดเวนเจอร์ 5 Re

            พิธีกรทำการหยิบบอลเงินรางวัลจากด่านไม้ขึ้นมา  ก่อนที่จะบิดเพื่อเปิดมัน  เมื่อเขาเห็นตัวเลขที่ระบุไว้ที่ลูกบอลข้างหน้า  สีหน้าของเขาราวกับเห็นผีกลางวันแสก ๆ ก็ว่าได้


            “ขะ...ข้างในเป็นเงินรางวัล 2 แสนหยวนครับ  ไป่ฉีโชคดีมาก” พิธีกรทำการโชว์ตัวเลขบนลูกบอลเงินรางวัลไปที่กล้อง  เสียงของเขาดูขาดช่วงอยู่บ้าง


            “ถ้าเป็น 2 แสนทั้งหมดก็ดีนะครับ  ผมว่า……” ไป่ฉีพูดด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม  แต่สำหรับทีมงานแล้ว  พวกเขารู้สึกสังหรณ์ไม่ดียังไงไม่รู้


            “ถ้างั้นเรามาดูลูกบอลเงินรางวัลจากด่านไฟกันดีกว่า” พิธีกรกล่าว  พร้อมกับเปิดลูกบอลเงินรางวัลมาดูทันที  เมื่อเห็นตัวเลขที่อยู่ด้านใน  รอยยิ้มที่มักมีอยู่เสมอของพิธีกรก็หายไปชั่วขณะ  ก่อนจะกลับมายิ้มไปทางกล้องแล้วโชว์ตัวเลขบนลูกบอลเงินรางวัลให้กับกล้อง  ทำให้เกิดเสียง [ว้าว สุดยอด] ขึ้นมาทันที


            “2 แสนหยวนอีกแล้วครับ  ท่านผู้ชม” พิธีกรกล่าว  ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบบอลเงินรางวัลลูกที่ 4 จากด่านทองก่อน


            “สำหรับลูกบอลจากด่านทองไม่ต้องลุ้นครับ  เรามาเปิดก่อนเลยดีกว่า” พิธีกรทำการเปิดและโชว์ตัวเลขบนลูกบอลเงินรางวัลให้กล้อง


            “ผมจะขอน้องฉีแบ่งเงินรางวัลได้ไหมนะ” ต้ากวนหันมาถามเมิ่งชิงชิง


            “คงไม่ได้มั้งคะ  เขาเก็บเงินสำหรับเรียนแล้วก็เลี้ยงพ่อแม่น่ะค่ะ” เมิ่งชิงชิงตอบ  ที่จริงแล้วรายการคราวนี้ไป่ฉีสมัครเอาไว้หลังจากสมัครรายการราชานักกิน  เธอได้ลองสอบถามทางบริษัทดูแล้วว่าเงินรางวัลนี้ต้องส่งเข้าบริษัทไหม  คำตอบคือต้องนำส่งบริษัทตามที่ตกลงไว้ในสัญญา  เมื่อบอกกับไป่ฉี  เขาก็บอกว่าไม่เป็นไร


            “ต่อไปเรามาดูลูกบอลเงินรางวัลในด่านดิน กันดีกว่าครับ  ไป่ฉีจะโชคดีได้ 2 แสนหยวนอีกครั้งไหม” พิธีกรหยิบลูกบอลเงินรางวัลด่านดินขึ้นมา  พร้อมกับเปิดออกโดยไม่ดู  แล้วยื่นให้กล้อง  ซึ่งสิ่งที่ปรากฏทำให้ทุกคนส่งเสียงร้องขึ้น  ผู้เข้าแข่งขันคนอื่น ๆ ที่เหลือต่างส่งเสียงเฮกันดังลั่น  ส่วนทีมงานหลายคนถึงกับเอามือกุมหัว  บ้างก็เอามือขยี้หัวกันเลยทีเดียว  เพราะจำนวนเงินที่ต้องจ่ายให้กับไป่ฉีนั้น  จะหักจากเงินผู้สนับสนุนรายการที่เหลือในแต่ละเดือน  ซึ่งเงินจำนวนนี้หากเหลือเยอะ ทุกสิ้นเดือนเมื่อเงินเดือนออก  มันจะกลายเป็นเงินพิเศษให้กับพวกเขา  การที่จ่ายเยอะขนาดนี้  เห็นทีว่าเงินพิเศษเดือนนี้ของพวกเขาคงจะไม่ได้ซะแล้ว


            “ไป่ฉีได้รับไปอีก 2 แสนหยวนครับ  เรามาดูลูกสุดท้ายกันต่อเลยครับ” พิธีกรมือสั่นไปหมด  เขาตื่นเต้นมาก  แต่พอมองไปยังทีมงานของรายการ  เขาก็เห็นสีหน้าสิ้นหวังจากหลาย ๆ คน  ทำให้เขาไม่ต้องเดาก็รู้แล้วว่าบอลลูกนี้มีมูลค่าเท่าไหร่


            “ลูกบอลเงินรางวัลด่านน้ำ  ไป่ฉีได้ไป 2 แสนหยวนครับ  สุดยอดจริง ๆ  เป็นครั้งแรกของรายการเลยครับที่มีคนที่สามารถผ่านด่านได้ 5 ด่าน  นอกจากนี้ยังได้รับเงินรางวัล 1 ล้านหยวนซึ่งเป็นเงินรางวัลสูงสุดที่ได้จากการเคลียร์ด่านทั้ง 5  แต่ยังไม่หมดเท่านี้ครับ  จำกติกาของรายการเราได้รึเปล่า  ถ้าหากผู้เข้าแข่งขันผ่านทั้ง 5 ด่านมาได้  โดยยังเหลือเวลาอยู่  เวลานั้นจะถูกนำมาคูณด้วย 1 แสน  เพื่อเป็นโบนัสครับ  และไป่ฉีนั้นทำเวลาได้ดีมาก  เขาเหลือเวลาอีก 5 นาที  ดังนั้นเขาจะได้รับเงินโบนัสนี้ไปอีก 5 แสนหยวนครับ” พิธีกรพูดด้วยน้ำเสียงสั่นครือ  เขาไม่คิดว่าในการถ่ายรายการวันนี้  ทางรายการต้องจ่ายเงินจำนวนมหาศาลขนาดนี้


            “ทำให้ไป่ฉีได้รับเงินจากการแข่งขันครั้งนี้ไปถึง 1 ล้าน 5 แสนหยวนครับ” พิธีกรกล่าว  มีเสียงปรบมือดังมาจากผู้เข้าแข่งขันคนอื่น ๆ กับทีมงานบางคน


            “ไป่ฉี  คุณรู้สึกยังไงบ้างตอนนี้” พิธีกรถาม  เขาทำการสัมภาษณ์ไป่ฉี  เพื่อให้ทีมงานที่มีอารมณ์หดหู่ได้มีเวลาเคลียร์ฉากและด่านต่าง ๆ สำหรับการแข่งขันรอบต่อไป


            “ดีใจครับ  ผมคิดว่าถ้าหากผู้เข้าแข่งขันมีความสามารถด้านร่างกาย  อย่างน้อยก็สามารถผ่านได้ถึงด่านทอง ย่อยที่ 5 ครับ  ส่วนลูกบอลเงินรางวัลนี่คงต้องพึ่งดวงอย่างเดียว  และเกรงว่าผมคงจะใช้ดวงทั้งหมดในชีวิตไปกับมันซะแล้วครับ” ไป่ฉีกล่าว


            “คุณคิดไว้รึยังว่าจะเอาเงินส่วนนี้ไปทำอะไรครับ” พิธีกรถามต่อ  นี่เป็นครั้งแรกที่เขาต้องสัมภาษณ์นานขึ้นอีกสักหน่อย  เพราะทีมงานต้องจัดการกับด่านน้ำทั้งหมดด้วย


            “หลังหักภาษี ณ ที่จ่าย  เงินส่วนหนึ่งผมจะเก็บไว้เป็นทุนการศึกษา   อีกส่วนหนึ่งเป็นค่าใช้จ่ายภายในบ้านครับ  เพราะตอนนี้ผมเป็นคนหารายได้หลักเข้าบ้าน” ไป่ฉีกล่าว


            “แล้วพ่อกับแม่ของคุณไม่ได้ทำงานเหรอครับ” พิธีกรถาม


            “ทำครับ  ทำหนักมาตลอด 15 ปี ตั้งแต่ผมเกิดครับ  เพิ่งจะเมื่อเดือนที่แล้วที่ผมมีเงินสามารถซื้อบ้านเป็นของตัวเองได้  บวกกับเงินจากการขายลิขสิทธิ์นิยายอีกจำนวนหนึ่ง  ผมเลยขอให้พวกท่านเลิกทำงาน  แล้วทำในสิ่งที่อยากทำหรือไปเที่ยวตามที่ต้องการบ้างน่ะครับ” ไป่ฉีตอบ


            “ชีวิตคงลำบากมากสินะครับ” พิธีกรตอนนี้รู้สึกว่าตัวเองกับทีมงานเห็นแก่ตัวมาก  เงินจำนวนนี้สามารถทำให้เด็กคนหนึ่งสามารถเลี้ยงดูพ่อแม่ได้  รวมถึงเป็นทุนการศึกษาให้กับตัวเองด้วย  ดูท่าว่าเขาคงจะต้องลองคุยกับผู้กำกับเรื่องคัดกรองคนเสียหน่อย  เพื่อจัดคนที่มีความจำเป็นต้องใช้เงินไปในเทปรายการที่ด่านค่อนข้างง่ายกว่านี้


            “ครับ แต่ตอนนี้ผมสบายแล้ว  ขอบคุณสำหรับความเป็นห่วงครับ” ไป่ฉียิ้ม


            หลังจากนั้นไป่ฉีก็ขอตัวไปใส่เสื้อผ้าของตัวเอง  ส่วนพิธีกรก็เริ่มงานของเขาต่อทันที  เพราะตอนนี้ด่านทุกด่านพร้อมแล้ว  เขาได้เชิญผู้เข้าแข่งขันคนต่อไปขึ้นมา


            “พี่ชิงชิง ได้รับเช็ครึยังครับ” ไป่ฉีเดินเข้ามาเอ่ยถามเมิ่งชิงชิง


            “อื้อ  ได้มาแล้วล่ะ” ชิงชิงตอบ


            “น้องฉี แบ่งให้พี่ใหญ่บ้างสิ” ต้ากวนเข้ามาขอตรง ๆ แบบไม่อ้อมค้อม


            “คงไม่ได้หรอกครับพี่  ผมต้องใช้เป็นรายจ่ายภายในบ้านน่ะ  แล้วก็อีกส่วนกะว่าจะเก็บไว้สร้างครอบครัวด้วย” เมื่อได้ยินไป่ฉีพูดเรื่องสร้างครอบครัวขึ้นมา  เมิ่งชิงชิงก็หน้าขึ้นสีทันที  ต้ากวนที่สังเกตเห็นก็หรี่ตา  พร้อมกับยิ้มกรุ้มกริ่ม


            “อย่างงี้นี่เอง  เอาเถอะจะยอมถอยเพื่อเห็นแก่ว่าที่ภรรยาในอนาคตของน้องฉีก็แล้วกัน  แต่ยังไงก็ฝากต้าถงมันด้วยนะ  ถ้ามันได้เรียนที่เดียวกับน้องฉี  พี่ชายคนนี้ก็สบายใจ  ฮ่า ฮ่า ฮ่า แล้วเจอกัน” ต้ากวนหันหลังโบกมือลา  พร้อมกับเดินจากไป  ในทันทีเมิ่งชิงชิงทุบเข้าที่ต้นแขนไป่ฉี


            “โอ๊ย  พี่ชิงชิง  ทุบผมทำไมเนี่ย” ไป่ฉีถาม


            “เพราะนายพูดอะไรแปลก ๆ ทำให้เขาเข้าใจฉันผิดรู้ไหม” เมิ่งชิงชิงกล่าว


            “เขาหมายถึงภรรยาผมในอนาคตนะ  ถ้าพี่คิดแสดงว่าตกลงแล้วสินะ หึหึ” ไป่ฉีจ้องเมิ่งชิงชิงด้วยสายตาเจ้าเล่ห์


            “หยุดเลย  พวกเราไปกันได้แล้ว  จะได้ไปทันนายเรียนคลาสของอาจารย์หลิวด้วย” เมิ่งชิงชิงรีบเปลี่ยนเรื่องทันที


            “ทำไมต้องรีบด้วยล่ะครับ” ไป่ฉีถาม


            “เงินพิเศษของฉันที่ได้จากงานของนายไง  ถ้าส่งเร็วก็ได้เร็วล่ะนะ” เมิ่งชิงชิงดูอารมณ์ดีขึ้นมาทันตาเห็น


            “อยากมีบ้านเป็นของตัวเองขนาดนั้นเลยเหรอครับ” ไป่ฉีถาม


            “เป็นความฝันน่ะ  ใคร ๆ ก็อยากมีบ้านมีรถทั้งนั้นแหละ” เมิ่งชิงชิงกล่าว


            “เด็กจังนะครับ  พี่คิดว่าซื้อแล้วมันจบแค่นั้นเหรอ  ค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมหรือบำรุงรักษาพี่ได้คิดบ้างไหมครับ  พี่ซื้อรถยนต์มา  ไหนจะภาษี  ค่าตรวจสภาพรถ  พวกนี้พี่ได้ทำบัญชีไว้รึเปล่าเนี่ย” ไป่ฉีถาม


            “ใครเด็กกัน  ฉันเป็นผู้ใหญ่แล้วนะ  แต่ที่นายพูด...... ฉันไม่เคยทำบัญชีรายรับรายจ่ายเลยแฮะ” เมิ่งชิงชิงกล่าว


            “ถ้าไม่ทำพี่จะรู้ได้ยังไงว่าเหลือเงินเก็บเท่าไหร่น่ะ” ไป่ฉีกล่าว  ขณะเดินไปยังลานจอดรถพร้อมกับเมิ่งชิงชิง


            “แล้วนายล่ะทำรึไง” เมิ่งชิงชิงถามกลับ  ไป่ฉีจึงได้หยิบเอาสมุดที่เขาจดรายรับรายจ่ายเอาไว้  เมื่อเมิ่งชิงชิงรับมาเปิดออกดูเธอถึงกับทรุดตัวลงคุกเข่า  มือ 2 ข้างยันพื้น  หน้าก้มลงมองพื้น


            “นี่ฉันโดนคนอายุน้อยกว่าสั่งสอนเหรอเนี่ย” เมิ่งชิงชิงรู้สึกหดหู่ขึ้นมาทันที  ส่วนไป่ฉีก็กลั้นหัวเราะ  เขาไม่คิดว่าพี่ชิงชิงจะรั่วได้แบบนี้


            “ไปเศร้าที่อื่นเถอะครับ  มาทำอะไรในที่สาธารณะแบบนี้มันน่าอายนะครับพี่ชิงชิง” ไป่ฉีกล่าว  ส่วนเมิ่งชิงชิงพอระงับอารมณ์ได้ก็เดินต่อไปยังรถที่จอด


            เมิ่งชิงชิงกับไป่ฉีไปทำธุระที่ธนาคาร  ก่อนที่เมิ่งชิงชิงจะขับรถไปยังศูนย์ฝึกอบรม LSA  ต่อ  เมื่อรถจอด  ขณะที่เธอกำลังจะลง เธอก็ถูกไป่ฉีรั้งเอาไว้


            “ไป่ฉี  นายจะทำอะไรอีกล่ะ” เมิ่งชิงชิงถาม


            “พี่ชิงชิง  อันนี้ผมให้” ไป่ฉีหยิบกล่องรูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าออกมา  มันมีขนาดใหญ่กว่ากล่องใส่ปากกาพอสมควร  ตัวฝากล่องและตัวกล่องหุ้มด้วยผ้าเนื้อดี  ปักลวดลายโบราณ  ดูยังไง  ของที่อยู่ข้างในก็เป็นของมีราคาแน่นอน


            “มันคืออะไรน่ะ” เมิ่งชิงชิงถาม  เธอคิดว่าของที่อยู่ข้างในต้องแพงแน่ ๆ  จะให้เธอรับไว้งั้นเหรอ


            “ถ้าพี่ไม่ยอมเปิดงั้น  พี่หันหลังมาแล้วหลับตาด้วย” ไป่ฉีกล่าว


            “นายจะทำอะไรน่ะ” เมิ่งชิงชิงเริ่มหวาดระแวง


            “ผมจะไปทำอะไรพี่ล่ะ  ที่ผ่านมามีแต่พี่ทำผมทั้งนั้นแหละ” ไป่ฉีกล่าว  ทำให้เมิ่งชิงชิงที่ได้ยินหันขวับมามองตาเขียวใส่ไป่ฉี


            “ใครใช้ให้นายมา.....เอ่อ” เมิ่งชิงชิงนึกถึงสิ่งที่เธอทำกับไป่ฉีบนรถเมื่อคราวที่แล้ว  ใบหน้าของเธอก็แดงขึ้นมา


            “งั้นพี่หันหลังมา  เดี๋ยวที่เหลือผมจัดการเอง” ไป่ฉีกล่าว  เมิ่งชิงชิงจึงหลับตาลงตามที่ไป่ฉีบอก


            ไป่ฉีเปิดกล่องในมือ  ข้างในเป็นปิ่นทองคำ  ขึ้นรูปเป็นตัวหงส์  ดวงตาของมันประดับด้วยทับทิมน้ำงาม  ส่วนหางนั้นเป็นพวงระย้า  ติดทับทิมไว้ด้วยเช่นกัน  


            เขาวางกล่องใส่ปิ่น  ก่อนจะปล่อยผมที่เมิ่งชิงชิงรวบไว้  แล้วทำการรวบขึ้นใหม่ให้เป็นทรง  ตามด้วยเสียบปิ่นปักผมที่เขาเตรียมมาอย่างเบามือ


            “พี่ชิงชิง เสร็จแล้วครับ” ไป่ฉีกล่าว


            เมิ่งชิงชิงลืมตาขึ้นพร้อมกับหยิบกระจกอันเล็กขึ้นมาส่องดู  สิ่งที่เธอเห็นนั้นทำให้เธอมีความสุขมาก  ไป่ฉีจัดทรงผมใหม่ให้เธอ  มันดูมีสไตล์และทันสมัย  เข้ากับปิ่นรูปหงส์แบบโบราณได้อย่างลงตัว


            “ขอบใจนะ  ว่าง ๆ สอนฉันทำผมทรงนี้ด้วยล่ะ” เมิ่งชิงชิงหันมาพูดกับไป่ฉี  รอยยิ้มของเธอทำให้เขาใจเต้นรัว  เขาเอามือเกาหลังหัวทำตัวไม่ถูกขึ้นมาทันที  แถมอากาศตอนนี้ทำไมมันถึงร้อน ๆ ชอบกล  ว่าแล้วไป่ฉีก็ขยับเสื้อให้กระพือเพื่อให้หายร้อน


            “ครับ  ว่าง ๆ ผมจะสอนให้  เราลงจากรถกันดีกว่า” ว่าแล้วไป่ฉีก็รีบเปิดประตูลงจากรถทันที


            “ตอนนายเขินก็น่ารักดีเหมือนกันนะ” เมิ่งชิงชิงมองไป่ฉีเปิดประตูลงจากรถไป  เธอคิดว่าด้านนี้ของไป่ฉีก็น่ารักดีเหมือนกัน  เพราะปกติเวลาอยู่ต่อหน้าคนอื่นไป่ฉีมักจะทำตัวเป็นผู้ใหญ่เสมอ

    __________________________

    มอบของแทนใจให้กับชิงเอ๋อแล้ว =w=

    คล้ายกับเรื่องจอมยุทธ์ซุปตาร์ ที่คุณอ่าน