พิธีกรทำการหยิบบอลเงินรางวัลจากด่านไม้ขึ้นมา ก่อนที่จะบิดเพื่อเปิดมัน เมื่อเขาเห็นตัวเลขที่ระบุไว้ที่ลูกบอลข้างหน้า สีหน้าของเขาราวกับเห็นผีกลางวันแสก ๆ ก็ว่าได้
“ขะ...ข้างในเป็นเงินรางวัล 2 แสนหยวนครับ ไป่ฉีโชคดีมาก” พิธีกรทำการโชว์ตัวเลขบนลูกบอลเงินรางวัลไปที่กล้อง เสียงของเขาดูขาดช่วงอยู่บ้าง
“ถ้าเป็น 2 แสนทั้งหมดก็ดีนะครับ ผมว่า……” ไป่ฉีพูดด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม แต่สำหรับทีมงานแล้ว พวกเขารู้สึกสังหรณ์ไม่ดียังไงไม่รู้
“ถ้างั้นเรามาดูลูกบอลเงินรางวัลจากด่านไฟกันดีกว่า” พิธีกรกล่าว พร้อมกับเปิดลูกบอลเงินรางวัลมาดูทันที เมื่อเห็นตัวเลขที่อยู่ด้านใน รอยยิ้มที่มักมีอยู่เสมอของพิธีกรก็หายไปชั่วขณะ ก่อนจะกลับมายิ้มไปทางกล้องแล้วโชว์ตัวเลขบนลูกบอลเงินรางวัลให้กับกล้อง ทำให้เกิดเสียง [ว้าว สุดยอด] ขึ้นมาทันที
“2 แสนหยวนอีกแล้วครับ ท่านผู้ชม” พิธีกรกล่าว ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบบอลเงินรางวัลลูกที่ 4 จากด่านทองก่อน
“สำหรับลูกบอลจากด่านทองไม่ต้องลุ้นครับ เรามาเปิดก่อนเลยดีกว่า” พิธีกรทำการเปิดและโชว์ตัวเลขบนลูกบอลเงินรางวัลให้กล้อง
“ผมจะขอน้องฉีแบ่งเงินรางวัลได้ไหมนะ” ต้ากวนหันมาถามเมิ่งชิงชิง
“คงไม่ได้มั้งคะ เขาเก็บเงินสำหรับเรียนแล้วก็เลี้ยงพ่อแม่น่ะค่ะ” เมิ่งชิงชิงตอบ ที่จริงแล้วรายการคราวนี้ไป่ฉีสมัครเอาไว้หลังจากสมัครรายการราชานักกิน เธอได้ลองสอบถามทางบริษัทดูแล้วว่าเงินรางวัลนี้ต้องส่งเข้าบริษัทไหม คำตอบคือต้องนำส่งบริษัทตามที่ตกลงไว้ในสัญญา เมื่อบอกกับไป่ฉี เขาก็บอกว่าไม่เป็นไร
“ต่อไปเรามาดูลูกบอลเงินรางวัลในด่านดิน กันดีกว่าครับ ไป่ฉีจะโชคดีได้ 2 แสนหยวนอีกครั้งไหม” พิธีกรหยิบลูกบอลเงินรางวัลด่านดินขึ้นมา พร้อมกับเปิดออกโดยไม่ดู แล้วยื่นให้กล้อง ซึ่งสิ่งที่ปรากฏทำให้ทุกคนส่งเสียงร้องขึ้น ผู้เข้าแข่งขันคนอื่น ๆ ที่เหลือต่างส่งเสียงเฮกันดังลั่น ส่วนทีมงานหลายคนถึงกับเอามือกุมหัว บ้างก็เอามือขยี้หัวกันเลยทีเดียว เพราะจำนวนเงินที่ต้องจ่ายให้กับไป่ฉีนั้น จะหักจากเงินผู้สนับสนุนรายการที่เหลือในแต่ละเดือน ซึ่งเงินจำนวนนี้หากเหลือเยอะ ทุกสิ้นเดือนเมื่อเงินเดือนออก มันจะกลายเป็นเงินพิเศษให้กับพวกเขา การที่จ่ายเยอะขนาดนี้ เห็นทีว่าเงินพิเศษเดือนนี้ของพวกเขาคงจะไม่ได้ซะแล้ว
“ไป่ฉีได้รับไปอีก 2 แสนหยวนครับ เรามาดูลูกสุดท้ายกันต่อเลยครับ” พิธีกรมือสั่นไปหมด เขาตื่นเต้นมาก แต่พอมองไปยังทีมงานของรายการ เขาก็เห็นสีหน้าสิ้นหวังจากหลาย ๆ คน ทำให้เขาไม่ต้องเดาก็รู้แล้วว่าบอลลูกนี้มีมูลค่าเท่าไหร่
“ลูกบอลเงินรางวัลด่านน้ำ ไป่ฉีได้ไป 2 แสนหยวนครับ สุดยอดจริง ๆ เป็นครั้งแรกของรายการเลยครับที่มีคนที่สามารถผ่านด่านได้ 5 ด่าน นอกจากนี้ยังได้รับเงินรางวัล 1 ล้านหยวนซึ่งเป็นเงินรางวัลสูงสุดที่ได้จากการเคลียร์ด่านทั้ง 5 แต่ยังไม่หมดเท่านี้ครับ จำกติกาของรายการเราได้รึเปล่า ถ้าหากผู้เข้าแข่งขันผ่านทั้ง 5 ด่านมาได้ โดยยังเหลือเวลาอยู่ เวลานั้นจะถูกนำมาคูณด้วย 1 แสน เพื่อเป็นโบนัสครับ และไป่ฉีนั้นทำเวลาได้ดีมาก เขาเหลือเวลาอีก 5 นาที ดังนั้นเขาจะได้รับเงินโบนัสนี้ไปอีก 5 แสนหยวนครับ” พิธีกรพูดด้วยน้ำเสียงสั่นครือ เขาไม่คิดว่าในการถ่ายรายการวันนี้ ทางรายการต้องจ่ายเงินจำนวนมหาศาลขนาดนี้
“ทำให้ไป่ฉีได้รับเงินจากการแข่งขันครั้งนี้ไปถึง 1 ล้าน 5 แสนหยวนครับ” พิธีกรกล่าว มีเสียงปรบมือดังมาจากผู้เข้าแข่งขันคนอื่น ๆ กับทีมงานบางคน
“ไป่ฉี คุณรู้สึกยังไงบ้างตอนนี้” พิธีกรถาม เขาทำการสัมภาษณ์ไป่ฉี เพื่อให้ทีมงานที่มีอารมณ์หดหู่ได้มีเวลาเคลียร์ฉากและด่านต่าง ๆ สำหรับการแข่งขันรอบต่อไป
“ดีใจครับ ผมคิดว่าถ้าหากผู้เข้าแข่งขันมีความสามารถด้านร่างกาย อย่างน้อยก็สามารถผ่านได้ถึงด่านทอง ย่อยที่ 5 ครับ ส่วนลูกบอลเงินรางวัลนี่คงต้องพึ่งดวงอย่างเดียว และเกรงว่าผมคงจะใช้ดวงทั้งหมดในชีวิตไปกับมันซะแล้วครับ” ไป่ฉีกล่าว
“คุณคิดไว้รึยังว่าจะเอาเงินส่วนนี้ไปทำอะไรครับ” พิธีกรถามต่อ นี่เป็นครั้งแรกที่เขาต้องสัมภาษณ์นานขึ้นอีกสักหน่อย เพราะทีมงานต้องจัดการกับด่านน้ำทั้งหมดด้วย
“หลังหักภาษี ณ ที่จ่าย เงินส่วนหนึ่งผมจะเก็บไว้เป็นทุนการศึกษา อีกส่วนหนึ่งเป็นค่าใช้จ่ายภายในบ้านครับ เพราะตอนนี้ผมเป็นคนหารายได้หลักเข้าบ้าน” ไป่ฉีกล่าว
“แล้วพ่อกับแม่ของคุณไม่ได้ทำงานเหรอครับ” พิธีกรถาม
“ทำครับ ทำหนักมาตลอด 15 ปี ตั้งแต่ผมเกิดครับ เพิ่งจะเมื่อเดือนที่แล้วที่ผมมีเงินสามารถซื้อบ้านเป็นของตัวเองได้ บวกกับเงินจากการขายลิขสิทธิ์นิยายอีกจำนวนหนึ่ง ผมเลยขอให้พวกท่านเลิกทำงาน แล้วทำในสิ่งที่อยากทำหรือไปเที่ยวตามที่ต้องการบ้างน่ะครับ” ไป่ฉีตอบ
“ชีวิตคงลำบากมากสินะครับ” พิธีกรตอนนี้รู้สึกว่าตัวเองกับทีมงานเห็นแก่ตัวมาก เงินจำนวนนี้สามารถทำให้เด็กคนหนึ่งสามารถเลี้ยงดูพ่อแม่ได้ รวมถึงเป็นทุนการศึกษาให้กับตัวเองด้วย ดูท่าว่าเขาคงจะต้องลองคุยกับผู้กำกับเรื่องคัดกรองคนเสียหน่อย เพื่อจัดคนที่มีความจำเป็นต้องใช้เงินไปในเทปรายการที่ด่านค่อนข้างง่ายกว่านี้
“ครับ แต่ตอนนี้ผมสบายแล้ว ขอบคุณสำหรับความเป็นห่วงครับ” ไป่ฉียิ้ม
หลังจากนั้นไป่ฉีก็ขอตัวไปใส่เสื้อผ้าของตัวเอง ส่วนพิธีกรก็เริ่มงานของเขาต่อทันที เพราะตอนนี้ด่านทุกด่านพร้อมแล้ว เขาได้เชิญผู้เข้าแข่งขันคนต่อไปขึ้นมา
“พี่ชิงชิง ได้รับเช็ครึยังครับ” ไป่ฉีเดินเข้ามาเอ่ยถามเมิ่งชิงชิง
“อื้อ ได้มาแล้วล่ะ” ชิงชิงตอบ
“น้องฉี แบ่งให้พี่ใหญ่บ้างสิ” ต้ากวนเข้ามาขอตรง ๆ แบบไม่อ้อมค้อม
“คงไม่ได้หรอกครับพี่ ผมต้องใช้เป็นรายจ่ายภายในบ้านน่ะ แล้วก็อีกส่วนกะว่าจะเก็บไว้สร้างครอบครัวด้วย” เมื่อได้ยินไป่ฉีพูดเรื่องสร้างครอบครัวขึ้นมา เมิ่งชิงชิงก็หน้าขึ้นสีทันที ต้ากวนที่สังเกตเห็นก็หรี่ตา พร้อมกับยิ้มกรุ้มกริ่ม
“อย่างงี้นี่เอง เอาเถอะจะยอมถอยเพื่อเห็นแก่ว่าที่ภรรยาในอนาคตของน้องฉีก็แล้วกัน แต่ยังไงก็ฝากต้าถงมันด้วยนะ ถ้ามันได้เรียนที่เดียวกับน้องฉี พี่ชายคนนี้ก็สบายใจ ฮ่า ฮ่า ฮ่า แล้วเจอกัน” ต้ากวนหันหลังโบกมือลา พร้อมกับเดินจากไป ในทันทีเมิ่งชิงชิงทุบเข้าที่ต้นแขนไป่ฉี
“โอ๊ย พี่ชิงชิง ทุบผมทำไมเนี่ย” ไป่ฉีถาม
“เพราะนายพูดอะไรแปลก ๆ ทำให้เขาเข้าใจฉันผิดรู้ไหม” เมิ่งชิงชิงกล่าว
“เขาหมายถึงภรรยาผมในอนาคตนะ ถ้าพี่คิดแสดงว่าตกลงแล้วสินะ หึหึ” ไป่ฉีจ้องเมิ่งชิงชิงด้วยสายตาเจ้าเล่ห์
“หยุดเลย พวกเราไปกันได้แล้ว จะได้ไปทันนายเรียนคลาสของอาจารย์หลิวด้วย” เมิ่งชิงชิงรีบเปลี่ยนเรื่องทันที
“ทำไมต้องรีบด้วยล่ะครับ” ไป่ฉีถาม
“เงินพิเศษของฉันที่ได้จากงานของนายไง ถ้าส่งเร็วก็ได้เร็วล่ะนะ” เมิ่งชิงชิงดูอารมณ์ดีขึ้นมาทันตาเห็น
“อยากมีบ้านเป็นของตัวเองขนาดนั้นเลยเหรอครับ” ไป่ฉีถาม
“เป็นความฝันน่ะ ใคร ๆ ก็อยากมีบ้านมีรถทั้งนั้นแหละ” เมิ่งชิงชิงกล่าว
“เด็กจังนะครับ พี่คิดว่าซื้อแล้วมันจบแค่นั้นเหรอ ค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมหรือบำรุงรักษาพี่ได้คิดบ้างไหมครับ พี่ซื้อรถยนต์มา ไหนจะภาษี ค่าตรวจสภาพรถ พวกนี้พี่ได้ทำบัญชีไว้รึเปล่าเนี่ย” ไป่ฉีถาม
“ใครเด็กกัน ฉันเป็นผู้ใหญ่แล้วนะ แต่ที่นายพูด...... ฉันไม่เคยทำบัญชีรายรับรายจ่ายเลยแฮะ” เมิ่งชิงชิงกล่าว
“ถ้าไม่ทำพี่จะรู้ได้ยังไงว่าเหลือเงินเก็บเท่าไหร่น่ะ” ไป่ฉีกล่าว ขณะเดินไปยังลานจอดรถพร้อมกับเมิ่งชิงชิง
“แล้วนายล่ะทำรึไง” เมิ่งชิงชิงถามกลับ ไป่ฉีจึงได้หยิบเอาสมุดที่เขาจดรายรับรายจ่ายเอาไว้ เมื่อเมิ่งชิงชิงรับมาเปิดออกดูเธอถึงกับทรุดตัวลงคุกเข่า มือ 2 ข้างยันพื้น หน้าก้มลงมองพื้น
“นี่ฉันโดนคนอายุน้อยกว่าสั่งสอนเหรอเนี่ย” เมิ่งชิงชิงรู้สึกหดหู่ขึ้นมาทันที ส่วนไป่ฉีก็กลั้นหัวเราะ เขาไม่คิดว่าพี่ชิงชิงจะรั่วได้แบบนี้
“ไปเศร้าที่อื่นเถอะครับ มาทำอะไรในที่สาธารณะแบบนี้มันน่าอายนะครับพี่ชิงชิง” ไป่ฉีกล่าว ส่วนเมิ่งชิงชิงพอระงับอารมณ์ได้ก็เดินต่อไปยังรถที่จอด
เมิ่งชิงชิงกับไป่ฉีไปทำธุระที่ธนาคาร ก่อนที่เมิ่งชิงชิงจะขับรถไปยังศูนย์ฝึกอบรม LSA ต่อ เมื่อรถจอด ขณะที่เธอกำลังจะลง เธอก็ถูกไป่ฉีรั้งเอาไว้
“ไป่ฉี นายจะทำอะไรอีกล่ะ” เมิ่งชิงชิงถาม
“พี่ชิงชิง อันนี้ผมให้” ไป่ฉีหยิบกล่องรูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าออกมา มันมีขนาดใหญ่กว่ากล่องใส่ปากกาพอสมควร ตัวฝากล่องและตัวกล่องหุ้มด้วยผ้าเนื้อดี ปักลวดลายโบราณ ดูยังไง ของที่อยู่ข้างในก็เป็นของมีราคาแน่นอน
“มันคืออะไรน่ะ” เมิ่งชิงชิงถาม เธอคิดว่าของที่อยู่ข้างในต้องแพงแน่ ๆ จะให้เธอรับไว้งั้นเหรอ
“ถ้าพี่ไม่ยอมเปิดงั้น พี่หันหลังมาแล้วหลับตาด้วย” ไป่ฉีกล่าว
“นายจะทำอะไรน่ะ” เมิ่งชิงชิงเริ่มหวาดระแวง
“ผมจะไปทำอะไรพี่ล่ะ ที่ผ่านมามีแต่พี่ทำผมทั้งนั้นแหละ” ไป่ฉีกล่าว ทำให้เมิ่งชิงชิงที่ได้ยินหันขวับมามองตาเขียวใส่ไป่ฉี
“ใครใช้ให้นายมา.....เอ่อ” เมิ่งชิงชิงนึกถึงสิ่งที่เธอทำกับไป่ฉีบนรถเมื่อคราวที่แล้ว ใบหน้าของเธอก็แดงขึ้นมา
“งั้นพี่หันหลังมา เดี๋ยวที่เหลือผมจัดการเอง” ไป่ฉีกล่าว เมิ่งชิงชิงจึงหลับตาลงตามที่ไป่ฉีบอก
ไป่ฉีเปิดกล่องในมือ ข้างในเป็นปิ่นทองคำ ขึ้นรูปเป็นตัวหงส์ ดวงตาของมันประดับด้วยทับทิมน้ำงาม ส่วนหางนั้นเป็นพวงระย้า ติดทับทิมไว้ด้วยเช่นกัน
เขาวางกล่องใส่ปิ่น ก่อนจะปล่อยผมที่เมิ่งชิงชิงรวบไว้ แล้วทำการรวบขึ้นใหม่ให้เป็นทรง ตามด้วยเสียบปิ่นปักผมที่เขาเตรียมมาอย่างเบามือ
“พี่ชิงชิง เสร็จแล้วครับ” ไป่ฉีกล่าว
เมิ่งชิงชิงลืมตาขึ้นพร้อมกับหยิบกระจกอันเล็กขึ้นมาส่องดู สิ่งที่เธอเห็นนั้นทำให้เธอมีความสุขมาก ไป่ฉีจัดทรงผมใหม่ให้เธอ มันดูมีสไตล์และทันสมัย เข้ากับปิ่นรูปหงส์แบบโบราณได้อย่างลงตัว
“ขอบใจนะ ว่าง ๆ สอนฉันทำผมทรงนี้ด้วยล่ะ” เมิ่งชิงชิงหันมาพูดกับไป่ฉี รอยยิ้มของเธอทำให้เขาใจเต้นรัว เขาเอามือเกาหลังหัวทำตัวไม่ถูกขึ้นมาทันที แถมอากาศตอนนี้ทำไมมันถึงร้อน ๆ ชอบกล ว่าแล้วไป่ฉีก็ขยับเสื้อให้กระพือเพื่อให้หายร้อน
“ครับ ว่าง ๆ ผมจะสอนให้ เราลงจากรถกันดีกว่า” ว่าแล้วไป่ฉีก็รีบเปิดประตูลงจากรถทันที
“ตอนนายเขินก็น่ารักดีเหมือนกันนะ” เมิ่งชิงชิงมองไป่ฉีเปิดประตูลงจากรถไป เธอคิดว่าด้านนี้ของไป่ฉีก็น่ารักดีเหมือนกัน เพราะปกติเวลาอยู่ต่อหน้าคนอื่นไป่ฉีมักจะทำตัวเป็นผู้ใหญ่เสมอ
__________________________
มอบของแทนใจให้กับชิงเอ๋อแล้ว =w=