“อึก...” เสียงกลืนน้ำลายของซาเบลดังขึ้น พร้อมกับมองไปทางอีริกด้วยสายตาขอความช่วยเหลือ แต่เมื่อมองไปก็พบว่าอีริกนั้นเบือนหน้าหนีไปอีกทางอย่างรวดเร็ว เธอโอดครวญในใจ ‘ทำไมต้องเป็นหมอนี่ด้วย ยาของหมอนี่มันยาพิษชัดๆ’
จากนั้นจึงเธอหลับตาลงบีบจมูกแล้วกระดกยาถอนพิษสีเขียวอ่อนอันไม่น่าพิสมัยลงไป ของเหลวไหลผ่านลำคอของเธอราวกับจะแผดเผาลำคอของเธอให้เป็นผุยผง รสชาติอันสุดแสนจะชวนให้สำรอกของเก่าที่กินไปเมื่อไม่นานนี้ออกมา เส้นขนบนตัวของซาเบลลุกชันไปหมดทั้งตัว นี่เป็นยิ่งกว่าช่วงเวลาแห่งความเป็นความตายในตอนที่เธอต่อสู้กับสัตว์อสูรด้วยซ้ำไป มันเทียบไม่ได้กับการกินยาของนิกซ์เลยด้วยซ้ำ
จากนั้นเมื่อซาเบลกินยาถอนพิษเสร็จ เธอถลึงตาใส่นิกซ์ด้วยความโกรธเคือง ในใจเธอสัญญากับตัวเองว่าจะไม่มีวันกินยาของมันอีกเด็ดขาด
“เป็นอะไรไปครับคุณซาเบล ทำไมถึงมองผมด้วยสายตาไม่น่ารักแบบนั้นล่ะครับ เอ...หรือว่าจะท้องเสียกันครับ หน้านี่ซีดเซียวเลยนะครับ ยังไม่อาการอะไรอยู่ก็บอกผมได้นะครับ” เมื่อเห็นสีหน้าของซาเบลที่มองมายังตนเอง นิกซ์ก็ถามออกไปด้วยความเป็นห่วงเป็นใย
‘ท้องเสียบ้านป้าเอ็งสิไอเด็กบ้า’ อีริกและซาเบลบ่นออกมาในใจอย่างเสียมิได้
“ชั้นไม่เป็นอะไรแล้วค่ะ ขอบคุณสำหรับยาถอนพิษแต่ทีหลังไม่ต้องนะคะ ดิฉันรักษาเองได้” ซาเบลกล่าวเสียงเรียบพร้อมกับไปปลดปล่อยจิตสังหารออกมามากมาย พร้อมกับรักษาความสงบอย่างที่เธอเคยเป็นไว้ได้อย่างรวดเร็ว
“เอาน่าซาเบล ไอหนูนิกซ์มันแค่อยากช่วยเธอก็เท่านั้นเอง ไม่เห็นต้องโกรธมันขนาดนั้นเลย ฮาฮาฮา” อีริกกล่าวออกไปอย่างอดไม่ได้ที่จะหัวเราออกมาด้วยเวทนา
“ใช่ครับคุณอีริกพูดถูก คุณซาเบลจะโกรธผมทำไมเนี่ย ผมไม่เข้าใจเลยจริงๆ” นิกซ์ส่ายหัวอย่างช่วยไม่ได้
“หมดเวลาเล่นแล้วค่ะ นี่ไม่ใช่เวลาที่จะมาคุยเล่นกัน แล้วก็เวลาอย่างนี้อย่าทำเป็นเล่นกันสิคะ” น้ำเสียงที่ดูเคร่งขรึมอันเป็นเอกลักษณ์ดังออกมาจากปากของซาเบล ในน้ำเสียงเเฝงไว้ด้วยคำตำหนิชายทั้งสองคนที่ยืนอยู่ จากนั้นเธอจึงหยิบแว่นอันใหม่ออกมาจากแหวนมิติแล้วใส่มันแทนอันเก่าที่เสียหายไปจากการต่อสู้
อีริกและนิกซ์หันหน้ามายิ้มอย่างอ่อนใจ ในใจพวกเขาคิดว่า ‘ซาเบลนี่ไม่มีอารมณ์ขันเอาเสียเลย’
จากนั้นทั้งสามคนก็เข้าไปต่อสู้กับจ้าวอสรพิษฟ้าครามอีกครั้ง อีริกและซาเบลต่อสู้ในระยะประชิด ส่วนนิกซ์นั้นคอยสนับสนุนอยู่บริเวณนอก
อีริกใช้เพลงดาบพายุทรายจากทั้งสองมืดทำหน้าที่ปะทะซึ่งหน้ากับจ้าวอสรพิษฟ้าคราม ส่วนซาเบลเธอใช้ดาบใหญ่ในมือทำหน้าที่ปิดล้อม
“นัต พิสทอล” นิกซ์ดีดทดทดลองสีฟ้าแล้วยิงกระสุนพลังชีวิตใส่อีกครั้ง พลังชีวิตรวมเข้ากับของเหลวสีฟ้านั้น กลายเป็นกระสุนขนาดเล็กระดมยิงเข้าใส่ผิวหนังที่เต็มไปด้วยเกล็ดของจ้าวอสรพิษฟ้าครามอย่างรุนแรง กระสุนมากมายของเขาไม่อาจที่จะทะลวงชั้นเกล็ดของมันได้แต่ก็ยังคงสามารถสร้างความเสียหายได้บ้างเล็กน้อย
นิกซ์นั้นเป็นลูกศิษย์คนสำคัญของพ่อของอีริกและโนเอล เขาเป็นอัจฉริยะด้วยอายุเพียงแค่สามสิบเก้าปีสามารถเลื่อนขึ้นมามีระดับชีวิตที่เทียบเท่ากับนักล่าชั้นนำของเมืองไวท์ชาโดว์ ด้วยระดับไดม่อนหนึ่งดาวทำให้เขาสามารถเป็นถึงผู้อำนวยการสาขาของศูนย์วิจัยการเล่นแร่แปรธาตุได้เลย
นิกซ์นั้นเป็นMad Scientist อย่างแท้จริง เขาทดลองอย่างบ้าคลั่งและหมกมุ่นอยู่กับการค้นคว้าและทดลองศาสตร์แห่งการเล่นแร่แปรธาตุ ความใฝ่รู้ของเขานั้นไม่มีที่สิ้นสุด แต่ถึงกระนั้นเขาก็ไม่เคยจะละเลยในการฝึกฝนพลังชีวิตเลยแม้แต่น้อย อีกทั้งเขายังเป็นมือปืนเวทมนตร์ที่เก่งกาจและหาตัวจับได้ยากของเมืองไวท์ชาโดว์แห่งนี้ ถ้ามีใครบอกว่านิกซ์เป็นที่สองในด้านการยิงปืนเวทมนตร์ ก็คงไม่มีนักล่าคนใดกล้าบอกว่าตัวเองนั้นเป็นที่หนึ่งอย่างแน่นอน
นอกจากนี้นิกซ์นั้นเป็นผู้เชี่ยวชาญในด้านการควบคุมพลังชีวิตและพลังเวท เขาสามารถบีบอัดพลังชีวิตมากมายลงในกระสุนหรือปืนเวทมนตร์ โดยเขาสามารถทำขั้นตอนเหล่านี้ได้รวดเร็วยิ่งกว่านักล่าทั่วไปหลายเท่า ทำให้กระสุนพลังชีวิตทุกลูกที่เขาเป็นคนยิงนั้นมีพลังมหาศาล และทุกทักษะนักล่าที่เขาใช้ ทั้งหมดเป็นทักษะที่เขาคิดขึ้นเองทั้งสิ้น
ซึ่งขั้นตอนในการบีบอัดพลังพลังชีวิตลงในกระสุนหรือปืนเวทมนตร์นั้นถือว่าสำคัญเป็นอย่างมากสำหรับมือปืน เพราะในการต่อสู้นั้นถ้าชักช้าแม้แต่นิดเดียว นั่นหมายถึงความเป็นความตายเลยทีเดียว สำหรับนิกซ์นั้นขั้นตอนในการบีบอัดพลังชีวิตให้สูงที่สุดในการโจมตีหนึ่งครั้งนั้น เขาใช้เวลาเพียงครึ่งวินาทีเท่านั้นเอง
การต่อสู้ระหว่างสามมนุษย์และหนึ่งสัตว์อสูรทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น บริเวณโดยรอบเต็มไปด้วยหลุมบ่อจากพลังทำลายล้างของทั้งสี่คน ซากศพของสัตว์อสูรกองเรียงรายเป็นวงอยู่โดยรอบราวกับจะบอกว่าที่นี่คือ สังเวียนของพวกเขาเท่านั้น
จ้าวอสรพิษที่ได้รับบาดเจ็บก็เริ่มอาละวาดอย่างบ้าคลั่ง หัวทั้งสองของมันพ่นเปลวไฟพิษและดินโคลนออกมาจากปาก เปลวเพลิงและดินโคลนสาดซัดไปทั่วพื้นที่
อีริกคือผู้ที่ต้องรับภาระหนักจากการโจมตีอันสุดแสนจะมั่วซั่วนี้เพราะเขาอยู่ใกล้กับจ้าวอสรพิษฟ้าครามมากที่สุด เขากระโดดหลบการโจมตีอันบ้าคลั่ง พร้อมกับใช้กระบวนท่าไหลตามกระแสของเพลงดาบพายุทรายเพื่อเบี่ยงเบนวิถีของการโจมตีไม่ให้โดนพรรคพวกของเขา อีริกทำหน้าที่ของเขาได้เป็นอย่างดี
“สกรูไดร์ฟเวอร์” ในขณะเดียวกันนิกซ์ก็ยิงกระสุนเจาะเกราะใส่จ้าวอสรพิษฟ้าครามอย่างเมามัน เขาไม่แม้แต่จะหลบเลี่ยงการโจมตีของจ้าวสัตว์อสูรเลยแม้แต่น้อย เพราะเขามั่นใจว่าคุณอีริกจะสามารถป้องกันการโจมตีที่โจมตีมาที่เขาได้ทั้งหมด มันเป็นความเชื่อใจที่เกิดขึ้นจากความไว้ใจและความเชื่อมั่นในตัวของอีริก สำหรับนิกซ์แล้วอีริกนั้นถือได้ว่าเป็นทั้งศิษย์พี่และพี่ชายที่เขาเคารพเป็นอย่างมาก
ซึ่งอีริกก็ไม่ได้ทำให้นิกซ์ผิดหวังการโจมตีของจ้าวอสรพิษฟ้าครามไม่อาจผ่านมาที่เขาได้เลย นิกซ์จึงสามารถทุ่มเทสมาธิไปกับการรวบรวมพลังชีวิตและการเล็งเป้าได้อย่างเต็มที่
สกรูไดร์ฟเวอร์ของนิกซ์เจาะทะลวงผ่านชั้นเกล็ดได้อย่างง่ายดาย ที่กระสุนของนิกซ์สามารถเจาะผ่านชั้นเกล็ดของจ้าวอสรพิษฟ้าครามได้นั้น ทั้งหมดเป็นเพราะอีริกสร้างรอยร้าวไว้ที่เกล็ดของมันในทุกการโจมตีของเขา ทุกการโจมตีของอีริกแฝงไว้ด้วยกฎเกณฑ์แห่งการทำลายล้างและกฎเกณฑ์แห่งความมืด กระสุนของนิกซ์จึงสามารถสร้างบาดแผลให้กับจ้าวอสรพิษฟ้าครามได้อย่าง่ายดาย
“ก๊าซซซ…” จ้าวอสรพิษฟ้าครามแผดเสียงคำรามอย่างเจ็บปวด นัยน์ตาของมันแดงฉานราวกับโลหิต ในตอนนี้มันเต็มไปด้วยความเดือดดาล สติที่เคยมีจางหายไปแทนที่ด้วยสัญชาตญาณสัตว์ป่าเท่านั้น มันไม่เคยเสียท่าขนาดนี้มาก่อนเลยในชีวิต บนร่างกายของมันเป็นไปด้วยร่องรอยของบาดแผลมากมายที่เกิดจากการโจมตีของมนุษย์ที่น่ารังเกียจทั้งสามคน
ซาเบลนั้นถึงแม้จะไม่มีบทบาทอะไรมากนัก แต่หน้าที่ของเธอนั้นสำคัญเป็นอย่างมาก เพราะว่าเธอต้องเป็นคนคอยใช้การโจมตีสกัดกั้นและปิดทางหนีของจ้าวอสรพิษฟ้าคราม ซึ่งซาเบลทำหน้าที่ของเธอได้เป็นอย่างดี จึงทำให้จ้าวอสรพิษฟ้าครามไม่สามารถมุดลงดินหนีไปไหนได้เลย
สัตว์อสูรที่บ้าคลั่งนั้นอันตรายเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะจ้าวสัตว์อสูรนั้นถ้าเกิดบ้าคลั่งแล้วมันสามารถดึงพลังออกมาได้มากกว่าปกติหลายเท่า จ้าวสัตว์อสูรนั้นโดยปกติแล้วจะมีสติปัญญาเทียบเท่ากับมนุษย์เลยทีเดียว ทำให้มันเจ้าเล่ห์เป็นอย่างมาก แต่ถ้าเกิดว่ามันคลั่งขึ้นมาแล้วละก็มีสิ่งเดียวให้มันต้องคิดก็คือ สังหารศัตรูโดยไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น
และในตอนนี้จ้าวอสรพิษฟ้าครามก็อยู่ในสภาวะที่บ้าคลั่ง มันเลิกคิดที่จะหนีและไม่สนใจบาดแผลบนตัวมันเลยแม้แต่น้อย มันพ่นเปลวเพลิงพิษและดินโคลนออกจากปากอย่างไม่หยุดหย่อน ในขณะเดียวกันหางของมันก็ย้อมไปด้วยของเหลวหนืดที่แดงแวววาวราวกับอัญมณีล้ำค่า แต่ของเหลวนี้คือพิษที่ร้ายแรงที่สุดของมัน ซึ่งถือว่าเป็นไม้ตายก้นหีบของจ้าวอสรพิษฟ้าครามเลยก็ว่าได้
พิษชนิดนี้มีชื่อว่า เจ็ดสังหาร สร้างจากแก่นโลหิตของจ้าวอสรพิษฟ้าครามที่ควบแน่นจนเข้มข้น ผลของพิษชนิดนี้จะสร้างความเสียหายที่แตกต่างกันเจ็ดอย่างในเจ็ดวันจากนั้นเหยื่อก็จะตายอย่างทุกข์ทรมาน หลังจากที่ใช้พิษชนิดนี้ไปแล้วจ้าวอสรพิษฟ้าครามก็จะไม่สามารถใช้พิษชนิดนี้ได้อีกเลยตลอดชีวิต และด้วยแก่นโลหิตที่เสียไปของมันก็จะทำให้ไม่สามารถเลื่อนระดับชีวิตได้อีกเลย ผลลัพธ์นี้นับว่าเลวร้ายยิ่งกว่าตายมากเลยทีเดียว
พวกอีริกที่เห็นอย่างนั้นก็ต้องลอบเพิ่มความระวังตัวยิ่งขึ้น เพราะต่อให้เป็นพวกเขาก็ไม่กล้าที่จะลองเสี่ยงกับพิษในตำนานนี้ และถึงแม้ว่าพวกเขาจะสามารถรอดพ้นจากพิษร้ายนี้มาได้ ก่อนที่จะรอดก็ต้องเจอกับยาถอนพิษสุดนรกของนิกซ์อีก ผลลัพธ์อย่างนี้ไม่ว่าทางไหนเขาก็ไม่อยากให้มันเกิดขึ้นทั้งนั้น อีริกและซาเบลจะไม่มีทางที่จะยอมกินยาแก้พิษของนิกซ์อีกครั้งเป็นแน่
อีริกตวัดดาบออกด้วยเพลงดาบพายุทราย เขาเลี่ยงที่จะปะทะกับการโจมตีด้วยเปลวเพลิงและดินโคลนด้วยการเบี่ยงเบนวิถีของพลังงานออกไป และเลือกที่จะปะทะซึ่งหน้ากับหางที่มีพิษร้ายแรงแทน เพราะเขาคิดว่าให้อาวุธร้ายแรงของศัตรูอยู่ในที่แจ้ง เขาสามารถมองเห็นมันได้อย่างชัดเจน ดีกว่าให้มันอยู่ในที่ลับแล้วต้องมาคอยมาระแวงระวังจนเสียสมาธิ
ส่วนคนที่สบายที่สุดนั้นเห็นทีคงหนีไม่พ้นนิกซ์ เพราะเขาไม่ต้องคอยหลบหลีกอะไรให้วุ่นวาย เพียงแค่เพ่งสมาธิไปที่การโจมตีอย่างเดียวก็พอ หลังจากที่เขาโจมตีใส่จ้าวอสรพิษฟ้าครามมาเป็นเวลานาน บนร่างกายของมันเต็มไปด้วยบาดแผลนับไม่ถ้วนซึ่งเกิดจากฝีมือการยิงของเขาทั้งสิ้น
พลังชีวิตที่นิกซ์ใช้ไปราวกับน้ำป่าไหลหลาก ทำให้ในตอนนี้เขาเริ่มออกอาการเหนื่อยหอบให้เห็นบ้างแล้ว แต่เขาก็ไม่คิดที่จะหยุดการโจมตีของตนเอง
ราวกับว่าซาเบลนั้นไม่มีเคยมีตัวตนอยู่ในการต่อสู้ ในตอนที่อีริกรับมือกับพลังจากทั้งสองหัวและต้องคอยระวังหางพิษของจ้าวอสรพิษฟ้าคราม นิกซ์ก็โจมตีด้วยกระสุนหลากหลายชนิดของเขา ด้านหลังของจ้าวอสรพิษฟ้าครามนั้นเปิดโล่ง ซาเบลที่เห็นโอกาสเหมาะ เธอรวบรวมพลังชีวิตอัดเข้าไปในดาบใหญ่ในมือ พลังชีวิตสีเขียวหมุนวนรอบคมดาบอย่างหิวกระหาย
“ทริปเปิ้ลครอสเฮอริเคน” ดาบที่ห่อหุ้มด้วยพายุสีเขียวอันบ้าคลั่ง ถูกปลดปล่อยออกมาจากแขนเรียวบางของซาเบล เกิดเป็นพายุเฮอริเคนสามลูกตัดผ่านจุดที่ร่างของจ้าวอสรพิษฟ้าครามอยู่อย่างพอดิบพอดี