บทที่ 46: ที่ปรึก(ษา)เสียว
เช้าวันถัดมา ท้องฟ้าเหนือนครหลวงยังคงสลัวลางด้วยเมฆฝนหลงเหลือจากพายุค่ำคืนก่อน กลิ่นไอฝนและไอดินที่เปียกชื้นฟุ้งกระจายในอากาศ แพรพิมพ์รีบจัดแต่งเสื้อผ้าด้วยนิ้วมืออันสั่นเทา หญิงสาวก้าวเดินออกจากคฤหาสน์วรโชติด้วยความกระวนกระวายใจสับสนหน่วงหนักในอก เธอเดินตรงไปยังรถยนต์ส่วนตัวและก้าวเข้าไปนั่งหลังพวงมาลัย สองมือบีบพวงมาลัยหนังแท้แน่นจนข้อนิ้วขึ้นสีซีดขาวเพื่อระบายความอึดอัดแน่นในทรวงอกที่บีบคั้น แพรพิมพ์เหยียบคันเร่งขับรถมุ่งหน้าตรงออกจากเขตชานเมือง มุ่งไปยังคอนโดมิเนียมหรูย่านใจกลางเมืองซึ่งเป็นที่พักส่วนตัวของ ‘พราว’ เพื่อนสาวคนสนิทที่สุดของเธอเพียงคนเดียวในชีวิตแต่งงานที่เธอไว้ใจจะระบายความลับ
ตลอดเส้นทางการขับรถ แพรพิมพ์ต้องพยายามระงับอารมณ์สับสนปนหวาดกลัวและละอายแก่ใจที่ยังคงตกค้างมาจากภาพการบำบัดรักษาร่วมรักล้มเหลวเมื่อค่ำคืนที่ผ่านมา น้ำตาของเธอยังคงพรั่งพรูไหลนองสองแก้มเปื้อนเครื่องสำอางเป็นระยะยามนึกถึงความพ่ายแพ้ปวกเปียกของสามีและการร่ำไห้สะอื้นกอดคอกันสามคนข้างเตียงสมรสยับเยินเปื้อนคราบน้ำรักคราบน้ำตาคราวนั้นในค่ำคืนพายุ
เมื่อรถยนต์แล่นเข้ามาจอดในลานจอดรถของคอนโดหรู แพรพิมพ์รีบหยิบกระดาษทิชชูมาซับคราบน้ำตารอบสองดวงตาและจัดแต่งทรงผมชอกช้ำให้เรียบร้อยก่อนจะกดลิฟต์ขึ้นไปยังชั้นห้องชุดส่วนตัวของเพื่อนรัก หญิงสาวยืนอยู่หน้าประตูห้องพักสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ ก่อนจะเอื้อมมือสั่นเทาไปกดปุ่มกริ่งส่งสัญญาณเรียกคนด้านในห้องพักหรูหรา
ประตูห้องเปิดออกช้าๆ เผยร่างโปร่งระหงของพราวในชุดลำลองเสื้อยืดกางเกงขาสั้นสีครีมสะดุดตา ใบหน้าสวยคมของเพื่อนรักฉายประกายตกใจอย่างยิ่งเมื่อกวาดสายตามองเห็นแววตาบวมเป่งของพิมพ์รวมถึงอาการไหล่สั่นเทาของแพรพิมพ์ที่หมดสิ้นความมั่นใจและเปี่ยมด้วยความอ่อนแอ
“พิมพ์! เป็นอะไรไปน่ะ ยัยพิมพ์!” พราวร้องทักเสียงหลงพร้อมเอื้อมมือดึงไหล่บางของเพื่อนรักให้ก้าวเข้ามาในห้องนั่งเล่นหรูหราที่จัดตกแต่งอย่างเรียบร้อยและมีกลิ่นอโรมาผ่อนคลาย “ทำไมตาบวมและร้องไห้หนักขนาดนี้ล่ะ เกิดเรื่องร้ายแรงอะไรขึ้นที่บ้านงั้นเหรอพิมพ์ รีบเข้ามานั่งก่อนสิเพื่อนรักคนดีของฉัน”
พราวดึงตัวแพรพิมพ์มานั่งลงบนโซฟาหนังนุ่มตัวใหญ่ในห้องนั่งเล่นสลัว ก่อนจะรีบเดินไปรินน้ำเย็นจัดมาส่งให้พิมพ์ดื่มเพื่อระงับจิตใจอันสั่นเครือและกระสับกระส่าย แพรพิมพ์รับแก้วน้ำมาประคองไว้ด้วยมือสั่นระริกก่อนจะวางมันลงบนโต๊ะกระจก หญิงสาวทรุดซบใบหน้านองน้ำตาลงบนหน้าตักของเพื่อนรักและปล่อยโฮคร่ำครวญสะอื้นไห้เสียงดังลั่นห้องด้วยความอึดอัดแน่นปอดมาตลอดค่ำคืนพายุผ่านพ้นในคฤหาสน์
“ฮือออ... พราว... ฉันมีเรื่องทุกข์ใจเหลือทนแล้ว... ชีวิตแต่งงานสี่ปีของฉันกับภภพมันพังยับเยินหมดแล้วพราว ฉันละอายใจเหลือเกินไม่รู้จะทำยังไงแล้ว” พิมพ์สะอื้นละล่ำละลัก แผ่นหลังบางสะท้านโยนตามแรงคร่ำครวญสลดจิตใจที่ร้าวรานใจ
พราวนั่งลงลูบแผ่นหลังบางของเพื่อนรักอย่างปลอบประโลมเบามือ แววตาเต็มไปด้วยความสับสนและเป็นห่วงอย่างจริงใจ “ใจเย็นๆ นะพิมพ์ เล่าให้ฉันฟังเถอะ มีเรื่องอะไรก็ระบายมาให้หมด ฉันยินดีรับฟังและพร้อมช่วยพิมพ์แก้ปัญหาเสมอ พิมพ์ก็รู้ว่าพราวไม่เคยทิ้งพิมพ์และจะคอยอยู่เคียงข้างพิมพ์ทุกเวลาเล่ามาเถอะนะยัยพิมพ์คนดี”
แพรพิมพ์สูดลมหายใจสั่นเครือก่อนจะขยับตัวลุกขึ้นนั่งตรง จ้องมองตาพราวด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความละอายใจและอับอายอย่างขีดสุด หญิงสาวกำมือของเพื่อนรักไว้แน่นสะกดอารมณ์ละอายแก่ใจและอึดอัดใจจนสั่นสะท้านไปทั้งตัวด้วยความหวาดกลัว
“พราว... ฉันจะเล่าความลับที่น่าเกลียดและน่าอายที่สุดเรื่องหนึ่งให้แกฟัง... แกต้องสัญญานะว่าจะไม่บอกใครเด็ดขาดและห้ามเกลียดชังฉันด้วยนะพราว ฉันกลัวเหลือเกินที่จะถูกมองไม่ดี” พิมพ์วิงวอนเสียงแหบพร่าข้างหูเพื่อน
“ฉันสัญญาพิมพ์ ฉันไม่มีวันเกลียดพิมพ์แน่นอน เล่ามาเถอะนะเพื่อนรัก” พราวยืนยันแววตาคมนิ่งหนักแน่นและจริงใจ
แพรพิมพ์พรั่งพรูความลับอันน่าอับอายทั้งหมดออกมาอย่างหมดเปลือก เธอเริ่มเล่าเรื่องที่เธอนอกใจสามีปีนเตียงมีความสัมพันธ์รักลึกซึ้งร่วมรักกับภัทร์น้องชายสามีในคฤหาสน์เพราะความเหงาและอ้างว้างโดนละเลยมาตลอดสี่ปีแต่งงาน เล่าเรื่องที่ภพจับได้คาตาและบังคับให้ตั้งกฎกติกากลุ่มบำบัดรักษาความเสื่อมสมรรถภาพของภพเชิงจิตวิทยา โดยสั่งให้พิมพ์และภัทร์ร่วมรักกันต่อหน้าต่อตาปลายเตียงนอนสมรสเพื่อกระตุ้นจิตวิทยา และลงเอยด้วยการที่ภพพยายามกระแทกตัวตนสอดใส่แต่กลับหดเฉาเหี่ยวปวกเปียกล้มเหลวไม่แข็งตัวคาช่องคลอดพิมพ์เมื่อคืนนี้ แม้กระทั่งพิมพ์พยายามก้มลงอมออรัลเซ็กส์เล้าโลมใช้ปากรูดดึงช่วยบำบัดจนน้ำลายท่วมเปียกชุ่มก็ไม่ยอมแข็งขึ้นมาเลยแม้แต่น้อยล้มเหลวสิ้นเชิง
พราวเบิกตากว้างอ้าปากค้างด้วยความช็อกและตกตะลึงลึกซึ้งกับพล็อตบำบัดรักสามเส้าบิดเบี้ยวนี้ ชายหนุ่มและหญิงสาวที่เธอรู้จักกำลังตกอยู่ในชะตากรรมอัปยศหนีไม่พ้นอารมณ์บีบคั้นใจสั่นสะท้าน
“พิมพ์... เรื่องนี้มัน... มันบ้าและน่าอายมากเลยนะ” พราวเอ่ยถามเสียงแผ่วสะกดความช็อกในอกสลับความตื่นตระหนก “แต่เดี๋ยวนะพิมพ์... ในฐานะที่ฉันเรียนจบมาทางด้านจิตวิทยาและพฤติกรรมศาสตร์ พฤติกรรมที่ภพแสดงออกและปมปัญหาทางเพศของเขา... มันไม่ได้เกิดจากความผิดปกติของร่างกายภายนอกเลยแม้แต่นิดเดียวจริงๆ”
พราวเริ่มวิเคราะห์สถานการณ์และจัดตั้งคำอธิบายทางจิตวิทยาให้เพื่อนรักฟังอย่างตั้งใจและประสงค์จะช่วยแก้ไขเยียวยารักษา
“ภพสามารถมีความต้องการและร่วมรักหลั่งน้ำรักกับผู้หญิงบริการคนนอกข้างนอกคอนโดสุขุมวิทได้ปกติราบรื่นร้อยเปอร์เซ็นต์ตามที่พิมพ์บอก... แต่เขากลับเสื่อมสมรรถภาพ ไร้น้ำยาปวกเปียกทันทีเมื่ออยู่กับพิมพ์บนเตียงสมรส... นั่นแปลว่าจิตใต้สำนึกของภพรักพิมพ์มากและรู้สึกผิดหวาดกลัวสะสมรวมกับความโกรธแค้นและเจ็บใจเรื่องที่พิมพ์และภัทร์ทำชู้กันลับหลัง สมองของเขาปิดกั้นความต้องการทางเพศกับพิมพ์โดยจงใจเพื่อสร้างเกราะป้องกันความเจ็บปวดในใจดวงน้อย... ยิ่งพิมพ์และภัทร์พยายามร่วมรักกันกระตุ้นเขาต่อหน้าต่อตาต่อหน้าเก้าอี้ปลายเตียง ปมจิตใจนั้นก็ยิ่งฝังรากลึกและตอกย้ำความล้มเหลวอัปยศของเขาเข้าไปใหญ่จนร่างกายต่อต้านปวกเปียกหลุดลื่นออกมาอย่างสิ้นท่าหมดรูป”
แพรพิมพ์ร้องไห้พยักหน้ารับอย่างสลดใจน้ำตานองไหล “ใช่พราว... ภพพยายามสอดใส่แต่พอสัมผัสคราบน้ำรักของภัทร์ที่เปียกช่องคลอดพิมพ์ เขาก็อ่อนยวบหลุดออกมาทันทีเลย พวกเราพยายามช่วยกันปลอบและช่วยอมให้เขาก็ไม่มีแรงกลับมาเลย... ตอนนี้พวกเราตันหนทางไปหมดแล้ว ไม่รู้จะบำบัดรักษายังไงต่อไปดีแล้วพราว... พิมพ์เจ็บปวดใจเหลือเกินที่สามีต้องมาเป็นผู้ชายไร้น้ำยาต่อหน้าต่อตาแบบนี้และครอบครัวจะพัง”
พราวนิ่งขรึมครุ่นคิดอยู่ครู่ใหญ่ แววตาของเพื่อนรักสั่นระริกมีความสับสนและจดจ่อกามารมณ์ในสมองเพื่อหาคำแนะนำ พราวหันมองพิมพ์ก่อนจะขยับเข้าไปใกล้และกุมมือของเพื่อนรักไว้แน่นด้วยน้ำเสียงจริงจังเด็ดเดี่ยวหวังช่วยเพื่อนรักกอบกู้วันเก่า
“พิมพ์... ถ้าปมประสาทของภพปิดกั้นเพราะความรักปนความโกรธเกลียดที่มีต่อพิมพ์... ถ้าอย่างนั้น การเปลี่ยนองค์ประกอบและลดความตึงเครียดของความสัมพันธ์สามเส้านี้อาจช่วยปลดล็อกได้นะ” พราวเสนอเสียงต่ำเบาบางสลัวในลำคอ “หากมีบุคคลภายนอกที่ไม่มีความขัดแย้งเชิงศีลธรรมของสามีภรรยาเข้ามามีส่วนร่วมเพื่อทำหน้าที่เป็นตัวกลางตัวประสานปลดล็อกอารมณ์บำบัดนี้ล่ะ...”
แพรพิมพ์ขมวดคิ้วสับสนและตื่นตระหนก “บุคคลภายนอกงั้นเหรอพราว? หมายความว่ายังไงคะ? เราจะดึงคนอื่นเข้ามาในห้องนอนใหญ่ของเราเนี่ยนะพราว? จะบ้าไปกันใหญ่แล้ว!”
พราวสูดลมหายใจลึก ยื่นข้อเสนอชวนช็อกและน่าหวาดเสียวสูงสุดออกไปปะทะหน้าเพื่อนรักอย่างไม่มีวันหวนกลับหลีกเลี่ยงไม่ได้
“หมายความว่า... ฉันเสนอตัวเข้าร่วมกลุ่มบำบัดนี้ด้วยคนค่ะพิมพ์! พราวจะเข้าร่วมวงกิจกรรมรักร่วมกลุ่ม Threesome หรือ Four-way กับภพ ภัทร์ และพิมพ์ในครั้งนี้เองค่ะ! พราวจะยอมให้ภพเล้าโลมและร่วมรักกอดเกี่ยวสัมผัสกายพราวต่อหน้าพิมพ์ เพื่อดูว่ายามที่ภพอยู่กับคนนอกอย่างพราวและพ้นจากความกดดันของพิมพ์ ร่างกายของภพจะทำงานและกลับมาแข็งแรงกระตุ้นการหลั่งรักได้ปกติสม่ำเสมอหรือไม่... จากนั้นเราค่อยๆ ขยับสลับขั้วให้พิมพ์เข้าร่วมปรนเปรอจนภพชินชากับการเปิดรับพิมพ์ในที่สุด พราวตกลงใจยอมสลัดความอายทั้งหมดเพื่อช่วยชีวิตแต่งงานและครอบครัวของยัยพิมพ์เพื่อนรักคนนี้ค่ะ!”
คำเสนอแนะอันแสนบ้าคลั่งและบิดเบี้ยวหลุดออกจากปากพราว ส่งผลให้แพรพิมพ์ช็อกตกตะลึงจนตัวแข็งทื่อราวกับถูกสาป ดวงตากลมโตบวมช้ำเบิกกว้างจ้องมองเพื่อนสนิทด้วยความคาดไม่ถึงและอายสุดหัวใจสับสนอลหม่านกับวิธีรักษาที่แปลกประหลาดและหวาดเสียวในใจ
พิมพ์อ้ำอึ้งอ้าปากค้างสั่นระริก สองแก้มแดงซ่านด้วยความอายสูงสุดสลับสับสน “พราว... นี่แกพูดจริงเหรอ... แกจะยอมมีอะไรกับสามีฉันเพื่อช่วยฉันเนี่ยนะ... มันน่าอายเกินไปแล้วนะพราว” หญิงสาวพูดละล่ำละลักพยายามมองลึกเข้าไปในแววตาเด็ดเดี่ยวของเพื่อนรัก
หัวใจของเธอเต้นกระดอนโครมครามรวดเร็วจนแทบหลุดออกมาจากแผ่นอก สองมือกำนิ้วของพราวไว้แน่นท่ามกลางสายตาจริงจังและเด็ดเดี่ยวของเพื่อนสาวสนิทที่มองลงมาอย่างจดจ่อชวนเสียวซ่านและประหวั่นพรั่นพรึงค้างคาไว้ในเงามืดของห้องนั่งเล่นในใจที่สับสนอลหม่านอย่างขีดสุด...
(จบตอนที่ 46)