จอมยุทธ์ซุปตาร์

    ตอนที่ 49 เยือนตระกูลไป๋ 3 Re

            “ว่ายังไงนะ  นายน้อยเฟิงอยู่ที่หน้าตระกูลไป๋เหรอ” ไป๋ชินหลงสีหน้าแสดงความวิตกกังวลขึ้นมาทันที  เมื่อได้ยินคนโทรมารายงาน  ซึ่งนั่นไม่อาจไม่รอดพ้นสายตาของไป่ฉีไปได้


            “มีอะไรรึเปล่าครับ  สีหน้าประมุขไป๋ดูไม่ค่อยดีเลย” ไป่ฉีถาม


            “นั่นสิที่รัก  เกิดอะไรขึ้น” ไป๋ซูฉีเองก็อยากรู้เหมือนกัน


            “นายน้อยเฟิงจินอยู่ที่หน้าประตูตระกูลไป๋ของเรา” ไป๋ชินหลงกล่าว  ฉับพลันทั้งผู้อาวุโสและสมาชิกในตระกูลต่างมีสีหน้ากังวัลทันที  ใคร ๆ ก็รู้ว่าก่อนหน้านี้  เฟิงจินเคยเป็นคู่ดูตัวของไป๋กุ้ยอิง  แต่ไป๋กุ้ยอิงได้ปฏิเสธไป  เพราะเธอไม่อยากเป็นอนุภรรยาของเฟิงจิน  ยังดีที่พ่อของเฟิงจินที่เป็นผู้นำตำหนักเทพวิหคสีชาดไม่ได้ถือสาเรื่องนี้


            “หากคราวนี้มีเรื่องบาดหมางกับเฟิงจินอีก  เกรงว่าตำหนักเทพวิหคสีชาดคงจะไม่อยู่เฉยแน่” ผู้อาวุโสลำดับ 2 กล่าว


            “อย่าเพิ่งวิตกไปผู้อาวุโส  มันคงไม่มีอะไรหรอก” ไป๋ชินหลงพยายามทำใจดีสู้เสือ  ก่อนจะบอกให้คนเฝ้าประตูทั้ง 2 เปิดประตูให้รถของเฟิงจินเข้ามาในตระกูลไป๋


            ใช้เวลาไม่นานรถคันสีแดง  ที่มีตราของตำหนักเทพวิหคสีชาด  ก็มาจอดที่ลานฝึกซ้อมส่วนใน  ซึ่งทุกคนต่างแยกย้ายกันไปหมดแล้วรวมถึงไป๋กุ้ยอิงด้วย  เพราะเธอไม่อยากพบหน้าเฟิงจิน  จะเหลือก็เพียงไป๋ชินหลง และผู้อาวุโสของตระกูล  ส่วนไป๋หู่กับไป่ฉีนั้น  ยืนอยู่ข้าง ๆ ผู้อาวุโสลำดับที่ 2


            ประตูรถเปิดออก  มีชายชราลงมาก่อน  ตามด้วยเฟิงจิน  ซึ่งไป่ฉีสัมผัสได้กว่าชายชราคนนี้มีระดับปราณชั้นจักรพรรดิขั้นที่ 6  ที่แข็งแกร่งว่าเฟิงจินและไป๋กุ้ยอิงมาก


            “โอ้ วันนี้โชคดีจริง ๆ ไม่คิดว่าการมาตระกูลไป๋ครั้งนี้จะได้พบกับเทพกระบี่ซะด้วย” เฟิงจินไม่ได้มองไป๋ชินหลง  แต่เขามองหาอวี้กงก่อนเป็นอันดับแรก  ทำไมน่ะเหรอ  เพราะการปะทะกันคราวก่อนทำให้เขาเสียหน้าอย่างมาก  ครั้งนี้พอเขารู้ว่าอวี้กงจะมาที่ตระกูลไป๋  เขาก็คิดจะสั่งสอนอวี้กงที่ตระกูลไป๋นี่แหละ


            “ว่าธุระมา  วันนี้คาดว่านายน้อยเฟิงคงไม่ได้มาเยี่ยมเยียนตระกูลไป๋  หากแต่มาหาข้าเสียมากกว่า” ไป่ฉีกล่าว  เขารู้ว่าเฟิงจินต้องการมาหาเรื่องเขา


            “อะไรทำให้ผมต้องลดตัวลงมาหาคุณกันล่ะ” เฟิงจินพูดกวนประสาท


            “มาเยี่ยมเจ้าบ้าน  แต่มองแขกของเจ้าบ้าน  จะให้คิดเป็นอย่างอื่นคงเป็นไปไม่ได้  ข้าก็ไม่ได้เกลียดการมีเรื่องหรอกนะ  หากข้าอยู่ของข้าดี ๆ แล้วมีคนมาหาเรื่อง  ต่อให้เป็นคนของตำหนักเทพก็อย่าคิดว่าจะกลับไปโดยไม่มีรอยขีดข่วนเลย” เมื่อไป่ฉีพูดจบ  ชายชราที่อยู่ข้างเฟิงจินรู้สึกไม่พอใจก็เปิดปากทันที


            “กล้าดีนี่เด็กน้อย  เจ้าคงยังไม่รู้จักยุทธภพดีพอสินะ” ฉับพลัน ชายชราก็ปลอดปล่อย พลังปราณชั้นจักรพรรดิขั้น 6 ใส่ไป่ฉีทันที


            ‘อยากเล่นอย่างนี้สินะไอ้หนู  ได้เลยเดี๋ยวบิดาผู้นี้จะจัดการให้คลานกลับบ้านไม่ถูกเอง  คอยดู’ ไป่ฉีคิดในใจ ก่อนจะก้าวขึ้นมาข้างหน้าไป๋ชินหลง


            ทุกคนในตระกูลไป๋ต่างตกใจ  พวกเขารู้ว่าปราณชั้นจักรพรรดิถูกปลดปล่อยและพุ่งมาทางพวกเขา  แต่ไม่คิดว่าอวี้กงจะออกหน้ามายืนรับปราณระดับนี้ตรง ๆ


            “กำแพงวารี” สิ้นคำกล่าวของไป่ฉี  กำแพงน้ำสูง 2.5 เมตร  กว้าง 10 เมตร ก็ปรากฎขึ้นตรงหน้าของเขาและคนตระกูลไป๋  เมื่อปราณระดับจักรพรรดิเข้าปะทะ  มันก็สูญเสียพลังไปอย่างน่าอัศจรรย์  สิ่งที่ทะลุผ่านกำแพงวารีมานั้น  เป็นเพียงสายลมแผ่วเบาเท่านั้น


            ฝั่งชายชราเมื่อเห็นแบบนั้น  เขารู้สึกว่าตัวเองเสียหน้ามาก  จึงได้เดินขึ้นไปบนลานประลองด้วยอารมณ์โกรธ  ก่อนจะชี้ไปที่ไป่ฉี


            “เจ้าหนู  ในฐานะที่เป็นเทพกระบี่  คงต้องขอให้มาแลกเปลี่ยนวรยุทธ์กันเสียหน่อย” ชายชรากล่าวท้าทาย


            “หืม  เช่นนั้นผู้อาวุโส  ท่านต้องเซ็นเอกสารนี้ก่อน  ว่าหากท่านแพ้ ไม่ว่าจะบาดเจ็บ  พิการ หรือตาย  ทางตำหนักเทพจะไม่กระทำการใด ๆ ที่เป็นการกดดันหรือแก้แค้นตระกูลไป๋  รวมถึงข้าด้วย  การพูดปากเปล่าย่อมไม่มีผลและเชื่อถือไม่ได้  ว่ายังไง  ถ้าท่านกล้าเซ็น  ข้าก็กล้าสู้กับท่าน  ตามกฎของยุทธภพ  หากมีการประลองกันต้องมีการเซ็นหนังสือยินยอม และให้ทางสมาคมการค้าตะวันจันทราเป็นพยานในการต่อสู้กับเงื่อนไขในสัญญาแต่ละครั้ง” ไป่ฉีชูกระดาษขึ้น  เขาคิดไว้แล้วว่าทางเฟิงจินคงไม่ยอมเลิกราแน่  ดังนั้นจึงต้องเตรียมการเอาไว้  กล้องขนาดเล็ก  เขาก็นำติดตัวมาด้วย  โดยใช้พลังจิตวิญญาณเอาไปติดไว้ในจุดที่จะเห็นลานประลองนี้ได้อย่างชัดเจน


            “ย่อมได้  เจ้าพูดเองนะ  ว่าหากตายหรือพิการ  ทางนี้จะไม่ต้องรับผิดชอบ” ชายชราเผยรอยยิ้มชั่วร้ายออกมา  ก่อนจะเซ็นลงไปในเอกสารนั้น  และยื่นให้กับไป่ฉี


            “เรียบร้อยแล้วสินะ  ถ้าอย่างนั้น  ไปได้” ไป่ฉีรับเอกสารมาเซ็นในส่วนของเขา  พร้อมกับยื่นมันไปด้านข้าง


            ชายชราเห็นว่าอากาศตรงที่อีกฝ่ายยื่นมือออกไปนั้นเกิดการบิดเบี้ยวขึ้น  เอกสารถูกยื่นเข้าไปในอากาศที่บิดเบี้ยว


            “ทำอะไร” ชายชราถามขึ้น


            “ส่งมันไปให้สมาคมการค้าตะวันจันทรา  ให้พวกเขารับทราบเป็นพยานในการทำสัญญานี้  หากผิดคำพูดเมื่อไหร่  ตำหนักเทพคงรู้ใช่ไหมว่าจะไม่สามารถทำการซื้อขายแลกเปลี่ยนกับทางสมาคมได้อีก” ไป่ฉีกล่าว  เขาได้ลองตรวจสอบลำดับฐานอำนาจในยุทธภพแล้ว และพบว่าสมาคมการค้าตะวันจันทรานั้นมีอำนาจมากที่สุด  เป็นตัวกลางในการค้าขายแลกเปลี่ยน  นอกจากนี้ยังทำหน้าที่เป็นกรรมการตัดสินการประลองยุทธ์อย่างเป็นทางการที่ทุกขั้วอำนาจให้การยอมรับอีกด้วย


            “ว่ายังไงนะ  ในเอกสารนั่นมีเงื่อนไขนี้ด้วยเหรอ” เฟิงจินตื่นตระหนกทันที


            “มีสิ  ท่านผู้อาวุโส  ท่านอ่านก่อนเซ็นแล้วนี่” คำพูดของไป่ฉีเป็นการบ่งบอกว่า  เรื่องนี้ชายชราต้องรับผิดชอบกับความประมาทที่ไม่อ่านเอกสารให้ดีเสียก่อน


            “เล่นสกปรกนี่” เฟิงจินท้วงขึ้น


            “ใครกันที่เล่นสกปรกก่อน  อย่าคิดว่าข้าไม่รู้นะว่านายน้อยเฟิงซื้อข้อมูลของข้าจากสมาคมการค้าตะวันจันทรา และยังวางแผนที่จะมาป่วนที่ตระกูลไป๋อีก  ข้าจะบอกอะไรให้นะนายน้อยเฟิง  เจ้าอายุไม่ยืนหรอก  วิชาที่เจ้าฝึกเป็นเคล็ดบ่มเพาะพลังหยางที่รุนแรง  ต้องใช้ปราณหยินมาปรับสมดุลเป็นระยะ  ด้วยการสังวาสที่เจ้าคงทำวันละหลายรอบเพื่อปรับสมดุลพลังปราณในตัว  ทำให้ไตของเจ้ารับภาระหนัก  แม้ร่างกายภายนอกจะดูแข็งแรง  แต่ภายในจะพังลงอย่างช้า ๆ หากเป็นแบบนี้ต่อไป  ไม่เกิน 10 ปี  เจ้าจะตายแน่นอน  โดยที่ข้าไม่จำเป็นต้องฆ่าเจ้าเลยด้วยซ้ำ” ไป่ฉีกล่าว


            “แกรู้ได้ยังไงว่าฉันต้องปรับสมดุลปราณด้วยวิธีนั้น…..” เฟิงจินหน้าแดงด้วยความอับอาย  เรื่องนี้นอกจากเขาและพ่อของเขาแล้ว  ก็มีแค่ผู้อาวุโสในตระกูลเท่านั้นที่รู้


            “ข้าเห็นไอปราณที่แผ่ออกมาจากตัวเจ้ามีแต่ไอปราณสีแดงที่แผ่ออกมา  จึงแน่ใจว่าวิชาที่เจ้าฝึกเป็นสายบ่มเพาะพลังหยางรุนแรง  เพราะตามปกติผู้ที่ฝึกยุทธ์ทั่วไป ไอปราณที่แผ่ออกมาของผู้ชายจะมีไอปราณสีแดงจำนวนมาก และมีไอปราณสีฟ้าปะปนบ้างเล็กน้อย  ส่วนผู้หญิงจะมีไอปราณสีฟ้ามากกว่าไอปราณสีแดง  หากเจอพวกที่แผ่ไอปราณสีเดียวก็ได้คำตอบเพียงอย่างเดียวคือ การฝึกปราณตัวใดตัวหนึ่งมากเกินไปนั่นเอง” ไป่ฉีอธิบาย


            “นายน้อย  อย่าไปเสียเวลากับเจ้าเด็กนี่เลย  เดี๋ยวตาแก่คนนี้จะจัดการทรมานมันก่อน  แล้วค่อยฆ่าทิ้ง”  ชายชราตั้งท่าเตรียมพร้อมสำหรับการต่อสู้


            “งั้นก็เริ่มกันได้เลย” ไป่ฉีกล่าว  เขาสะบัดแขนเสื้อก่อนจะเอามือไพล่หลัง  บรรยากาศที่แผ่ออกมานั้นราวกับปรมาจารย์ยุทธ์ที่ผ่านการประลองมาแล้วนับไม่ถ้วน


            ชายชรายืนดูอวี้กงที่ยังไม่ได้ตั้งท่าทำอะไรก็ได้ใจใหญ่  เขากระโดดขึ้นไปก่อนจะปลดปล่อยเพลิงอันร้อนแรงออกมาจากแขนทั้ง 2 ข้าง


            “วิหคเพลิง  ขนพิรุณอัคคี” ชายชราขยับแขนเหมือนการกระพือปีกของนก  เปลวไฟรูปขนนกที่พุ่งออกมาจากเปลวไฟที่แขนของชายชรา  ขนนกเพลิงดูคมกริบราวใบมีดกำลังพุ่งเข้าหาไป่ฉี


            ไป่ฉียืนเฉย ๆ  เมื่อขนนกเพลิงเข้ามาในระยะ 1 เมตร  พวกมันก็ดับและสลายไปโดยไม่ทราบสาเหตุ  ทำให้ชายชราตกใจมาก  พลังปราณของเขานั้นเหนือกว่าอวี้กงมาก  แล้วอวี้กงใช้วิธีอะไรถึงสามารถหยุดกระบวนท่าของเขาได้


            ชายชราไม่อาจรู้เลยว่า  ตั้งแต่ไป่ฉีมาอยู่โลกนี้  เขาได้รับความรู้ด้านวิทยาศาสตร์มาระดับหนึ่ง  วิธีที่เขาใช้คือใช้ปราณเพียงเล็กน้อยในการสร้างกำแพงสูญญากาศขึ้นมา  เมื่อขนนกเพลิงพุ่งมาผ่านกำแพงสูญญากาศที่ไม่มีออกซิเจน (เขียนถูกต้องตามราชบัณฑิตยสถานนะครับ)  ทำให้ไฟนั้นดับลง  ตามหลักของสามเหลี่ยมแห่งไฟ  คือปัจจัยที่ทำให้เกิดไฟ  ประกอบด้วยความร้อน (Heat)  ออกซิเจน(Oxygen)  และเชื้อเพลิง (Fuel) หากขาดสิ่งใดสิ่งหนึ่ง  ไฟจะไม่สามารถติดได้  ซึ่งไป่ฉีได้ทำการกำจัดออกซิเจนออก


            “ตายซะเถอะ เขตแดนวิหคเพลิงสังหาร” กล่าวจบชายชราอ้าปากปลดปล่อยเปลวไฟออกมาล้อมสนามประลองไว้


            “มีแค่นี้งั้นรึ” ไป่ฉีดีดนิ้วเพียงครั้งเดียว  เปลวไฟทั้งหมดก็สลายไปจนหมด  เขาแค่สร้างกำแพงสูญญากาศให้ขยายวงกว้างออกเพื่อดับไฟบนพื้น  คล้ายกับการใช้ระเบิดคาร์บอนไดออกไซด์เพื่อดับไฟนั่นเอง


            “อะไรกัน  แม้แต่เขตแดน…...” ชายชราเริ่มหวาดกลัวอวี้กง  เขตแดนไม่ใช่สิ่งที่จะทำลายได้ง่าย ๆ โดยเฉพาะเขตแดนวิหคเพลิงสังหาร  เป็นเขตแดนที่จะแย่งชิงลมหายใจของอีกฝ่ายให้ตายด้วยความร้อนและการขาดอากาศหายใจ


            “เด็กน้อย  เจ้าเล่นจบรึยัง” ไป่ฉีเริ่มจะเบื่อแล้ว  การจัดการผู้ใช้ปราณธาตุไฟนั้นง่ายดายจนน่าเบื่อ  ตอนนี้แม้เขาจะอยู่ในชั้นปราณนภา  เขาก็สามารถจัดการกับไฟชั้นปราณจักรพรรดิขั้น 10 ได้  เพราะสุดท้ายแล้วมันก็ยังตั้งอยู่บนทฤษฎีของสามเหลี่ยมแห่งไฟอยู่ดี  สิ่งที่เขากลัวจริง ๆ คือการโจมตีระยะประชิดมากกว่า  เพราะพลังปราณของเขานั้นน้อย  พลังปราณที่จะใช้สนับสนุนกระบวนท่าและการโจมตีทางกายภาพของเขาจึงสู้คนที่อยู่ในชั้นปราณจักรพรรดิไม่ได้เลย


            “หาว่าข้าเป็นเด็กน้อยเรอะ  เจ้าเด็กสามหาว” ชายชราพุ่งลงมาพร้อมกับนิ้วมือที่กางออกเหมือนกับกรงเล็บ


            ไป่ฉีอาศัยประสบการณ์เคลื่อนที่หลบไปด้านข้าง  แต่ชายชราก็ไม่ยอมให้ไป่ฉีหนีไปได้ง่าย ๆ  เมื่อมือของชายชราสัมผัสกับพื้นสนามประลอง  เขาก็ใช้มือนั้นเป็นหลักแล้วดีดตัวให้ลอยขึ้น  ก่อนจะปล่อยบอลเพลิง 7 ลูกออกมาใส่ไป่ฉี  ฝั่งไป่ฉีนั้นหลบบอลเพลิงได้ทุกลูกก็จริง  แต่บอลเพลิงเหล่านั้นกลับย้อนกลับมาหาไป่ฉี


            “เพลิงวิหคตามตี” ไป๋ชินหลงกล่าว  เพลิงวิหคตามตีนั้นนอกจากพลังที่รุนแรงแล้ว  มันจะติดตามเป้าหมายจนกว่าจะโดนเป้าหมาย  เป็นวิชาของตำหนักเทพวิหคสีชาดที่ยุ่งยากในการรับมือมากที่สุด


            ขณะที่ไป่ฉีกำลังเคลื่อนที่หลบ  ชายชราก็พุ่งเข้าไปหวังจะจู่โจมทั้ง 2 ทาง  แต่ไป่ฉีกลับหลับตาลง  เพียงชั่วพริบตาร่างของไป่ฉีก็เปลี่ยนเป็นโปร่งแสง  ทำให้บอลเพลิงผ่านตัวเขาไป  ทำให้ชายชราที่พุ่งเข้ามาหาไป่ฉีปะทะเข้ากับบอลเพลิงของตัวเองอย่างจัง  จนเกิดการระเบิดขึ้น


            ตูม


            “พี่อวี้สุดยอดเลย  เมื่อกี้ตัวของเขาโปร่งแสง  จากนั้นบอลเพลิงก็พุ่งผ่านเขาไปราวกับเขาไม่มีตัวตน  ตาแก่นั่นโดนของ ๆ ตัวเองเข้าเต็ม ๆ เลย” ไป๋หู่ชอบใจมาก


            ชายชราแม้จะป้องกันความเสียหายร้ายแรงถึงชีวิตได้  แต่สภาพเขาตอนนี้ดูราวกับคนบ้า  ผมบนหัวกระเซิง  บางส่วนถูกไฟไหม้จนหงิกงอ  รวมถึงคิ้วข้างซ้ายที่หายไปจนหมดเพราะถูกไฟเผา  ไป๋หู่นั้นแทบจะกลั้นหัวเราะไว้ไม่อยู่  นี่คือสภาพของคนที่อยู่ชั้นปราณจักรพรรดิขั้น 6 งั้นหรือ


            “แก  ร้ายนักนะ  ตายซะเถอะ  คลื่นเพลิงวิหค” ฉับพลันร่างของชายแก่ก็มีไฟลุกท่วม พร้อมกับระลอกความร้อนที่รุนแรงถูกปลดปล่อยออกมา


            เคล็ดวิชาคลื่นเพลิงวิหคเป็นวิชาที่ผู้ใช้จะใช้พลังปราณสร้างความร้อนขึ้นมา  พร้อมกับใช้คลื่นความร้อนนั้นเข้าจู่โจมศัตรู  วิชานี้อันตรายต่อผู้ใช้มาก  เพราะหากใช้นานเกินไป  อวัยวะภายในจะล้มเหลว และตายในที่สุด


            ซี่งไป่ฉียืนมองเปลวเพลิงที่ลุกท่วมร่างของชายชรา  พร้อมกับพื้นรอบตัวของไป่ฉีเกิดเกล็ดน้ำแข็งขึ้น  จนเกิดการปะทะกันระหว่างความร้อนกับความเย็นขึ้น

    _________________________________

    อ่านกันยาว ๆ เลยครับ

    คล้ายกับเรื่องจอมยุทธ์ซุปตาร์ ที่คุณอ่าน

    เทพจักรพรรดิเจ้าพิภพ [แปลจบแล้ว]

    เทพจักรพรรดิเจ้าพิภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    13.30M 1357
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    เนตรมารสะท้านฟ้า (จบแล้ว)

    เนตรมารสะท้านฟ้า (จบแล้ว)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    864K 380
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    [จบแล้ว] นครแห่งบาป - City of Sin

    [จบแล้ว] นครแห่งบาป - City of Sin

    นิยาย แฟนตาซี
    282K 1440
    กำเนิดใหม่ : มหาปราชญ์เทพเซียนโอสถ

    กำเนิดใหม่ : มหาปราชญ์เทพเซียนโอสถ

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    3.00M 2954
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912