โดดเดี่ยวใต้ทะเล 1000 เมตร

    ตอนที่ 58 ต่อสู้กับอีกเก้าห้อง

    ในช่วงเช้าตรู่ของวันถัดมา เซนนั้นได้ปรากฏตัวที่บริเวณหน้าโรงเรียนวิลโลด้วยชุดเครื่องแบบของนักเรียนเต็มยศ ในขณะเดียวกันก็ได้มีนักเรียนจำนวนมากหลั่งไหลเข้ามาในเวลานี้ โดยปกติแล้วนั้นจะไม่มีนักเรียนมากขนาดนี้มาในเวลาเช้าเช่นนี้ แต่เนื่องจากในวันนี้นั้นเป็นวันแห่งการทดสอบและอาจารย์ที่ปรึกษาของพวกเขาจะแจ้งรายละเอียดในตอนช่วงเช้านี้

    เซนรอเวลากว่าห้านาทีกว่าเรือบินนั้นจะมารับเขาข้ามฝั่งเพื่อไปยังเกาะซึ่งเป็นที่ตั้งของห้องเรียนที่สิบของเขา บนเรือนั้นเขาได้พบกับลีโอและจีโน่อยู่แล้ว จีโน่นั้นยังมีท่าทางนิ่งเงียบเป็นปกติส่วนลีโอนั้นวันนี้จะแปลกไปซีกหน่อยเพราะชายคนนี้นั้นกำลังทำท่าทางเหมือนง่วงนอนตลอดเวลา อาจจะเป็นเพราะวันนี้ตื่นเช้าเกินไป

    “ช่วงสงครามพวกนายทำอะไรกันบ้าง ฉันนี่เบื่อแทบแย่อยากจะร่วมสงครามใจจะขาดแต่ไปไม่ได้…”

    นักเรียนห้องสิบซึ่งอยู่บนเรือลำเดียวกันกับเซนได้กล่าวขึ้น เมื่อเซนได้ยินนั้นเขาก็แสดงสีหน้ายิ้มเล็กน้อยออกมา พวกเพื่อนร่วมชั้นของเขานั้นกล้ากล่าวเช่นนี้เพราะยังไม่รู้ถึงสนามรบที่แท้จริง เซนได้ยินจากกัสซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองมาว่ามีทหารตายในสงครามมากกว่าแสนคน และในจำนวนนี้นั้นมีร้อยกว่าคนเป็นออร่ามาสเตอร์พวกเขาบางคนตายโดยที่ยังไม่ทันได้เริ่มสู้ด้วยซ้ำ

    เมื่อนักเรียนคนนั้นกล่าวตนต้องการเข้าร่วมสงครามไม่ต้องการนอนอยู่บ้านเฉยๆ นักเรียนคนหนึ่งมีผมสีเงินเป็นเอกลักษณ์เฉพาะก็ได้กล่าวแย้งขึ้น

    “เจ้าคิดว่าสนามรบเป็นเหมือนสนามเด็กเล่นให้เจ้าไปเดินเล่นหรือยังไง? แต่ไม่ต้องห่วงพวกเจ้าจะได้เจอมันของจริงแน่ๆ ในตอนสอบเลื่อนชั้น แล้วพวกเจ้าจะรู้เองว่าสงครามมันน่ากลัวขนาดไหน…พวกเจ้าที่ทะนงตัวเองในตอนนี้จะรู้สึกราวกับตัวเองเป็นแค่มดเท่านั้นในสนามรบ!”

    เมื่อชายผมเงินกล่าวจบเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์จำนวนมากจากนักเรียนที่อยู่บนเรือ เซนนั้นมองไปที่ผู้กล่าวและแน่นอนว่าคนที่กล่าวนั้นเซนเคยพบกับเขามาก่อน เขาคือน้องชายของจักรพรรดิเงาชื่อว่าโดโนแวน เขาได้ประลองแพ้อลิสและต้องตกมาเรียนปีหนึ่งใหม่ แถมยังต้องมาเรียนในห้องที่ห่วยที่สุดอีกด้วย

    ‘การสอบเลื่อนชั้นเกี่ยวกับการทำสงครามงั้นเหรอ?’

    เซนนั้นอดไม่ได้ที่จะสงสัย เพราะถึงอย่างไรโดโนแวนนั้นก็เป็นรุ่นพี่ของพวกเขา และเคยผ่านการเรียนชั้นปีแรกมาก่อน หากโดโนแวนกล่าวเช่นนั้นแน่นอนว่ามันไม่ใช่เรื่องโกหกอย่างแน่นอน การปรากฏตัวขึ้นของโดโนแวนบนเรือนั้นทำให้ผู้คนต่างแตกตื่นอย่างมาก เขานั้นเป็นหนึ่งในนักเรียนที่มีพรสวรรค์ที่สุดแต่ตอนนี้กลับกลายเป็นเพื่อนร่วมชั้นกับพวกเขาในห้องเรียนที่ห่วยที่สุด

    โดโนแวนนั้นจ้องมองมายังเซนก่อนที่จะยิ้มออกมาพร้อมกับเดินตรงมาหาชายหนุ่มอย่างช้าๆ เซนนั้นประหลาดใจอย่างมากท่าทางของอีกฝ่ายนั้นดูเหมือนราวกับว่ารู้จักกับเขา และมันก็เป็นอย่างที่เขาคิดจริงๆ เมื่อโดโนแวนกล่าวขึ้น

    “สวัสดี! ท่านคือท่านเซนใช่ไหม พี่ชายของข้ากล่าวถึงท่านให้ข้าฟังบ่อยครั้งเลย ข้าหวังว่าท่านจะช่วยดูแลข้าต่อจากนี้…”

    ท่าทางของโดโนแวนในขณะที่เผชิญหน้าและกล่าววาจากับเซนนั้นไม่ได้มีท่าทางถือดีอยู่เลย เขาทำตัวราวกับผู้เยาว์ซึ่งเซนนั้นก็อดไม่ได้ที่จะชื่นชม เพราะดูเหมือนโดโนแวนนั้นจะเคารพพี่ชายของตนอยู่ไม่น้อย

    “ยินดีที่ได้รู้จัก โดโนแวน…”

    ลีโอที่หลับตาอยู่เมื่อเห็นโดโนแวนเขาก็ตื่นขึ้นทันทีพร้อมกับจับมือของอีกฝ่ายและเขย่าไปมาพร้อมกับแนะนำตัวเอง จีโน่เองก็ทักทายโดโนแวนด้วยเช่นกัน เมื่อเห็นว่าทั้งสองนั้นล้วนแล้วแต่เป็นสหายของเซนโดโนแวนจึงปฏิบัติตัวด้วยเหมือนกับเป็นสหายของพวกเขา นิสัยของโดโนแวนนั้นค่อนข้างแตกต่างกับพี่ชายของเขา เพราะชายคนนี้นั้นมีท่าทางอันเย่อหยิ่งและมักจะกล่าววาจาถากถาง อย่างไรก็ตามที่เขาทำเช่นนี้ได้นั้นเป็นเพราะเขาแข็งแกร่ง ดังนั้นจึงถือว่าไม่มีสิ่งใดผิด

    ในที่สุดเรือบินก็ได้ลงจอดอย่างสงบ นักเรียนห้องสิบทั้งหมดต่างพากันลงจากเรือจากนั้นก็ตรงไปที่ห้องเรียนในทันที แน่นอนว่าวันนี้นั้นไม่มีการเรียนการสอนเมื่อพวกเขาเข้ามาถึงภายในห้องเรียนก็ได้พบกับอาจารย์โซเฟียที่ยืนรออยู่ก่อนแล้ว เมื่อเธอเห็นเซนเธอก็จ้องมองมาที่เขา ในขณะเดียวกันเซนก็ยิ้มพร้อมกับพยักหน้าทักทายอีกฝ่ายเล็กน้อย ก่อนที่จะนั่งที่ของตัวเอง

    บรรยากาศภายในห้องเรียนเปลี่ยนเป็นเงียบเฉียบและตึงเครียดอย่างถึงที่สุด เมื่ออาจารย์โซเฟียนั้นหยุดยืนนิ่งมากว่าสามนาทีและไม่กล่าวสิ่งใดเลย ไม่มีนักเรียนแม้แต่คนเดียวกล้าคิดที่จะส่งเสียงพูดคุยออกมา จนในที่สุดอาจารย์โซเฟียก็ได้กล่าวบางอย่าง

    “ในอีกไม่กี่ชั่วโมงของวันนี้ เราจะเดินทางกันไปที่สถานที่ทดสอบของการทดสอบที่ชื่อว่าเทศกาลล่าวิญญาณ!”

    เมื่ออาจารย์โซเฟียกล่าวถึงตรงนี้นักเรียนหลายๆ คนก็สูดหายใจเข้าลึก แน่นอนว่าการทดสอบในครั้งนี้นั้นไม่ได้ง่ายสำหรับพวกเขาเด็กนักเรียนห้องสิบนี้แน่นอน

    “เทศกาลล่าวิญญาณนั้นเหมือนกับเกม มันมีกฎง่ายๆ ที่ต้องทำตาม ดังนั้นขอให้พวกเจ้าหยิบกระดาษขึ้นมาจดหรือตั้งใจฟังกฎและวิธีการทดสอบให้ดี!”

    “เทศกาลล่าวิญญาณนั้นเป็นเหมือนกับชื่อของมันนักเรียนแต่ละคนจะต้องล่าวิญญาณ อย่างไรก็ตามวิญญาณที่กล่าวถึงก็คือคน ซึ่งเป็นนักเรียนจากอีกเก้าห้องที่เหลือ นั่นหมายความว่าห้องสิบของพวกเจ้าจำเป็นต้องต่อสู้กับอีกเก้าห้องที่เหลือ…”

    “กฎในการล่านั้นง่ายๆ เพียงแค่พวกเจ้าพบเจอกับสมาชิกนักเรียนจากห้องอื่น พวกเจ้าสามารถโจมตีพวกเขาได้ในทันที และหากเอาชนะพวกเขาได้พวกเจ้าจะได้รับวิญญาณ…ซึ่งมันคือสิ่งนี้”

    อาจารย์โซเฟียกล่าวพร้อมกับหยิบวัตถุบางอย่างขึ้นมาโชว์ให้กับทุกคนดู มันเป็นเหมือนเข็มกลัดอัญมณีชนิดหนึ่งซึ่งมีสีฟ้าใสที่เรียบง่าย

    “สิ่งนี้คืออุปกรณ์วิญญาณซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้การทดสอบในครั้งนี้สามารถดำเนินไปได้อย่างไม่ติดขัด…ผู้เข้าทดสอบทุกคนจะต้องติดเข็มกลัดชิ้นนี้ที่ปกคอเสื้อด้านซ้าย หากพวกเจ้าถูกโจมตีอย่างรุนแรงจนถึงขีดจำกัดที่ถูกกำหนดเอาไว้เข็มกลัดชิ้นนี้จากสีฟ้าจะเปลี่ยนเป็นสีแดงทันที มันจะส่งกระแสไฟฟ้าในระดับต่ำทำให้ร่างกายของพวกเจ้าไม่สามารถขยับได้และส่งสัญญาณให้เจ้าหน้าที่คุมการทดสอบนำพาพวกเจ้าออกจากสนามสอบโดยใช้เวทมนตร์อัตโนมัติที่อยู่ภายในนี้ช่วย ในขณะเดียวกันหากเจ้าสามารถล้มศัตรูจากห้องอื่นได้เจ้าจะได้รับวิญญาณที่อยู่ในเข็มกลัดของอีกฝ่ายมันจะไหลมารวมกับเข็มกลัดของพวกเจ้า เพื่อเป็นสิ่งยืนยันว่าพวกเจ้าได้จัดการศัตรูสำเร็จ…”

    เมื่อเซนได้ฟังก็รู้สึกว่าการใช้เข็มกลัดสีฟ้านี้ในการทดสอบครั้งนี้เรียกได้ว่ามันเข้าท่าอย่างมาก เข็มกลัดสายฟ้านั้นสามารถบันทึกคะแนนรวมถึงส่งสัญญาณให้กับผู้คุมสอบอีกด้วยในเวลาที่ตกอยู่ในอันตรายนั่นแสดงให้เห็นว่าทางโรงเรียนวิลโลนั้นค่อนข้างกังวลกับความปลอดภัยของนักเรียนเช่นกัน

    “การนับคะแนนนั้นจะมีหลายแบบ แบบแรกคือการที่พวกเจ้าสามารถจัดการกับศัตรูที่อยู่คนละห้องได้ พวกเจ้าจะได้รับคะแนนเดี่ยว ซึ่งการจัดการหนึ่งคนนั้นจะได้รับหนึ่งคะแนน พวกเจ้าสามารถร่วมมือกันได้แต่สัดส่วนคะแนนก็จะแบ่งไปตามความร่วมมือในการต่อสู้ของพวกเจ้า…”

    ระบบการให้คะแนนนั้นละเอียดอย่างมากหากคนใดคนหนึ่งในสองคนสามารถทำความเสียหายให้ฝั่งศัตรูมากกว่าพวกเขาก็จะได้คะแนนในสัดส่วนที่มากกว่านี่นับว่าเป็นเรื่องที่ยุติธรรม

    “ยังมีคะแนนพิเศษอีก นั่นคือคะแนนห้อง ในแต่ละห้องนั้นจะมีการกำหนดหัวหน้าห้องขึ้นมา ห้องใดก็ตามสามารถจัดการกับหัวหน้าห้องของห้องอื่นได้นั้นจะทำให้นักเรียนทั้งหมดของห้องนั้นได้รับคนละยี่สิบคะแนนไปโดยฟรีๆ”

    จากที่อาจารย์โซเฟียกล่าวนั้นแสดงให้เห็นว่าการทดสอบในครั้งนี้นั้นจำเป็นต้องใช้กลยุทธ์แต่ในขณะเดียวกันมันก็มีอิสระอย่างมากในการกระทำสิ่งต่างๆ อาจจะรวมกลุ่มกันเพื่อปกป้องหัวหน้าห้องหรือรวมกลุ่มกันไปจัดการกับหัวหน้าห้องอื่น

    “แต่ว่าการจะรู้ตัวของหัวหน้าของห้องอื่นนั้นเป็นเรื่องยากมาก มีเพียงนักเรียนของห้องนั้นที่รู้ดังนั้นพวกเจ้าจงวางแผนดีๆ ก่อนคิดจะทำอะไร อีกอย่างก็คือหากพวกเจ้าสามารถปกป้องหัวหน้าห้องได้พวกเจ้าจะได้รับยี่สิบคะแนนทุกคนเช่นกัน…”

    คล้ายกับเรื่องโดดเดี่ยวใต้ทะเล 1000 เมตร ที่คุณอ่าน