บทที่ 5 เธอคิดว่าทำไมพี่อวิ่นซางถึงแต่งงานด้วย
ดังนั้นแม้เธอจะสงสัย แต่เธอก็ไม่อยากแสดงออกมา
เยี่ยเจียหยิบแก้วน้ำมาด้วยรอยยิ้มประดับบนใบหน้าแล้วพูดว่า “เขาคือสามีของฉัน มีผู้หญิงหลายคนที่คิดจะแย่งเขาไป แต่ก็เป็แค่รักข้างเดียวมากกว่า”
“นี่เธอ!” สวีเสี้ยนหย่าโกรธมากจนสีหน้าบิดเบี้ยวไปหมด
‘คิดจะแย่งเขาไป’ ‘รักข้างเดียว’ คำเหล่านี้มีนัยเยาะเย้ยอย่างชัดเจน เธอไม่ใช่คนโง่ จะฟังไม่ออกได้อย่างไร
นิสัยของเยี่ยเจียนั้นอ่อนโยน แต่ก็ไม่ใช่คนอ่อนแอที่จะถูกดูถูกได้
เธอหยิบแก้วขึ้นมาแล้วเดินจากไป แต่ยังได้ยินเสียงสวีเสี้ยนหย่าพูดไล่หลังมาอีก “เธอคิดว่าพี่อวิ่นซางแต่งงานกับเธอเพราะอะไร! เธอคิดว่าพี่อวิ่นซางรักเธองั้นเหรอ! เธอมั่นใจจนน่าขำจริง ๆ ช่างโง่เขลาและน่าสงสาร!”
ทำไมฟู่อวิ่นซางถึงแต่งงานกับเธอ นั่นเป็สิ่งที่เยี่ยเจียเองก็สงสัยมาโดยตลอด เธอจึงหันกลับไปมองสวีเสี้ยนหย่า
“เธอเป็แค่หัวขโมย ทุกอย่างในตอนนี้เธอก็ขโมยมาทั้งนั้น! เธอน่ะควรตายไปตั้งนานแล้ว! ทั้งหัวใจของเธอ ทั้งพี่อวิ่นซาง… ไม่ใช่ของเธอเลยสักอย่าง เธอขโมยมาจากคนอื่นทั้งนั้น!”
เยี่ยเจียมองสวีเสี้ยนหย่าด้วยความสงสัย
สวีเสี้ยนหย่ารู้ได้อย่างไรว่าหัวใจดวงนี้ไม่ใช่ของเธอ
และทำไมสวีเสี้ยนหย่าจึงมองเธอด้วยสายตาเกลียดชังและอาฆาตถึงขนาดนี้
ราวกับว่าหัวใจของเธอ รวมถึงฟู่อวิ่นซาง ทุกสิ่งของเธอล้วนเป็ของที่ขโมยมาจริง ๆ
เธอยังคงได้ยินเสียงของสวีเสี้ยนหย่าดังมาอีก “ฉันขอแนะนำเธอนะ เธอควรรีบออกไปจากชีวิตของพี่อวิ่นซาง และออกไปจากตระกูลฟู่โดยเร็ว อย่ายึดติดกับสิ่งที่ไม่ใช่ของเธอ ตอนนี้เธอควรหามุมสงบแล้วนอนรอวันตาย ไม่ควรมาเกาะแกะพี่อวิ่นซางแล้วทำให้ชีวิตเขาพังไปด้วย!”
พูดจบสวีเสี้ยนหย่าก็หันเดินจากไป
เยี่ยเจียมองตามสวีเสี้ยนหย่าที่เดินจากไปแล้ว เธออยากจะเอ่ยบางอย่างแต่ก็พูดไม่ออก
เธออยากจะบอกสวีเสี้ยนหย่าว่าเธอไม่ได้เกาะแกะฟู่อวิ่นซาง แต่ฟู่อวิ่นซางรักเธอถึงได้แต่งงานกับเธอต่างหาก
แต่คำพูดเ่าั้ แม้แต่เธอเองก็ยังรู้สึกว่ามันเป็เพียงเื่โกหก
เยี่ยเจียไม่เคยกล้าแม้แต่ฝันว่าฟู่อวิ่นซางจะแต่งงานกับเธอ
เธอป่วยเป็โรคหัวใจ หากไม่มีใครบริจาคหัวใจให้ คงต้องรอคอยความตาย ในทุกวันก็ต้องอยู่ในความโดดเดี่ยวและความหวาดกลัว
ราวกับได้รับพรจากเทพแห่งโชคชะตา วันหนึ่งเธอก็ได้หัวใจที่ดี ผ่านการผ่าตัดและได้พบกับฟู่อวิ่นซาง และเขาก็แต่งงานกับเธอ
ที่โรงพยาบาล เยี่ยเจียทำการตรวจร่างกายเสร็จแล้ว กำลังรอผลการตรวจ
“เยี่ยเจีย ทำไมมาคนเดียวล่ะ วันนี้ไม่ใช่วันเสาร์เหรอไง” คุณหมอหานปิงที่เคยเป็เ้าของไข้เยี่ยเจีย เพิ่งทำการผ่าตัดเสร็จก็รีบมาพบเยี่ยเจียในทันที
เยี่ยเจียยิ้มแล้วพูดว่า “ฉันมารบกวนคุณหมออีกแล้ว”
“สามีเธอไม่มาด้วยเหรอ”
“เปล่าค่ะ เขางานยุ่งต้องไปต่างจังหวัด”
“โธ่ ถึงยังไงก็ไม่ควรมาคนเดียวสิ มาโรงพยาบาลคนเดียว ตรวจร่างกายคนเดียว ดูน่าสงสารซะจริง อย่าบอกนะว่าเธอชินแล้ว และไม่รู้สึกอะไรเลย”
เนื่องจากปัญหาเื่โรคหัวใจ จึงทำให้เยี่ยเจียต้องนอนโรงพยาบาลนานหลายปี เมื่อต้องมาโรงพยาบาล หานปิงก็จะอยู่เป็เพื่อนเธอมากกว่าใคร ดังนั้นหานปิงจึงเหมือนเพื่อนสนิทของเธอ
แน่นอนว่า หานปิงก็ทำให้เธอรู้สึกถึงความอบอุ่นคล้ายกับครอบครัว เขาเป็หมอที่ใส่ใจดูแลคนไข้มาก
หานปิงแกล้งถาม เยี่ยเจียยิ้มรับแล้วจึงตอบอย่างไม่ทุกข์ร้อน “จริง ๆ ฉันไม่รู้สึกอะไรเลย เพราะที่นี่เป็ที่ที่คุ้นเคย มีคนรู้จักมาทักทายตลอด และก็มีคุณอยู่ด้วยไงคะ”
“แสดงว่าฉันควรรู้สึกดีใจสินะ ที่เธอพูดได้อย่างนั้น” หานปิงเปลี่ยนสีหน้าเป็เคร่งเครียดขึ้นมาเล็กน้อย
แต่รีบเก็บความผิดปกตินั้นได้ในชั่วพริบตา แล้วจึงพูดต่อว่า “ทำไมเธอมาโรงพยาบาลไม่บอกฉันล่วงหน้าล่ะ เธอไม่สบายตรงไหน วันนี้มาตรวจร่างกายทำไมเหรอ”
“ไม่ได้ไม่สบายหรอกค่ะ แค่มาตรวจสุขภาพ อยากรู้สภาพร่างกายของตัวเองให้ชัดเจนขึ้นบ้างก็เท่านั้น”
ครู่ต่อมา เยี่ยเจียจึงพูดด้วยสีหน้าเคร่งเครียดว่า “คุณหมอ ฉันอยากมีลูกค่ะ”
“อะไรนะ! เยี่ยเจีย เธอบ้าไปแล้วหรือไง!”
หานปิงโกรธจนตัวสั่น พร้อมต่อว่าเธอเสียงแข็ง “เธอเป็คนที่มีโรคหัวใจทางพันธุกรรม การที่เธอหาหัวใจที่เหมาะสมและมีชีวิตรอดมาได้ก็นับว่าเป็ความมหัศจรรย์แล้ว แต่วันนี้เธอกลับคิดจะมีลูก! เธอไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้วหรือไง”
เมื่อต่อว่าเธอจนจบ หานปิงก็มองดูสีหน้าของเยี่ยเจียที่ยิ้มขมขื่นเยาะเย้ยตัวเอง ท่าทางแบบนั้นทำให้เขาอ่อนใจลงทันทีจนไม่กล้าโกรธอีกต่อไป
หานปิงจึงเอ่ยเสียงนุ่มนวลลง “เยี่ยเจีย ฉัน… แค่อยากเตือนเธอ อย่าทำอะไรโง่ ๆ เชียว”
“ฉันรู้ว่าไม่มีใครอยากมีชีวิตอยู่มากไปกว่าเธอแล้ว” พูดถึงตรงนี้ หานปิงก็ดูเหมือนนึกอะไรออก “หรือว่าเขาบังคับให้เธอมีลูก? ถ้าเขาบังคับเธอจริง ๆ ฉันจะไปหาเขาเอง!”
‘เขา’ ที่หานปิงพูดถึงนั้นคือฟู่อวิ่นซาง