Level up ไปกับระบบวิเศษ 【จบ】

    เล่ม 3 ตอนที่ 63 ลงมือช่วยรักษา

            บรรดาหมอต่างก็ผงะ

            ดวงจิตหายอย่างนั้นหรือ?

            นี่มันเรื่องอะไรกัน?

            ศตวรรษที่ 21 ยังมีเรื่องแบบนี้ด้วยหรือ?

            หากเป็นเมื่อก่อน พวกเขาจะเมินใส่และไม่เชื่ออย่างเด็ดขาด

            แต่ตอนนี้เมื่อเหลือบมองสีหน้าที่ตะลึงของหยวนฮั่นโป๋พวกเขาก็รู้สึกได้ทันทีว่าคำพูดของซูฮ่าวน่าเชื่อถือ

            “ไม่ผิด”ซูฮ่าวพยักหน้าแล้ว

            “คนธรรมดาเมื่อดวงจิตหายจะหายไปแค่หนึ่งในสามของดวงจิต แต่คุณนายหลี่กลับแตกต่าง เธอหายไปสองดวงจิตก็คือดวงจิตแห่งปัญญาและดวงจิตแห่งความปรารถนา ดังนั้นจึงเหมือนกับตนตายนอนเป็นศพอยู่บนเตียง ไม่มีทางรับรู้เรื่องภายนอกได้ ดวงตาทั้งคู่เหม่อลอย”

            “แต่ดีที่แสงแห่งชีวิตของคุณนายหลี่ไม่ได้หายไปดวงจิตนี้คือดวงจิตหลัก หากแสงแห่งชีวิตหายไปแล้ว ชีวิตของเธอก็จะอยู่ได้ไม่นาน”

            หลี่ช่างเสียงถามด้วยสีหน้าร้อนใจ“คุณซูเช่น… เช่นนั้นภรรยาของผมจะตื่นขึ้นมาได้อย่างไร?”

            “หาดวงจิตที่หายไปสองดวงกลับมาก็พอแล้ว” ซูฮ่าวยักไหล่แล้วก็มองพวกหวางชาง “ถ้าสิ่งที่ผมคิดไม่ผิด ช่วงเวลาที่คุณนายหลี่เข้าโรงพยาบาลจนถึงตอนนี้น่าจะเคยตื่นขึ้นมาสองสามครั้งใช่ไหม?”

            “คุณรู้ได้อย่างไร?” พวกหวางชางตกใจ

            อาการป่วยของสวีเซียง พวกเขายังไม่เคยบอกกับซูฮ่าว และก็เป็นไปไม่ได้ที่ซูฮ่าวจะรู้ถึงจุดนี้ได้

            ซูฮ่าดีดนิ้วมือ “นั่นก็ใช่แล้วดวงจิตสองดวงที่หายไปของคุณนายหลี่แค่หายไปอยู่ด้านนอกโลกแห่งวิญญาณ การจะตามกลับมาก็ไม่ใช่เรื่องยาก”

            “โลกแห่งวิญญาณ?” ไป๋เหวินหลิงมีใบหน้างุนงง แล้วถามว่า “นั่นคืออะไร?”

            “จิตวิญญาณของคนเรียกได้ว่าคือดวงจิตกับวิญญาณโลกแห่งจิตวิญญาณคือโลกแห่งดวงจิตและวิญญาณ พอเห็นชื่อก็ทราบถึงความหมายแฝงคือสถานที่เก็บดวงจิตและวิญญาณ” ซูฮ่าวกอดอกแล้วพูดอธิบาย

            “คนธรรมดาทั่วไปหากดวงจิตหายแล้วก็จะหายอยู่ด้านนอกร่างกาย นั่นคือในฟ้าดินแต่ดวงจิตสองดวงของคุณนายหลี่ แค่ร่วงอยู่ในโลกแห่งวิญญาณและยังคงอยู่ในร่างกาย”

            “ในคัมภีร์ฮวงตี้เน่ยจิงคัมภีร์ทางการแพทย์เล่มแรกของจีนเคยมีบันทึกว่า ตับคือสถานที่ซ่อนดวงจิตเท่ากับคือโลกแห่งจิตวิญญาณเล็กๆ ดวงจิตที่ร่วงอยู่ในร่างกายสองดวงเคลื่อนย้ายได้ตอนที่ผ่านตับ ก็กลับไปยังโลกแห่งจิตวิญญาณได้ดังนั้นจึงทำให้คุณนายหลี่ตื่นในช่วงเวลาสั้นๆ หลังจากที่ดวงจิตสองดวงออกไปแล้วคุณนายหลี่ก็จะกลับมามีอาการจิตวิญญาณหายอีกครั้ง”

            “เป็นอย่างนี้นี่เอง!”พวกหวางชางได้ยินอย่างนี้แล้วก็เพิ่งเข้าใจถึงสาเหตุในช่วงเวลาที่สวีเซียงถูกส่งมาถึงโรงพยาบาลจนถึงตอนนี้ก็ตื่นขึ้นมาสองสามครั้งแล้ว

            “ก่อนหน้านี้เวลาที่คุณนายหลี่ตื่นขึ้นมาคือสองชั่วโมงหนึ่งครั้งทำไมครั้งนี้ก็ผ่านไปสามชั่วโมงแล้วแต่เธอยังไม่ตื่น?”

            ซูฮ่าวพูดอธิบายต่อ “การเคลื่อนไหวของดวงจิตต้องการกำลังมาสนับสนุนก็เหมือนกับคนวิ่ง เป็นไปไม่ได้ที่จะวิ่งเร็วอยู่ตลอด ย่อมต้องมีตอนที่ช้าลงดวงจิตเป็นเช่นนี้ ตอนที่กำลังเผาผลาญไปพอประมาณแล้ว ความเร็วในการเคลื่อนไหวก็จะช้าลงถึงตอนท้ายก็จะหยุด เวลานี้หากไม่รีบนำดวงจิตกลับคืนสู่โลกแห่งจิตวิญญาณ เช่นนั้นคนคนนี้ก็จะไม่มีทางตื่นขึ้นมาได้ตลอดกาลและเป็นเหมือนมนุษย์ผักไปตลอดชีวิต”

            ทุกคนล้วนมีสีหน้าแปรเปลี่ยนหยวนฮั่นโป๋ที่อยู่ข้างๆ จ้องซูฮ่าวด้วยแววตาเป็นประกาย “ในเมื่อคุณซูรู้สาเหตุการป่วยเช่นนั้นก็ต้องมีวิธีการแก้ไขใช่ไหม?”

            “หากไม่มีทางแล้วผมจะอธิบายมากมายขนาดนี้ให้พวกคุณฟังไปทำไมล่ะ?” ซูฮ่าวบิดข้อมือพูดด้วยความจนใจ

            “หากพวกคุณมีความสามารถช่วยคนผมก็คงจะไม่ทะเลาะกับพวกคุณ”

            ทุกคนล้วนมีสีหน้าแข็งทื่อและเคอะเขินเป็นอย่างยิ่ง

            ถึงแม้พวกเขาจะไม่พอใจกับคำพูดของซูฮ่าวแต่ก็เลี่ยงไม่ได้ เพราะอีกฝ่ายเข้าใจอาการป่วยของสวีเซียงมากกว่าพวกเขาจริงๆถึงไม่พอใจ ก็ทำได้แค่ระงับมันเอาไว้

            “คุณซู ได้โปรดช่วยลงมือรักษาภรรยาของผม!” หลี่ช่างเสียงได้ยินเช่นนี้แล้วก็ดีใจทันที เขาโค้งคำนับด้วยความจริงใจ

            เขารู้ว่าความหวังเพียงหนึ่งเดียวที่ภรรยาของเขาจะตื่นขึ้นมาก็อยู่ที่ซูฮ่าว จะประมาทไม่ได้

            “วางใจเถอะครับ ในเมื่อเหวินหลิงเรียกคุณว่าคุณลุงหลี่ผมจะเพิกเฉยไม่ได้” ซูฮ่าวโบกมือพลางพูดด้วยสีหน้านิ่งเฉย

            วิธีการรักษาอาการจิตวิญญาณหายไม่ยากยิ่งไปกว่านั้นดวงจิตสองดวงของสวีเซียงยังอยู่ในร่างกายแค่ต้องหาเขตร่างกายที่ดวงจิตสองดวงอยู่ให้พบ และส่งกำลังให้ดวงจิตสองดวงเปิดทางไปสู่โลกแห่งจิตวิญญาณ เพื่อให้ดวงจิตสองดวงกลับสู่โลกแห่งจิตวิญญาณได้

            เขาคิดแล้วก็หยิบกล่องหยกออกมาจากด้านในเสื้อ แล้ววางไว้บนโต๊ะผู้ป่วย

            หลังจากเปิดออกด้านในมีหมอกควันจางๆ ลอยออกมา เขาตั้งใจมองเข็มเงินเก้าเข็มที่วางเรียงกันอยู่ด้านในอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยเต็มไปด้วยไป๋หาว สีเงินราวกับหิมะ

            “เข็มเงินไป๋หาว?” ม่านตาของหยวนฮั่นโป๋หดลงทันที

            เข็มเงินไป๋หาวใช้รากของต้นไป๋หาวหมื่นปีเป็นรากฐานผสานกับวัสดุหายากหลายสิบอย่าง ฝนเป็นเวลาสี่สิบเก้าวันจึงจะสำเร็จทั้งรูปลักษณ์ภายนอกมีไป๋หาวหนาแน่น สีขาวดั่งเงิน ปลายเข็มแหลมคมเป็นอย่างยิ่งความแข็งสูงมาก ถือเป็นสุดยอดของเข็มเงิน

            ที่น่าพูดถึงก็คือ เข็มนี้มีเพียงหมอหลวงในสมัยโบราณจึงจะใช้ได้คนที่ถือเข็ม จะต้องชำนาญวิชาการฝังเข็ม ผู้ที่ได้รับการฝังเข็มทุกคนก็เห็นผลทุกคน

            เล่ากันว่าเข็มนี้เคยปรากฏในงานประมูลและถูกตระกูลมู่หรงได้ไป ตอนนี้คิดไม่ถึงว่าจะมาอยู่ในมือของซูฮ่าวแล้ว

            “เดี๋ยวก่อนโรคเก่าของผู้อาวุโสของตระกูลมู่หรงถูกหมอเทวดาท่านหนึ่งรักษาหายในช่วงสองสามวันนี้ ทั้งตระกูลมู่หรงยังจัดงานเลี้ยงฉลองที่ร่างกายของผู้อาวุโสของตระกูลมู่หรงฟื้นฟูเป็นปกติด้วย หรือว่าคนที่รักษาผู้อาวุโสของตระกูลมู่หรงก็คือ… ” หยวนฮั่นโป๋ผงะ ราวกับคิดอะไรออก ในดวงตาทั้งคู่เผยความหวาดกลัวออกมา

            ใช่ เหตุที่เข็มเงินไป๋หาวนี้มาอยู่ในมือของซูฮ่าวได้ก็เพราะซูฮ่าวช่วยผู้อาวุโสของตระกูลมู่หรง อีกฝ่ายก็เลยมอบเข็มเงินไป๋หาวให้ซูฮ่าว

            ด้านหน้ามือทั้งคู่ของซูฮ่าววางราบอยู่กลางอากาศ ไอความร้อนหมุนวนรอบตัวเขา

            “ตื่น!”

            ทันใดนั้น เข็มเงินทั้งเก้าเล่มก็ลอยอยู่กลางอากาศโดยไม่มีพลังจากภายนอก

            เข็มเงินไป๋หาวทุกเล่มถูกพลังที่ไม่สามารถเห็นได้ด้วยตาเปล่าห่อหุ้ม

            “ใช้พลังขับเคลื่อนเข็มและยังเป็นเข็มเก้าเล่ม?!” หยวนฮั่นโป๋ตัวสั่นอย่างหวาดกลัว

            การขับเคลื่อนเข็มด้วยพลังต้องการพลังตันชี่มากมายมาสนับสนุน แม้ว่าเขาจะเปิดพลังตันชี่ออกมา มากสุดก็ควบคุมเข็มพร้อมกันได้แค่สองเล่มการควบคุมเข็มเก้าเล่มในครั้งเดียวอย่างซูฮ่าว หากเป็นสมัยโบราณ ต้องเป็นบุคคลระดับหมอหลวงประจำตัวจักรพรรดิแล้ว

            คนอื่นๆ ก็ตกใจเหมือนกันแต่ไหนแต่ไรมาก็ไม่เคยเห็นเข็มเงินลอยอยู่กลางอากาศโดยที่ไม่มีพลังจากภายนอก ในเวลาไม่นานพวกเขาต่างก็นับถือซูฮ่าวขึ้นมาไม่น้อย

            แต่สีหน้าที่เปลี่ยนไปของทุกคนก็ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อซูฮ่าวสายตาของเขาแหลมคม พลิกมือเดียว ขับเคลื่อนเข็มเงินไป๋หาวเล่มแรกด้วยพลังและดีดออกไป

            ทันใดนั้น แสงสีขาวก็ผ่านม่านตาของทุกคน เมื่อได้สติกลับมาอีกครั้ง เข็มเงินเล่มนี้ก็ร่วงลงบนข้อมือของสวีเซียงแล้ว

            ต่อมาเขาขับเคลื่อนเข็มเงินไป๋หาวเล่มที่สองด้วยพลัง ฝังเข็มด้วยวิธีการเดียวกันจนกระทั่งถึงเล่มที่แปด

            “วิธีการฝังเข็มที่เชี่ยวชาญอย่างนี้ โดยเฉพาะการใช้เข็มผ่านอากาศ ต่อให้ฝึกหลายแสนครั้งก็ไม่มีทางบรรลุถึงแน่” หยวนฮั่นโป๋อดไม่ได้ที่จะชมเขาเป็นหมอมาห้าสิบกว่าปี ความเร็วและความแม่นยำในการใช้เข็มในสายงานเดียวกันก็ถือว่าเป็นบุคคลที่โดดเด่นมาก

            แต่หลังจากที่เขาเห็นซูฮ่าวแล้วเขาก็รู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจยิ่งนักที่ด้อยกว่าคนรุ่นหลัง

            ก่อนหน้านี้เขาแสดงสีหน้าไม่พอใจต่อซูฮ่าว ตอนนี้คิดๆดูแล้วก็มีความรู้สึกละอายใจ

            เข็มแปดเล่มฝังลงบนร่างกายของคุณนายหลี่ ซูฮ่าวคีบเข็มเงินไป๋หาวเล่มสุดท้ายมือซ้ายรวมพลัง วาดวงกลมด้วยพลังอย่างต่อเนื่อง และปล่อยสายฟ้าออกมาสร้างเป็นเข็มสายฟ้าวงกลม

            เข็มแปดเล่มด้านหน้าหาตำแหน่งของดวงจิตสองดวงพบแล้ว และผนึกอวัยวะไว้หลังจากนั้นเปิดทางที่เชื่อมต่อโลกแห่งจิตวิญญาณเพื่อเลี่ยงไม่ให้ดวงจิตสองดวงของสวีเซียงไปที่อื่น จนเพิ่มภาระให้กับการรักษา

            เข็มสายฟ้าวงกลมเล่มสุดท้ายส่งพลังให้ดวงจิตสองดวงให้พวกมันมีแรงเคลื่อนย้ายไปยังโลกแห่งจิตวิญญาณ

            “พลังวงกลมประกอบเป็นสายฟ้าวงกลมผสานกัน แข็งอ่อนประสานกัน หยินเดี่ยวไม่เกิด หยางเดี่ยวไม่เติบโตหรือว่านี่ก็คือเข็มเทพเหลยหั่วที่ขาดการสืบทอดไปแล้ว?” หยวนฮั่นโป๋ตะลึงตาค้างทันที ตัวเขาสั่นไม่หยุด ความเหลือเชื่อในดวงตาของเขารุนแรงมากจนอธิบายไม่ได้

            เข็มเทพเหลยหั่วคือเทคนิคเทพด้านการแพทย์แผนจีนที่ขาดการสืบทอดไปนานแล้ว ใช้เข็มก็แหกกฎได้มีประสิทธิภาพที่รักษาโรคได้นับหมื่น หากบรรลุขอบเขตสูงสุด แม้แต่คนตายไปแล้ว ก็ยังเรียกวิญญาณกลับคืนมาได้ หรือเรียกอีกชื่อว่าเข็มเทพยา

            ถึงแม้ฟังดูแล้วพิสดารมากแต่ในสมัยโบราณ กลับมีประสิทธิภาพที่น่าอัศจรรย์จริงๆ

            เข็มเทพเหลยหั่วแบ่งเป็นเข็มไฟเฉินเชวี่ยกับเข็มสายฟ้าวงกลมสองเข็มเข็มที่กำลังสำแดงน่าจะคือเข็มสายฟ้าวงกลม

            ไม่มีหยาง หยินก็ไม่เกิดไม่มีหยิน หยางก็ไม่เปลี่ยน สรรพสิ่งทรยศหยินแต่โน้มไปทางหยาง แต่กลับคิดว่าพลังกลมกลืนกันดั่งคำที่ว่าวงกลมคือหยินหยาง หยินหยางห่อหุ้มทุกสรรพสิ่ง

            ด้วยสีหน้าของหยวนฮั่นโป๋ที่แปรเปลี่ยนทำให้หลี่ช่างเสียงตื่นเต้นจนน่าแปลก จากสีหน้าที่ตื่นตระหนกของอีกฝ่ายก็มองออกว่าวิชาการแพทย์ที่ซูฮ่าวสำแดงออกมาในเวลานี้ไม่ธรรมดา

            เมื่อนึกมาถึงตรงนี้แล้ว เขาก็หายใจเร็วขึ้น และมองภรรยาของตนเองอย่างตื่นเต้นเพื่อรอคอยการตื่นขึ้นมาของเธอ

            เมื่อมองกลับไปที่ซูฮ่าว เขาไม่ได้รีบเร่งหรือตื่นตระหนก รวบรวมสมาธิ ใช้ส่วนบนของเข็มเงินไป๋หาวเป็นตำแหน่งแข็งแกร่งที่จุสายฟ้าใช้ส่วนปลายของเข็มเงินไป๋หาวเป็นที่รับสายฟ้าเข้าสู่ร่างกายหลังจากนั้นจมพลังที่ตันเถียน ค่อยๆ ปล่อยพลังแห่งตันเถียน หลั่งไหลเข้าสู่เข็มเงินไป๋หาวแล้ว

            ซึ่งเห็นได้ว่าหลังจากที่พลังตันเถียนเข้าสู่เข็มเงินไป๋หาวแล้ว พลังที่กระจายอยู่รอบนอกก็ก่อตัวเป็นเสาฟ้าดินที่เชื่อมกับพลังฟ้าดินและรับเอาพลังแห่งฟ้าดิน และดูดเอาพลังงานของธรรมชาติไม่หยุด

            จนกระทั่งเวลานี้สายตาของซูฮ่าวก็เพ่งมอง จากหยางนำหยิน รักษาจากซ้ายไปขวาฝังเข็มสายฟ้าวงกลมลงไปที่จุดเฉินเชวี่ยของสวีเซียง

            ทุกคนเห็นฟ้าแลบผ่านตรงหน้าอย่างชัดเจนต่อมาก็เห็นแสงสายฟ้าเล็กๆ กลายเป็นวงกลม ทะลุผ่านเข็มเงินไป๋หาวไม่หยุดหลั่งไหลเข้าสู่ภายในตัวของสวีเซียง

            ตอนแรกทุกคนมองการเปลี่ยนแปลงอะไรไม่ออก แต่เมื่อเวลาผ่านไปเรื่อยๆ ส่วนท้องของสวีเซียงอยู่ๆ ก็มีก้อนเล็กๆปรากฏขึ้นสองก้อน ก้อนเล็กสองก้อนนี้นูนขึ้นมาอย่างช้าๆ แล้วเคลื่อนย้ายอย่างช้าๆ

            ผ่านไปเจ็ดนาที ก้อนเล็กๆสองก้อนก็พุ่งขึ้นไปบนหน้าผากของสวีเซียงสุดท้ายก็หมุนวนอยู่สองสามรอบ และค่อยๆ หายไป

            ซูฮ่าวเห็นอย่างนี้แล้วก็โบกมือเข็มเงินทุกเล่มค่อยๆ ออกจากตัวของสวีเซียง และลอยเข้ามาในมือของเขา หลังจากนั้นก็ร่วงลงในกล่องหยกแล้ว

            ในขั้นตอนทั้งหมด ราบรื่นไม่สะดุด

            ช่วงที่กำลังเก็บเข็มร่างกายของสวีเซียงก็สั่นเทา อาการเหม่อลอยในดวงตาหายไป หลังจากไอแล้วก็ตื่นขึ้นมา

            “ช่างเสียง? คุณทำงานอยู่ต่างเมืองไม่ใช่หรือคะ กลับมาเมื่อไร?”

            “อ้าวเหวินหลิงก็มาด้วยหรือ?”

            “แล้วคนพวกนี้… พระเจ้าช่วย นี่ผู้อาวุโสหยวนไม่ใช่หรือ?!”

            สวีเซียงกวาดตามองทั้งห้องผู้ป่วยยิ่งมองก็ยิ่งตกใจ

            “อาเซียง!”หลี่ช่างเสียงมองภรรยาที่เพิ่งตื่นขึ้นมา ดวงตาทั้งคู่แดงก่ำ  เขาพุ่งเข้าไปคว้าสวีเซียงเข้ามากอดโดยไม่สนใจสิ่งใด

            เขากอดแน่นมากราวกับเด็กที่กลัวว่าลูกอมของตนเองจะถูกคนอื่นแย่งไป

            ไป๋เหวินหลิงตื้นตันจนอยากจะร้องไห้เธอหันหน้าไปเช็ดน้ำตาตรงหางตาแล้ว

            เธอเห็นการกอดมาจนชินแล้วแต่การกอดอย่างนี้ กลับอบอุ่นมาก

            “มีคนดูอยู่นะ คุณช่วยสำรวมหน่อยได้ไหม?” สวีเซียงหน้าแดง ไม่กล้ามองหน้าคนอื่นตรงๆ

            หลี่ช่างเสียงไม่สะทกสะท้านเขายังคงกอดเอาไว้แน่น สักพักใหญ่ถึงจะยอมปล่อย

            “คุณนายหลี่ดีใจที่คุณกลับมาแข็งแรง!” พวกหวางชางสบตากันและแสดงความยินดีอย่างยิ้มแย้ม

            “แข็งแรงหรือคะ?” สวีเซียงมีใบหน้างงงวยและพูดอย่างไม่เข้าใจว่า “พวกคุณหมายความว่าอย่างไร?”

            “คุณป้าหลี่คืออย่างนี้… ” ไป๋เหวินหลิงที่อยู่ข้างๆเล่าเรื่องราวทุกอย่างให้สวีเซียงฟังแล้ว

            หลังจากฟังจบ สีหน้าของสวีเซียงก็ดูตกใจทันที

            “คิดไม่ถึงว่าจะมีเรื่องอย่างนี้ฉันยังไม่ได้ทำอะไรเลย!”

            ซูฮ่าวถามพลางหัวเราะว่า “คุณนายหลี่ผมคิดว่าเมื่อวานตอนเย็นคุณน่าจะตกใจมากใช่ไหม?”

            “ตกใจมากหรือคะ?” สวีเซียงขมวดคิ้วคิดแล้วก็พยักหน้า“ใช่ ใช่ ใช่ ฉันคุยวีแชตกับเพื่อนคนหนึ่งเธอส่งรูปให้ฉันหนึ่งรูป และให้ฉันมองลงไปด้านล่างตลอด ฉันก็เลยมอง จู่ๆในรูปก็มีคนเลือดท่วมตัวกระโดดออกมาทำให้ตกใจกลัวจนแทบจะโยนโทรศัพท์มือถือทิ้ง”

            “เช่นนั้นก็ถูกแล้วการหายไปของดวงจิตและวิญญาณ ส่วนใหญ่เกิดจากการตกใจกลัวมากเกินไป ก็เหมือนกับวิกลจริตและปัญญาอ่อนผมคิดว่าตอนที่คุณนายหลี่นอนหลับ สภาพจิตต้องเหม่อลอย หรือกระทั่งเวียนหัวตาลาย”

            “ใช่ค่ะ เวลานั้นฉันไม่ได้ใส่ใจแค่ทานยาแก้ปวดหัวแล้วก็นอนหลับ ใครจะคิดว่าจะอันตรายอย่างนี้” สวีเซียงรู้สึกหวาดกลัวขึ้นมาทันที

            หากไม่มีซูฮ่าวเธอก็อาจจะไม่ได้ตื่นขึ้นมาอีกตลอดกาล

            จนกระทั่งคำพูดนี้พูดออกมาสายตาที่พวกหวางชางมองซูฮ่าวก็ไม่มีการดูถูกอีก สิ่งที่มีอยู่ตอนนี้มีเพียงความตกใจและความตะลึง

            คนหนึ่งคือหยวนฮั่นโป๋สุดยอดหมอชื่อดัง

            คนหนึ่งคือซูฮ่าวที่อายุแค่ยี่สิบปีต้นๆและไม่มีชื่อเสียง

            เมื่อเทียบกันแล้ว ทั้งสองคนก็ไม่ต่างอะไรกับแสงจันทราและหิ่งห้อย

            แต่เขตที่แสงจันทราส่องไม่ถึงหิ่งห้อยกลับเปล่งประกายแสงสีทองทำให้สว่างไสวได้!

    คล้ายกับเรื่องLevel up ไปกับระบบวิเศษ 【จบ】 ที่คุณอ่าน