สาวน้อยชาวนากับระบบยาพิศวง

    ตอนที่ 43 จะต้องไม่เป็นอะไร

    ขณะนั้นเองทุกคนก็เข้าใจว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่  เพราะเสียงของหลี่หมิงเยว่ดังออกมาจากในห้อง “เจ้าไม่ต้องกลัว พี่สี่จะช่วยท่านแม่ห้ามเลือด ข้าจะใช้เข็มเงินช่วยน้อง ๆ ให้สงบลงเอง พี่หญิงใหญ่ ให้พวกนางหันหลังไป ข้าจะเริ่มลงมือแล้ว”


    หลี่หมิงหัวก้มหน้ามองน้องสาวทั้งสองคนของตนเอง เมื่อเห็นว่าสายตาของพวกนางเต็มไปด้วยความหวาดกลัว หลี่หมิงหัวก็ยิ่งปวดใจ และรีบจับทั้งสองคนหันหลังทันที จากนั้นจึงเอามือมาปิดตาของทั้งสองคนไว้ “น้องสี่ เจ้ารีบลงมือเถิด!”


    นางซูที่ไม่ค่อยรับความรู้สึกอะไรได้แล้ว ค่อย ๆ ลืมตาขึ้น และมองไปที่ลูกสาวคนที่สองของตนที่กำลังสูดหายใจเข้าลึกด้วยความทนทุกข์ หมิงเยว่ต้องแบกรับอะไรตั้งมากมายทั้งที่เพิ่งอายุเพียงเท่านี้ นางอยากจะปลอบโยนลูกสาวของตนเหลือเกิน อยากจะบอกนางว่าตนนั้นไม่เป็นอะไร แต่กลับไม่อาจพูดออกไปได้


    “ท่านแม่ สิ่งที่ท่านต้องทำในตอนนี้คือหลับให้สบาย หมิงเยว่รับรองว่า น้อง ๆ ในท้องต้องคลอดออกมาได้อย่างปลอดภัยแน่นอน ท่านแม่เชื่อข้านะเจ้าคะ” หลี่หมิงเยว่พูดกับนางซูเสียงแผ่วเบา


    “ได้ แม่เชื่อเจ้า” พูดจบนางซูก็หลับตาลงอย่างเหนื่อยล้า เมื่อครู่นี้นางอดทนเข้มแข็งมาโดยตลอด ตอนนี้หมิงเยว่กลับมาแล้วนางจึงวางใจ และหลับสนิทไปในไม่ช้า


    หลี่หมิงเยว่เห็นมารดาหลับตาลงแล้วจึงรีบฝังเข็มสองสามจุดลงบนร่างกาย เมื่อเห็นว่ามารดาหลับไปจริง ๆ แล้วจึงวางใจ นางกับอาจารย์บำรุงร่างกายของท่านแม่มาหลายเดือน เดิมทีร่างกายของนางดีขึ้นมากแล้ว แต่ครั้งนี้เกิดอาการตกใจจนครรภ์ได้รับการกระทบกระเทือน ทำให้ร่างกายที่ฟื้นฟูกลับมาแล้วได้รับผลกระทบอีกครั้ง เมื่อครู่นี้หลี่หมิงเยว่เพียงใช้วิชาฝังเข็มทำให้เด็กในครรภ์สงบนิ่งไปชั่วคราวเท่านั้น


    ความจริงแล้วนางยังมีวิธีที่จะรักษาเด็กในครรภ์เอาไว้ได้อยู่ แต่หากใช้วิธีเช่นนั้นอาจจะมีผลเสียตามมา จึงไม่รู้ว่าจะทำเช่นไรไปชั่วขณะหนึ่ง นางเหลือบมองนางซูที่นอนอยู่บนเตียงเตา ก่อนจะถอนหายใจ ช่างเถอะ! รอให้ท่านแม่ตื่นขึ้นมาก่อนแล้วค่อยว่ากัน


    “น้องสี่ ทำไมหรือ หรือว่าร่างกายของแม่เรา…” หลี่หมิงหัวเดินมาหยุดอยู่ข้างกายหลี่หมิงเยว่ และเอ่ยถามขึ้นมาเสียงเบา


    “พี่หญิงใหญ่ เมื่อครู่นี้ข้าฝังเข็มทำให้ลมในครรภ์ของท่านแม่สงบลงได้ชั่วคราว และข้าให้ลุงเหมิงจื่อไปเชิญปู่หลิวมาแล้ว ข้าอยากจะดูว่าเขามีวิธีที่ดีหรือไม่น่ะ พี่หญิงใหญ่ไม่ต้องกังวลนะ ท่านแม่จะต้องไม่เป็นอะไร”


    หลังจากผ่านไปหนึ่งเค่อ หลี่หมิงเยว่ดึงเข็มบนร่างกายของนางซูออกมา และหันไปพูดกับหลี่หมิงหัวเบา ๆ “พี่หญิงใหญ่ พี่เฝ้าดูอาการของท่านแม่ไปก่อนนะ ข้าจะออกไปดูว่าปู่หลิวมาแล้วหรือยัง”


    “ได้ เจ้าไปเถอะ! ข้าจะดูแลท่านแม่ให้เอง!” หลี่หมิงหัวดึงน้องสาวทั้งสองคนมาปกป้องไว้ภายในห้องอย่างระมัดระวัง


    ขณะที่หลี่หมิงเยว่กำลังจะออกไป นางก็นึกถึงตะกร้าที่นางให้พี่สาวคนโตเอาไว้ขึ้นมาได้ จึงพูดขึ้นอีก “พี่หญิงใหญ่ ตะกร้าที่ข้าให้พี่ไปเมื่อครู่นี้มีเหรียญทองแดงที่ได้จากการขายสมุนไพรในครั้งนี้อยู่ พี่เก็บเอาไว้ก่อน พอพวกพี่ใหญ่กลับมาแล้วจะได้เอาไปแจกจ่ายให้กับทุกคน” เมื่อเห็นหลี่หมิงหัวพยักหน้ารับ นางจึงเปิดประตูเดินออกไป


    หลี่ต้าชวนที่ได้ยินเสียงเปิดประตูห้องจึงเงยหน้าขึ้น ขณะที่กำลังจะเรียกหลี่หมิงเยว่ให้โผล่มา เขาก็เห็นนางเดินออกมาและมองไปที่หน้าประตูพร้อมกับน้ำตาคลอเบ้าราวกับใกล้จะร้องไห้ออกมาพอดี เขาหันมองไปตามสายตานางจึงเห็นหมอฟู่กำลังเดินลงมาจากรถม้า


    เขามาได้อย่างไร? หลี่ต้าชวนรู้เพียงว่าหมอฟู่นั้นเป็นอาจารย์ของเด็กคนนี้ แต่ไม่รู้ว่าเขาจะสอดมือเข้ามายุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้ ตั้งแต่ที่หมอฟู่ย้ายไปอยู่ในเมือง คนในหมู่บ้านจึงได้รู้ว่าหมอฟู่นั้นต้องไม่ใช่คนธรรมดาอย่างแน่นอน


    “อาจารย์ ท่านมาได้อย่างไร ตอนนี้ซือเหนียงอยู่ในช่วงวิกฤต ท่านควรจะอยู่กับนางสิเจ้าคะ” หลี่หมิงเยว่วิ่งเข้าไปจับแขนเสื้อของฟู่เหวินชิงเอาไว้ นางซาบซึ้งใจยิ่งนัก แต่เมื่อนึกถึงอาการของซือเหนียงจึงถามขึ้นอย่างกังวล


    “เยว่เอ๋อร์ เจ้าคือศิษย์ที่น่าภาคภูมิใจที่สุดของอาจารย์ เมื่อศิษย์กำลังตกที่นั่งลำบาก อาจารย์จะไม่ปรากฏตัวออกมาได้อย่างไร! เยว่เอ๋อร์ เมื่อครู่หลี่เหมิงบอกว่าครรภ์ของแม่เจ้าได้รับการกระทบกระเทือน ตอนนี้เป็นเช่นไรบ้างแล้ว?” ฟู่เหวินชิงลูบผมของลูกศิษย์ตัวน้อยเบา ๆ และถามด้วยความเป็นห่วง


    “อาจารย์ ข้าดูแลร่างกายของท่านแม่ตามที่ท่านบอกมาโดยตลอด แต่นางไม่อาจทนการก่อกวนซ้ำแล้วซ้ำเล่าของพวกเขาได้ เมื่อครู่นี้ข้าช่วยฝังเข็มให้ลมในท้องสงบชั่วคราวตามวิธีที่ท่านสอน แต่อาการยังไม่ดีขึ้นมากนัก เลยต้องให้พวกท่านมาช่วยตรวจอีกทีเจ้าค่ะ” หลี่หมิงเยว่พูดถึงร่างกายของนางซู และอดไม่ได้ที่จะเป็นกังวลขึ้นมา


    “เยว่เอ๋อร์ไม่ต้องกังวล ให้ผู้เฒ่าหลิวเข้าไปดูเสียก่อน แล้วพวกข้าจะลองคิดหาวิธีร่วมกัน เพื่อดูว่าจะมีวิธีที่ดีกว่านี้หรือไม่” ฟู่เหวินชิงเองก็รู้เกี่ยวกับอาการของนางซูดี เขาไม่อยากให้ลูกศิษย์ตัวน้อยต้องเป็นห่วง จึงเอ่ยปลอบนาง


    หลี่หมิงเยว่สะอึกสะอื้น จากนั้นถึงได้รู้ตัวว่านางลืมผู้เฒ่าหลิวที่อยู่ข้าง ๆ ไปเสียแล้ว “ปู่หลิว เป็นหมิงเยว่ที่ละเลยท่านเอง”


    ผู้เฒ่าหลิวลูบเคราแล้วโบกมือพัด “ไม่เป็นไรหรอกแม่หนู พวกข้าเข้าไปตรวจดูร่างกายของแม่เจ้าก่อนดีกว่า แล้วค่อยว่ากัน”


    ฟู่เหวินชิงกับผู้เฒ่าหลิวเดินเข้ามาในบ้านและตรงเข้าไปที่ห้องของนางซูโดยไม่สนใจพวกหลี่ต้าชวนที่อยู่ในลานบ้านเลยสักนิด หลี่หมิงหัวที่ได้ยินเสียงจากภายนอกจึงเปิดประตูห้อง


    “อาจารย์ ปู่หลิว พวกท่านมาแล้วหรือ ท่านแม่เพิ่งจะหลับไปหลังจากที่น้องสี่ฝังเข็มให้เจ้าค่ะ” หลี่หมิงหัวเปิดประตูห้องเชิญพวกเขาเข้าไป และเดินไปพลางเอ่ยเสียงแผ่วเบา


    ฟู่เหวินชิงกับผู้เฒ่าหลิวผลัดกันจับชีพจรของนางซู ท่าทางของทั้งสองต่างเคร่งขรึม แม้ว่าช่วงนี้ร่างกายของนางซูจะได้รับการดูแลอย่างดี แต่เพราะวันนี้ถูกทำให้ตกใจจนกระทบกระเทือบครรภ์อีกครั้ง อาการเลยค่อนข้างจะรับมือยาก


    “แม่หนู ข้าคลำชีพจรของแม่เจ้าเมื่อครู่นี้ พบว่ามีปัญหาอย่างหนึ่ง ข้าสงสัยว่าในท้องของแม่เจ้าจะมีเด็กสี่คน เดิมทีแล้วยังมีเวลาอีกสองเดือนก่อนจะคลอด แต่หากในครรภ์มีเด็กสี่คนล่ะก็ ข้ากลัวว่านางจะคลอดก่อนกำหนด” ผู้เฒ่าหลิวกุมเคราของตนพลางพูดขึ้นมาอย่างเคร่งเครียด


    หลี่หมิงเยว่ขมวดคิ้วพลางรู้สึกกลัดกลุ้มอยู่ในใจ ความจริงนางรู้เรื่องนี้นานแล้ว แต่ในเมื่อตั้งครรภ์ไปแล้วจึงทำได้เพียงพยายามปกป้องครรภ์เอาไว้ให้ได้ แต่ร่างกายของนางซูนั้นย่ำแย่เกินไป หลี่หมิงเยว่จึงเงยหน้าขึ้นถามผู้เฒ่าหลิวด้วยความสงสัย “ปู่หลิว ในท้องของท่านแม่มีเด็กสี่คน ความจริงแล้วข้าเองก็รู้ดี ไม่กี่เดือนมานี้พวกข้าจึงช่วยท่านแม่ดูแลร่างกายมาโดยตลอด เพียงเพราะต้องการให้พวกน้อง ๆ อยู่ในท้องท่านแม่ได้นานขึ้นอีกสักหน่อย ปู่หลิว ท่านมีวิธีเช่นไรหรือเจ้าคะ?”

    .

    .

    .


    ลำดับพี่น้องครอบครัวหลี่หง

    คล้ายกับเรื่องสาวน้อยชาวนากับระบบยาพิศวง ที่คุณอ่าน