ในตอนนั้นเมื่อเห็นอวี่เถียนเอ่ยปากแล้ว หลี่เทียนหัวก็ไม่ได้ดึงดันต่อเขาหันไปเน้นเสียงใส่ลู่เซิ่งอย่างหนักแน่นว่า “ตกลง!ฉันพนันกับแก!”
“ใจถึงดีนี่! งั้นอีกเจ็ดวันเรามาเจอกันที่นี่!”
ลู่เซิ่งเผยสีหน้ายินดีเมื่อได้ยินดังนั้นก่อนจะเสริมว่า “ถึงตอนนั้นอย่าลืมเตรียมเงินมาให้พอด้วยนะ”
“เหอะ! ฉันว่าคนที่ต้องเตรียมเงินมาให้พอน่ะมันแกมากกว่า!” หลี่เทียนหัวตะคอกกลับอย่างไม่ยอม
“หึๆ งั้นก็ไว้เรามาดูกัน”
ทิ้งท้ายไว้เพียงเท่านั้นลู่เซิ่งก็ไม่รอช้า เขาจัดการเก็บอุปกรณ์บนพื้นแล้วหมุนตัวเดินจากไปทันที
เขาไม่กลัวว่าหลี่เทียนหัวจะกล้าเบี้ยวพนัน
เพราะการเดิมพันในครั้งนี้มีผู้คนล้อมดูอยู่เป็นจำนวนมากแถมยังมีเจ้าหน้าที่ของวิหารเปลี่ยนอาชีพอยู่ด้วย
ภายใต้เงื่อนไขเช่นนี้หากหลี่เทียนหัวยังกล้ากลับคำ ต่อให้ลู่เซิ่งไม่ป่าวประกาศแค่เสียงวิพากษ์วิจารณ์ของคนอื่นก็เพียงพอจะทำให้อีกฝ่ายคลั่งได้แล้ว
เมื่อคิดได้ดังนี้ลู่เซิ่งก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมาอย่างผู้ชนะ
ในขณะเดียวกันเมื่อมองตามแผ่นหลังของลู่เซิ่งที่จากไปอย่างสง่าผ่าเผยหลี่เทียนหัวก็ไม่อาจข่มความกังวลในใจได้อีกต่อไป เขาเอ่ยถามอวี่เถียนที่อยู่ข้างๆว่า“คุณอวี่เถียนครับ เรื่องเดิมพันนี้...จะไม่มีอะไรผิดพลาดใช่ไหม?”
“วางใจเถอะ ไม่ว่าการเดิมพันนี้จะแพ้หรือชนะ พวกเราก็ไม่มีทางขาดทุน”
อวี่เถียนกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ดูเหมือนจะใจลอยเล็กน้อย
“หือ? คุณหมายความว่ายังไง?” หลี่เทียนหัวชะงักไปทันที
“ไว้หลังจากนี้นายก็จะรู้เอง”
อวี่เถียนไม่ได้ตอบคำถามแต่เขากลับจ้องมองตามหลังลู่เซิ่งตาไม่กะพริบอยู่เนิ่นนาน
...
หลังจากที่ออกจากวิหารเปลี่ยนอาชีพลู่เซิ่งก็เรียกออสการ์ที่แอบซ่อนตัวอยู่ตรงมุมตึกด้านนอกก่อนจะรีบบึ่งกลับไปยังอพาร์ตเมนต์ส่วนตัวของเขาทันที
ไม่ได้กลับมาเพียงไม่กี่วันอพาร์ตเมนต์เล็กๆ ก็เริ่มมีฝุ่นเกาะหนาเตอะ
ทว่าลู่เซิ่งไม่มีเวลามานั่งทำความสะอาดเขาขยับตัวนั่งลงบนเตียงด้วยความใจร้อนแล้วเปิดม้วนคัมภีร์ภารกิจเปลี่ยนอาชีพระดับ 9 ดาวที่เพิ่งได้รับมาทันที
วินาทีถัดมาเนื้อหาในม้วนคัมภีร์ก็ปรากฏสู่สายตาอย่างชัดเจน
[ชื่อภารกิจ: ประเทศเสินเซี่ย...จะเสียไปแม้แต่นิดเดียวไม่ได้
เป้าหมายภารกิจ:บุกยึดเขตสงครามทรายโลหิตให้ได้โดยสมบูรณ์
คำอธิบายภารกิจ:
เขตสงครามทรายโลหิตคืออาณาเขตอธิปไตยของประเทศเสินเซี่ยมาแต่โบราณกาล!
ทว่าในช่วงหลายปีที่ผ่านมามักจะมีพวกประเทศเล็กแถบชายแดนที่ไร้ยางอายพยายามหาโอกาสยามที่เราเผลอเพื่อเข้ามายึดครองผืนแผ่นดินและทรัพยากรของเรา!
ในฐานะส่วนหนึ่งของประเทศเสินเซี่ยคุณมีหน้าที่และพันธกิจในการปกป้องดินแดนอันศักดิ์สิทธิ์ของมาตุภูมิไม่ให้ใครมารุกรานโปรดทวงคืนอธิปไตยเหนือเขตสงครามทรายโลหิตกลับมาให้ประเทศชาติภายในระยะเวลาเจ็ดวัน!
รางวัลภารกิจ:ค่าประสบการณ์ 10 ล้านหน่วยและชุดเซตอุปกรณ์ระดับมหากาพย์หนึ่งชุด (สุ่ม)!
...
“โหย... ให้ยึดครองเขตสงครามทรายโลหิตทั้งหมดเลยเหรอ?”
เมื่อเห็นเนื้อหาภารกิจบนม้วนคัมภีร์ลู่เซิ่งก็ตกใจจนหลุดปากร้องออกมา
แม้จะเคยได้ยินมาว่าภารกิจเปลี่ยนอาชีพนั้นเป็นการสุ่มทั้งหมดและจะเปลี่ยนไปตามเงื่อนไขของผู้ใช้อาชีพแต่ละคน ซึ่งเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน
แต่ความยากระดับที่เรียกได้ว่าหลุดโลกขนาดนี้มันเกินความคาดหมายของเขาไปไกลมาก
ต้องรู้ก่อนว่าเขตสงครามทรายโลหิตนั้นเป็นพื้นที่ที่เป็นกลางเลเวล50ถึง 200
ในขณะที่ตอนนี้เขาเพิ่งจะมีเลเวล100แม้พลังต่อสู้จะแข็งแกร่งเพียงใด แต่ถ้าต้องเจอกับผู้ใช้อาชีพเลเวล 200เขาก็ยังจะถูกข้อจำกัดของกฎโลกทับไว้อย่างรุนแรงจนการโจมตีอาจเกิดสถานะไร้ผลขึ้นได้
เห็นได้จากตอนที่เขาไปช่วยลั่วเซวียนเซวียนหากไม่มีพรสวรรค์ ‘เสริมพลังหมื่นเท่า’ในยามที่เผชิญหน้ากับเหล่านักฆ่าจากหน่วยล่ามังกรทั้งห้าคนเขาก็ไม่กล้าที่จะปะทะตรงๆ และทำได้เพียงแค่หนีออกมาเท่านั้น
แต่ภารกิจเปลี่ยนอาชีพระดับ9ดาวนี้กลับสั่งให้เขาไปยึดครองเขตสงครามทรายโลหิต
ที่เลวร้ายกว่านั้นคือภารกิจเปลี่ยนอาชีพไม่สามารถทำแบบทีมได้
การจะยึดครองพื้นที่ที่เป็นกลางสักแห่งมันไม่ใช่แค่การไล่ฆ่าคนเพียงอย่างเดียว
เท่าที่ลู่เซิ่งรู้บนดาวสีน้ำเงินในปัจจุบัน หากต้องการยึดครองพื้นที่ที่เป็นกลางโดยสมบูรณ์จะต้องทำให้ครบเงื่อนไขสามประการ
หนึ่งกำจัดผู้ใช้อาชีพจากประเทศศัตรูในแผนที่ให้หมดสิ้น
สองทำลายเขตปลอดภัยของประเทศศัตรูให้ราบคาบ
สามทำลายวงเวทเคลื่อนย้ายของประเทศศัตรูให้สิ้นซาก
เงื่อนไขทั้งสามข้อนี้ขาดข้อใดข้อหนึ่งไม่ได้หากทำไม่ครบก็ไม่ถือว่าเป็นการยึดครองโดยสมบูรณ์
นั่นหมายความว่าในช่วงเจ็ดวันหลังจากนี้ เขาอาจจะต้องใช้กำลังของตัวเองเพียงลำพังเข้าต่อกรกับผู้ใช้อาชีพจากประเทศศัตรูทั้งหมดในเขตสงครามทรายโลหิต
“นี่เหรอภารกิจเปลี่ยนอาชีพระดับเก้าดาว มิน่าล่ะถึงได้ถูกเรียกว่า 'ภารกิจที่ไม่มีทางสำเร็จ' ความยากมันหลุดโลกไปแล้ว”
ลู่เซิ่งพึมพำกับตัวเองพลางส่ายหัวพร้อมรอยยิ้มขมขื่น
ยังดีที่แม้ภารกิจระดับ9ดาวนี้จะยากเย็นแสนเข็ญ แต่สำหรับลู่เซิ่งแล้วมันก็ใช่ว่าจะไม่มีทางทำให้สำเร็จเสียทีเดียว
เพราะเขามีออสการ์ซึ่งเป็นตัวตนระดับสัตว์ประหลาดที่แค่ปล่อยสกิลส่งเดชเพียงสามสกิลมันก็สามารถทรมานเหล่านักฆ่าจากหน่วยล่ามังกรสี่คนจนตายคาที่ได้
และนั่นคือผลงานในขณะที่มันอยู่ใน‘ร่างพิทักษ์’ ซึ่งยังไม่สามารถแสดงพลังที่แท้จริงออกมาได้ทั้งหมดด้วยซ้ำ
เหตุผลที่เผ่ามังกรแข็งแกร่งไม่ใช่เพียงเพราะสกิลรุนแรงหรือมีค่าสถานะที่สูงส่งเท่านั้น
แต่ปัจจัยสำคัญคือพวกมันมีเขี้ยวเล็บที่คมกริบประดุจศาสตราเทพและมีเกล็ดย้อนที่ทนทานจนเกือบจะไร้เทียมทาน
เมื่อคิดได้ดังนี้ลู่เซิ่งก็เริ่มมีความหวังขึ้นมา เขาหันไปกวักมือเรียกออสการ์ที่อยู่ในห้องทันที
“ออสการ์ มานี่หน่อย!”
“นายท่านมีอะไรจะสั่งการหรือ?”
เปรี้ยง...
เมื่อได้ยินออสการ์ก็รีบวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาหาทั่วร่างของมันมีประกายไฟและสายฟ้าพลุ่งพล่านไปตลอดทาง
นั่นเป็นเพราะร่างกายของออสการ์นั้นใหญ่โตเกินไปแม้ในตอนนี้รูปลักษณ์ภายนอกของมันจะเป็นเพียงสุนัขสามหัวแห่งขุมนรกก็ตาม
แต่ถึงอย่างนั้นความยาวลำตัวของมันก็ยังปาเข้าไปกว่าห้าเมตร
ส่วนอพาร์ตเมนต์หลังเล็กของลู่เซิ่งมีพื้นที่รวมๆแค่สิบกว่าตารางเมตรแน่นอนว่ามันย่อมทนรับแรงบดอัดและแรงกระแทกจากสิ่งมีชีวิตขนาดมหึมาเช่นนี้ไม่ไหว
โชคดีที่ตอนนี้ลู่เซิ่งถือว่ามีฐานะพอตัวความเสียหายเพียงเล็กน้อยนี้สำหรับเขาแล้วก็แค่เศษเงิน จึงไม่ได้เก็บมาใส่ใจนัก
เมื่อออสการ์วิ่งมาหยุดอยู่ตรงหน้าลู่เซิ่งก็คิดสั่งการทันที
“เสริมพลังหมื่นเท่า แสงแห่งการไถ่บาป!”
วูบ...
วินาทีต่อมาแสงสีขาวนวลที่ควบแน่นจนดูราวกับมีมวลก็พุ่งทะยานลงมาจากฟากฟ้าและตกลงบนร่างของออสการ์ตรงๆ
ในขณะที่ออสการ์ยังไม่ทันตั้งตัวว่าเกิดอะไรขึ้นมันก็รู้สึกได้ว่าร่างกายเบาหวิวขึ้นทันที
ฟู่!
พร้อมกับเสียงประหลาดที่ดังขึ้นสกิล‘เพลิงมังกรทำลายล้าง: ทรมานนิรันดร์’ ที่คอยสร้างความทุกข์ทรมานให้มันมานานนับปีก็มลายกลายเป็นควันสีเขียวสายหนึ่ง และค่อยๆ เลือนหายไปในห้วงมิติ
“อะไรกัน?”
เมื่อเห็นภาพนี้ออสการ์ถึงกับอึ้งไปครู่หนึ่ง
ทว่าทันใดนั้นเองมันก็ได้สติกลับมา และไม่อาจกลั้นใจได้อีกต่อไปจนต้องแหงนหน้าคำรามก้อง
“หายไปแล้ว! ผลจากเวทมนตร์ด้านลบบนตัวข้ามันหายไปแล้วจริงๆ เหรอ?”
“วะฮ่าฮ่าฮ่า!”
โฮก...
เสียงมังกรคำรามอันน่าสะพรึงกลัวดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วจนห้องทั้งห้องสั่นสะเทือนไปหมด ฝุ่นละอองร่วงกราวลงมานับไม่ถ้วน
“ไอ้บ้า! แกกะจะรื้อบ้านฉันทิ้งเลยหรือไง?”
ลู่เซิ่งเห็นท่าไม่ดีรีบดุเพื่อหยุดพฤติกรรมบ้าคลั่งของมันทันที
“ขออภัยด้วยขอรับ เมื่อครู่ข้าน้อยตื่นเต้นเกินไปหน่อยนายท่านโปรดยกโทษให้ด้วย”
ออสการ์ตื่นเต้นจนบอกไม่ถูกมังกรต้องห้ามผู้เกรียงไกรในยามนี้ถึงกับหลั่งน้ำตาออกมาด้วยความตื้นตันเห็นได้ชัดว่าหลายปีมานี้ มันถูกผลจากเวทมนตร์ด้านลบนั้นทรมานมาแสนสาหัสเพียงใดจะบอกว่าอยู่ไม่สู้ตายก็คงไม่เกินไปนัก