จักรพรรดิผีดิบ

    ตอนที่ 45 ความท้าทายของเหล่าอัจฉริยะ

            ตอนที่ 45 ความท้าทายของเหล่าอัจฉริยะ


            กาติรัสกล่าวจบพลันกลายเป็นจุดสนใจไปโดยปริยาย กล้าพูดอย่างโอหังต่อหน้าปรมาจารย์จากแดนเทพมนุษย์ หากไม่ใช่ตัวโง่งมก็คงเป็นไอ้บ้าคนหนึ่ง ตัวตนที่ผู้คนต่างยำเกรงพลันจับจ้องชายหนุ่มตรงหน้าด้วยใบหน้าถือดี สิ่งที่รับไม่ได้ที่สุดก็คือกริยาท่าทางของเขา ไม่มีความเคารพเลยสักนิดราวกับไม่ได้รู้ถึงจุดยืนของตัวเอง


            ปรมาจารย์ธูมัสพลันกล่าวขึ้น "กล้าใส่อุปกรณ์เวทมนตร์ต่อหน้าพวกข้าเลยงั้นรึ" แววตาแสดงความเหยียดหยามเป็นอันมาก ทันทีที่เขากล่าวไป อีกสามปรมาจารย์ก็เพิ่งจะรู้สึกตัวว่าค่าสเตตัสเบื้องหน้ามันว่างเปล่า


            ชื่อ:??? อายุ:??? เผ่าพันธ์:??? อายุขัยโดยธรรมชาติ:??? เลเวล:??? พลังกาย:??? พลังเวทย์:??? อาชีพ:???


            จากคำกล่าวเป็นที่ยืนยันแล้วว่าพวกเขาก็ไม่ได้มีหยั่งรู้ถึงระดับสิบเช่นกัน


            มันกล้าตีตราว่าข้าเป็นผู้สวมอุปกรณ์เวทมนตร์ตลอดเช่นนี้แสดงว่าคนที่แข็งแกร่งที่สุดก็ไม่มีหยั่งรู้ระดับสิบ สมแล้วที่เป็นแค่พวกมดปลวก...


            ปรมาจารย์โหวู๋พลันกล่าวเสริม "พูดจาโอหังต่อหน้าพวกข้าไม่พอ ยังกล้าใส่อุปกรณ์เวทมนตร์ต่อหน้าพวกข้าอีกงั้นรึ? เจ้ารู้หรือไม่ว่ามันผิดกฏ กวาดตามองโดยรอบให้ดี มันไม่มีผู้ใดใส่อุปกรณ์เวทมนตร์เช่นเจ้าเลยสักคน!!"


            ท่ามกลางความไม่พอใจของสี่ปรมาจารย์ ใบหน้าของเจ้าเมืองกลับซีดขาวราวกับกระดาษ เหงื่อต่างไหลอาบใบหน้าด้วยความร้อนรน ชายหนุ่มเบื้องหน้าเป็นศิษย์ของท่านผู้นั้น หากเกิดอะไรขึ้นมาเกรงว่าเขาจะรับผิดชอบไม่ไหวแน่ๆ ต้องทำอะไรสักอย่าง... ต้องทำอะไรสักอย่างไม่ให้เหล่าปรมาจารย์เกิดความไม่พอใจต่อเขา เจ้าเมืองพยายามครุ่นคิด


            เสียงใสนวลพลันดังขึ้น "นายท่านเจ้าคะ ท่านรู้แก่ใจมิใช่หรือว่าเอาชนะพวกเขาไม่ได้น่ะเจ้าค่ะ" เดซี่กล่าวย้ำเตือนด้วยความเป็นห่วง


            ชื่อ:โหวู๋(เพศชาย) อายุ:2,576ปี เผ่าพันธ์:ฮิวเมน(จักรพรรดิ) อายุขัยโดยธรรมชาติ:500ปี เลเวล:50,002 พลังกาย:20,010,212 พลังเวทย์:30,014 อาชีพ:เบอร์เซิร์กเกอร์


            ชื่อ:โชลิช(เพศชาย) อายุ:2578ปี เผ่าพันธ์:ฮิวเมน(จักรพรรดิ) อายุขัยโดยธรรมชาติ:500ปี เลเวล:50,002 พลังกาย:15,895,981 พลังเวทย์:15,789,252 อาชีพ:จอมกระบี่


            ชื่อ:ธูมัส(เพศชาย) อายุ:2577ปี เผ่าพันธ์:ฮิวเมน(จักรพรรดิ) อายุขัยโดยธรรมชาติ:500ปี เลเวล:50,002 พลังกาย:150,456 พลังเวทย์:26,548,201 อาชีพ:นักพยากรณ์


            ชื่อ:ยูไค(เพศชาย) อายุ:2591ปี เผ่าพันธ์:ฮิวเมน(จักรพรรดิ) อายุขัยโดยธรรมชาติ:500ปี เลเวล:50,109 พลังกาย:20,980,232 พลังเวทย์:20,785,648 อาชีพ:แอสซาซิน


            ข้ารู้... และพวกมันไม่มีแซ่...


            บรรยากาศแปรเปลี่ยนเป็นอึดอัดยิ่งขึ้น สี่ปรมาจารย์กล่าวขนาดนั้นชายหนุ่มตรงหน้าก็ยังไม่ยอมถอดอุปกรณ์เวทมนตร์ออกไปอีก เหล่าผู้คนโดยรอบต่างรู้สึกอยากกระโดดถีบขาคู่ให้มันได้สติ ขัดขืนคำสั่งของปรมาจารย์ก็มีแค่ตายกับตายเท่านั้น


            เวลาล่วงเลยไปถึงห้านาที ใบหน้าของปรมาจารย์โหวู๋แปรเปลี่ยนเป็นบิดเบี้ยว แรงกดดันของเหล่าปรมาจารย์ที่กำลังยืนต่อหน้ามัน ไม่ได้ทำให้มันรู้สึกสะทกสะท้านเลยแม้แต่น้อย ใบหน้าของกาติรัสยังคงความนิ่งเฉยและสงบเยือกเย็นก่อนชายหนุ่มจะเอ่ยขึ้น "ข้าจะใส่มันหรือไม่แล้วมันเกี่ยวอะไรกับพวกท่านละ"


            สิ้นเสียงชายหนุ่มเหล่าปรมาจารย์ล้วนหมดความอดทน ใบหน้าแปรเปลี่ยนเป็นโกรธกริ้วราวกับราชสีห์โดยเฉพาะอย่างยิ่งปรมาจารย์โหวู๋ด้วยวิชาที่เขาฝึกฝน มันทำให้เขาโมโหง่ายยิ่งกว่าอะไร หนึ่งหมัดกำหมัดพลันซัดเข้าหาชายหนุ่มตรงหน้า ทว่า เสียงหนึ่งกลับขัดเขาขึ้นมา...


            "ท่านปรมาจารย์โปรดใจเย็นลงก่อน" เจ้าของเสียงก็คือเจ้าเมือง เขาเพิ่งคิดอะไรดีดีออกหลังจากอยู่ในสถานการณ์ที่กดดันก่อนเอ่ยต่อ "เอาเช่นนี้เป็นอย่างไร ลาซิเฟียอย่างน้อยก็ยังอยู่ในการดูแลของข้า นางจะได้ไปกับพวกท่านหลังจบการประลองของมหาแผ่นดินในวันรุ่งขึ้น" น้ำเสียงหนักแน่นเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ


            แม้เจ้าเมืองจะกล่าวโน้มน้าวไปเช่นกันหากแต่เขาก็มีความหวาดกลัวอยู่ไม่น้อย ใบหน้าของเหล่าปรมาจารย์ตอนนี้โกรธเสียยิ่งกว่ากระไรดี แววตาที่โกรธเคืองต่างจับจ้องมายังเจ้าเมืองราวกับจะกลืนกิน เกรงว่าข้อเสนอของตนเองจะถูกปฏิเสธไปจึงกล่าวเสริมเพิ่ม "หากท่านสังหารรุ่นเยาว์ที่อาจจะเป็นดาวเด่นในอนาคต ข้าเกรงว่าชื่อเสียงของท่านอาจจะเสียหายเอาได้ ผู้คนจะต้องหัวร่อและเอาเรื่องของท่านไปนินทาทั่วดินแดนแน่ๆ"


            ครานี้น้ำหนักของคำพูดมันต่างจากเดิมเป็นดั่งที่เจ้าเมืองว่า ปรมาจารย์ผู้อยู่จุดสูงสุดที่เป็นรองเพียงแค่เทพมนุษย์ทำการสังหารเด็กน้อยที่เข้าร่วมการเลี้ยงเพียงเพราะเขาทำให้รู้สึกโกรธ มันไม่ใช่เรื่องไร้สาระหรอกหรือ? ปรมาจารย์ผู้เยือกเย็นโกรธกันได้ง่ายเพียงเพราะชายหนุ่ม? หากข่าวแพร่กระจายออกไปพวกเขาจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน ชื่อเสียงของปรมาจารย์จะต้องป่นปี้เป็นแน่


            "เฮอะ! คราวนี้ข้ายอมให้และอิสตรีผู้นี้จะต้องมากับพวกข้าหลังจบการประลอง" ปรมาจารย์โหวู๋กล่าวพลางชี้นิ้วไปทางลาซิเฟียก่อนจะเดินจากไป


            สามปรมาจารย์ก็ต่างเดินจากไปเช่นกัน เป็นที่ยืนยันแล้วว่ามีอัจฉริยะในรอบพันปีอยู่จริงๆ แค่นี้มันมากพอแล้วไม่จำเป็นจะต้องทำให้ชื่อเสียงของตนเองป่นปี้เพราะคนที่ไม่รู้หัวนอนปลายเท้าหรอก


            เจ้าเมืองที่รู้สึกจุกอกอยู่ครู่ใหญ่พลันกลายเป็นผ่อนคลายได้สักที ไม่กล้ากล่าวได้ว่าอาจารย์ของชายหนุ่มตรงหน้าแข็งแกร่งราวกับสัตว์ประหลาด หากกล่าวถึงตัวตนของท่านผู้นั้นไปเขาจะเดือดร้อนหรือไม่? ท่านผู้นั้นจะโกรธเคืองที่เปิดเผยเรื่องของตนหรือไม่? ทั้งหมดทั้งมวลนี้ล้วนทำให้เจ้าเมืองตัดสินใจที่จะไม่พูดถึงอาจารย์ของเขา ได้แต่พยายามช่วยอยู่ห่างๆ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาสุดร้ายแรงขึ้น


            "เจ้าน่ะเลิกหาปัญหาให้ข้าสักทีได้ไหม" เจ้าเมืองกล่าวพลางกุมขมับก่อนหันมองไปทางลาซิเฟียที่ใบหน้าราวกับคนอมทุกข์พลางแก้มป่องด้วยความหงุดหงิดก่อนเจ้าเมืองจะกล่าวต่อ "ลาซิเฟีย...จบการประลองเจ้าต้องไปกับพวกท่านปรมาจารย์ตามคำสัตย์ข้านะ" เจ้าเมืองกล่าวจบพลันเดินตามเหล่าปรมาจารย์กลับที่ของตนไป


            ลาซิเฟียรู้อยู่แก่ใจ ไม่อาจกล่าวได้ว่าเจ้าเมืองช่วยแล้วจริงๆ เพราะเขาก็คือสาเหตุที่ทำให้เหล่าปรมาจารย์มาหาเธอถึงกระนั้นหญิงสาวก็รู้สึกดีใจไม่น้อยที่ยังได้ใช้ชีวิตอย่างอิสระอยู่อีกหนึ่งวัน จนกว่าบ่อกักเก็บพลังเวทย์จะฟื้นคืนสมบูรณ์คงใช้เวลาอยู่อีกหลายเดือน ทว่า บทเวทย์บางบทเริ่มสามารถร่ายได้บ้างแล้ว


            หญิงสาวพลันคลายฝ่ามือจากชายเสื้อของชายหนุ่มก่อนเอ่ยขึ้น "ขอบคุณนะ ท่านช่วยข้าไว้อีกแล้ว" น้ำเสียงไพเราะแฝงไปด้วยความรู้สึกดีก่อนกล่าวต่อ "แต่คราวหน้าท่านไม่จำเป็นต้องช่วยข้าแล้ว ข้าจะยืนหยัดด้วยตัวของข้าเอง"


            กาติรัสที่ได้ยินดังนั้นพลันแสยะยิ้ม "เจ้านี้ช่างแปลกคน"


            .

            .

            .

            .


            การโต้ตอบสุดดุเดือดเพิ่งจะจบไปก่อนปรมาจารย์โหวู๋จะกล่าวกับเจ้าเมือง "ข้าซึ้งใจท่านจริงๆ หากท่านไม่ห้ามไว้เห็นทีเจ้าเด็กนั้นคงตายไปแล้ว"


            เจ้าเมืองถึงกับใบหน้าเปลี่ยนสีราวกับคนทำอะไรไม่ถูกก่อนกล่าวอย่างร้อนรน "มิอาจ มิอาจ ข้าแค่เพียงทำตามสิ่งที่ข้าเห็นว่าถูกเท่านั้น"


            เฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮ


            เสียงเฮดังกระหึ่มทั่วทั้งห้องโถง ต้นเสียงมาจากทางศิลาวัดระดับพลัง อัจฉริยะเกือบพันคนต่างกำลังรายล้อมหินก้อนหนึ่งหากสังเกตให้ดีจะพบว่าพวกเขาทั้งหมดต่างเว้นระยะห่างจากหินมากถึงสิบก้าวและในขณะนี้มีชายหนุ่มคนหนึ่งอยู่ใกล้ศิลามากที่สุด ปรากฏเป็นตัวเลขขนาดใหญ่ราวตึกสามชั้นกลางอากาศธาตุ


            76


            ท่ามกลางบรรยากาศที่ผู้คนต่างดีใจเมื่อได้เห็นตัวเลขนั้นปรากฏเป็นชายหนุ่มคนหนึ่งรูปร่างสูงใหญ่เป็นอันมากพลางร่างกายที่กำยำ หมัดของเขาจมเข้าไปในศิลาวัดระดับพลังประมาณ 0.1 มิลลิเมตร ช่างเป็นเรื่องที่น่าเหลือเชื่อเป็นอย่างมาก ด้วยภาพที่เห็นเบื้องหน้าท่ามกลางเหล่าอัจฉริยะเกือบพันชีวิตที่รายล้อมอยู่รอบศิลาวัดระดับพลัง พวกเขาต่างได้เป็นพยานถึงความอัจศจรรย์ที่เกิดขึ้น


            ในขณะที่แทนไม้ยกสูงราวสิบขั้นบันไดซึ่งมีเก้าอี้ทองคำเก้าตัวตั้งอยู่ เป็นทิวทัศน์ที่สามารถชมภาพได้อย่างแจ่มชัดโดยเฉพาะอย่างยิ่งตัวเลข 76 ที่ลอยอยู่กลางอากาศธาตุ ปรมาจารย์โหวู๋พลันกล่าวอย่างภาคภูมิ "เห็นไหมได้ตั้ง 76 การ์กันต์คืออัจฉริยะ!" น้ำเสียงภาคภูมิและยินดีอย่างที่สุด


            อีกสามปรมาจารย์ก็ได้แต่นั่งชมคิวของศิษย์เอกของตนได้แต่หวังว่าพวกเขาจะทำได้ดีกว่า


            "ฮ่าฮ่าฮ่า เป็นไงโตชินข้าได้ตั้งเจ็ดสิบหก ข้าคืออัจฉริยะที่แท้จริง!" การ์กันต์กล่าวพลางเผยยิ้มร่า การได้ยั่วยุคู่แข่งของตนนับเป็นเรื่องที่มีความสุขยิ่งพลางเดินออกมาจากเขตศิลาไปยังหมู่ชนที่รอกัันอยู่เกือบพัน


            ถึงตาโตชินแล้วก่อนชายหนุ่มจะเดินเข้าไปในเขตศิลาพลางเผยรอยยิ้มอย่างมีเลิศนัยพลางเอ่ยขึ้น "ดูไว้การ์กันต์!!"


            หนึ่งหมัดกำแน่นพลางซัดเข้าใส่ศิลาเป็นหมัดธรรมดาเพียวๆ ไม่ได้ร่ายเวทย์เสริมอะไร


            ตึ่บ!


            เสียงของหมัดกระทบเข้ากับศิลาดังขึ้นมาอย่างแผ่วเบา หมัดเหมือนได้เข้ากระทบกับภูผาอย่างไรอย่างนั้น ทว่า การที่ทำให้เกิดเสียงกับตัวศิลาได้เช่นนี้ยังนับว่าเป็นเรื่องอัศจรรย์ด้วยซ้ำไปก่อนตัวเลขขนาดใหญ่ราวตึกสามชั้นจะปรากฏขึ้น


            76


            ตัวเลขที่ปรากฏถึงกับทำให้ปรมาจารย์โชลิชหัวร่อ "ฮ่าๆ เห็นทีศิษย์ข้าก็เป็นอัจฉริยะเช่นกัน" น้ำเสียงหนักแน่นปนขบขัน รู้สึกสะใจอย่างบอกไม่ถูกจริงๆ ในขณะที่ปรมาจารย์โหวู๋กลับรู้สึกราวกับถูกตบฉาดใหญ่ ปรมาจารย์ได้แต่กัดฟันแน่น


            ภาพตรงหน้าถึงกับทำให้การ์กันต์โพล่งคำออกไป "อะไรกัน!" น้ำเสียงมีความตกตะลึงอยู่ไม่น้อย ผู้ชายที่ดูจะบอบบางคนนี้มีพลังพื้นฐานเทียบเท่ากับตน! แน่นอน เขาเป็นคู่ปรับกันมาเนิ่นนาน


            โตชินก็ไม่ได้รู้สึกแย่เท่าไหร่นักอย่างน้อยเขาก็มั่นใจว่าแกร่งเทียบเท่าการ์กันต์หรืออาจมากกว่า ชายหนุ่มพลันหัวร่อออกมา "ฮ่าฮ่าฮ่า การ์กันต์! ไหนละอัจฉริยะที่แท้จริง!! เพิ่มข้าไปอีกคนดีหรือไม่ ฮ่าๆๆ"


            ทั้งที่ค่าตัวเลขเท่ากันแต่โตชินกลับรู้สึกยินดีปรีดากว่ามากดั่งคำกล่าว หัวเราะทีหลังดังกว่า


            ท่ามกลางการทะเลาะกันของรุ่นเยาว์จากสี่แดนเทพมนุษย์ เหล่าอัจฉริยะจากมหาแผ่นดินดูเป็นเศษฝุ่นในสายตาพวกเขาไปเลย เป็นความต่างชั้นที่มากโข! การทดสอบของโตชินจบไปแล้วก่อนจะปรากฏเป็นบุรุษผู้มีใบหน้าหล่อเหลาเอาการก่อนเขาจะกล่าวกับสตรีที่ยืนอยู่ข้างกาย "เหมยหลินดูข้าไว้นะ"


            ชายหนุ่มเดินเข้าสู่เขตศิลาวัดระดับพลังก่อนจะปล่อยหมัดออกไปอย่างไม่รีรอ


            ตึบ...


            เสียงครานี้แผ่วเบายิ่งนัก เบาจนราวกับเพียงสายลมพัดผ่านก็คงไม่ได้ยินมัน ใบหน้าของบาโมท์ปรากฏอาการเคอะเขิน ตัวเลขตรงหน้ามันทำให้เขาอายจริงๆ ดันพูดไว้กับเหมยหลินไว้มากเสียด้วย


            77


            ปรมาจารย์ธูมัสถึงกับหัวร่อ "ฮ่าๆๆ บาโมท์เก่งกว่าศิษย์เจ้าอีกนะ เห็นทีศิษย์ข้าคืออัจฉริยะกระมัง"


            ใบหน้าของปรมาจารย์โชลิชและโหวู๋ไม่ต่างกันเลยแม้แต่น้อยแต่ก็ได้แค่เก็บคำ มิอาจโต้เถียงได้ว่าศิษย์ตนอ่อนกว่าถึงหนึ่งขั้น


            เป็นตัวเลขเพียงเจ็ดสิบเจ็ดที่เขารู้สึกว่ามันน้อยเช่นนี้เพราะชายหนุ่มเปรียบเทียบตนเองกับเหมยหลิน สตรีเพียงหนึ่งเดียวที่ตามจีบมาเนิ่นนานก่อนเขาจะเดินออกมาพลางมือขวาที่ลูบศีรษะของตนด้วยท่าทางเขินอาย ชายหนุ่มพลันเดินตรงไปหาเหมยหลินก่อนกล่าว "ข้าก็พัฒนาขึ้นนะ"


            แม้กริยาท่าทางของบาโมท์จะบ่งบอกว่าเขารู้สึกอายที่ได้ตัวเลขเช่นนี้ ทว่า เมื่อเทียบกับการ์กันต์และโตชินแล้ว เขากลับแกร่งกว่าพวกมันถึงหนึ่งขั้นช่วง ใบหน้าของการ์กันต์และโตชินล้วนไม่ต่างกันเลยสักนิด ใบหน้าตกตะลึงราวกับเห็นภูติผีพลางเบิกตาโพลง ความแข็งแกร่งที่เคยเทียบเคียงกันได้หากแต่ตอนนี้สหายตอนตนได้ทิ้งห่างไปหนึ่งก้าวแล้ว


            เหมยหลินที่ได้ยินดังนั้นพลันเอ่ยขึ้น "ก็ไม่ได้แย่" น้ำเสียงไพเราะพลันเดินตรงไปยังเขตศิลาวัดระดับพลัง เท้าซ้ายก้าวไปข้างหน้าพลางหมุนเอวเล็กน้อยก่อนกำหมัดขวาแน่นพลันปล่อยออกมาอย่างสุดกำลัง


            81


            ตัวเลขเบื้องหน้าพลันทำให้รู้สึกได้ถึงเส้นขนที่ลุกชูชัน ไร้ซึ่งคำบรรยาย การที่สามารถแตะตัวเลขแปดสิบได้คือสิ่งที่สุดยอดที่สุด!! ค่าสเตตัสทั้งหมดรวมกันเกินสามแสนเป็นแน่แท้ถึงสามารถแตะเลขแปดสิบได้แบบนี้ สำหรับอายุสิบห้าปีนับเป็นอัจฉริยะที่หาตัวจับได้ยาก!!


              ทั่วทั้งห้องโถงถึงกับเข้าสู่ความเงียบงันเนื่องจากตัวเลขนั้นมีขนาดใหญ่ราวตึกสามชั้น มันสามารถเห็นกันได้ทั่วทั้งห้องโถงและดูเหมือนว่าคนที่จะรู้สึกปิติยินดีที่สุดคือปรมาจารย์ยูไค ทว่า เขามิได้เป็นคนโอ้อวดและถือเป็นผู้ที่มีอายุมากที่สุดในเหล่าปรมาจารย์ด้วยกันเอง อีกสามปรมาจารย์ถึงกับแสดงความยินดีด้วย


            ปรมาจารย์โหวู๋พลันกล่าวขึ้น "เห็นทีผู้ที่เป็นอัจฉริยะที่แท้จริงจะเป็นของเหมยหลินเสียแล้ว"


            ...สเตตัสปัจจุบัน...


    ชื่อ:กาติรัส อันเดลัส(เพศชาย) อายุ:15ปี เผ่าพันธุ์:มนุษย์กึ่งอันเดด อายุขัยโดยธรรมชาติ:อนันต์

    เลเวล:5,364 พลังกาย:173,335 พลังเวทย์:776,846 อาชีพ:จักรพรรดิผีดิบ


    คล้ายกับเรื่องจักรพรรดิผีดิบ ที่คุณอ่าน