ปรมาจารย์หมัด ตะลุย แดนมังกร

    ตอนที่ 46 สัตว์ป่า

                    ไม่มีครั้งไหนที่จะสร้างความสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งเมืองหยกขาวเท่าครั้งนี้มาก่อนเหล่าบุคคลสำคัญมากมายล้วนถูกสังหารจนหมดสิ้นหากข่าวคราวเหตุการณ์ครั้งนี้ถูกเผยแพร่ออกไปชื่อเสียงที่พวกมันต่างก็ใช้เวลาสะสมกันมาอย่างยาวนานคงจะจบสิ้นเพียงแค่ชั่วข้ามคืนทางด้านรองแม่ทัพจิตใจของมันนั้นล้วนอยู่ไม่เป็นสุข มันพยายามระดมกำลังคนเพื่อค้นหาแม่ทัพออกไปทั่วทั้งเมืองหยกขาวและทำการไล่ล่าเหล่าจารชนที่อาจหาญกล้าก่อเรื่องราวใหญ่โตเช่นนี้เพื่อนำพวกมันมารับโทษ กับเหตุการณ์ในครั้งนี้มันจะต้องมีผู้ออกมารับผิดชอบ


    “บัดซบ บัดซบ เจ้าพวกสวะ จงเร่งรีบหาตัวพวกมันให้พบเร็วเข้าและหาตัวท่านแม่ทัพให้พบเวลานี้ก็ใกล้จะรุ่งส่างแล้วพวกเราจะต้องจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อยก่อนที่เหตุการณ์ในครั้งนี้บุคคลภายนอกจะรู้เข้าเราจะไม่ให้ผู้ใดได้รับรู้เป็นอันขาดว่ามันเกิดเรื่องอะไรขึ้นไม่เช่นนั้นชื่อเสียงของพวกเราคงจบสิ้นแน่”


                    รองแม่ทัพร้องออกคำสั่งที่เต็มเปรี่ยมไปด้วยความโมโหโกรธามันพยายามหาข้อมูลและออกตามล่าบุคคลที่เรียกตัวเองว่าเฒ่าแก่อู๋แต่ตัวมันนั้นกับไม่ได้พบอะไรเลยราวกับว่าพวกมันนั้นไม่มีตัวตนอยู่จริง ทหารทุกนายที่ประจำอยู่ภายในเมืองหยกขาวพวกมันล้วนถูกออกคำสั่งให้ตรวจค้นบ้านทุกหลังคาเรือนแต่ก็ไม่สามารถพบสิ่งผิดปกติแต่สิ่งใดแม้แต่น้อย


    ในที่สุดเช้าวันใหม่ที่สุดแสนจะสดใสก็ได้เริ่มขึ้นผู้คนล้วนออกแต่บ้านกันแต่เช้าเพื่อจ่ายตลาดอย่างเช่นทุกวันผู้คนบางส่วนก็ชอบไปนั่งดื่มชากาแฟที่โรงน้ำชาเพื่อต้อนรับวันใหม่นั่งพูดคุยสัพเพเหระกันไปเรื่อยวันนี้มันก็เป็นอย่างเช่นทุกวันที่ผ่านมาแต่แล้วมันก็เกิดเหตุการณ์บางอย่างขึ้นบนท้องฟ้าทั่วทั้งเมืองหยกขาวมีเศษกระดาษปลิวว่อนไปทั่วทั้งเมือง ผู้คนต่างก็เกิดความรู้สึกให้ความสนใจกับเหตุการณ์ในครั้งนี้ในกระดาษมีข้อความถูกเขียนเอาไว้ว่า


    “วันนี้ตัวข้าแม่ทัพฟงหยางจะมีการแสดงที่แสนพิเศษที่จะแสดงให้กับประชาชนทุกท่านได้ดูเป็นบุญตาและตัวข้านั้นคาดหวังจะเป็นอย่างยิ่งว่าพวกเจ้าทุกคนจะให้เกียรติข้าโดยการมาร่วมชมการแสดงที่แสนพิเศษของข้าในครั้งนี้โปรดมารวมตัวกันที่ด้านหน้าโรงน้ำชาประจำเมืองหยกขาว”แน่นอนว่าหลังจากที่ผู้คนทั่วทั้งเมืองหยกขาวต่างก็ได้รับใบปลิวข้อความฉบับนี้พวกมันทุกคนต่างก็มีความรู้สึกให้ความสนใจเป็นอย่างยิ่งว่าแม่ทัพนั้นจะมีการแสดงอะไรที่ยอดเยี่ยมให้พวกมันดูกันนะและในขณะเดียวกันกลุ่มคนของรองแม่ทัพก็ทราบถึงเหตุการณ์ในครั้งนี้ด้วยเช่นกัน


    “เยี่ยมข้าคาดคิดไว้อยู่แล้วว่าคนระดับแม่ทัพฟงหยางนั้นท่านจะต้องไม่เป็นอะไรแน่และท่านก็คงจะไม่ทำให้พวกเราทหารเมืองหยกขาวต้องรู้สึกผิดหวังหากข้าคาดการณ์ไม่ผิดท่านคงจะสามารถจัดการเจ้าพวกคนชั่วร้ายนั่นได้ด้วยตัวคนเดียวเป็นแน่การแสดงของท่านนั้นก็คงจะเป็นการทรมานพวกมันต่อหน้าผู้คนจนตายเร็วเข้าพวกเราต้องรีบไปดูการแสดงชิ้นนี้แล้วอย่าทำให้ท่านแม่ทัพต้องรอนานและจงอย่าทำให้ท่านต้องรู้สึกผิดหวังในตัวของพวกเรา”รองแม่ทัพแห่งเมืองหยกขาวนั้นตัวมันช่างมั่นใจในพลังฝีมือของแม่ทัพของมันเสียเหลือเกินมันรีบนำกำลังพลทหารทั้งหมดมุ้งตรงไปที่จุดการแสดงโดยทันที


                 ผู้คนจำนวนนับพันคน ต่างก็มารวมตัวที่ร้านน้ำชาแห่งนี้พวกมันต่างก็คาดหวังกับการแสดงที่ถูกป่าวประกาศไปอย่างใหญ่โตมันอยากจะรู้เสียเหลือเกินว่าการแสดงที่พวกมันจะได้รับชมมันคืออะไรในขณะเดียวกันก็มีเสียงร้องตะโกนเชียร์ จากเหล่าทหารหาญแห่งเมืองหยกขาวด้วยท่าทางฮึกเหิมเป็นอย่างมาก


    “ท่านแม่ทัพ ท่านแม่ทัพ ท่านแม่ทัพ” เสียงกู่ร้องของเหล่าทหารมันก็ยิ่งสร้างความสนใจให้กับเหล่าประชาชนผู้คอยรับชมเป็นร้อยเท่าพันเท่าด้านหน้าของพวกมันนั้นมันคือเวทีขนาดเล็กที่ดูเหมือนเป็นการสร้างมาเพื่อการแสดงในครั้งนี้โดยเฉพาะและที่ด้านบนของเวทีนั้นดูราวกับมันมีกรงขังขนาดใหญ่อยู่แต่ไม่มีผู้ใดสามารถที่จะร่วงรู้ได้ว่าภายในกรงนั้นมันถูกแอบซ่อนเจ้าสิ่งใดอยู่เพราะมันถูกปิดบังด้วยผ้าคุมสีดำ


    “การแสดงในครั้งนี้มันจะต้องยิ่งใหญ่อลังกาลเป็นแน่แต่ข้าคิดไม่ออกเลยว่าคนระดับอย่างแม่ทัพนั้นตัวท่านจะทำการแสดงอะไรที่ยอดเยี่ยมออกมากัน”เหล่าฝูงชนต่างเริ่มทำการออกความคิดเห็นกันอย่างออกรสว่าภายในวันนี้พวกมันนั้นจะได้รับชมสิ่งใดกันถึงได้จัดกันอย่างเอิกเกริกเช่นนี้

    “ข้าเองก็อยากรู้เช่นกัน ว่าท่านจะแสดงความกล้าหาญอย่างไรให้พวกเราได้รับชมกันมันจะต้องเกี่ยวกับพวกศิลปะการต่อสู่เป็นแน่โดยการต่อสู้กับเหล่าสัตว์ร้ายหรือกับเหล่าอาชญากร ให้พวกเราได้เห็นเป็นบุญตาถึงพลังความแข็งแกร่งของท่านแม่ทัพ”

    “ข้าเองก็ตื่นเต้นยิ่งนัก ที่จะได้พบเห็นการแสดงที่ยอดเยี่ยมของท่านแม่ทัพ”


                      เหลาฝูงชนต่างเฝ้าคอยการแสดงที่สุดแสนจะยอดเยี่ยมในครั้งนี้พวกมันต่างก็จินตนาการกันไปล่วงหน้าว่าพวกมันนั้นจะได้พบเห็นสิ่งใดเป็นบุญตาและทางด้าน อู๋ซวงเองตัวมันก็อยู่ภายในร้านน้ำชาแห่งนี้ด้วยในยามนี้นั้นเด็กหนุ่มอยู่ในสภาพรูปร่างที่แท้จริงแล้วเพื่อป้องกันการตามล้าโดยมีจินเฉิ๋นอู๋และฉีหลินอยู่ด้วย เมื่อเห็นเวลาพอสมควรแล้วมันเป็นเวลาที่ฤกษ์งามยามดีแล้วเด็กหนุ่มส่งสัญญาณให้แก่ลูกน้องของตนว่าเริ่มปฏิบัติการได้


    พรึบ พรึบ พรึบ

    ทันใดนั้นเองมีป้ายขนาดยักษ์ล่วงหล่นลงมาก่อนการแสดงมันถูกเขียนว่า สัตว์ป่า

    “ว้าวการแสดงชุดนี้ถูกเรียกว่าสัตว์ป่าพอได้ฟังแล้วช่างให้ความรู้สึกที่ทรงพลังยิ่งนัก”เหล่าผู้คนจำนวนมากต่างชอบชื่อของการแสดงในชุดนี้เพราะมันเป็นชื่อที่ฟังดูแล้วทรงพลังแข็งแกร่ง

    “ท่านแม่ทัพ ท่านแม่ทัพ ท่านแม่ทัพ”เหล่าทหารหาญแห่งเมืองหยกขาวก็ไม่น้อยหน้าต่างก็แหกปากร้องตะโกนดังลั่นน้ำเสียงของพวกมันต่างก็เต็มเปรี่ยมไปด้วยพลังใจอันล้นเหลือ


    พรึบ พรึบ พรึบ

    ทันใดนั้นเองผ้าคุมกรงขังขนาดยักษ์ก็ได้ถูกเปิดออกจากเสียงที่เคยอื้ออึงสนั่นหวั่นไหวในยามนี้นั้นเงียบสนิทราวกับป่าช้าผู้คนทั่วทั้งบริเวณล้วนตาโตอ้าปากค้าง กันอย่างพร้อมเพียงแม้แต่รองแม่ทัพเองก็ไม่เว้นในยามนี้นั้นแม่ทัพของมันนั้นอยู่ในสภาพที่เปลือยเปล่าไม่มีสิ่งใดปิดบังเลยสักชิ้นแถมที่ตรงกลางระหว่างขาของมันนั้นยังตั้งผงาดชูชันภายในกรงขังนั้นมีหัวหน้าโจรภูเขาอยู่ด้วยดาวเด่นประจำหัวนางโลม


    “ท่านแม่ทัพ ท่านเป็นอะไร อย่าเข้ามาอย่าทำข้านะ ข้าเป็นลูกน้องของท่าน อย่าเข้ามา”หน้าโจรภูเขาร้องดังลั่นอย่างหวาดผวาเพราะมันดูเหมือนจะรู้ว่าจะเกิดสิ่งที่ไม่ดีไม่งามขึ้นกับมัน

    “ข้าทนไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว ข้าไม่สามารถทนอารมณ์ความต้องการของข้าได้จงมาเป็นของข้าซ่ะ”


                       ด้วยฤทธิ์ยาของยามังกรผงาดฟ้า แม่ทัพฟงผู้ยิ่งใหญ่ที่สูญเสียความเป็นตัวของตัวเองไปแล้วในยามนี้นั้นเขามีเพียงแค่ความอยากและกระหายเท่านั้นราวกับสัตว์ป่าที่ต้องการผสมพันธุ์

    “อู๊…อ๊า…สุดยอดจริงๆ ข้าไม่คิดว่ามันจะรู้สึกดีอย่างนี้ ไอ้การสวนทวานคนอื่นเนี้ย…”แม่ทัพฟงผู้ยิ่งใหญ่กะแทกไปที่หัวหน้าโจรภูเขาไปไม่ยั้งนับครั้งไม่ถ้วนเสียงของกรงขังดัง อี๊ด…อี๊ด….ไม่เกรงใจต่อหน้าผู้คนมากมายทั่วทั้งเมืองหยกขาวเลยแม้แต่น้อยราวกับเขานั้นเป็นสัตว์ป่าไร้ยางอายทางด้านหัวหน้าโจรภูเขาน้ำตาของมันนั้นอาบหน้าด้วยความรู้สึกทุกข์ระทม


    “กริ๊ดดดด ไอ้โรคจิต ไอ้วิตถาร”เหล่าหญิงสาวเห็นภาพอุจาดตาตรงหน้าถึงกับร้องกริ๊ดออกมา

    “บัดซบที่สุดนี่มันคือการแสดงที่อัปรีย์ที่สุดในชีวิตที่ตัวข้านั้นเคยเห็นมา”

    “ไอ้บ้าเอยใครก็ได้หยุดมันที ข้าทนไม่ไหวแล้ว ตัวข้าอุส่าคาดหวังกับการแสดงของมันไว้เยอะฝันร้ายมันต้องเป็นฝันร้ายตลอดชีวิตของข้าแน่ๆ”ทางด้านกลุ่มคนของอู๋ซวงนั้นตัวมันนั้นจิบชาไปหัวเราะไปกับการแสดงตรงหน้า หลังจากนั้นพวกมันจึงรีบหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว

    คล้ายกับเรื่องปรมาจารย์หมัด ตะลุย แดนมังกร ที่คุณอ่าน