“ดี ดี ดี!” บุรุษหนุ่มหัวเราะด้วยความโมโห “แค่ศิษย์ที่เพิ่งเข้ามาใหม่คนหนึ่ง กล้าล่วงเกินศิษย์ผู้ดูแลหอคุมกฎ วันนี้ข้าจะสั่งสอนเ้าแทนอาจารย์ของเ้าเอง!”
มู่เทียนเซี่ยดวงตาเป็ประกาย …ศิษย์พี่คนนี้เป็ศิษย์ผู้ดูแลหอคุมกฎอย่างนั้นหรือ?
ศิษย์ผู้ดูแลหอคุมกฎเป็ผู้ที่มีอำนาจอย่างแท้จริงในหอคุมกฎ เป็รองแค่เพียงผู้าุโของหอคุมกฎเท่านั้น ศิษย์ในสำนักก็ยังต้องให้ความเคารพนอบน้อม!
เดิมทีมู่เชียนจิ่วไม่ได้รู้สึกหงุดหงิดแต่อย่างใด ทว่าเมื่อได้ยินเ้าเด็กคนนี้บอกว่า จะเป็ตัวแทนของอาจารย์สั่งสอนนางเอง สีหน้าภายใต้หน้ากากเข้มขึ้นทันที
คนอื่นจะว่านางอย่างไร นางยังพอทำใจยอมรับได้!
แต่หากกล้าล่วงเกินอาจารย์ของนางละก็ ผลที่ตามมาจึงยากจะให้อภัย!!!
“สั่งสอนข้า อย่างนั้นหรือ?” มู่เชียนจิ่วเอ่ยด้วยแววตาเย็นเยียบ “เ้ายังไม่คู่ควร”
บุรุษหนุ่มก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าดำมืด “เ้าว่าอะไรนะ?”
หวงฟู่จ้าวเอี้ยนกลัวว่ามู่เชียนจิ่วจะไม่ได้รับความยุติธรรม จึงเข้ามาขวางเอาไว้ “ศิษย์พี่ เมื่อครู่เหตุการณ์ไม่ใช่อย่างที่ท่านเห็นนะขอรับ”
“เ้าเป็ใครกัน ที่นี่ใช่ที่ที่เ้าสามารถพูดอะไรก็ได้อย่างนั้นหรือ!” เย่เสวียนที่กำลังโมโห จู่ ๆ มีคนเสนอหน้าเพิ่มเช่นนี้ แววตาจึงแข็งกร้าวขึ้นกว่าเดิม “ไสหัวไปซะ!”
มู่เทียนเซี่ยมองหวงฟู่จ้าวเอี้ยนด้วยแววตาเย็นเยียบ เดิมทีนางยังรู้สึกซาบซึ้งในบุญคุณของบุรุษผู้นี้อยู่บ้าง ทว่าเมื่อเห็นเขาเลือกยืนอยู่ฝ่ายเดียวกับศัตรูของตน ความรู้สึกซาบซึ้งเพียงน้อยนิดที่มีก็มลายหายไป
“ผู้น้อยหวงฟู่จ้าวเอี้ยน เป็ศิษย์ที่ผู้าุโสูงสุดเพิ่งรับเข้ามาขอรับ!” หวงฟู่จ้าวเอี้ยนเอ่ยด้วยท่าทางสงบนิ่ง เขาให้เกียรติมากพอแล้ว หากอีกฝ่ายยังไร้เหตุผลอีกละก็ เขาก็จะไม่เกรงใจเช่นกัน!
ศิษย์ที่ผู้าุโสูงสุดเพิ่งรับมาใหม่?
สีหน้าของเย่เสวียนดูย่ำแย่ลงเล็กน้อย เขาได้ยินมาว่า ผู้าุโสูงสุดเพิ่งรับศิษย์ใหม่มาจริง ๆ ทั้งยังมีชีพจริญญาระดับดินขั้นเก้าอีกด้วย!
เขาเองก็มีชีพจริญญาระดับดิน เพียงแต่ยังเป็ขั้นสอง แม้พวกเขาสองคนจะมีชีพจริญญาระดับดินเหมือนกัน แต่ความแตกต่างระหว่างขั้นสองและขั้นเก้านั้น เรียกได้ว่าต่างกันราวฟ้ากับเหว
“ศิษย์พี่ เื่นี้ต้องมีการเข้าใจผิดอย่างแน่นอน!” หวงฟู่จ้าวเอี้ยนไม่อยากสร้างปัญหา เขาเองก็เห็นมากับตาว่าเมื่อครู่แม่นางมู่เป็คนลอบโจมตีก่อน แม่นางซูจึงทำไปเพราะป้องกันตัว
“เหตุใดต้องเปลืองน้ำลายกับคนพวกนี้ด้วย?” มู่เชียนจิ่วถกแขนเสื้อขึ้น จากนั้นก็กระดิกนิ้วให้เย่เสวียน “เ้าอยากเป็วีรบุรุษช่วยสาวงามไม่ใช่หรือ มา ข้าจะให้โอกาสเ้าสักครั้ง!”
“พี่ซู มันอันตรายเกินไปนะขอรับ!” หวงฟู่จ้าวเอี้ยนเอ่ยด้วยน้ำเสียงเป็กังวล อีกฝ่ายเป็ถึงศิษย์ของหอคุมกฎ เข้าสำนักมาก่อนพวกเขา หากประมือกันจริง ๆ พวกเขาต้องเป็ฝ่ายเสียเปรียบแน่นอน!
มู่เชียนจิ่วกลอกตามองบน นางเริ่มสงสัยแล้วว่าหวงฟู่จ้าวเอี้ยนเป็เชื้อพระวงศ์จริงหรือไม่ ว่ากันว่าเหล่าเชื้อพระวงศ์ล้วนเป็พวกโเี้อำมหิตไม่ใช่หรือ?
แต่คนผู้นี้กลับใสซื่อบริสุทธิ์ถึงเพียงนี้ ไม่เข้าใกล้กับคำว่าโเี้อำมหิตเลยสักนิดเดียว
“เ้าเป็คนท้าข้าเองนะ!” เย่เสวียนเผยยิ้มเย็น ถึงอย่างไรเขาก็มีตบะบารมีระดับมายาเดียวดายขั้นสูง การจะประมือกับศิษย์ที่เพิ่งเข้ามาใหม่คนหนึ่ง เป็เื่ง่ายนิดเดียว
เมื่อเห็นว่าบุรุษผู้ชอบสอดเื่ชาวบ้านกำลังจะลงมือ ทันใดนั้นมู่เชียนจิ่วก็รีบยกมือขึ้น “ช้าก่อน!”
“ตอนนี้รู้จักกลัวแล้วหรือ?” เย่เสวียนยิ้มเย็นออกมา หากวันนี้เขาไม่ได้สั่งสอนศิษย์ที่มีตาหามีแววไม่ผู้นี้ละก็ ต่อไปเขาจะกล้าสู้หน้าศิษย์เหล่านี้ได้อย่างไรกัน?
“ข้าเพียงอยากพูดให้ชัดเจนก่อน หากข้าแพ้ ข้าจะตามเ้าไปที่หอคุมกฎและยินดีรับโทษทุกอย่าง แต่หากเ้าเป็ฝ่ายแพ้ล่ะ?” มู่เชียนจิ่วยิ้มเยาะ น่าเสียดายที่ตอนนี้นางสวมหน้ากากอยู่ จึงไม่มีใครเห็นสีหน้าของนาง
เย่เสวียนหัวเราะออกมาราวกับเป็เื่ขำขัน “เ้าคิดว่าจะเอาชนะข้าได้อย่างนั้นหรือ?”
“หากข้าชนะล่ะ?” มู่เชียนจิ่วท้าทายด้วยสายตาเย้ยหยัน “หรือเ้ากลัวว่าจะแพ้ข้าก็เลยไม่กล้ารับปาก?”
เย่เสวียนรู้สึกว่าตนเองกำลังถูกศิษย์ใหม่คนหนึ่งเย้ยหยัน พลันมีสีหน้าแดงก่ำ “เช่นนั้นเ้า้าสิ่งใด?”
“ไม่มีอะไรมาก หากเ้าแพ้ ต่อไปเมื่อเจอหน้าข้า ต้องเรียกข้าว่าบรรพจารย์น้อย” มู่เชียนจิ่วยิ้มจนตาหยี นางไม่คิดว่าตนเองเอาเปรียบอีกฝ่ายแต่อย่างใด เพราะเดิมทีนางก็เป็บรรพจารย์น้อยอวิ๋นของสำนักชิงอวิ๋นอยู่แล้ว
“ได้ หากข้าแพ้ ต่อไปเ้าจะเป็บรรพจารย์ของข้าเย่เสวียน!” ทันทีที่เย่เสวียนเอ่ยจบ ร่างของเขาก็หายไปเหลือเพียงแค่เงา ก่อนจะพุ่งเข้าหาทั้งสองคนอย่างรวดเร็ว
มู่เทียนเซี่ยจ้องมู่เชียนจิ่วด้วยแววตาเคียดแค้น มันผู้นี้แย่งผลผานหลงของนางไป ทำให้สาวใช้ของนางต้องตาย และที่น่าแค้นใจที่สุดก็คือ มันยังแย่งตำแหน่งศิษย์ของท่านเ้าสำนักไปด้วย!
ความแค้นเหล่านี้นางจะจำเอาไว้ หากมีโอกาส นางสาบานว่าจะฆ่ามันผู้นี้ทิ้งอย่างไม่ลังเลแน่นอน!
เวลาเพียงไม่กี่อึดใจ เย่เสวียนก็ปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าของมู่เชียนจิ่วราวกับภูตผี ขณะที่ยกฝ่ามือขึ้นก็มีลมพัดมาหอบใหญ่ แม้จะเป็เวลากลางวัน แต่กลับทำให้คนรู้สึกเย็นะเืไปถึงสันหลัง!
‘ฝ่ามืออินเฟิง’ เป็เคล็ดวิชาของผู้ที่มีชีพจริญญาระดับดิน ผู้บำเพ็ญเพียรสามารถรวบรวมพลังมืดของธาตุหยินมาไว้ที่ฝ่ามือได้ หากผู้ใดถูกฝ่ามือนี้ซัดเข้าใส่ พลังมืดของธาตุหยินก็จะไหลเข้าสู่ร่างกาย การจะขจัดออกทำได้ยากยิ่ง!
“เ้าเด็กบ้านี่ แค่ฝ่ามืออินเฟิงก็กล้าเอามาขู่คนอื่นแล้วอย่างนั้นหรือ?” มู่เชียนจิ่วไม่ได้หลบหลีกการโจมตีของเย่เสวียนแต่อย่างใด กลับชูนิ้วสองนิ้วขึ้นมา พลางพุ่งเข้าไปหาเขาทันที
เย่เสวียนเองก็รู้สึกได้ว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้อง …ศิษย์ใหม่คนหนึ่งเหตุใดจึงรู้จักฝ่ามืออินเฟิง?
แต่เวลานี้ ต่อให้เขาอยากจะดึงฝ่ามือกลับมาก็คงไม่ทันกาลแล้ว!
เมื่อปลายนิ้วและฝ่ามือปะทะกัน เย่เสวียนก็ร้องระงมออกมาทันที ฝ่ามือของเขาถูกทะลวงจนเป็รู เืสีแดงฉานพุ่งกระฉูด ช่างน่าสะพรึงยิ่งนัก
“เ้า...เ้ารู้จักเคล็ดวิชาดัชนีกระบี่ได้อย่างไร!” เย่เสวียนรีบกินโอสถห้ามเื สีหน้าเดี๋ยวดำเดี๋ยวแดง แววตาที่มองศิษย์ใหม่จองหองผู้นั้นเต็มไปด้วยความเดือดดาลระคนใ
‘ดัชนีกระบี่’ เป็เคล็ดวิชาของคนที่มีชีพจริญญาระดับฟ้า หลังจากฝึกสำเร็จ นิ้วทั้งสองจะเปรียบดั่งอาวุธเทพ ทำให้ของวิเศษที่ต่ำกว่าสมบัติิญญาไม่สามารถทำร้ายคนที่ฝึกเคล็ดวิชานี้ได้!
มู่เชียนจิ่วคร้านจะตอบคำถามโง่เง่าเช่นนี้ แม้นางจะสูญเสียกายเนื้อของตัวเองไป แต่เคล็ดวิชาที่เคยร่ำเรียนมาก็ยังสลักอยู่ในจิติญญาของนาง!
หากไม่ใช่เพราะไม่อยากเปิดเผยตัวตนมากจนเกินไปละก็ ไม่จำเป็ต้องใช้เคล็ดวิชาที่อาจารย์ถ่ายทอดให้ แค่ที่นางบำเพ็ญเพียรด้วยตนเองก็สามารถเอาชนะศิษย์ทั้งสำนักชิงอวิ๋นที่มีระดับต่ำกว่าผู้าุโได้แล้ว!
“เ้าเด็กบ้า กล้าพนันก็ต้องกล้ายอมรับผลที่ตามมาสิ เรียกข้าว่าบรรพจารย์น้อยซะ จากนั้นเ้าก็ไสหัวไป” มู่เชียนจิ่วไม่ได้เกรงกลัวผลที่จะตามมาแต่อย่างใด นางเรียกอาวุธเซียนอย่างกระบองถงเทียนออกมาทันที
“เ้าจะกลับคำอย่างนั้นหรือ?”
กระบองถงเทียนแม้จะเป็อาวุธเซียน แต่ภายนอกกลับดูธรรมดายิ่งนัก ไม่ต่างอะไรจากกระบองที่โดนเผาจนดำสนิท
ทว่ามีเพียงมู่เชียนจิ่วเท่านั้นที่รู้ว่ากระบองนี้ หากเหวี่ยงออกไปจนสุดกำลังจะสามารถทำให้อีกฝ่ายดับสูญได้!
เย่เสวียนพลันมีสีหน้าเดี๋ยวแดงเดี๋ยวซีดสลับกัน ต่อให้เขาจะเป็คนโง่งมเช่นไร ก็รู้ว่าตัวเองพ่ายแพ้แล้ว และต้องยอมรับว่า ตบะบารมีของศิษย์ใหม่ตรงหน้าผู้นี้สูงส่งกว่าเขามาก แต่มันจะเป็ไปได้อย่างไร!
“เ้าจะรังแกกันเกินไปแล้ว!”
มู่เชียนจิ่วหุบยิ้มลง “เ้าก็เลยจะกลับคำอย่างนั้นหรือ?”
เมื่อเห็นมู่เชียนจิ่วเดินเข้ามาใกล้ เย่เสวียนก็หรี่ตาลง และถอยหลังโดยไม่รู้ตัว เขาเป็ถึงศิษย์ผู้ดูแลหอคุมกฎ ศิษย์ใหม่ผู้นี้จะสังหารเขาหรืออย่างไรกัน?
“พวกเ้ายังจะมัวนิ่งอยู่อีก จับตัวมันแล้วพาไปพบผู้าุโที่หอคุมกฎเร็วเข้า!” เย่เสวียนไม่มีทางเรียกคนผู้นี้ว่าบรรพจารย์น้อยแน่นอน เพราะเขาจะไม่ยอมเสียหน้าเป็อันขาด!
อีกทั้งคนผู้นี้ยังกล้าทำร้ายศิษย์ร่วมสำนัก หนำซ้ำยังทำร้ายเขาที่เป็ถึงศิษย์ผู้ดูแลหอคุมกฎ แค่ความผิดสองเื่นี้ก็เพียงพอที่จะขับออกจากสำนักชิงอวิ๋นแล้ว!
เหล่าศิษย์ของหอคุมกฎที่ยืนดูมาั้แ่ต้นในที่สุดก็ได้สติ พวกเขารีบนำสมบัติเวทออกมา เพื่อจับตัวศิษย์ใหม่ตรงหน้าผู้นี้!
.
.
.