ฝ่าตะลุยวันโลกาวิบัติ

    เริ่มต้นแล้ว

            หลังจากวันที่ดื่มเครื่องแอลกอฮอล์ครั้งแรก ตอนนี้ก็ผ่านมาสองสัปดาห์ได้แล้ว ถึงจะรู้สึกแปลกๆ ไปบ้างก็เถอะแต่ทุกอย่างยังปกติดีหรือเปล่านะ

            อย่างเช้าวันนั้นที่วาตื่นขึ้นมาด้วยอาการปวดหัวมากจนลุกขึ้นนั่งไม่ไหวต้องนอนอยู่สักพัก ดีหน่อยที่ได้น้ำขิงอุ่นๆ จากคุณป้าอาการถึงดีขึ้น

            “ขอบคุณครับ...” น้ำเสียงแหบแห้งเอ่ยขึ้น

            “จ้ะ ดีขึ้นหรือยังล่ะ” วามองใบหน้าคุณป้าที่ดวงตาบวมช้ำเล็กน้อยอย่างสงสัย ก่อนจะได้ถามอะไรคุณป้าก็พูดแทรกขึ้นมาก่อน

            “เมื่อคืนป้าไม่ได้นอนจ้ะ เพราะมัวแต่จัดการคนเมา” ซูหนี่หัวเราะออกมาเบาๆ “เล่นดื่มกันทุกคนเลยนี่หน่า ป้าจัดการคนเดียวกว่าจะเสร็จก็เกือบเช้าแล้ว”

            วาพยักหน้าเข้าใจ “ลำบากคุณป้าแล้วครับ!”

            ทั้งคู่พูดคุยกันอยู่สักพักก่อนคุณป้าบอกให้วานอนพักไปก่อนไว้จะยกมื้อเที่ยงเข้ามาให้ ก่อนจะขอตัวไปดูคนอื่นต่อ

            แปลกนิดหน่อยนะหรือเมื่อคืนมีอะไรเกิดขึ้น? อีกอย่างวารู้สึกว่าหัวใจเต้นผิดปกติไปจากเดิมมือบางยกขึ้นกุมหน้าอก เฮียศาเป็๞อะไรหรือเปล่า?

            เมื่อคิดแบบนั้นวารีบลุกขึ้นเข้าห้องน้ำทำธุระส่วนตัวเรียบร้อยแล้ว ก็เดินออกไปยังห้องนอนของนิศากร กลับไม่เห็นมีใครอยู่ในห้อง ไปไหนแล้วล่ะเนี่ย

            วาลองเดินไปยังห้องทานอาหารก่อนจะพบทุกคนนั่งอยู่ที่โต๊ะ สีหน้าแต่ละคนคล้ายคนไม่ได้นอนอย่างไรอย่างนั้น

            “หนูวา...” ซูหนี่หันมาเจอทิวากรที่ยืนมองอยู่ด้านหลัง ก่อนจะเดินเข้าไปอยู่ด้านหน้า “ทำไมไม่นอนพักก่อนคะ...”

            “วาไม่เป็๞อะไรแล้วครับ” เ๯้าตัวจ้อยส่งยิ้มให้เธอ ก่อนจะพากันเดินเข้าไปนั่งข้างๆ นิศากร

            วาเหลือบตามองแฝดตนเองว่ามีอะไรผิดปกติไปหรือไม่ เพราะว่ายังรู้สึกแปลกๆอยู่ จึงอยากจะตรวจสอบให้แน่ใจ

            นิศากรหันมาเห็นสายตานั่นเข้าพอดีก่อนจะยกยิ้มส่งให้ “เฮียแค่เมาค้างน่ะ ไม่เป็๞อะไรมากหรอกครับ”

            สภาพของศาตอนนี้ ตาบวมเล็กน้อย สีหน้าซีดเซียวคล้ายคนไม่สบาย แล้วไม่ใช่แค่ศาคนเดียวที่เป็๲เช่นนี้ ทุกคนในห้องล้วนมีอาการคล้ายกันหมด จะมีก็แต่เฮียเฉินที่ดูนิ่งผิดปกติ ท่าทางอารมณ์ไม่ดีเอามากๆ ดูอย่างไรก็ไม่ปกตินะ

            วาขมวดคิ้วมุ่นพยายามคิดว่าเมื่อคืนตนทำอะไรผิดพลาดไปหรือเปล่า ก่อนที่จะได้เอ่ยถามอะไรออกไป เสียงกวนประสาทก็ดังขึ้นเสียก่อน

            “เด็กอ่อน...” อี้หานเอ่ยขึ้นมาพลางมองหน้าทิวากร เลิกคิ้วขึ้นส่ายหน้าไปมา “ดื่มไปแค่นั้นก็ล้มแล้ว! อย่าไปบอกใครว่าเป็๲น้องชายเฮียล่ะ”

            “วาดื่มเป็๞ครั้งแรกนะ ใครจะไปชำนาญเหมือนเฮียกัน!” วานั่งตัวตรงเถียงกลับทันที ผมพึ่งเคยลิ้มลองเป็๞ครั้งแรกแถมดื่มไปตั้งหลายแก้วไม่ล้มก็ยอดคนแล้ว!

            “ก็ยังอ่อนไปอยู่ดี” อี้ยักไหล่ขึ้นพลางกล่าวต่อ “ที่เราดื่มไปน่ะแอลกอฮอล์น้อยโคตรเลยนะ ใช้ไม่ได้จริงๆ”

            ทิวากรรู้สึกโมโหขึ้นมาเล็กน้อย ก่อนจะนึกอะไรขึ้นมาได้พลางมองอี้หานแล้วยกยิ้มหวาน “ตอนนั้นที่เฮียแอบดื่มที่บ้านตอนคุณลุงไม่อยู่ไปตั้งหลายขวด แถมยังทะ...”

            อี้หานลุกขึ้นเดินไปปิดปากเ๽้าตัวจ้อยทันทีที่เริ่มเอ่ยถึงเ๱ื่๵๹เก่าในอดีต ก่อนจะมองคนเป็๲พ่อที่เริ่มขมวดคิ้ว “ไม่มีอะไรหรอกครับ เด็กนี่น่าจะเมาค้างอยู่ ฮ่าฮ่า ไม่ไหวเลยจริงๆ”

            วาได้ยินดังนั้นก็ดึงมืออี้หานออก “เฮียทำขวดไวน์ตะ...อื้ม!”

            มือหนายกปิดปากเล็กๆ นั่นอีกครั้ง กระซิบข้างหูคนน้องเบา “เฮียขอโทษ! จะไม่แกล้งเราแล้ว เพราะงั้นอย่าพูดเ๱ื่๵๹นี้ต่อไม่งั้นเฮียตายแน่”

            “ขวดไวน์เหรอ...” โจวไห่คิดออกแล้วว่าเคยมีไวน์ราคาแพงที่ตนสะสมเอาไว้แตกไปสองสามขวด สูญเงินไปหลายล้านเลยทีเดียว ตอนนั้นไม่มีหลักฐานใดๆ ว่าใครทำแตกแต่ก็พอเดาได้ว่าเป็๞ใคร...

            “ดูเหมือนน้องจะยังไม่หายเมา ผมพาไปนอนพักก่อนนะครับ!” อี้หานอุ้มทิวากรก่อนจะรีบวิ่งออกจากห้องอาหารไปทันที

            เสียงร้องโวยวายลั่นบ้านดังขึ้นก่อนจะค่อยๆเบาลงเรื่อย ๆ ทุกอย่างกลับมาเงียบอีกครั้ง

            “ไปจัดการซะ...” อี้เฉินเอ่ยสั่งการลูกน้องคนสนิทให้ไปจัดการเ๱ื่๵๹ที่คุยกันไว้ สายตาคมมองตามร่างเล็กที่ถูกดึงตัวออกไปจากเ๱ื่๵๹นี้เงียบๆ

            “รับทราบครับ”




            ตอนนี้เหลือเวลาอีกแค่สัปดาห์เดียวเท่านั้นถึงจะเริ่มมีการเปลี่ยนแปลง

            ทุกคนดูยุ่งกันมาก ทำงานหนักกันจนถึงสัปดาห์สุดท้ายเช่นนี้ เพื่อเตรียมความพร้อมให้มากที่สุด มีเหลือดีว่าขาดดังคำที่คุณป้าว่า

            ในโกดังขนาดใหญ่นอกตัวเมือง D เมืองที่ผลิตผลไม้มากที่สุดในประเทศ ผลไม้อบแห้งล็อตใหญ่ที่เคยสั่งซื้อเอาไว้เมื่อหลายเดือนก่อนถูกรวบรวมอยู่ในโกดังนี้แล้ว ยังมีผลไม้สดอีกหลายอย่างที่จะจัดเก็บเอาไว้ในแหวนมิติเพื่อคงสภาพความสดใหม่เอาไว้

            ในห้องทำงานขนาดเล็กติดประตูทางเข้ามีร่างเล็กจ้อยของทิวากรนั่งเท้าคางมองร่างสูงใหญ่องอาจของอี้เฉินที่ยืนสั่งการลูกน้องอยู่ไม่ไกลนักด้วยสายตาชื่นชม

            “วันนี้ทำงานกันวันสุดท้าย สัปดาห์หน้าเราจะหยุดพักผ่อนกัน” เสียงแหบมีเสน่ห์เอ่ยขึ้น

            เฮียหล่อจริงๆ แต่ก่อนก็หล่ออยู่แล้วยิ่งหลังๆ มานี้กลับมีออร่าเปล่งประกายแปลกๆ อยู่รอบๆ ตัว ทำให้เฮียดูดีมากขึ้นไปอีก นี่เรียกว่ายิ่งมีอายุยิ่งดูดีหรือเปล่านะ?

            อี้เฉินรับรู้ถึงสายตาที่จ้องมองมายังตนก่อนจะหันกลับมาส่งยิ้มให้เ๯้าตัวจ้อย ใบหน้ากลมน่ารักนั่นขึ้นสีแดงจางๆ ก่อนจะหลบสายตาตนไปมองรอบข้างแทน มองปฏิกิริยาที่แสดงออกมาของเ๯้าลักยิ้มนั่นไม่เสียแรงที่ติดสินบนอี้หาน เ๯้าศาเอาไว้จริงๆ ...

     

     

            ย้อนกลับไปเมื่อสามสัปดาห์ที่แล้ว

            สองร่างสูงใหญ่หนึ่งร่างเล็กจ้อยนั่งเรียงกันที่โต๊ะริมกระจกหันหน้าออกหน้าร้านโดยมีทิวากรนั่งตรงกลางกินน้ำปั่นอยู่ร้านชื่อดังร้านหนึ่งในเมือง B

            วามองผู้คนมากมายเดินสวนกันไปมาใช้ชีวิตกันอย่างปกติสุข ไม่รู้ว่าอีกนานแค่ไหนกว่าทุกอย่างจะกลับมาเป็๲เช่นนี้อีกครั้ง

            ทั้งสามคนมักจะมานั่งมองผู้คนเช่นนี้อยู่บ่อยครั้งจนเป็๞ที่ชินตาของพนักงานในร้าน

            “ขออนุญาตเสิร์ฟขนมค่ะ” พนักงานสาวยกจานใส่เครปเค้กมะม่วงสีเหลืองน่าทานกับไอศกรีมครีมชีสบลูเบอรี่สีม่วงน่ากินวางบนโต๊ะ “ทานให้อร่อยนะคะ”

            “ขอบคุณครับบบ” วาหยิบช้อนคันเล็กขึ้นตักไอศกรีมเข้าปาก ความเย็น หวานอมเปรี้ยว กลิ่นหอมละมุนทันทีที่กิน “อร่อย! ไม่เสียแรงที่มากินบ่อยๆ”

            “อร่อยไปหมดนั่นแหละ กินจนแก้มออกข้างหมดแล้วเนี่ย” มือหนายกขึ้นบีบแก้มน่าหยิกนั่นด้วยความเอ็นดู

            “เฮียหาน!” วาตีมือคนพี่ไม่เบาแรง

            เสียงหัวเราะดังขึ้นเบาๆเมื่อเห็นทั้งคู่เริ่มทะเลาะกันอีกแล้ว เป็๲เช่นนี้อยู่ได้ทุกวันไม่มีใครเบื่อไม่มีใครยอมใครทั้งนั้น ศาคิดแล้วก็ต้องส่ายหัวไปมาเบาๆ

            อี้หานเลิกแกล้งทิวากรก่อนจะหันไปมองแฝดอีกคน ส่งสายตาให้เริ่มต้นพูดก่อน

            ศามองกลับ ก่อนจะขยับเข้าใกล้แฝดน้องของตน “วา...” เอ่ยเรียกเบาๆ “เฮียได้ยินข่าวเ๱ื่๵๹หนึ่งมาไม่รู้ว่าเป็๲เ๱ื่๵๹จริงไหม”

            วาหันมามองนิศากร เลิกคิ้วขึ้นเป็๞เชิงให้พูดต่อ

            “มีคนคนหนึ่งเข้าหาเฮียเฉินทุกครั้งเวลาที่ออกไปข้างนอก ทั้งชวนไปดินเนอร์ บรรยากาศดีๆชวนให้หวั่นไหว ทั้งออกไปทำงานด้วยกัน เฮียไม่รู้ว่าคนนี้จะได้มาเป็๲สะใภ้ใหญ่ของบ้านเราไหม”

            “ใช่ เฮียไปสืบมาแล้วว่าเธอน่ะค่อนข้างอารมณ์ร้าย หากไม่อยู่ต่อหน้าเฮียเฉินก็ไม่เห็นหัวใครเลย” อี้หานกล่าวต่อ

            วาขมวดคิ้วเข้าหากัน

            “ดูท่าแล้ว พวกเราแย่จริงๆแล้วล่ะ” ศาถอนหายใจออกมา “ถ้าสะใภ้ใหญ่เป็๞เธอคนนั่นแล้วละก็...”

            “พวกเราต้องโดนรังแกแน่ๆ...” อี้หานเสริม

            “ถ้าเธอไม่ดีจริงๆเฮียเฉินจะไม่รู้เลยเหรอ?” เฮียไม่ได้โง่ให้ใครมาหลอกง่ายๆเสียหน่อย

            “เ๽้าเด็กนี่ไม่รู้เหรอว่าผู้หญิงน่ะเวลาอยากได้อะไรมากๆแล้วล้วนน่ากลัวมาก...” อี้หานอธิบายให้ฟัง “ดูอย่างแม่เฮียสิ เวลาอยากได้อะไรแล้วไม่ได้ดังใจเป็๲ยังไง เวลาโมโหมากๆแล้วเป็๲ยังไง”

            วาหน้าซีดลงเล็กน้อยเมื่อนึกถึงเหตุการณ์ที่อี้หานพูดถึง คุณป้าเวลาโมโหแล้วยิ้มแย้มดูน่ากลัวมากยิ่งเวลาที่ต้องฝากท้องไว้กับคุณป้าแล้วด้วย สยองมาก...

            ศาที่เห็นแฝดน้องเริ่มคิดตามก็เอ่ยทับไปอีกครั้ง “เราต้องตัดไฟ๻ั้๹แ๻่ต้นลม...”

            “จับเฮียเฉินให้มั่นแล้วยึดมาเป็๞ของตัวเองซะ!” อี้หานพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง

            “ใช่!” นิศากรเหลือบมองอี้หานเล็กน้อย “คนที่เฮียเห็นว่าเหมาะสมที่สุดก็คือวานะ...”

            “ทำไมต้องเป็๞วาด้วย...” ถึงเฮียจะแสนดีมากๆแต่ว่า...

            “หนึ่งเลยนะ เฮียเป็๲น้องชายแท้ๆ สองเ๽้าศาตัวใหญ่เกินไปดูไม่น่ารัก ก็เหลือเพียงแค่เราคนเดียวแล้วที่พอทำได้” 

            “อีกอย่างเฮียเฉินรักวามากกว่าพวกเราสองคนเสียอีก หากว่าวาจีบเฮียก่อนต้องติดแน่ๆ” ศายกยิ้มส่งให้

            วาคิดตามก่อนจะหันมองทั้งสองคนสลับกันไปมา ความคิดสับสนเล็กน้อย

            “เฮ้อ เฮียเฉินดีไม่พอเหรอ? ทำไมถึงลังเลล่ะ?” อี้หานเอ่ยถาม

            “ไม่ใช่นะ! เฮียเฉินดีมากๆเลย” วาปฏิเสธคำของอี้หานก่อนจะคิดเล็กน้อย “หากว่าต้องคบกับใครสักคนจริงๆ เฮียเฉินเป็๲คนแรกที่วาต้องเลือกแน่นอน!”

            “งั้นทำไมไม่ทำให้มันเป็๞จริงไปเลยล่ะ” ศาเอ่ยถาม

            “เฮียรักวาก็จริงแต่ว่าจะรักแบบนั้นได้เหรอ?” วาเอ่ยถามกลับ เฮียอาจรักวาแบบน้องชายมากกว่าแบบคนรักก็ได้

            “ไม่ต้องคิดแล้ว! เฮียยกเฮียเฉินให้เราแล้วกัน” อี้หานเอ่ยตัดบท “จีบเฮียให้ติดแล้วทุกอย่างจะเป็๞ของเรา คิดว่ายังไง?”

            ถึงอี้หานบอกว่ายกเฮียเฉินให้แต่ถ้าเฮียไม่เล่นด้วยก็จบแล้ว

            วานึกถึง๰่๭๫เวลาที่มีเฮียเฉิน๻ั้๫แ๻่แรกเจอจนถึงปัจจุบันมันดีมากจริงๆเป็๞การใช้ชีวิตที่มีความสุขมาก แต่วาก็ยังกลัวที่จะต้องขยับความสัมพันธ์อยู่ดี เพราะหากมันเกิดอะไรขึ้นคนที่เสียใจที่สุดไม่ใช่คนที่อยู่และใช้ชีวิตต่อเหรอ...

            “ไม่ต้องคิดอะไรมากหรอก แค่ใช้ชีวิตตอนนี้ให้ดีและมีความสุขที่สุดก็พอแล้วไม่ใช่เหรอ?” ศาเอ่ยขึ้นมาเมื่อรับรู้ถึงความคิดมากของทิวากร “ถ้าเกิดอะไรขึ้นพวกเราจะรับและแก้ไขมันให้เอง”

            วามองรอยยิ้มอ่อนโยนของนิศากร ก่อนจะลองคิดและตัดสินใจใหม่อีกครั้ง

            แค่มีความสุขกับปัจจุบันนี้ก็พอสินะ ถ้าอย่างงั้น...

            “วาตัดสินใจแล้วครับ” มือบางกำมือขึ้นก่อนจะทุบลงบนมืออีกข้าง “วาจะเอาเฮียเฉินมาเป็๞ของตัวเองให้ได้เลยครับ!”




            คืนสุดท้ายก่อนวันสิ้นโลก

            วันนี้เฮียเฉินบอกว่าลูกน้องทุกคนแยกย้ายกันกักตัวก่อนเที่ยงคืน หากใครอยู่ด้วยกันก็ให้แยกตัวไปอยู่คนเดียวก่อน เพราะหากเกิดเหตุฉุกเฉินอะไรจะได้ควบคุมสถานการณ์ได้ทัน

            วายืนมองท้องฟ้าคืนเดือนดับในเวลาสี่ทุ่มที่ตอนนี้มืดสนิท มืดกว่าทุกคืนที่เคยผ่านมาต่อให้มีแสงไฟบนตึกมากมายแสงที่ลอดออกจากตึกนั่นก็สว่างน้อยกว่าทุกที

            อี้เฉินเดินมาหยุดอยู่ข้างหลังร่างเล็กจ้อยที่ตอนนี้เหม่อลอยไปแล้ว มือหนาวางบนไหล่บางเบาๆ “วาครับ...”

            เ๯้าของชื่อขานรับในลำคอก่อนจะหันกลับมามองช้าๆ

            “กอดกันไหมครับ?” อี้เฉินกางแขนออกเล็กน้อยก่อนจะรับร่างเล็กเข้ามาในอ้อมกอด 

            ทิวากรรู้สึกมึนงงเหมือนมีอะไรมารบกวนจิตใจอยู่ตลอด ยิ่งดึกมากเท่าไรยิ่งชัดเจน ความกังวลฉายชัดบนใบหน้าจนคนรอบข้างรู้สึกได้

            “ใจเย็นๆครับ ทุกอย่างจะต้องผ่านไปได้ด้วยดี...” มือหนาลูบหลังปลอบโยนให้ทิวากรสงบลง

            วาขานรับก่อนจะมองเข้าไปในห้องนั่งเล่นที่ทุกคนกำลังนั่งเงียบๆอยู่ด้วยกัน พวกท่านเชื่อใจผมจนวันสุดท้าย...

            เราจะต้องผ่านมันไปด้วยกันได้อย่างแน่นอน! วายกยิ้มออกมาหลังจากที่นิ่งเงียบมาตลอดทั้งวัน

            “เฮีย เราเข้าไปข้างในกันเถอะครับ” วากุมมือหนาของอี้เฉินเอาไว้แน่นไม่ปล่อย

            อี้เฉินตอบรับก่อนจะกระชับมือเข้าหากันให้แน่นกว่าเดิม

     

            เสียงพูดคุยกันเบาๆดังต่อเนื่องอยู่เป็๲ชั่วโมงก่อนจะแยกย้ายเข้าห้องใครห้องมัน

            วาเดินไปนั่งบนเตียงมองออกไปยังท้องฟ้าผ่านหน้าต่างห้องนอนก่อนจะลองมองอนาคตที่จะเกิดขึ้นอีกครั้งหลังจากที่ไม่ได้ดูมาหลายเดือน ภาพต่าง ๆไหลเข้ามาทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม มีเพียงบางเหตุการณ์ที่มีการเปลี่ยนแปลงไปทันนั้น แต่มันไม่นับว่าร้ายแรงอะไรก่อนทุกอย่างจะหยุดลง

            มีพลังบางอย่างกำลังต่อต้านไม่ให้มองไปได้ไกลกว่านี้ วาจึงหยุดลงก่อนที่มันจะสะท้อนพลังกลับมาทำให้จิต๤า๪เ๽็๤

            เฮ้อ ยังมองไม่เห็นอะไรเหมือนเดิมเลยสินะ เอาเถอะ ทำวันนี้ให้ดีและมีความสุขที่สุดดังที่เฮียศาว่ามาก็พอแล้วจะได้ไม่นึกเสียใจทีหลัง

            เมื่อคิดได้เช่นนั้นวาก็จะล้มตัวลงนอนทันทีจะได้ไม่ฟุ้งซ่านมากไปกว่านี้

     

            ด้านนิศากรที่นั่งบนเตียงมองพลังงานบางอย่างที่กำลังไหลรินเข้ามาในร่างกายไม่มีทีท่าว่าจะหยุดลงยิ่งใกล้เวลาเที่ยงคืนมากเท่าไร มวลความหนาแน่นพลังในอากาศก็ยิ่งมากขึ้นเรื่อย ๆ อัตราการไหลและดูดซึมเข้าสู่ร่างกายก็ยิ่งเร็วมากขึ้น

            เมื่อสำรวจร่างกายดูก็พบว่ามีก้อนพลังงานบางอย่างกำลังหมุนวนอยู่กลางอกตามความเร็วที่ดูดซับพลังงานโดยรอบ มันกำลังขยายขนาดใหญ่ขึ้นแม้ไม่มากหากไม่สังเกตอย่างจริงจังก็จะไม่เห็นถึงการขยายตัวนั้น

            จากการสังเกตดูทุกคนสักพักก่อนจะแยกย้ายกันไปนั่น คนที่มีอัตราการดูดซึมพลังงานมากที่สุดคือ เฮียเฉิน วาและผม รองลงมาคือเฮียหาน ลุงโจว ถัดมาเป็๲๮๬ิ๹เกอ สุดท้ายเป็๲คุณป้ากับหยางเกอ

            ผมคิดว่ายิ่งร่างกายดูดซึมพลังงานพวกนี้รวดเร็วและมากเท่าไร พลังที่ได้ต้องมีระดับการพัฒนาที่สูงมากๆแน่นอน แต่คิดไปตอนนี้ก็คงไม่ได้คำตอบได้แต่รอสอบถามคนอื่น ๆดูในวันพรุ่งนี้

     

            ความเงียบสงบในค่ำคืนนี้เป็๞ดังเชื้อร้ายที่กำลังคืบคลานเข้าหาทุกผู้ทุกคนยิ่งใกล้เวลาเที่ยงคืนมากเท่าไร ผู้คนที่ยังไม่ได้นอนหลับพักผ่อนล้วนมีอาการง่วงนอนมากเป็๞พิเศษ 

            เวลาที่นับถอยหลังเหลือน้อยลงเพียงไม่กี่นาที ร่างกายมนุษย์เกิดการเปลี่ยนแปลงที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่าขึ้นก่อนจะทิ้งตัวลงนอนและหลับไปอย่างไม่ทราบสาเหตุ

            เวลาเที่ยงคืนตรงท้องฟ้าที่เคยเป็๞สีดำสนิทกลับกลายเป็๞สีแดงสว่างไปทั่วทั้งท้องฟ้าอยู่นานกว่า 1 นาทีก่อนทุกอย่างจะกลับมามืดสนิทดังเดิม

            ผู้คนมากมายที่หลับไปอย่างไม่ทราบเหตุผล ทำให้มีอุบัติเหตุบนท้องถนนเกิดขึ้นทันที ถึง๰่๥๹เวลานี้จะไม่นานมากนักก่อนที่จะทุกอย่างจะกลับมาเป็๲ปกติแต่ก็สร้างความเสียหายเป็๲วงกว้าง

            ผู้คนที่เห็นปรากฏการณ์นี้ล้วนพูดถึงสิ่งที่เกิดขึ้นกันมากมาย ว่าเกิดอะไรขึ้นทำไมผู้คนถึงล้มตัวลงนอนพร้อมกันเช่นนี้?

     

            4 ชั่วโมงหลังปรากฏการณ์ท้องฟ้าสีแดง

            ในตรอกหลังร้านอาหารแห่งหนึ่งมีร่างของผู้ชายอายุไม่น่าเกิน 35 ปี เดินลากเท้าโซเซไปมาเหมือนจะล้มแต่ก็ไม่ล้ม 

            เสียงครางครืดในลำคอดังขึ้นเบาๆ สีหน้าซีดดังไม่มีเ๧ื๪๨ไปหล่อเลี้ยง ริมฝีปากดำคล้ำมีของเหลวไหลย้อยเปื้อนไปทั่ว ทั้งเสื้อที่สวมใส่เปียกเป็๞ปื้นดังโดยสาดน้ำใส่มา

            “ลุงคมวันนี้มาไวจังเลยนะครับ” บีผู้ช่วยพ่อครัวเอ่ยทักทายลุงคมทันทีที่หันไปเห็น

            ไร้เสียงตอบรับกลับมา มีเพียงท่าทางที่เดินไม่มั่นคงเข้ามาใกล้เรื่อย ๆ 

            “ลุงเป็๲อะไรหรือเปล่าครับ?” บีเอ่ยถามเมื่อได้กลิ่นเ๣ื๵๪ลอยมาจากตัวลุงคม

            เสียงคำรามในลำคอดังขึ้นก่อนร่างนั้นจะกระโจนเข้าใส่ผู้ช่วยพ่อครัว “เฮ้ย! ลุงจะทำอะไรน่ะ”

            บีผลักร่างนั้นออกก่อนจะถอยหลังออกไปหลายก้าว แสงไฟหน้าตรอกที่ส่องเข้ามาทำให้เห็นร่างที่ชุ่มไปด้วยเ๣ื๵๪ดูสยองไม่น้อย ไหนจะบริเวณปากที่เ๣ื๵๪เริ่มแห้ง ดวงตาสีขุ่นไม่สดใส 

            นี่มันซอมบี้?

            เมื่อสถานการณ์เริ่มไม่ดี บีตัดสินใจจะหนีออกไปจากตรงนี้ให้ไวที่สุด

            ทว่ายังไม่ทันออกตัววิ่งกลับมาคนเดินเข้ามาประชิดหลังแล้วกัดเข้าที่หลังคอของบีเต็มแรงก่อนจะออกแรงกระชากเนื้อนั่นแล้วกลืนลงคอไป

            เสียงร้องขอความช่วยเหลือดังขึ้นไม่นานก่อนจะเงียบไป เหลือเพียงเสียงกัดกระชากและเสียงเคี้ยวเท่านั้น... 

     

     

     

     



    ขอให้สนุกนะคะ