ชินวูพบว่ามันยากที่ต้องหนีคนที่บินบนท้องฟ้าได้ สำหรับนินจาอย่างพวกเขามันก็แค่คำพูด แต่ไม่ได้มีวิชาหรืออะไรทำนองนั้นเหมือนเกมหรือการ์ตูน หลักๆ คือพึ่งพาทักษะทางกายภาพที่ถูกฝึกฝนตั้งแต่เด็กๆ วิชาดาบ การเคลื่อนไหวด้วยความเร็วสูง ยกเว้นสายเลือดบริสุทธิ์ที่เกิดขึ้นมาพร้อมกับพลังพิเศษของต้นตระกูลนินจาจึงพอจะใช้คำว่านินจาได้
เนี่ยฝานใช้ไพ่สังหารนินจาที่กำลังล่าถอย พวกเขาพยายามใช้ดาบในมือปัดป้องแต่มันไร้ความหมาย หลายคนสูญเสียชีวิต ไม่นานก็เหลือเพียงชินวูเพียงคนเดียว เขาไม่สามารถหลบหนีได้เมื่อไม่มีคนรั้งเนี่ยฝาน
ด้านล่างเป็นเพียงหน้าผาสูง ตกลงไปยังไงก็มีแต่ตาย ในขณะเดียวกันแม้ว่าจะสวมใส่อุปกรณ์ปีนเขาในระหว่างที่เนี่ยฝานไล่ฆ่านินจาคนอื่นๆ มันก็ไม่เปลี่ยนแปลงสถานการณ์นัก เนื่องด้วยเนี่ยฝานบินได้ การปีนลงจากเขาแล้วสวมอุปกรณ์จะมีความหมายอะไร เรียกได้ว่าตายง่ายกว่าตอนนี้เสียอีก
ชินวูวางกล่องไม้โบราณไว้บนพื้นแล้วพุ่งเข้าไปหาเนี่ยฝาน ยูบินกรีดร้องเพราะศัตรูก้าวพริบตาเร็วมาก แต่เนี่ยฝานกลับไม่ได้ไร้กลยุทธ์ตอบโต้ ในขณะที่อีกฝ่ายพุ่งเข้ามาเขาได้ปล่อยไพ่หลายใบไปตั้งรับ ตัดกำลังของชินวูให้ใช้ดาบที่กำลังฆ่าเปลี่ยนมาปกป้องตัวเองแทน นินจาหนุ่มคนสุดท้ายที่สวมชุดสีดำร่างเปื้อนเลือด ลมหายใจอ่อนแอ ก่อนที่ศีรษะจะหลุดจากบ่าด้วยมือของเนี่ยฝาน
“จบแล้วเหรอ...” ยูบินนั่งอยู่บนพื้น อยากจะสำรอกอาหารทั้งหมดออกมาแต่ไม่มีแรง บางทีหล่อนอาจมีภูมิคุ้มกันเรื่องแบบนี้ตั้งแต่เหตุการณ์ซอมบี้ สายตาจึงเย็นชา ไม่เหมือนกับกระต่ายน้อยในกรงที่เพิ่งออกมาสู่โลก
“นายน้อยเราขอโทษที่ไม่สามารถปกป้องนายน้อยได้ กรุณาลงโทษเราด้วยเถอะครับ!”
วอดก้าและรัมคุกเข่าลงบนพื้น สีหน้าสำนึกผิด ยากเกินกว่าที่จะเงยหน้ามาพบสายตาของเจ้านาย
หากบอกว่าก่อนหน้านี้วอดก้ามีความสามารถต่อสู้เพียงระยะประชิด การเพิ่มรัมซึ่งใช้ด้ายต่อสู้กับศัตรูก็น่าจะช่วยได้มาก อย่างน้อยคงสู้กับคนร้ายได้หลายคนโดยไม่ต้องให้เนี่ยฝานลงมือเอง แต่เห็นได้ชัดว่าสุดท้ายพวกเขายังอ่อนแอ
เนี่ยฝานไม่ได้ใจดีในคราวนี้ เลือกที่จะเตะทั้งสองคนให้กลิ้งลงบนพื้น หากเขาไม่แข็งแกร่งคงตายไปแล้ว ดังนั้นทำไมต้องเสียเวลาจ้างสุนัขที่ไม่ได้เรื่อง
“ขยะ ผมจะไม่บอกเรื่องนี้กับพ่อแม่ แต่พวกนายต้องฝึกหนักหลังจากนี้ หากมีคราวหน้าที่ยังไม่สามารถแก้ไขสถานการณ์ได้ ก็ไปตายซะ!”
“ครับนายน้อย” บอดี้การ์ดสองคนไม่กล้าเช็ดเลือดจากปาก พวกเขาให้คำสัตย์ยึดมั่น
เนี่ยฝานเลิกที่จะสนใจสองคนแล้วเดินไปดูกล่องโบราณ เขารู้ว่ากล่องนี้คืออะไร ทำไมกลุ่มนินจาเสวียนอู่ถึงต้องการมันก็เข้าใจ สิ่งนี้มีความสำคัญมาก นอกจากนั้นมันยังเชื่อมต่อกับการช่วยแม่ของชิงฟ่านไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง
เนี่ยฝานเปิดกล่องโบราณ ด้ายในเป็นโซ่สีดำ ไม่มีสิ่งใดอื่นต่อ ราวกับว่าทั้งหมดในกล่องมีแค่นี้ เนี่ยฝานกำลังจะปิดกล่อง เพราะเขารู้ดีว่า‘โซ่เบี่ยงวิถี’ไม่ใช่ใครก็ใช้ได้ อาวุธทุกอย่างในโลกของปาฏิหาริย์จะเลือกเจ้าของ เหมือนกับคุณได้รับพลังพิเศษนั่นแหละ
ทว่าเนี่ยฝานเหมือนว่าจะประเมินโชคของตัวเองต่ำเกินไป เมื่อกำลังจะปิดกล่องโบราณโซ่ที่นอนเงียบๆ เหมือนว่ามันจะมีชีวิต เจาะเข้าไปในหัวใจของเขาเพียงเสี้ยววินาที ไม่มีใครรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นเพราะมันเร็วมาก ยกเว้นเนี่ยฝานเพียงคนเดียวในที่เกิดเหตุ ทว่าเขาไม่มีเวลาได้ตรวจสอบลามะหลายคนซึ่งได้ยินเสียงต่อสู้ได้รีบวิ่งมาที่นี่ผ่านโซ่ระหว่างหุบเขา
เนี่ยฝานปิดกล่องไม้โบราณแล้วแสร้งผลักมันไปที่ศพของชินวู จากนั้นลุกขึ้นยืน ดึงยูบินที่นั่งอยู่บนพื้นขึ้นมาแล้วเผชิญหน้ากับลามะเฒ่าทั้งหลาย
“อมิตตาพุทธ ประสกปลอดภัยใช่หรือไม่” หนึ่งในลามะเอ่ยถาม พลางกวาดสายตามองไปรอบๆ เมื่อเห็นนักท่องเที่ยวหลายคนเสียชีวิตใบหน้าของเขาก็ยิ่งซีดเผือด เนื่องจากข่าวการเสียชีวิตบ่อยครั้งระหว่างเดินทางบนภูเขาห้านิ้วทำให้สถานที่แห่งนี้ในระยะหลังซบเซาทำเงินได้น้อยลง ลามะอยู่ได้อย่างยากลำบาก ยิ่งไม่ต้องพูดถึงตอนนี้ที่จำนวนผู้เสียชีวิตมากกว่าในอดีต
“พวกเราปลอดภัย” เนี่ยฝานตอบอีกฝ่าย ก่อนจะชี้ไปที่คนเหล่านั้น “นินจาพวกนี้อยู่ๆ ก็เริ่มฆ่า หากคิดไม่ผิดน่าจะเป็นนินจาสกุลเสวียนอู่ ผมไม่รู้ว่ามันได้อะไรไปแต่เหมือนว่าจะเอาของในกล่องไม้โบราณหนีไป”
“อะไรนะ!” ลามะตกตะลึงกับข้อมูลที่ได้รับ ดังนั้นพวกเขาจึงตรวจสอบศพที่พื้นแล้วค้นพบกล่องไม้โบราณที่ว่างเปล่า
เนี่ยฝานไม่ได้ดำเนินหัวข้อนั้นต่อ “ผมมาจากสกุลเนี่ย ข่าวการเสียชีวิตของนักท่องเที่ยวผมสามารถปกปิดให้ได้”
“สกุลเนี่ย...” ลามะเฒ่าพึมพำ ถึงแม้ว่าเขาจะอาศัยอยู่อย่างสันโดษในภูเขาห้านิ้วแต่ไม่ได้หมายความว่าขาดข้อมูลข่าวสารของโลกภายนอก โดยเฉพาะสกุลเนี่ย
“นายน้อยเนี่ย อาตมาต้องขออภัยจริงๆ สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และต้องขอบคุณมากที่นายน้อยเนี่ยจะจัดการบล็อกข่าวของนักท่องเที่ยว บุญคุณครั้งนี้อาตมาจะไม่มีวันลืม ส่วนเรื่องสถานที่แห่งนี้เดี๋ยวอาตมาจะจัดการเอง”
เนี่ยฝานพยักหน้าแล้วลงจากเขา ตอนนี้คงไม่สะดวกที่จะพักอยู่ที่นี่ต่อ นอกจากนั้นยูบินยังเสียขวัญ ต้องหาทางปลอบใจเธอ ในขณะเดียวกันเนี่ยฝานยังต้องการตรวจสอบ ‘โซ่เบี่ยงวิถี’ ที่เพิ่งได้รับ
เนี่ยฝานใช้ความมืดอำพราง ลดระดับความสูงของการบินลงแล้วพาภรรยาสาวมาที่รถจากนั้นขับไปโรงแรมที่ใกล้ที่สุด
ยูบินเลือกที่จะอาบน้ำและพักผ่อน เนี่ยฝานเห็นด้วยกับเรื่องนี้ การนอนพักเมื่อเจอเรื่องแย่ๆ มีผลดีต่อสมอง อย่างน้อยตื่นอีกวันคุณจะไม่เครียด เมื่อหญิงสาวนอนหลับเนี่ยฝานที่อยู่ในชุดอาบน้ำจึงมีโอกาสได้ตรวจสอบโซ่ ทันใดนั้นโซ่พลันเคลื่อนไหวทะลุผิวหนังปรากฏบนฝ่ามือ มันไม่ได้ทำร้ายผิวหนังหรือสร้างบาดแผล แต่เหมือนกับความสามารถทางอวกาศมากกว่าที่ถูกสร้างขึ้นจากโซ่
เนี่ยฝานควบคุมโซ่สีดำ มันยืดยาวออกไปหลายสิบเมตร ก่อนจะซ้อนทับกันทั่วห้องราวกับไม่มีที่สิ้นสุด นี่คือหนึ่งในความสามารถ แต่สุดท้ายยังขึ้นอยู่กับพลังจิต
เนี่ยฝานนำโซ่ทั้งหมดกลับมา แล้วหยิบส่วนปลายขึ้นมาดู ราวกับไม้กางเขนกลับหัว ฝังด้วยอัญมณีสีแดงเลือด เนี่ยฝานที่เคยอ่านนิยายต้นฉบับรู้ว่าสิ่งนี้ใช้งานยังไง อาศัยอายุขัยในการเปิด ‘โซ่เบี่ยงวิถี’ สามารถเขียนเจตจำนงได้ใหม่
ความสามารถของมันน่ากลัวมาก หากใช้ในการที่ผิดการควบคุมประเทศผ่านเงามืดก็ไม่ใช่เรื่องยาก ทว่าค่าใช้จ่ายคืออายุขัย ดังนั้นคงเป็นการยากที่จะนำความสามารถนี้มาใช้บ่อยๆ
“ไม่คิดเลยว่าเราจะกลายเป็นเจ้าของโซ่เส้นนี้ ในงานต้นฉบับเมื่อชินวูขโมยกล่องไม้จากภูเขาห้านิ้ว ผู้ที่ถูก‘โซ่เบี่ยงวิถี’เลือกภายหลังคือ‘กู่หวังชิง’หนึ่งในตัวร้ายคู่ปรับของชิงฟ่าน แต่ด้วยผลการแทรกแซงของเราโดยบังเอิญ ชะตาชีวิตของกู่หวังชิงและชิงฟ่านคงต้องเปลี่ยนผ่าน น่าสนใจเรื่องราวต่อจากนี้จริงๆ แต่ก็ค่อนข้างยากในการคาดเดาพล็อตต่อไปซึ่งเบี่ยงเบนจากต้นฉบับ”
เนี่ยฝานเก็บโซ่ไว้ในหัวใจ สำหรับสิ่งประดิษฐ์ชิ้นนี้เขาไม่ได้ตั้งใจจะใช้ง่ายๆ เพราะหากมันถูกค้นพบ นั่นหมายความว่าจะถูกตามล่าโดยนินจาสกุลเสวียนอู่ รวมถึงลามะจากภูเขาห้านิ้ว
เนี่ยฝานไม่ได้กลัว แต่เขาไม่ใช่คนที่ชอบสร้างปัญหาโดยการเพิ่มศัตรูเข้ามาในชีวิต
.........
วันรุ่งขึ้นเนี่ยฝานกลับเมืองหยูโจว สำหรับเรื่องอื่นๆ เขาปล่อยให้รัมและวอดก้าจัดการ
ยูบินเริ่มจะดีขึ้นแล้วหลังจากพักผ่อนหนึ่งวัน จะเห็นได้ว่าการนอนและกินของหวานช่วยเรื่องอารมณ์ได้มาก
ระหว่างทางกลับเมืองหยูโจวเนี่ยฝานผ่านโบสถ์หลังเก่าแห่งหนึ่ง เขารู้สึกว่ามันค่อนข้างคุ้นเคยจึงชะลอรถแต่ไม่ได้ลงไปดู
“มีอะไรเหรอ” ยูบินซึ่งกำลังกินช็อกโกแลตถาม เธอมองออกไปนอกหน้าต่างเพื่อดูโบสถ์หลังนั้น
“ไม่มีอะไร” เนี่ยฝานไม่ได้อธิบายเพิ่มและเลือกที่จะขับรถกลับเมือง
โบสถ์ที่เขาพบเมื่อครู่คือสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าที่ปรากฎในนิยายต้นฉบับ เมื่อเห็นว่ามันยังไม่ถูกทำลายเนี่ยฝานจึงรู้สึกโล่งใจ อย่างน้อยตัวละครที่อยู่ข้างในยังสามารถเก็บเกี่ยวในภายหลังได้
วันรุ่งขึ้นยูบินกลับไปเรียน เนี่ยฝานเองก็ตามไปด้วย ส่วนเรื่องของนินจาสกุลเสวียนอู่เหมือนว่าจะหายไป หรือกำลังวางแผนร้ายในเงามืดต่อเพื่อดำเนินการค้นหา ‘โซ่เบี่ยงวิถี’ก็ยากจะคาดเดาเพราะสิ่งนี้ไม่ใช่พล็อตต้นฉบับ หลังจากจบคราบเรียนวันนี้เนี่ยฝานจึงคิดว่าอาจจะไปหาจ้าวหลิงหลิงศิษย์ปลอมๆ เพื่อให้ค้นหาข้อมูลนินจาเสวียนอู่ในตลาดมืดให้สักหน่อย แต่ก็ยังไม่แน่ใจว่าจะไปดีไหม เพราะหากลงลึกเกินไปใช่จะดี
“กระเป๋าเธอสวยจัง ซูฉีซื้อมาจากไหนเนี่ย ราคาเท่าไหร่เหรอจ้ะ” หนี่เออร์สังเกตเห็นกระเป๋าใบใหม่ของเพื่อนจึงรีบเอ่ยทัก จริงอยู่ที่เธอชอบซื้อของในเกมเสียส่วนใหญ่ แต่ไม่ได้หมายความว่าไม่รู้อะไรเกี่ยวกับกระเป๋า
“นั่นกระเป๋ากุชชี่ รุ่นนี้ฉันเพิ่งเห็นวางขายในตลาดเมื่อห้าวันก่อน ราคาเปิดตัวประมาณสี่หมื่นหยวน” จ้านหลูหยาที่ซ่อนใบหน้าใต้ผมหนาๆ แสดงข้อมูลเพิ่มเติม เมื่อได้ยินราคาหนี่เออร์ถึงกับตาโต