ซ่า ซ่า ซ่า
ฟุ่บ
อ้า!...ติดซะที หือ? รายการอะไรเนี่ย สัมภาษณ์คนเหรอ มีผู้สัมภาษณ์แต่ปิดหน้า และผู้ถูกสัมภาษณ์ ผมสีเงิน ตาสีฟ้า...นักแสดงต่างชาติเหรอ มีชื่อติดอยู่ด้วย...โยฮัน เหรอ

ผู้สัมภาษณ์: “อธิบายคนในภาพให้หน่อยได้ไหมครับ ว่าเป็ใคร”
โยฮัน: “เธอชื่อ เฟรอร์ครับ...เฟรอร์ แอกเนลล์ เป็เมดรับใช้ประจำครอบครัวผม”
ผู้สัมภาษณ์: “เธอเป็คนยังไงครับ”
โยฮัน: “เป็ผู้หญิงที่สวย ผมสีชมพูอ่อน ตาสีชมพูเข้ม ใส่แว่น และผมม้วนอย่างที่เห็นในภาพ แถมยังทรวดทรงองค์เอวดีด้วย ส่วนในฐานะเมด ก็เป็เมดที่เพียบพร้อม มากความสามารถ ทำทุกอย่างได้หมด ไม่ว่าจะทำอาหาร ซักผ้า ทำความสะอาดบ้าน เย็บปักถักร้อย เฝ้าบ้าน ใช้เวทมนตร์ ขี่ม้า เล่นดนตรี จ่ายตลาด ต่อราคา ไม่ว่าจะอะไรก็ทำได้ดีหมดเลย นี่ยังแค่ความสามารถคร่าวๆนะครับที่เธอเคยโชว์ให้ผมดู”
ผู้สัมภาษณ์: “ฟังดูแล้วเธอเพียบพร้อมจริงๆนะครับ แล้วเธอมีข้อเสียบ้างไหม”
โยฮัน: “คงซุ่มซ่ามล่ะมั้ง”
ผู้สัมภาษณ์: “ยังไงครับ”
โยฮัน: “เอาเป็เหตุการณ์เร็วๆนี้เลยดีกว่า วันนั้นผมเห็นวัตถุสีขาวบางอย่างกำลังร่วงลงไปที่พื้นตามกฎแรงโน้มถ่วงของนิวตัน ยังไม่ทันที่จะได้เห็นชัดๆถึงรูปทรงของมันก็ เพล้ง! เสียงแตกของวัตถุเครื่องแก้ว เมื่อฟังและมองชัดๆไปยังแหล่งของเสียง ก็ได้รู้ว่าวัตถุที่หล่นลงพื้นนั้นคือเครื่องเคลือบบางอย่าง ผมลองใช้มันสมองของตัวเองร่างภาพประกอบรูปทรงของมันดู จึงได้รู้ว่ามันคือแก้วน้ำชาบอนไชน่า แก้วโปรดของแม่ ผมยังจำได้อยู่เลยถึงภาพในตอนนั้น เฟรอร์ที่ยืนอยู่ข้างๆแก้วนั่นทำสีหน้าสงบนิ่งมาก แม้ผมจะเดินเข้าไปใกล้เธอ แต่เธอก็ยังคงรักษาความเยือกเย็นนั้นไว้ได้ เธอเพียงแค่...จ้องไปที่แก้วนั้น อย่างเงียบเชียบ ไร้สีหน้า และไร้แววตาโดยสิ้นเชิง ผมในตอนนั้นคิดในใจว่า [เติบโตขึ้นแล้วนะ] จากปกติที่จะน้ำตาคลอ ร้องหวาๆ ฟอร์มเมดมาดนิ่งแตกกระจาย มาตอนนี้เธอสามารถรักษาฟอร์มมาดนิ่งของตัวเองไว้ได้แล้ว ผมจึงตอบรับความก้าวหน้าของเธอด้วยการร่วมจมดิ่งไปสู่ความเงียบงันนั้นกับเธอ เราทั้งคู่ต่างเพียงแค่จ้องไปยังถ้วยน้ำชานั้นเงียบๆ เป็สักขีพยานให้กัน...แต่แล้วความสงบที่เหมือนจะชั่วนิรันดร์นี้ก็จบลง โดยเสียงร้องะโของคุณแม่ คุณแม่เข้ามาพูดคุยปรับความเข้าใจด้วยอารมณ์ฉุนเฉียวกับเฟรอร์เสียยกใหญ่ พอเวลาผ่านไปอีกซักพัก คุณแม่จึงเดินจากไปเพื่อสงบใจ ผมจึงถามเฟรอร์ว่า “เธอทำยังไงกับอาหารการกินเหรอ ในเมื่อเงินเดือนไม่เหลือให้หักแล้วนะ” เธอหันหน้ามาเพื่อตอบผม ในตอนนี้เองที่ความอดทนของเธอถึงขีดสุด เม็ดน้ำตาร่วงไหลออกมาจากดวงตาสีชมพูเข้มของเธอ เธอตอบว่า “นายน้อย รู้ไหมคะ ว่าราสเบอร์รีป่า เด็ดทานสดๆอร่อยกว่าแช่เย็นนะคะ”...ก็คร่าวๆประมาณนี้แหละครับ”
ผู้สัมภาษณ์: “...ฟังแล้ว ลำบากแย่เลยนะครับ”
โยฮัน: “ไม่เท่าไหร่สำหรับพวกเรา แต่ใช่อย่างมากสำหรับเธอแหละ”
ผู้สัมภาษณ์: “เธอมีงานอดิเรกไหม”
โยฮัน: “ถักนิตติ้ง โดยเฉพาะจากขนแกะ เครื่องแต่งกายที่ทำมาจากขนแกะในครอบครัวเราเธอเป็คนถักมาให้หมดเลย ไม่รู้ไปเอาขนแกะมาจากไหน อาจจะของส่งมาจากบ้านเกิดก็ได้มั้ง และก็ชอบงานเย็บปักถักร้อยด้วย เสื้อผ้าในบ้านถ้าฉีกขาดเธอก็ซ่อมแซมให้ได้หมด แม้แต่ชุดของเธอยังเป็คนตัดใส่เองเลย”
ผู้สัมภาษณ์: “ของกินที่ชอบล่ะ”
โยฮัน: “ชอบวิปปิ้งครีมที่โปะบนเค้กหนาๆ ชอบราสเบอร์รีมาก และก็ชอบชีส โดยรวมคือชอบชีสเค้ก ที่พูนด้วยวิปปิ้งครีม โปะด้วยราสเบอร์รี”
ผู้สัมภาษณ์: “เธอมีสิ่งที่เกลียดหรือกลัวไหม”
โยฮัน: “เคยถามเธอตรงๆ เธอก็ตอบตรงๆ คือ งู หมาป่า และก็ปีศาจ”
ผู้สัมภาษณ์: “ของกินที่เกลียดล่ะ”
โยฮัน: “น่าจะแกะมั้ง”
ผู้สัมภาษณ์: “ทำไมถึงคิดงั้นครับ”
โยฮัน: “เพราะพอให้ทำอาหารเกี่ยวกับแกะจะแหยงตลอด หน้าบอกบุญไม่รับทุกทีเลย”
ผู้สัมภาษณ์: “มีอะไรฝากถึงคุณเมดไหม”
โยฮัน: “ผมคงจะขอให้เธอเปลี่ยนอะไรไม่ได้ เพราะฉะนั้นขอให้เธอทำแบบเดิมเหมือนที่ทำมาตลอด เธอดีพอสมควรอยู่แล้ว แค่อย่าแย่ไปมากกว่านี้ก็พอ”
ผู้สัมภาษณ์: “มีอะไรฝากถึงผู้ชมไหม”
โยฮัน: “ฝากเหรอ ผมคงไม่เรียกร้องอะไรหรอก แต่นั่นสิ คงจะทำเหมือนกับทุกคนที่ผมเคยเจอมาตลอด คือ ‘การมอบทางเลือกให้’
...ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของคุณ
ถ้าคุณคิดว่าตัวผมคู่ควรพอแก่ความสนใจของคุณก็โปรดติดตามต่อไป แต่ถ้าคิดว่าผมไม่คู่ควรสำหรับคุณ ก็ปล่อยให้มันพอแค่นี้ ก็ประมาณนี้แหละครับ มนุษย์เราเรียกร้องหาอย่างเดียวไม่มีทางได้สิ่งที่้าหรอกครับ มันต้องมาจากการตัดสินใจด้วยตัวเอง คิดด้วยสมองของตัวเอง แล้วเลือกเดินด้วยตัวเอง ผมเลือกเส้นทางของตัวผมเองเสมอ และไม่มีใครบังคับผมได้ มันเป็สิ่งที่ผมทำมาตลอด ไม่เคยเสียใจในภายหลัง
และผมเองก็กำลัง...มอบทางเลือกให้กับคุณ ไม่ได้บังคับคุณ ปัญหาจึงเป็แค่ว่า...คุณจะเลือกทางไหน...และเลือกมันด้วยตัวเองหรือยัง”
ซ่า ซ่า ซ่า
—ฟุ่บ—