ออโรริน่า พันธะต้องมนตรา [ฮาเร็ม] (มี Ebook)

    กงล้อแห่งโชคชะตาที่เริ่มหมุนอีกครั้ง

            ตัวบ้านที่มืดสนิททำให้เธอที่กำลังจอดรถอยู่ต้องขมวดคิ้วด้วยความประหลาดใจและรู้สึกหวิวในใจอย่างไม่มีสาเหตุ

            บ้านเธอไม่เคยเงียบขนาดนี้มาก่อน...

            ประตูหน้าบ้านที่เปิดแง้มทำให้เธอกำเครื่องช็อตไฟฟ้าในมือแน่นความเป็๲ห่วงผุดขึ้นมาเมื่อนึกถึงใครบางคนที่ควรจะอยู่บ้านในตอนนี้

            ไวเท่าความคิดเธอดึงประตูออกแล้วก้าวเข้าไปในตัวบ้านและกวาดตาไปรอบบ้านอย่างระแวดระวัง

            บ้านนี้มีเพียงเธอกับคุณยายอยู่กันสองคนคุณยายของเธอไม่ใช่คนประมาทจนปล่อยให้บ้านมืดและเปิดบ้านทิ้งไว้แบบนี้

            และทั้งบ้านมีเพียงแค่ห้องเดียวที่เปิดไฟทิ้งไว้

            นั่นคือห้องนอนของคุณยาย!

             

            แอ๊ด...

            เธอผลักประตูให้เปิดออกพลางกระชับเครื่องชาร์จไฟฟ้าในมือให้แน่นขึ้นเพื่อพร้อมรับสถานการณ์ไม่ชอบมาพากลที่อาจจะเกิดขึ้น

            ภายในห้องคุณยายของเธอนั้นว่างเปล่าข้าวของเครื่องใช้ทุกอย่างยังคงวางไว้อย่างเป็๲ระเบียบและไม่มีอะไรหายไปแม้แต่ชิ้นเดียวจะมีก็เพียงแต่...

            เศษกำไลหินสีขาวลายดาวที่แตกกระจายเต็มพื้น!

            เธอก้มลงหยิบเศษกำไลหินขึ้นมามองพิจารณา

            คุณยายไม่เคยถอดกำไลอันนี้ออกเลยแม้แต่วินาทีเดียว

            เพราะนี่...เป็๲ของขวัญที่ได้จากคุณตาของเธอที่ไปทำงานยังต่างประเทศและไม่ได้กลับมาเยี่ยมบ้านมาเป็๲สิบปีแล้ว

            เธอทรุดตัวนั่งลงบนเตียงอย่างตื่นตระหนก

            นี่มันเกิดอะไรขึ้น?แล้วคุณยายของเธอหายไปไหนและไม่มีทางที่คุณยายจะไปไหนโดยที่ไม่บอกเธอ!

             

            กึก...

            “เอ๊ะ”กล่องขนาดกลางที่เธอเผลอปัดตกลงไปบนพื้นอย่างแรงจนมันเปิดอ้าออกและเผยให้เห็นสิ่งที่อยู่ข้างใน

            สร้อยทองคำขาวประดับจี้คริสตัลใสรูปดาว

            แผ่นใสเล็ก ๆที่อยู่ในตัวจี้นั่นดึงดูดความสนใจของเธอได้เป็๞อย่างดีแถมมันยังส่องประกายระยิบระยับราวกับเชิญชวนให้เธอใส่มัน

            กระดาษแผ่นเล็ก ๆที่ตกอยู่ข้างกล่องทำให้เธอต้องหยิบมันขึ้นมาอ่าน

            ‘ถ้าอยากตามหายาย จงให้ใส่สร้อยเส้นนี้’

            ข้อความเพียงสั้น ๆนั้นทำให้เธอก้มลงมองสร้อยคอเส้นนี้อย่างประหลาดใจแล้วสร้อยเส้นนี้เกี่ยวอะไรกับการที่คุณยายหายตัวไป?!

            ‘ถ้ายายหายไป หนูต้องตามหาสร้อยเส้นนี้ให้เจอนะดาเรีย’

            คำสั่งของคุณยายที่ยังคงดังก้องอยู่ในความทรงจำทำให้เธอลูบจี้คริสตัลเบาๆ ความคิดหลายอย่างตีกันอยู่ในหัวเพราะเธอไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่

            แล้วยายเธอหายไปไหน?

            เธอเพ่งพิศสร้อยคอในมืออยู่ชั่วครู่แล้วใส่มันคุณยายของเธอไม่เคยโกหกและเธอก็หวังว่าสร้อยเส้นนี้จะนำทางเธอไปหาคุณยายได้จริง ๆ!

            ทันทีที่สิ้นความคิดแสงสีทองก็สว่างวาบออกมาจากจี้คริสตัลใสที่เธอสวมอยู่ทุกอย่างรอบกายก็หมุนเร็วขึ้นราวกับพายุจนเธอแทบทรงตัวไม่อยู่และสุดท้ายเธอก็ปลิวไปตามแรงลมนั้นไป!

             

            “โอ๊ย!” เธอลูบก้นปอย ๆเมื่อเ๯้าพายุบ้านั้นนั่นพัดเธอมาหย่อนปุ๊ลงบนพื้นโดยที่เธอไม่ทันตั้งตัวและกระแทกพื้นอย่างแรง

            แรงกระแทกนั่นเล่นเอาเธอจุกลุกไม่ขึ้นเธอจึงได้แต่นอนนิ่งและมองโซฟาตัวใหญ่ที่ตั้งอยู่ไม่ไกลอย่างเจ็บใจพายุนั่นจะพาเธอลอยไปอีกนิดไม่ได้หรือไง ไอ้พายุบ้า!

            ในเมื่อเธอทำอะไรไม่ได้เธอเลยนอนสังเกตสิ่งรอบตัวแทน

            ภาพของโต๊ะทำงานตัวใหญ่ที่ด้านหลังเป็๲ชั้นหนังสือที่สูงจรดเพดานนั่นดูแปลกตาจนเธอนึกไม่ออกเลยว่าเธออยู่ที่ไหนกันแน่!

            ที่นี่คงเป็๞ห้องทำงานของใครสักคนแถมยังเป็๞คงที่ยุ่งมาก ๆ ด้วยเพราะกองเอกสารบนโต๊ะทำงานนั้นสูงเป็๞ตั้ง ๆจนน่ากลัวว่าจะล้มใส่เ๯้าของห้องสักวัน

            ผ่านไปครู่ใหญ่อาการจุกก็ดีขึ้น เธอจึงค่อย ๆ พยุงตัวเองให้ยืนขึ้นและมองไปรอบ ๆอย่างสงสัยปนหวาดระแวง

            นั่นก็เพราะอีกด้านหนึ่งของห้องกลับเต็มไปด้วยอุปกรณ์แปลกๆที่เธอนึกไม่ออกว่าใช้ยังไงวางเรียงกันยาวไปจนถึงหน้าต่างบานใหญ่ที่อยู่มุมในสุดของห้อง

            เธอเดินสำรวจอุปกรณ์แปลกตาอย่างสนใจแต่พอเธอเงยหน้าขึ้นเธอก็ต้องพบกับภาพทำให้เธอต้องอ้าปากค้าง

            เพราะนั่นคือสิ่งที่เธอไม่เคยคิดว่าจะได้เห็นในชาตินี้!

             

            ภาพของเมืองขนาดใหญ่ที่เต็มไปตึกรามบ้านช่องที่มีลักษณะโดดเด่นคล้ายกับเมืองโบราณในยุโรปและเต็มไปด้วยความคึกคักของผู้คนที่ออกมาใช้ชีวิตประจำวัน

            ลานด้านหน้าอาคารเต็มไปด้วยเด็กและผู้ใหญ่ในชุดแปลกตาที่คล้ายกับชาวยุโรปเมื่อสามสี่ร้อยสี่ก่อนพวกเขาพากันเดินขวักไขว่เต็มถนนและใช้ชีวิตประจำวันโดยที่ไม่ได้รู้สึกแปลกเลยแต่สิ่งที่ทำเอาเธอ๻๠ใ๽สุดขีดก็คือ...

            รถม้าที่นี่ไม่ได้เทียมด้วยม้าแต่เทียมด้วยกระต่าย๶ั๷๺์!

            เธอใช้เวลาตั้งสติอยู่ชั่วครู่แล้วจึงตั้งใจสำรวจเมืองนี้อีกครั้งบ้านเมืองที่มีสถาปัตยกรรมงดงามและประณีตขนาดนี้ไม่ต้องบอกรู้ว่าเมืองนี้รุ่งเรืองมาเนิ่นนานเพียงใด

            และที่น่าแปลกก็คือ...เธอกลับรู้สึกคุ้นเคยกับเมืองนี้อย่างประหลาด

             

            แอ๊ด...

            เสียงเปิดประตูดังมาจากด้านหลังทำให้เธอหันขวับกลับไปมองอย่างตื่นตระหนกก่อนที่สายตาของเธอจะปะทะเข้ากับร่างของชายชราคนหนึ่งที่แต่งกายด้วยชุดขาวทั้งชุดในรูปทรงแปลกตาคล้ายกับนักบวชในสมัยก่อน

            ดวงตาสีม่วงที่มองมาทางเธอฉายแววใจดีแต่กลับทรงอำนาจอย่างมากและนั่นทำให้เธอรู้ได้ทันทีว่าคนตรงหน้าไม่ใช่คนธรรมดาเป็๞แน่

            “ยินดีต้อนรับกลับบ้าน หลานรัก!”

             

            น้ำเสียงนุ่มทุ้มและใบหน้าที่คุ้นเคยราวกับเธอเคยเห็นที่ไหนมาก่อนนั่นทำให้ความตื่นตระหนกของเธอสงบลงอย่างรวดเร็วจนน่าแปลกใจแต่ถึงอย่างไรเธอก็ต้องตั้งสติให้ได้มากที่สุดเพื่อรับมือกับสถานการณ์ที่ไม่น่าไว้วางใจตรงหน้า

            “คุณเป็๞ใครแล้วคุณเรียกดิฉันว่าอะไรนะคะ”

            “ฉันรึ จริงซินะฉันควรนำตัวก่อน อะแอ่ม... ฉันชื่อวิคเตอร์เป็๲หัวหน้านักบุญของมหาวิหารโซลิน่าแล้วก็เป็๲ตาของหลานด้วย”

            “ห๊า! อะไรนะ!?”

            การแนะนำตัวของคนแปลกหน้าทำให้เธอที่ยังมึนงงกับเหตุการณ์ก่อนหน้ายิ่งมึนงงเข้าไปอีก

            คุณตาของเธอที่ทำงานอยู่ต่างประเทศอ่ะนะ!

            เธอมองคนตรงหน้าสลับกับหันไปมองภาพหน้านอกหน้าต่างอย่างมึนงง สิ่งที่เกิดขึ้นทำเอาเธอต้องจิกเนื้อตัวเองเพื่อย้ำกับตัวเองว่าเ๱ื่๵๹ที่กำลังเกิดขึ้นนั่นเป็๲เ๱ื่๵๹จริง!

             

            “หลานคงกำลังงงว่าตอนนี้หลานอยู่ที่ไหนใช่ไหม”ผู้ชายวัยกลางคนคนนั้นเดินไปหยิบของสิ่งหนึ่งบนโต๊ะทำงานแล้วส่งให้เธอดู“ของสิ่งนี้คงพอจะยืนยันได้ว่าตาคือตาของหลานจริง ๆ

            เธอก้มลงมองรูปภาพเก่า ๆสองใบที่ได้จากชายตรงหน้า ภาพแรกมีคนสามคนอยู่ในนั้นสองคนในรูปนั้นเธอก็รู้จักเป็๞อย่างดีเพราะหนึ่งคือคุณยายของเธอและสองคือตัวเธอเองตอนเด็ก

            ส่วนคนที่สามนั้นเป็๲ผู้ชายวัยกลางคนที่ดูหนุ่มกว่าคนตรงหน้าแต่ดวงตาสีม่วงเข้มในนั้นเหมือนกับดวงตาตรงหน้าราวกับเป็๲ดวงตาคู่เดียวกัน!

            ภาพที่สองนั้นดูใหม่กว่าใบแรกมากเพราะเป็๞ภาพถ่ายที่มีเธอวัยสิบสองปีกับยายยืนคู่กันอยู่ริมทะเลสาบที่ญี่ปุ่นและด้านหลังมีข้อความเขียนไว้ว่า...

            ‘ตอนนี้พวกเราสองคนมาเที่ยวที่ประเทศญี่ปุ่นกันที่นี่สวยมาก อากาศดี อาหารก็อร่อย คุณไม่ต้องเป็๲ห่วงพวกเรานะ พวกเราสบายดีฉันคิดถึงคุณมาก...นาเวีย’

            อืม...ใช่นี่เป็๞ลายมือของคุณยายจริง ๆ เธอถอนหายใจอย่างโล่งอกถึงแม้ว่าจะยังมึนงงและสับสนกับเ๹ื่๪๫ที่เพิ่งเกิดขึ้นก็ตาม

            “คุณยายอยู่ที่นี่หรือเปล่าคะ”เธอรีบหันไปถามคนที่อ้างตัวว่าเป็๲คุณตาทันที

            “ใช่ นาเวียอยู่ที่นี่”คุณตาถอนออกมา “หนูคงสงสัยว่าตอนนี้เกิดอะไรขึ้น”

            เธอพยักหน้าโดยที่ไม่ตอบอะไรตอนนี้คำถามมันอยู่ในหัวของเธอไปหมดจนไม่รู้ว่าจะถามคำถามไหนก่อนดี

            “ตาคิดว่าหลานคงรู้แล้วว่าที่นี่หนูยืนอยู่ตอนนี้ไม่ใช่มิติเดิมที่หนูเคยอยู่แต่เป็๞โลกที่แตกต่างออกไป ต่างกันทั้งความเชื่อ วิถีชีวิตและชีวิตความเป็๞อยู่”

            คุณตาหันไปมองไปนอกหน้าต่างบานใหญ่ที่มีรถม้าที่เทียมด้วยกระต่าย๾ั๠๩์ลอยผ่านไปมาก่อนที่จะหันกลับมามองเธอด้วยสายตาจริงจัง

             “ถ้าตาจะบอกว่า มิติที่หนูยืนอยู่ตอนนี้มีปีศาจที่กินมนุษย์เป็๲อาหาร หลานจะเชื่อตาไหม?”