เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 2 ตอนที่ 45 เขามาส่งหนังสือให้จริงๆ

            เฉินชิ่งเป็นนักเรียนซ้ำชั้นเลยยังต้องเข้าเรียนหนังสืออยู่ระยะทางจากเขตอันชิ่งถึงหมู่บ้านชีจิ่งนั้นไม่สั้นเซี่ยเสี่ยวหลานนึกว่าอย่างไรก็ต้องรอถึงสุดสัปดาห์หน้าเขาถึงจะกลับมาได้คิดไม่ถึงวันนี้ตอนเย็นเขาก็มาอีกแล้ว

            “วันนี้พี่ไม่ได้ไปโรงเรียนหรือ?”

            ท้องฟ้ามืดแล้ว เฉินชิ่งหน้าแดงหรือไม่ ย่อมไม่ชัดเจนเขาถือของมาหนึ่งกระเป๋าใหญ่ มอบให้แก่เซี่ยเสี่ยวหลาน “ฉันไม่ได้บอกว่าจะยืมหนังสือมาให้เธอหรือ? นี่เป็นของเพื่อนร่วมชั้นของฉันเอง ปีนี้เขาสอบติดมหาวิทยาลัยแล้วหนังสือมัธยมปลายก็ไม่ได้ใช้ ฉันเลยยืมมาให้เธอ”

            เฉินชิ่งกล่าวอย่างผ่อนคลาย

            อันที่จริงเขาวุ่นอยู่ทั้งวันถึงยืมหนังสือมาได้สำหรับเฉินชิ่งแล้วการยืมแบบเรียนเก่าธรรมดาสักชุดหนึ่งไม่ใช่เรื่องยากแต่เจ้าของเดิมของแบบเรียนนี้สอบติดมหาวิทยาลัยแล้ว ก็แปลว่าแบบเรียนเก่าที่เขาใช้เพื่อเตรียมสอบนั้นย่อมมีคนมากมายต้องการช่วงชิงเพราะบนหน้าแบบเรียนมีร่องรอยจดบันทึกของนักศึกษามหาวิทยาลัยนั่นเองหากอ่านบันทึกบนแบบเรียน ไม่แน่ว่าบางจุดที่งงงวยอาจเข้าใจมากขึ้นผลการสอบสามารถเพิ่มคะแนนขึ้นได้อีกนิด เช่นนั้นก็เป็นการเปลี่ยนแปลงชะตาชีวิตแล้ว

            และที่จริงแบบเรียนชุดนี้เฉินชิ่งยืมมาให้กับตนเอง

            เพื่อนร่วมชั้นได้ไปเรียนหนังสือต่างถิ่นแล้ววันนี้เฉินชิ่งถึงได้ไปรับแบบเรียนจากบ้านของเพื่อนร่วมชั้น แต่พอเขาคิดอีกทีกลับเลือกนำแบบเรียนซึ่งมีลายมือจดบันทึกของนักศึกษามหาวิทยาลัยชุดนี้ให้เซี่ยเสี่ยวหลานยืมเซี่ยเสี่ยวหลานอยากสอบเข้ามหาวิทยาลัย เฉินชิ่งไม่รู้ว่าพื้นฐานของเธอแย่ขนาดไหนไม่เคยเรียนมัธยมปลายอย่างไรเสียจำเป็นต้องใช้แบบเรียนที่มีบันทึกของนักศึกษามากกว่าตัวเขาอยู่แล้ว

            เฉินชิ่งไม่คิดว่าเซี่ยเสี่ยวหลานปล่อยใจไปกับการเพ้อฝันแม้แต่น้อยหลังจากความตกตะลึงในคราแรกผ่านพ้นไปเขากลับยิ่งนับถือความพยายามพัฒนาตนเองของเซี่ยเสี่ยวหลาน

            เซี่ยเสี่ยวหลานไม่รับรู้เลยว่าในแบบเรียนหนึ่งชุดยังมีความซับซ้อนอลหม่านถึงเพียงนี้แต่เฉินชิ่งสามารถเอาแบบเรียนมาให้ได้อย่างรวดเร็ว แสดงว่าเขาใส่ใจเรื่องของเธอเฉินชิ่งกับเธอไม่มีมิตรภาพลึกซึ้งอะไรต่อกันด้วยซ้ำเมื่อก่อนเซี่ยเสี่ยวหลานมาเยือนหมู่บ้านชีจิ่งก็มิใช่ว่าพบตัวกันและกันได้ง่ายๆครึ่งเดือนที่ผ่านมานี้ถึงเรียกว่ารู้จักกันโดยแท้จริง

            คนเขาใส่ใจเธอ เซี่ยเสี่ยวหลานจึงรู้สึกซาบซึ้ง

            “พี่เฉินชิ่ง พี่ทำให้ฉันไม่รู้ว่าควรพูดอย่างไรดีเลย...”

            หลังของเฉินชิ่งขนานกับแสง ไฟในบ้านหลิวปีนป่ายข้ามกำแพงมาส่องสว่างดวงหน้าขาวผ่องของเซี่ยเสี่ยวหลานได้พอเหมาะพอดี

            เฉินชิ่งรู้สึกว่าทั้งใบหน้าของตนแทบจะลุกเป็นไฟเขารีบสงบจิตใจแล้วพูดเรื่องจริงจังต่อ

            “วันนี้ฉันถามแทนเธอแล้ว เซี่ยนอีจง [1] ไม่ใช่ไม่รับนักเรียนระหว่างภาคเรียนนะแต่เธอมีวุฒิแค่มัธยมต้น ต้องผ่านการสอบของโรงเรียนก่อน—และไม่ว่าเธอจะเลือกเรียนสายศิลป์หรือสายวิทย์ก็ต้องผ่านคะแนนขั้นต่ำของ ‘ต้าจงจวน [2] ’ ในปีที่แล้ว เซี่ยนอีจงถึงจะรับเธอเข้าเรียนระหว่างภาค ”

            เฉินชิ่งก้มหน้าก้มตา น้ำเสียงประหม่าและดูผิดหวัง

            เขาร้อนรนใจและรู้สึกว่าตัวเองไม่ได้จัดการเรื่องนี้ให้ดี

            ปัจจุบันนักเรียนมัธยมเข้าร่วมการสอบเกาเข่าสามารถสอบได้สี่ระดับได้แก่ มหาวิทยาลัยชั้นนำ มหาวิทยาลัยทั่วไป วิทยาลัยเฉพาะทาง และต้าจงจวน

            เพื่อการรับรองอัตราเข้าเรียนของเซี่ยนอีจงล้วนมีคะแนนจำกัดสำหรับผู้เรียนซ้ำชั้นที่ไม่ใช่เด็กในโรงเรียนทว่าการสอบผ่านคะแนนขั้นต่ำของ ‘ต้าจงจวน’ ในปีที่แล้วนั้นพูดง่ายกว่าลงมือ คะแนนของเฉินชิ่งสามารถอยู่ 15 อันดับแรกในชั้นมาตลอด ผลการเรียนปีที่แล้วถือว่าทำได้มั่นคงแต่ดันพลั้งพลาดตอนคาดคะเนคะแนนก่อนสอบจึงคลาดกับมหาวิทยาลัยที่ใฝ่ฝันแค่ระยะไหล่กระทบกัน ด้วยผลการเรียน 15 อันดับแรกในชั้นเรียนของเขา คะแนนรวมแล้วยังไม่ถึงขั้นต่ำของปริญญาตรีด้วยซ้ำ...เซี่ยเสี่ยวหลานจบการศึกษามัธยมต้น ต้องทดสอบเข้าเรียน เธอจะสามารถทำจนได้คะแนนผ่านต้าจงจวนของปีที่แล้วได้ไหม?

            เฉินชิ่งเองยังเป็นนักเรียนคนหนึ่งเขาจะมีเส้นสายคนช่วยจัดการเรื่องนี้ได้อย่างไรทำได้เพียงปฏิบัติตามกฎของโรงเรียนเท่านั้น

            เซี่ยเสี่ยวหลานไม่เอื้อนเอ่ยสิ่งใดอยู่นานสองนานเฉินชิ่งยิ่งร้อนใจมากขึ้น

            “เธออย่ากังวลเลย ฉันจะกลับไปคุยกับปู่ของฉันให้เขาอาจสามารถหาคนในตัวเมืองได้ ต่อให้เข้าเซี่ยนอีจงไม่ไหว แต่เซี่ยนเอ้อร์จง [3]ต้องเข้าได้แน่นอน”

            คุณภาพการศึกษาของเซี่ยนเอ้อร์จงย่อมด้อยกว่าเซี่ยนอีจงเล็กน้อย

            แต่ถ้าไม่มีทางเลือก เซี่ยนเอ้อร์จงก็ยังเข้าไปเรียนได้เช่นกัน

            เซี่ยเสี่ยวหลานหลุดจากภวังค์กลับมา รีบเร่งอธิบายตอบ

            “พี่เฉินชิ่งเข้าใจผิดแล้ว เรื่องนี้ฉันไม่อยากรบกวนปู่เฉิน ไม่ใช่ว่าฉันเห็นว่าเป็นคนไกลตัวหรอกฉันแค่คิดว่าถ้าขนาดคะแนนขั้นต่ำของต้าจงจวนยังทำไม่ได้การที่ฉันเข้าเรียนระหว่างภาคเรียนแล้วร่วมสอบเกาเข่าปีหน้าก็คงจะไม่มีความหมายอะไรน่ะสิ...ใช่แล้ว ปีนี้คะแนนรับเข้าเรียนต้าจงจวนสายวิทย์ของมณฑลเราคือเท่าไรกันหรือ?”

            เป็นความเข้าใจผิดของตัวเองหรือเปล่า?

            หรือก็คือผู้ไม่รู้อะไรย่อมไร้ความเกรงกลัวสินะ

            มักรู้สึกอยู่เสมอว่าเซี่ยเสี่ยวหลานบอกจะสอบให้ผ่านต้าจงจวนนั้นง่ายเหมือนไปขายไข่ไก่ในตัวเมืองทว่านี่ก็มิใช่การขายไข่ไก่ ทำธุรกิจได้ ไม่ได้แปลว่าจะเรียนได้

            “สายวิทย์ต้าจงจวนปีนี้คือ 350 คะแนน คะแนนรวมคือ 690 เสี่ยวหลาน ฉันแนะนำว่าเธอเรียนสายศิลป์ดีกว่า มีวิชาที่ท่องจำมากไม่เหมือนสายวิทย์ที่ต้องเรียนฟิสิกส์ เคมี...”

            ปกตินักเรียนหญิงที่เรียนสายวิทย์เจอวิชาอย่างฟิสิกส์เคมีพวกนี้แล้วสมองถึงกับพร่ามัวเลยทีเดียว

            ที่จริงเวลาเฉินชิ่งเผชิญหน้ากับแบบฝึกหัดเหล่านั้นในหัวเขาก็สับสนเช่นกัน

            เขาแนะนำเซี่ยเสี่ยวหลานด้วยความหวังดีแต่เซี่ยเสี่ยวหลานกลับฟังไม่เข้าหู

            “ทดสอบเข้าเรียนมีเวลากำหนดไหม?”

            “วันจันทร์หน้า”

            “ถ้าอย่างนั้นฉันอ่านหนังสือพวกนี้ก่อน วันจันทร์หน้าก็ไปสอบ”

            ยังมีเวลาอีกเจ็ดวันนักเรียนมัธยมต้นอย่างเธอจะไปร่วมสอบเข้าระหว่างภาคเรียนของเซี่ยนอีจงหรือ?

            เฉินชิ่งไม่รู้จะกล่าวว่าอะไรดี

            เขาเกือบสติเตลิดจากความผิดหวังด้วยซ้ำ แต่เซี่ยเสี่ยวหลานช่างมีความมั่นใจเหลือล้นเฉินชิ่งเกรงว่าการสอบเข้าเรียนในวันจันทร์จะทำให้เซี่ยเสี่ยวหลานไม่สมหวัง

            เซี่ยเสี่ยวหลานถือหนังสือเข้าบ้านสนาชิกสามคนในบ้านล้วนมองเธอด้วยสายตาเฝ้ารอ

            ฟ้าก็มืดแล้ว เฉินชิ่งมาหาเซี่ยเสี่ยวหลานทั้งสองคนอยู่ข้างนอกตีนกำแพงพูดจาอุบๆ อิบๆ กันตั้งนานเมื่อเซี่ยเสี่ยวหลานกลับเข้าบ้านยังถือกระเป๋าใส่ของใบใหญ่มาด้วยทุกคนไม่อยากเข้าใจผิดก็ย่อมยากนัก

            หลิวเฟินอยากจะพูดแต่ยังเงียบไว้

            เธอคิดว่าเซี่ยเสี่ยวหลานไม่ค่อยเหมาะสมจะเป็นคู่หมายกับเฉินชิ่ง

            ไม่ใช่เพราะเธอคิดว่าเซี่ยเสี่ยวหลานไม่คู่ควรกับเฉินชิ่งแต่เป็นเพราะสองแม่ลูกยังไม่ได้ยืนหยัดอย่างมั่นคงในหมู่บ้านชีจิ่งหากเซี่ยเสี่ยวหลานกับเฉินชิ่งคบหากัน คนในหมู่บ้านต้องซุบซิบว่าเซี่ยเสี่ยวหลานใฝ่สูงเป็นแน่หลิวเฟินไม่อยากให้ข่าวลือแบบนั้นมาพัวพันกับเซี่ยเสี่ยวหลานอีกมันไม่ง่ายเลยกว่าพวกเธอจะออกจากหมู่บ้านต้าเหอแล้วมีที่พักพิงชั่วคราวได้

            ครอบครัวของหัวหน้าหมู่บ้านเฉินเขาเป็นถึงใครกันเล่า?

            เฉินชิ่งต้องสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้แน่นอนถ้าคบหากับเซี่ยเสี่ยวหลานแล้วถ่วงรั้งการเรียนเข้าต่อให้เป็นลุงต๋าก็ไม่มีทางชอบเซี่ยเสี่ยวหลานได้ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่าคนอื่นในตระกูลเฉินจะคิดอย่างไร

            หลิวเฟินร้อนใจจนเดินวนเป็นวงกลมไม่รู้ว่าควรเปิดประเด็นอย่างไรให้ตรงจุดพอดี

            หลิวหย่งส่งสัญญาณให้น้องสาวอย่าลนไป ตนเองเปิดปากกล่าวก่อน

            “เฉินชิ่งบ้านลุงต๋าสินะ? วันนี้ลุงเห็นเจ้าหนุ่มนั่นไปเรียนหนังสือแล้ว ทำไมถึงกลับมาหมู่บ้านเล่าเอาของอะไรมาให้หลานกัน?”

            เซี่ยเสี่ยวหลานนำหนังสือในกระเป๋าใบเบ้อเริ่มวางลงบนโต๊ะ “พี่เฉินชิ่งช่างเป็นคนดีเหลือเกิน เขาเอาแบบเรียนทบทวนมาให้ฉันด้วยในเมื่อทุกคนเห็นแล้ว ฉันก็ไม่คิดปิดบัง—ฉันอยากสอบเกาเข่าในปีหน้าเลยถามพี่เฉินชิ่งดูว่าสามารถเข้าเรียนกลางคันที่เซี่ยนอีจงได้หรือไม่”

            “อะไรนะ?!”

            “เกาเข่า?”

            “แค่กๆ ”

            หลี่เฟิ่งเหมยผู้กำลังดื่มน้ำอยู่ทำตัวเองสำลักในทันที

            เธอกลั้นจนหน้าดำหน้าแดงไปหมด หลิวหย่งจ้องภรรยาด้วยสายตาดุๆพยายามถามไถ่หลานสาวด้วยใบหน้าที่คิดว่ามีไมตรีมากที่สุด

            “ทำไมถึงคิดอยากจะสอบเกาเข่าเล่า?”

            เซี่ยเสี่ยวหลานมีความรู้เท่าไร คนอื่นไม่รู้ย่อมไม่แปลกแต่ลุงอย่างเขาคนนี้จะไม่รู้ได้หรือ? ด้านอื่นไม่ว่ากัน กล่าวถึงแค่เรื่องเรียนหนังสือนี่เซี่ยเสี่ยวหลานไม่เชี่ยวชาญเอาเสียจริงๆ ตระกูลเซี่ยมีเซี่ยจื่ออวี้ราวกับยึดครองความมีวัฒนธรรมในรัศมีสิบลี้รอบบ้านไปหมดแล้วนั่นเป็นเด็กสาวผู้เรียนหนังสือเก่งที่สุดเท่าที่หลิวหย่งเคยพบ

            ไม่รู้เซี่ยเสี่ยวหลานไปกระตือรือร้นอะไรมาบางทีอาจคิดว่าตนเองทำธุรกิจได้คล่องแคล่วดี จึงอยากลองท้าดวลกับเกาเข่าบ้าง?

            เซี่ยเสี่ยวหลานตอบอย่างเป็นเรื่องธรรมดา “ควรมีทะเบียนบ้านในเมืองไว้ดีกว่า อีกหน่อยซื้อบ้านอะไรก็สะดวกไม่ใช่ว่าสอบติดมหาวิทยาลัยถึงมีทะเบียนบ้านหรือ?”

            ลูกสาวของแม่ มหาวิทยาลัยมันสอบง่ายขนาดนั้นหรือ?

            ฟังน้ำเสียงของเธอแล้วเหมือนเป็นเรื่องง่ายอย่างไปซื้อเกลือสักถุงหากง่ายดายจริงๆ หลานชายครอบครัวหัวหน้าหมู่บ้านเฉินจะหลุดอันดับได้หรือ? นับคนรอบตัวดูแล้วมีนักศึกษามหาวิทยาลัยที่ไหนกัน มิเช่นนั้นนักศึกษาเซี่ยจื่ออวี้นั่นก็ไม่ล้ำค่าเสียเท่าไรหรอก!

            คนอื่นเขาเรียนมัธยมปลายสามปียังสอบเข้าเรียนซ้ำชั้นไม่ได้เลย

    การเรียนซ้ำเป็นสงครามที่แสนยืดเยื้อทำสงครามรอบสองก็ใช่ว่าได้ผลดั่งใจหวังเธอเป็นเพียงนักเรียนผู้จบการศึกษาระดับมัธยมต้น... หลิวหย่งรู้สึกว่าตัวเองปวดฟัน[4] ขึ้นมาแล้ว

             

             

             

            เชิงอรรถ

            [1]县一中 เซี่ยนอีจง มากจาก 安庆县一中 คือโรงเรียนมัธยมอันดับหนึ่งของเขต

            [2]大中专 ต้าจงจวน คือ อาชีวศึกษาระดับสูงและระดับกลาง โดยแยกเป็นต้าจงจวน (大专) เรียนสองปี รับนักเรียนจากการสอบเกาเข่า และเสี่ยวจงจวน (小中专) เรียนสี่ปี รับนักเรียนที่จบมัธยมต้นเข้าเรียน

            [3]县二中 เซี่ยนเอ้อร์จง ลักษณะคล้ายเซี่ยนอีจงแต่เป็นโรงเรียนมัธยมอันดับสองของเขตแทน

            [4]牙疼 ปวดฟัน หมายถึงไม่รู้จะตอบโต้อย่างไรดี

             

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    169K 382
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    นิยาย รัก
    570K 4473
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    นิยาย รัก
    310K 841
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    นิยาย รัก
    671K 788