ขอโทษที พอดีบรรพจารย์ผมเป็นเจ้าแห่งยมโลก [นิยายแปล]

    บทที่ 95 กลับร้าน คนสองคนที่มาขอความช่วยเหลือ

    พบตัวหลี่เสี่ยวหมิ่นและพวกแล้วแต่มีสี่คนเสียชีวิต อีกสองคนได้รับบาดเจ็บสาหัสและอยู่ในอาการโคม่า

            หนึ่งในสองคนนั้นคือหลี่เสี่ยวหมิ่น

            อีกคนเป็นนักศึกษาชายที่ผมไม่ค่อยสนิทด้วยนัก

            เขาชื่อเฉินเฟิงเป็นนักกีฬาบาสเกตบอล และยังเป็นตัวหลักของทีมคณะเรา

            พวกเขาเจออะไรมาคงต้องรอให้ฟื้นก่อนถึงจะรู้

            ช่วงบ่ายไม่มีเรียนและวันนี้ก็เป็นวันศุกร์ ผมเลยตั้งใจจะไปพักที่ร้านของอาจารย์สองวัน

            ตอนนี้ผมสามารถเขียนยันต์สะกดวิญญาณได้อย่างคล่องแคล่วแล้วจึงคิดว่าช่วงสุดสัปดาห์นี้จะขอให้อาจารย์สอนวิชาใหม่ให้

            ผมส่งข้อความไปหาอาจารย์บอกว่าผมจะไปที่ร้านตอนบ่าย พร้อมถามว่าเขาออกไปตกปลาหรือเปล่า

            อาจารย์ตอบกลับมาว่าไม่ได้ไปและบอกให้ผมไปที่ร้านได้เลย แถมยังบอกให้ช่วยเฝ้าร้านให้ด้วย

            หลังจากกินข้าวกลางวันเสร็จผมก็นั่งรถไปที่ร้านของอาจารย์

            ตอนที่ไปถึงก็เป็นเวลาบ่ายสองกว่า

            อาจารย์กำลังแกะพัสดุอยู่

            “อาจารย์!” ผมเรียกเขา

            อาจารย์หันมามองผมสีหน้าดูอารมณ์ดี “มาแล้วเหรอ ดูสิไอ้เสี่ยวอวี๋ส่งเหยื่อตกปลามาให้ฉันสักที ช่วงบ่ายเฝ้าร้านดีๆล่ะ คืนนี้ฉันจะไปตกปลาทั้งคืน มีเหยื่อนี่แล้วพรุ่งนี้ต้องได้ตัวใหญ่แน่นอน…”

            พูดจบอาจารย์หยิบถุงเหยื่อตกปลาที่ถูกอัดแน่นออกมา และแกะมันออก

            ทันทีที่ถุงถูกเปิดกลิ่นเหม็นคาวรุนแรงก็พุ่งเข้าใส่ 

            กลิ่นนั้นเหม็นจนแทบสำลักต่อให้เป็นปลากระป๋องที่เหม็นที่สุดก็ยังเทียบไม่ได้

            ผมรีบยกมือปิดจมูก“เหม็นมาก!”

            อาจารย์เองก็สำลักแทบอาเจียนน้ำตาแทบไหล แต่กลับมีรอยยิ้มพึงพอใจบนใบหน้า “เหอะๆๆ นี่แหละกลิ่นที่ต้องการ! อย่าดูถูกเจ้าเสี่ยวอวี๋แม้มันจะทำอาหารได้แย่ แต่เหยื่อตกปลาที่มันทำไม่มีใครเทียบได้!”

            หลังจากตรวจดูเหยื่อเรียบร้อยอาจารย์ก็รีบปิดถุงกลับอย่างรวดเร็ว

            จากนั้นก็เริ่มเตรียมอุปกรณ์ตกปลา

            ผมมองดูเขาเตรียมของแล้วถามขึ้นมา “อาจารย์ ผมฝึกยันต์สะกดวิญญาณจนคล่องแล้ว เมื่อไหร่จะสอนยันต์อื่นให้ผมอีก”

            อาจารย์ยังคงจัดอุปกรณ์ตกปลาโดยไม่หันมามองผมเพียงแค่ตอบกลับมาว่า “ไม่ต้องรีบร้อน เฝ้าร้านไปก่อนฉันตกปลากลับมาแล้วค่อยว่ากัน!”

            พูดจบเขาจัดคันเบ็ดใส่กล่อง เตรียมอุปกรณ์ทุกอย่างพร้อม แล้วหยิบกล่องใส่เหยื่อเดินออกไป

            ผมอยากเรียนวิชาใหม่แต่เห็นอาจารย์กระตือรือร้นจะไปตกปลาก็คงไม่มีประโยชน์ที่จะพูดอะไรต่อ

            ผมได้แต่พยักหน้าแล้วมองเขาเดินออกไปจากร้าน

            แต่ยังไม่ทันที่อาจารย์จะออกไปพ้นถนนดีรถเบนท์ลีย์คันหนึ่งก็มาจอดหน้าร้าน

            จากนั้นประตูรถก็เปิดออกมีชายสองคนก้าวลงมา

            พวกเขาเดินตรงมายังร้านของเรา

            เมื่อเห็นว่าลูกค้าขับรถหรูมาผมรู้ทันทีว่านี่ต้องเป็นลูกค้ารายใหญ่

            ผมรีบลุกขึ้นเตรียมต้อนรับพวกเขา

            ชายสองคนนั้นเดินตามกันเข้ามาในร้านอย่างเร่งรีบ

            ชายที่เดินนำหน้าดูอายุประมาณสามสิบต้นๆร่างผอมสูง สวมเสื้อผ้าลำลอง

            ชายอีกคนที่เดินตามมาด้านหลังอยู่ในวัยกลางคนรูปร่างท้วมเล็กน้อย แต่งตัวเรียบร้อยเป็นทางการ

            อย่างไรก็ตามสีหน้าของเขาดูเหนื่อยล้าและหม่นหมอง

            ทันทีที่เข้ามาในร้านเขาขมวดคิ้วเล็กน้อย แล้วหันไปพูดกับชายหนุ่มที่อายุน้อยกว่า “เสี่ยวอู๋แน่ใจนะว่าเป็นที่นี่?”

            ชายหนุ่มพยักหน้า“ใช่ครับ ท่านประธาน ไม่ผิดแน่นอน”

            ระหว่างที่พวกเขาคุยกันผมก็เดินเข้าไปต้อนรับ “คุณลูกค้ากำลังหาอุปกรณ์ตกปลาประเภทไหนเป็นพิเศษครับ”

            ชายทั้งสองหันมามองผมก่อนที่ชายหนุ่มจะกล่าวขึ้นว่า “ขอโทษนะครับ อยากสอบถามว่าอาจารย์ซ่งอยู่หรือเปล่า พวกเราไม่ได้มาซื้ออุปกรณ์ตกปลา แต่ต้องการพบอาจารย์ซ่งมีเรื่องสำคัญต้องให้ช่วย”

            เมื่อได้ยินว่าพวกเขามาหาอาจารย์และดูเหมือนเป็นเรื่องงาน ผมก็เข้าใจเจตนาของพวกเขาทันที “อาจารย์ของผมเพิ่งออกไปคงไม่กลับมาเร็วๆ นี้ครับ”

            ชายหนุ่มได้ยินดังนั้นก็ดูร้อนรนทันที “น้องชายเรื่องของพวกเราด่วนมาก เกี่ยวข้องกับเรื่องอาถรรพ์ ชีวิตคนอยู่ในอันตราย ช่วยติดต่ออาจารย์ซ่งให้เราทีเถอะ ขอให้เขากลับมาโดยเร็ว”

            เมื่อได้ยินว่ามีคนกำลังตกอยู่ในอันตรายและเกี่ยวข้องกับเรื่องอาถรรพ์ผมก็จริงจังขึ้นมาทันที

            ผมรู้ดีว่าของพวกนี้อันตรายขนาดไหน

            ผมพยักหน้ารับแล้วส่งสัญญาณให้พวกเขานั่งรอที่โซฟาข้างๆ จากนั้นผมหยิบโทรศัพท์ออกมา แล้วกดโทรหาอาจารย์

            สัญญาณดังเพียงไม่กี่ครั้งก็มีเสียงตอบรับจากปลายสาย

            “ว่าไงเสี่ยวเจียง?”

            ผมรีบพูดอย่างรวดเร็ว “อาจารย์มีแขกมาหาสองคนที่ร้าน พวกเขามีเรื่องด่วนเลยขอให้ท่านรีบกลับมาบอกว่าเป็นเรื่องคอขาดบาดตาย”

            อาจารย์เงียบไปชั่วครู่ก่อนตอบว่า “ได้ บอกให้พวกเขารอก่อน ฉันจะกลับไปเดี๋ยวนี้”

            หลังจากวางสาย ผมหยิบแก้วน้ำมาเสิร์ฟให้พวกเขาทั้งสอง “ดื่มน้ำสักหน่อยนะครับอาจารย์ของผมกำลังกลับมา”

            ทั้งสองพยักหน้าไม่ได้พูดอะไรเพิ่มเติม

            ผมเองก็ไม่ได้ซักถามอะไรผมเป็นแค่ลูกศิษย์ ไม่สามารถตัดสินใจอะไรแทนอาจารย์ได้และคงให้คำแนะนำที่ดีกับพวกเขาไม่ได้เช่นกัน จึงต้องรออาจารย์มาตัดสินใจเอง

            ประมาณห้านาทีต่อมาอาจารย์ก็ขับรถกลับมาถึงร้าน

            เมื่อเห็นอาจารย์ผมรีบลุกขึ้นและกล่าวว่า “อาจารย์ครับ แขกทั้งสองท่านมารออยู่แล้ว”

            เมื่อได้ยินดังนั้นพวกเขาก็ลุกขึ้นยืนพร้อมกัน 

            อาจารย์ก้าวเข้ามาในร้านสีหน้าแสดงความไม่พอใจเล็กน้อย เพราะเขากำลังตื่นเต้นกับการตกปลาแต่ดันถูกเรียกตัวกลับมากลางคัน “เสี่ยวเจียง เรื่องมันเป็นมายังไง”

            ผมกล่าวตามตรง “อาจารย์พวกเขาบอกว่าเจอเรื่องอาถรรพ์ และมีชีวิตคนเป็นเดิมพันต้องให้ท่านเป็นคนจัดการเองครับ”

            แขกทั้งสองเดินเข้ามาใกล้อาจารย์

            ชายหนุ่มรีบแนะนำตัว“ท่านประธานครับ นี่คืออาจารย์ซ่งที่ผมบอกเขาเป็นปรมาจารย์ที่มีชื่อเสียงที่สุดในพื้นที่นี้”

            ชายวัยกลางคนพยักหน้าสีหน้าดูมีความหวังขึ้นมาเล็กน้อย ก่อนจะยื่นมือไปให้อาจารย์จับพร้อมกล่าวอย่างสุภาพ “ยินดีที่ได้พบ อาจารย์ซ่ง ลูกสาวของผมกำลังประสบปัญหารบกวนอาจารย์ช่วยชีวิตเธอด้วยเถอะครับ”

            อาจารย์ไม่ได้จับมือเขาแต่จุดบุหรี่ขึ้นสูบ แล้วตอบกลับอย่างเรียบง่าย “เล่ามา เรื่องเป็นยังไง”

            ชายวัยกลางคนเห็นอาจารย์พูดตรงๆเช่นนี้ จึงไม่อ้อมค้อมอีกต่อไป “อาจารย์ เมื่อสัปดาห์ก่อน ลูกสาวของผมเข้าไปในสุสานกับเพื่อนๆโดยไม่ได้ตั้งใจ เมื่อนำตัวกลับมาเธอก็หมดสติและต้องเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล ตอนนี้...ตอนนี้ลูกสาวของผมอาการโคม่าแพทย์บอกว่าเธออาจจะไม่รอดคืนนี้...”

            เมื่อพูดถึงตรงนี้ชายวัยกลางคนที่ดูสุขุมมาตลอดก็เริ่มสะกดอารมณ์ไม่อยู่ เสียงของเขาสั่นเครือและน้ำตาเริ่มไหลออกมาโดยไม่รู้ตัว

            อาจารย์ยังคงสีหน้าเรียบเฉย

            แต่สำหรับผมคำพูดของเขาทำให้หัวใจสั่นไหว

            กลุ่มเพื่อนหลงเข้าไปในสุสาน? หมดสติและไม่ฟื้น?

            เรื่องนี้ทำให้ผมนึกถึงหลี่เสี่ยวหมิ่นและเฉินเฟิงสองเพื่อนร่วมชั้นของผมขึ้นมาทันที

            จะบังเอิญเกินไปหรือเปล่า

            “คุณลุงลูกสาวของคุณชื่ออะไรครับ เธอเรียนอยู่มหาวิทยาลัยแพทย์หรือเปล่า” ผมอดไม่ได้ที่จะถามแทรก

            ชายวัยกลางคนมองผมด้วยความประหลาดใจเล็กน้อยก่อนตอบว่า “หลี่เสี่ยวหมิ่น...ใช่แล้ว เธอเรียนอยู่ที่มหาวิทยาลัยแพทย์ของเมืองนี้ตอนนี้อยู่ปีสาม น้องชาย...นายรู้ได้ยังไง”

            ได้ยินคำตอบหัวใจของผมกระตุกวูบ

            ไม่ผิดแน่ ชายเจ้าของรถเบนท์ลีย์คนนี้คือพ่อของหลี่เสี่ยวหมิ่น...


     

    คล้ายกับเรื่องขอโทษที พอดีบรรพจารย์ผมเป็นเจ้าแห่งยมโลก [นิยายแปล] ที่คุณอ่าน