หานซั่วเข้าใจว่าเอริคจะต้องเร่งความเร็วพุ่งเข้ามาเพื่อฆ่าเขาแน่ เหมือนที่เอริคฆ่าดีแลน เพราะหานซั่วััได้ถึงจิตสังหารที่ค่อย ๆ แผ่รังสีใกล้เข้ามาจากข้างหลัง
ครั้งนี้ หานซั่วตั้งสมาธิอย่างจริงจังเป็ครั้งแรกในชีวิต อาจเป็เพราะเขาคอยฝึกฝนมาโดยตลอด และหานซั่วในตอนนี้ ไม่เพียงแต่มีร่างกายที่ปราดเปรียวว่องไว แต่ทว่ากำยำบึกบึนมากขึ้นกว่าแต่ก่อน ในสถานการณ์แบบนี้ หากยังเป็ตัวตนเดิม คงมีเพียงความหวาดกลัวที่หลงเหลือในใจเท่านั้น
แก่นมนตราในร่างกายของหานซั่วหมุนวนเร็วกว่าปกติ ขณะที่เขากำลังวิ่งก็รู้สึกได้ว่ามีพลังงานอย่างล้นเหลือ เสริมด้วยข้อเท็จจริงที่ว่า เขาคุ้นชินกับภูมิประเทศแถบนี้เป็อย่างดี จึงทำให้ทิ้ง่ห่างระหว่างตัวเขาเองและเอริคได้มากขึ้น เมื่อหานซั่วพุ่งตัวอย่างรวดเร็วไปทางซ้ายทีทางขวาทีขณะวิ่ง
“หา?!”
เอริคประหลาดใจ ด้วยไม่คิดว่าอย่างหานซั่วจะวิ่งได้เร็วถึงเพียงนี้ ไม่ใช่แค่วิ่งเร็ว แต่ยังเปลี่ยนทิศทางได้สม่ำเสมอโดยปราศจากคำเตือน สีหน้าของเอริคดูดุดันขึ้นเมื่อหานซั่วกำลังจะลับไปจากสายตา ดาบยาวในมือเขาเริ่มส่องประกายแสงสีเขียวเข้ม ก้อนหินจำนวนหนึ่งบริเวณนั้นพลันลอยขึ้นในอากาศ
เมื่อหานซั่ววิ่งหนีไกลออกไป เขารู้ตัวว่ากำลังวิ่งเต็มฝีเท้าได้อย่างลื่นไหล และเป็รูปแบบการวิ่งที่ดี ขณะที่รู้สึกว่าออร่าของเอริคห่างออกไปทุกที ความปีติยินดีที่ได้เอาชีวิตรอดจากหายนะผุดขึ้นในหัวใจ
ในตอนนั้นเอง เกิดเสียงะเิสองครั้งดังขึ้นในอากาศ หานซั่วรู้เพียงว่าขาทั้งสองข้างถูกโจมตีอย่างหนัก เขาร่วงลงไปทันทีขณะที่กำลังวิ่ง ใบหน้าแนบดิน และร่างทั้งร่างกองแผ่บนพื้น
“โทษทีนะ เ้าหนุ่ม” เอริคขอโทษเบา ๆ ขณะหวดดาบยาวในมือ เกิดเป็มวลแสงสีเขียวเข้มลอยพุ่งมาที่หานซั่วอย่างรวดเร็ว
ในหัวของเขาโล่งอย่างไม่เคยเป็มาก่อน หานซั่วััได้ว่าแก่นมนตราในร่างกายกำลังปั่นป่วนอย่างบ้าคลั่ง ขาที่าเ็เมื่อครู่ ไม่รู้สึกเ็ปมากเท่าไรแล้ว เมื่อเผชิญการฟันถึงตายนั่นไปแล้ว หานซั่วรีบใช้มือและเท้ายันตัวเองขึ้นจากพื้นและกลิ้งตัวไปทางซ้าย
ตูม!
มวลแสงสีเขียวเข้มจากดาบยาวของเอริคพุ่งลงตรงที่หานซั่วเคยนอนกองอยู่บนพื้นเมื่อครู่ เกิดเป็รอยกากบาทหลายรอยบนพื้นราวตารางหมากรุก แต่ละรอยลึกหลายเมตร หากหานซั่วยังอยู่ตรงนั้นละก็ ร่างของเขาคงถูกฟันขาดเป็ชิ้นๆ
“ข้าไม่เห็นอะไรจริง ๆ นะ อย่าฆ่าข้าเลย!”
หานซั่วหลบจากการฟันนั่นได้ เขามองไปยังสภาพพื้นดินเมื่อครู่และตื่นกลัวอย่างไร้สติ เขาพูดอย่างขมขื่นขณะรีบตะเกียกตะกายยันตัวเองขึ้นมา เตรียมพร้อมวิ่งหนีเอาชีวิตรอดอีกครั้ง
“เ้าหนุ่ม ว่องไวดีทีเดียวสำหรับคนตัวผอมแห้งอย่างเ้า แต่วันนี้เ้าดันมาเห็นสิ่งที่ไม่ควรเห็น ข้าขอโทษด้วย แต่ข้าต้องฆ่าเ้า!”
เอริคยักไหล่พลางยิ้มอย่างจนใจ
ก้อนหินจำนวนหนึ่ง ขนาดเท่าศีรษะคน ลอยขึ้นเมื่อเขาตวัดดาบ และพุ่งเข้าใส่หานซั่วทันที หานซั่วตะลึงเพียงชั่วครู่ และรีบเบี่ยงตัวหลบไปด้านข้าง ขณะที่หานซั่วกำลังหลบก้อนหินอยู่นั้น เอริคก็มาปรากฏกายด้านหลังของเขาอย่างไร้สุ้มเสียง มวลแสงสีเขียวเข้มพุ่งเสียบร่างหานซั่วทันทีที่เอริคตวัดดาบ
ชั่วขณะนั้นเอง หานซั่วลอยกระเด็นไปไกลและร่วงลงหน้ากระแทกพื้นอีกครั้ง แขนขากางไปคนละทิศละทาง ความเ็ปบริเวณสันหลังบาดลึกถึงกระดูก แก่นมนตราในร่างกายรีบไหลบ่าไปรวมกันที่หลังของเขาเพื่อห่อหุ้มออร่าสีเขียวเข้มที่พุ่งเข้ามาในร่างไว้อย่างแ่า
“อุ่ก... ทำไมอยู่ดี ๆ ก็รู้สึกว่าสูญเสียออร่าต่อสู้ไปส่วนหนึ่ง?แปลกจริง ข้าหักโหมเกินไปหรือ?อืม... ใช่ ต้องเป็เช่นนั้นแน่ ๆ เ้าเด็กนี่วิ่งเร็วมาก ดีแล้วที่ในที่สุดก็จัดการมันได้!”
หานซั่วพร้อมจะออกวิ่งอีกครั้งแล้วเมื่อเขาได้ยินเอริคพึมพำกับตัวเอง สภาพร่างกายของหานซั่วเวลานี้เป็เหมือนตอนที่โดนออร่าต่อสู้ของคล็อดโจมตีร่างกายเมื่อคราวก่อน ต่างเพียงอย่างเดียวคือออร่าสีเขียวเข้มมีพลังรุนแรงกว่ามาก แก่นมนตราไม่สามารถห่อหุ้มมันได้ทั้งหมด ดังนั้น หลังของหานซั่วจึงมีเืออกเพราะแผลเหวอะน่าสยดสยอง
หานซั่วกลั้นหายใจเมื่อความคิดหนึ่งหยุดเขาไว้ เขานอนแน่นิ่งอยู่ตรงนั้น ไม่กล้าแม้แต่จะกระดิกตัว ครั้งนี้ เ้าโครงกระดูกน้อยเหมือนจะรับรู้ว่าหานซั่วกำลังตกอยู่ในอันตราย มันจึงกำลังรีบรุดมาปกป้องนายของมัน อาจเป็เพราะความเ็ปที่เขาได้รับเหนือธรรมดายิ่งนัก พลังจิตของหานซั่วจึงเด่นชัดขึ้นกว่าแต่ก่อน ก่อนที่จะสายเกินไป เขาจึงรีบสั่งให้เ้าโครงกระดูกน้อยอยู่ที่เดิม
ที่ทิ้งขยะที่เ้าโครงกระดูกน้อยอยู่นั้นห่างไกลจากตำแหน่งของดุ๊คพอสมควร หากมันปีนขึ้นมาและรีบตรงมาที่นี่ ดุ๊คจะต้องพบเข้าแน่ ๆ แม้จะไม่รู้ว่าดุ๊คอยู่ในระดับใด แต่หานซั่วก็บอกได้จากเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ได้ว่าเขาต้องแข็งแกร่งมาก และเขาไม่้าให้เ้าโครงกระดูกน้อยมาตายที่นี่
เอริคหอบหายใจเพียงไม่กี่ครั้ง บ่นอุบกับตัวเองก่อนจะดึงคอเสื้อของหานซั่วขึ้น ลากไปทิ้งในหลุมฝังศพผุพังที่อยู่ใกล้ ๆ เขาไม่สนใจจะตรวจสอบศพของหานซั่วด้วยซ้ำ เพียงโยนร่างของหานซั่วลงไปในหลุมศพอย่างมั่นใจว่าหานซั่วตายสนิทแล้ว
ก็เป็เหตุผลที่เข้าใจได้ เพราะในเมื่อหานซั่วเป็เพียงเด็กรับใช้ธรรมดา ๆ คนหนึ่ง ซึ่งต้องถึงฆาตแน่นอนหากโดนการโจมตีจากอัศวินระดับสูงเข้าไป แล้วจะมีข้อยกเว้นอะไรได้อีก?
เอริคไม่รอช้า หลังจากโยนหานซั่วลงไปในหลุมศพแล้ว เขาก็รีบกลับไปตามเส้นทางเดิน และบริเวณนั้นก็ไม่มีความเคลื่อนไหวใด ๆ อีกเลยหลังจากผ่านไปพักใหญ่
หลังของหานซั่วเจ็บเกินบรรยาย เขาจึงได้แต่ง่วนอยู่กับการก่นด่าสาปแช่งบรรพบุรุษของเอริคและดุ๊คภายในใจ เขายังไม่กล้าปีนกลับขึ้นไปจากหลุมศพจนกระทั่งอีกหนึ่งชั่วโมงให้หลัง เมื่อเขากัดฟันทนความเ็ปนั้นไว้ และค่อย ๆ คลานออกมาจากหลุมศพอย่างยากลำบาก
เขาใช้ความพยายามเล็กน้อย เอื้อมมือไปแตะที่หลังเหนอะหนะของตัวเอง และเมื่อเห็นเืเต็มฝ่ามือ เขาก็จดจำเหตุการณ์ครั้งนี้ไว้เงียบ ๆ หากมีโอกาสในอนาคต เขาจะใช้คืนให้สาสมทั้งต้นทั้งดอก ขณะเดินตรงไปยังที่โล่งก่อนหน้านี้อย่างระมัดระวัง สีหน้าของเขาบิดเบี้ยวด้วยความเ็ปไปตลอดทาง พร้อมกับค่อย ๆ เคลื่อนที่อย่างระมัดระวังกลัวจับใจว่าสองคนนั้นจะยังวนเวียนอยู่แถวนั้น
เมื่อมาถึง หานซั่วก็พบว่าศพของดีแลนหายไปแล้ว ดูเหมือนพวกนั้นจะสุ่มโยนศพลงไปตามหลุมศพที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียง หานซั่วสั่งให้เ้าโครงกระดูกน้อยรีบออกมาจากที่ซ่อนและกลับไป พลางสาปแช่งไม่เลิก เอาแต่คิดว่าตัวเองจะโชคร้ายบัดซบอะไรถึงเพียงนี้ สงสัยว่าเขาต้องหลีกเลี่ยงการฝึกเวทมนตร์ที่นี่ไปอีกสักพัก
ทันใดนั้นเอง เขาก็หยุดเมื่อมายืนอยู่ถึงจุดหนึ่ง และเหลือบไปเห็นพื้นดินที่อยู่ใต้เท้า หานซั่วจำได้ว่าดีแลนล้มลงตรงนี้ระหว่างที่กำลังหนีเอาชีวิตรอด และฝังถุงสีเทาเอาไว้ ดุ๊คและเอริคคล้ายจะถกเถียงกันเื่การค้นศพของดีแลนเพื่อหาบางสิ่งบางอย่าง จะเป็ถุงที่ดีแลนเพิ่งฝังไปใบนี้หรือไม่?
เขาขบฟันแน่นด้วยความเ็ปขณะก้มตัวลงไป เกลี่ยดินนิ่มละเอียดที่อยู่บนพื้น และหยิบถุงสีเทาใบนั้นออกมา เมื่อถืออยู่ในมือแล้วให้ความรู้สึกหนักทีเดียว และเกิดเสียงดังกริ๊ง ๆ เมื่อเขย่า วัสดุและรูปทรงของถุงใบนี้ดีกว่าถุงที่หานซั่วใช้อยู่มาก เขาดึงเชือกผูกปากถุงออกและล้วงมือเข้าไปข้างใน ก่อนจะกำเอาเหรียญสีเงินออกมาหลายเหรียญ
“รวยแล้ว ข้ารวยแล้ว!”
หานซั่วรู้ว่าเหรียญสีเงินเ่าั้คือเงินตราของโลกนี้ ตลอดหลายปีแห่งการเป็ทาสของไบรอัน เขาไม่เคยได้แตะเหรียญเงินสักเหรียญเดียว เมื่อมองดูกองเหรียญที่อยู่บนมือ หานซั่วก็อดหัวเราะไม่ได้ แม้แต่ความเ็ปที่หลังก็ดูเหมือนจะไม่ร้ายแรงเหมือนก่อนหน้านี้
ฟุ่บ!
เมื่อเขาเทสิ่งที่อยู่ข้างในถุงทั้งหมดลงบนพื้น ปรากฏเป็กล่องหยกสีเขียวเข้มใบหนึ่ง มันมีขนาดเท่าฝ่ามือ หนัก และให้ความรู้สึกเย็นเมื่อัั มีรอยประทับที่ดูเหมือนจะเป็รูกุญแจ และมีกุญแจสีเขียวตกอยู่ข้างกล่อง
อย่างไรก็ตาม นี่ไม่ใช่ความสนใจหลักของหานซั่ว สายตาของเขาติดตรึงอยู่กับกองเหรียญเบื้องหน้า ขณะที่ยิ้มและพูดซ้ำไปซ้ำมาอย่างไม่หยุดปาก
“รวยแล้ว รวยแน่แล้ว!”
สามเหรียญทอง สิบสองเหรียญเงิน และห้าสิบหกเหรียญทองแดง คือเงินทั้งหมดที่มีอยู่ในถุง เหรียญทองหนึ่งเหรียญ สามารถแลกเป็เหรียญเงินได้หนึ่งร้อยเหรียญ ส่วนเหรียญเงินหนึ่งเหรียญ เท่ากับหนึ่งร้อยเหรียญทองแดง แม้แต่ปันส่วนอาหารของหานซั่วที่เพิ่มมากขึ้นหนึ่งวัน สำหรับขนมปัง นม และไข่ดาว ยังมีค่าไม่ถึงสิบเหรียญเงิน หากนำเงินนี่ไปแลกเป็อาหารละก็ สามารถเป็ค่าปันส่วนให้เขาได้ถึงสองปีเลยทีเดียว
ไบรอันถูกขายมาเป็ทาสของวิทยาลัยเวทมนตร์และศาสตร์แห่งพลังบาบิโลนด้วยเงินห้าเหรียญทอง เท่ากับว่าเงินที่เขามีตอนนี้เทียบค่าได้กับครึ่งชีวิตของตัวเขาเอง
หลังจากปลาบปลื้มอยู่พักหนึ่ง เขาเก็บเงินกลับเข้าถุงพร้อมกับยิ้มกว้าง สายตาพลันเหลือบไปเห็นกล่องหยกสีเขียวเข้มและกุญแจสีเขียว เขานิ่วหน้าเมื่อพยายามนึกถึงเสื้อผ้าของดุ๊คและเอริคให้ออก ชัดเจนว่าสองคนนั้นเป็พวกชนชั้นสูง โดยเฉพาะชุดคลุมและคทาของดุ๊คซึ่งประเมินค่าไม่ได้อย่างเห็นได้ชัด
แม้เหรียญเงินเหล่านี้จะเป็โชคครั้งใหญ่สำหรับหานซั่ว แต่คงไร้ค่าสำหรับดุ๊ค เพราะพวกนั้นต้องไม่ไล่ล่าดีแลน หรือฆ่าหานซั่วเพื่อเงินจำนวนแค่นี้เป็แน่
หรือพวกนั้นจะตามหาของข้างในกล่องหยกใบนี้?
ดวงตาของหานซั่วจับจ้องไปที่กล่องหยกสีเขียวเข้ม เขานั่งนิ่งอยู่บนพื้นขณะที่ปล่อยความคิดโลดแล่นไปเรื่อย ๆ ภายใต้แสงจันทร์สุกสว่าง กล่องหยกสะท้อนแสงเป็ประกายสีเขียวจาง ๆ ที่แทบสังเกตไม่เห็นเลยหากไม่เพ่งพินิจให้ดีพอ ประกายแสงสีเขียวนั้นเบาบางอย่างที่สุด เป็ความสวยงามที่แสนพิศวง
ขณะที่หานซั่วจ้องมองกล่องหยกนั่นเงียบ ๆ เขากลับสามารถรวบรวมพลังจิตได้แจ่มชัดอย่างน่าประหลาด ทันใดนั้นเอง เขารู้สึกถึงััอันเย็นะเืและเป็ลางร้ายแผ่ออกมาจากภายใน และหลั่งไหลเข้าสู่พลังจิตของหานซั่วจนแทบฝังลึกในกระดูก ร่างของหานซั่วสั่นอย่างควบคุมไม่ได้ เขาปิดตาแน่น
กล่องนี่พิลึกชะมัด!
เขาสูดหายใจเข้าลึก ๆ ทำตัวเองให้สงบ มองไปรอบ ๆ อย่างหวาดระแวง เขารีบใส่กล่องหยกและกุญแจซ่อนไว้ในถุงสีเทาเช่นเดิม และเดินโซเซกลับไปยังโรงเก็บของ
เมื่อมาถึง หานซั่วก็ไม่ได้ตรวจสอบกล่องหยกเพิ่มอีก และเลิกใส่ใจกับเงินชั่วคราว เขาซ่อนถุงสีเทาไว้ใต้เตียงอย่างกลัว ๆ สั่งให้โครงกระดูกช่วยทำความสะอาดหลังให้ ก่อนจะผล็อยหลับไปทันที
***************************