ด้วยความสูงร้อยแปดสิบห้าเิเ ขายาว ๆ ของภามจึงได้เปรียบร่างเล็กบอบบางของอัญญารินทร์ ไม่นานเขาก็วิ่งตามเธอจนทันที่บริเวณหน้าบ้านของเขา
“ฟังพี่ก่อน” ไม่รู้ว่าจังหวะนั้นภามคิดอะไรอยู่ เขาคว้าลำแขนเล็กแล้วดึงให้เธอหันหน้ามาหา
อัญญารินทร์ก้มหน้าไม่ยอมสบตาชายหนุ่ม ความรู้สึกตอนนี้คืออับอายปนเสียใจที่ตัวเองไร้ฝีมือ ไม่มีเสน่ห์ปลายจวักสักนิดเลย เป็ถึงลูกสาวเ้าของร้านอาหารแท้ ๆ แต่กลับทำอาหารให้คนกินไม่ได้ด้วยซ้ำ
“ปล่อยค่ะ” อัญญารินทร์พยายามดึงแขนออก ทว่ามืออีกฝ่ายก็เหนียวหนึบไม่ยอมทำตามคำสั่ง
“อัญชัน พี่ขอโทษ พี่ไม่ได้อยากโกหกนะ” ภามพยายามโน้มตัวมองใบหน้าสาวน้อย เขาเห็นหยดน้ำใสพรั่งพรูไม่หยุด ทำเอาหัวใจท่านรองประธานอย่างเขาพลันดิ่งวูบทันที
“อัญเข้าใจค่ะ พี่ภามไม่อยากให้อัญเสียใจ แต่...ฮึก” อัญญารินทร์ปล่อยโฮออกมา ร่างเล็กสั่นสะท้าน มืออีกข้างยกขึ้นปาดเช็ดน้ำตาด้วยท่าทางน่าสงสาร
“อัญ พี่...”
“แต่พี่ภามไม่ต้องโกหกอัญก็ได้นี่ค่ะ” เธอเสียใจจริง ๆ ที่เขาไม่ยอมบอกความจริง ซ้ำยังแสร้งกินต่ออีกหน้าตาเฉย
“พี่ขอโทษ” ภามไม่ชอบเห็นเด็กสาวที่เคยสดใสร่าเริงตลอดเวลาร้องไห้แบบนี้เลย
“ฮึก”
ฉับพลันความรู้สึกหนึ่งที่นอกเหนือจากความสงสารก็แล่นเข้ามาในหัวใจเขา
“พี่กลัวว่าถ้าบอกอัญว่าไม่อร่อยแล้วอัญจะไม่ทำอาหารให้พี่กินอีก” มือหนายกขึ้นลูบศีรษะของสาวน้อยตรงหน้าพร้อมพูดถ้อยคำจากใจด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
อัญญารินทร์กะพริบตาปริบ ๆ อย่างตกตะลึง คาดไม่ถึงว่าเขาจะพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแบบนี้ได้ หนำซ้ำประโยคยังยาวเหยียด ต่างจากเวลาปกติที่ดูจะนิ่งและพูดน้อยกว่านี้
“เอ่อ...” สาวน้อยตะกุกตะกัก ไม่รู้จะตอบกลับว่ายังไงดี ในหัวสมองว่างเปล่า คิดอะไรไม่ออกไปชั่วขณะ ได้แต่แสดงสีหน้าเหลอหลาออกไป
ด้านภามที่นึกเองเออเองว่าอัญญารินทร์ไม่เชื่อน้ำคำจากปากตน ถึงได้ยืนเป็ใบ้ไม่ตอบอะไรแบบนี้ ทั้งที่ปกติสาวน้อยเจื้อยแจ้วไม่หยุด เขาเริ่มรู้สึกลนลานเลยพูดต่อ
“พี่พูดจริง สาบานได้ว่าพี่ไม่ได้โกหกอัญอีก ถ้าสิ่งที่พี่พูดออกไปไม่ใช่ความจริงขอให้ฟ้า...อุบ!” เขาพูดอย่างหนักแน่นพลางชูสามนิ้วเหมือนลูกเสือ แต่ยังพูดไม่จบประโยคก็โดนมือเล็กปิดปากไว้เสียก่อน
“อัญไม่ได้บอกสักหน่อยค่ะว่าไม่เชื่อ” อัญญารินทร์ปั้นหน้าดุและทำแก้มพองลม ริมฝีปากเล็กเบะคว่ำ ดวงตากลมโตชุ่มน้ำตาแวววาวดูคล้ายแมวน้อยน่าสงสาร
สาวน้อยไม่รู้ตัวสักนิดเลยว่าท่าทางเช่นนี้ทำให้หัวใจพี่ชายข้างบ้านอย่างภามเต้นไม่เป็ส่ำ เขามองเธอตาไม่กะพริบ
“พี่ภามอย่าสาบานส่ง ๆ แบบนี้สิคะ คนเราอยู่ใต้ฟ้า ไม่รู้จะผ่าลงมาตอนไหน” เธอดุเขาไปหนึ่งที
“....”
ดวงตาของภามมีแววขบขัน ไม่ได้ถือสาหาความที่โดนเด็กอย่างเธอตำหนิ
“อัญยกโทษให้ก็ได้ค่ะ อัญเองก็ผิดที่ไม่ได้ชิมก่อน ขอโทษพี่ภามด้วยนะคะที่ทำให้ลำบากใจ” อัญญารินทร์พูดต่อด้วยน้ำเสียงแ่เบาพร้อมกับยิ้มจาง ๆ ให้เขา ก่อนจะปล่อยมือออก
ภามมองอัญญารินทร์ที่พูดประโยคเมื่อครู่ออกมาด้วยท่าทางใสซื่อไร้มารยา ทำให้เขาอดมองเธอด้วยสายตาที่เจือความเอ็นดูไม่ได้ เมื่อนึกถึงถ้อยคำสาบานของตัวเองก่อนหน้านี้ ใบหน้าหล่อเหลาก็เกิดความกระดากอายขึ้นมา นั่นทำเอาชายหนุ่มเืสูบฉีดจนติ่งหูแดงซ่าน
“ไม่เป็ไร บอกแล้วว่าพี่กินได้ทุกอย่าง” เขายกมือใหญ่เกาท้ายทอยอย่างเก้ ๆ กัง ๆ
ไฮโซระดับตระกูลเตชานันท์ เขาไม่เคยมาวิ่งตามง้อผู้หญิงเลย นี่เป็ครั้งแรกที่ออกตัวสตาร์ตวิ่งอย่างไม่ทันคิด เพราะความกลัวแล่นเข้ามาจู่โจมหัวใจหลังจากเห็นน้ำตาของเธอ
เขากลัว...
กลัวว่าจะไม่เห็นเด็กสาวมายืนยิ้มร่าหน้าประตูรั้วพร้อมกับปิ่นโตอีก
กลัวว่าเธอจะเคืองจนพาลเกลียดชังน้ำหน้าเขาแล้วไม่ยอมคุยด้วย
กลัวว่าจะเผลอทำอะไรไร้สาระอย่างการไปยืนดักรอที่ข้างรั้วตอนเธอออกมารดน้ำต้นไม้ หรือใช้แผนการตื้น ๆ อย่างทำทีเป็เดินออกกำลังกายผ่านหน้าบ้านเธอแล้วแอบส่องเข้าไปในตัวบ้าน อย่างหลังนี่น่าจะโดนคุณพ่อของเธอจับได้ในทันทีเพราะมุกซ้ำ
ทั้งคู่ต่างก็ยืนกระสับกระส่ายอยู่ครู่ใหญ่โดยไร้คำพูดใด ๆ แต่ความรู้สึกบางอย่างเอ่อล้นขึ้นมาจากก้นบึ้งในหัวใจของคนทั้งคู่ทีละนิด