ตื่นมาตอนเช้าพึ่งจะเข้าใจว่าปวดจนลุกไม่ขึ้นเป็อย่างนี้นี่เอง หว่านชิงเยว่นอนกระพริบตาปริบปริบ คิดว่าจำอย่างไรดีพยายามที่จะลุกขึ้นแล้วแต่มันลุกไม่ได้ปวดร้าวไปทั้งตัว นางอยากกลับบ้านแล้วคิดถึงท่านพ่อท่านแม่แล้ว อยู่ๆ น้ำตาก็ไหลออกมาเองมันไม่ได้เศร้้าแต่ปวดไปหมดเหมือนจะเป็ไข้ลำคอแห้งผากรู้สึกหนาวๆ ร้อนๆ
นอนนิ่งอยู่แบบนั้นสักพักก็เผลอหลับไปอีกครั้งโดยไม่รู้ตัว มารู้สึกตัวอีกทีก็เห็นคนมายืนอยู่ข้างๆ เตียงพยายามเพ่งสายตามองก็เห็นเพียงเงาเลือนรางแล้วเสียงในหัวที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นมา
'เ้าต้องตัดสินใจแล้วขวัญชีวา เวลาเหลือไม่มากแล้ว อีก6เดือนเท่านั้นขวัญชีวา อย่าลืมว่าทุกอย่างมันขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของเ้าเท่านั้น'
‘ตัดสินใจเื่อะไรทำไมไม่บอกให้หมดนะ'
‘หากเ้าอยากรู้ทุกอย่างทั้งหมด จงไปที่ทะเลสาปแห่งโชคชะตา แล้วข้าจะรอเ้าขวัญชีวา'
“ไหนว่าตัวเองเป็หมอเทวดาอย่างไรเล่าทำไมนางถึงยังไม่ฟื้นอีก”
“เ้าออกไปข้างนอกก่อนได้มั้ยให้ท่านหมอตรวจนางก่อน มาอยู่ในนี้ก็ทำอะไรไม่ได้อยู่ดี ไปเถอะจิงเออร์รอเ้าอยู่”
ลู่จิ้นฝานเข้ามาดูหว่านชิงเยว่หลังจากที่ได้รู้ว่านางไม่สบายเพราะพิษไข้ในใจก็รู้สึกผิดหากว่าเขาไม่ใจร้อนพาตัวนางมาแถมให้นางต้องลมเย็นอีกทำให้นางไม่สบาย สตรีในห้องหออย่างนางคงทนความยากลำบากแบบนี้ไม่ไหว เอาไว้ให้นางหายดีเมื่อไหร่เขาจะขอโทษนางทันที
มองเห็นความห่วงใยของสหายรักที่มีต่อหว่านชิงเยว่ก็สงสารลู่เจียวจิง นางรู้สึกตัวเมื่อเช้าหวังจะได้เจอกับหยางิหลงแต่ก็ไม่ได้พบเพราะว่าเขากลับมาเฝ้าไข้หว่านชิงเยว่ั้แ่เช้าแล้ว ลู่จิ้นฝานจึงต้องพยายามพาหยางิหลงไเกินข้าวเช้ากับลู่เขียวของให้ได้นางจะได้เลิกทำท่าเศร้าสร้อยแบบนั้นสักที
ิเฟยหลงไม่สนใจว่าใครจะอยู่หรือจะไปในใจของเขาตอนนี้จดจ่ออยู่ที่หว่านชิงเยว่เท่านั้น เขารักษาผู้อื่นมากมายแต่ไม่เคยเลยสักครั้งที่จะรู้สึกร้อนใจจนแทบทำอะไรไม่ถูกเหมือนกับที่ต้องรักษานาง เขาเอาผ้ามาเช็ดตามใบหน้าของนางเบาๆ เพื่อคลายความร้อนในตัวออกมา จนป่านนี้นางก็ยังไม่ได้สติ ยาที่เตรียมเอาไว้นางก็ไม่ลืมตามากินสักที เขาจึงตัดสินใจค่อยๆ เรียกนาง เพื่อปลุกให้มาดื่มยาลงไปบ้างจะได้รู้สึกดีขึ้น
“ลูกแมวน้อยเ้าตื่นได้แล้วหากเ้าไม่ยอมตื่นพี่ไม่รับรองนะว่าจะไม่ทำอะไรเ้า ได้ยินเสียงพี่มั้ย เยว่เออร์”
“หืม ใครน่ะ” เสียงที่ดังอยู่ข้างๆ หูปลุกให้หว่านชิงเยว่รู้สึกตัวพยายามลืมตาขึ้นรู้สึกร้อนทั้งกระบอกตาหนักหัวเหมือนมีอะไรมาทับเอาไว้
“พี่เอง ลุกมากินยาได้แล้วจะได้หายไข้ มาพี่ช่วย รีบดื่มเดี๋ยวยามันจะเย็นซะก่อน”
ิเฟยหลงพยุงร่างนางมาพิงตัวเขาเอาไว้แล้ว ค่อยๆ ป้อนยาให้นางทีละช้อนจนหมดถ้วยจึงปล่อยให้นางนอนพักต่อ
หลายวันมานี่ลูกแมวน้อยของเขาว่าง่ายมากให้นอนก็นอนให้กินก็กิน รู้สึกว่านางจะใจเย็นลงมากดูไม่โกรธเขาแล้ว ก็ทำให้เขาสบายใจขึ้นเขาคิดว่าจะคุยกับนางเื่ระหว่างเขากับนางสักที เ้าิหลงนั่นจะได้เลิกมาวุ่นวายกับนางสักทีบางครั้งเขาแทบอยากจะลักพาตัวนางหนีไปด้วยซ้ำแต่ก็ได้แต่อดทนรอให้นางหายป่วยก่อน
*****************************
“พี่ิหลงเป็ห่วงนางมากหรือเ้าคะ” ลู่เจียวจิงทนไม่ไหวหลายวันมานี้หยางิหลงมาหานางทุกวันก็จริงแต่มาก็เหมือนไม่มา เอาแต่นั่งเหม่อถามคำตอบคำนั่งเพียงไม่นานก็ออกไปวางแผนการรบกับบรรดารองแม่ทัพแล้วก็หายไปเลยทั้งวัน พบกันอีกทีตอนอาหารเช้าที่พี่จิ้นฝานพามา นางรู้ว่าเขาไม่ได้อยากมาแต่ไม่อยากให้พี่ชายนางไม่พอใจ นางเองก็รู้แต่ก็ต้องทำเป็ไม่ รู้แต่ก็ไม่ใช่ว่านางจะไม่ปวดใจ แต่มันเ็ปทนจนแทบไม่ไหวแล้วต่างหาก
“เป็ข้าไม่ได้หรือเ้าคะ”
หยางิหลงมองใบหน้าเปื้อนน้ำตาอย่างสงสารเขารู้ว่านางคิดอย่างไรกับเขา แต่ทำเป็ไม่รู้วางสถานะเป็เพียงแค่พี่ชายเท่านั้น เขาเองก็ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องปักใจกับหว่านชิงเยว่นัก อาจจะเป็เพราะว่า่เวลาที่เขาอยู่กับนาง เขาเป็ตัวเองจริงๆ ที่ไม่ต้องแบกหน้าตาขององค์รัชทายาทเอาไว้ทำตัวสบายๆ กับนางได้ แต่กับคนอื่นไม่ชอบก็ต้องฝืนจะพูดอะไรจะมีผลกระทบกับอะไรบ้างมากมายไปหมดบางที่ในใจเขาอาจจะโหยหาความเรียบง่ายแบบนาง อยากทำอะไรตามใจตัวเองแบบนางก็ได้แล้วลึกๆ เขาเองก็รู้ว่าในใจของนางมีใคร วันนั้นเขาได้ยินทั้งคู่คุยกันในกระโจมของเขาตอนที่จะเอายาไปให้นาง ทุกอย่างที่ทั้งคู่พูดคุยกันเหมือนคนรักที่ไม่เข้าใจกันแต่ในใจรักกันมากหว่านชิงเยว่อาจจะยังไม่รู้ตัวแต่คนนอกอย่างเขาเห็นมันชัดเจน
“เ้าให้เวลาพี่ได้หรือไม่จิงเออร์ พี่กำลังพยายามอยู่แต่มันไม่ง่ายเลยสักนิด”
“ข้าเข้าใจว่าท่านรู้สึกยังไงเพราะข้าเองก็รู้สึกไม่ต่างจากท่านเลย”
ลู่เจียวจิงส่งยิ้มให้เขาทั้งน้ำตามองท่าทางเ็ปของหยางิหลงด้วยความเข้าใจ เขาบอกให้รอ นางก็จะรอตรงนี้ไม่ไปที่ไหน ไม่ว่าจะนานแค่ไหนนางก็รอได้ขอเพียง เขายอมอยู่ข้างๆ นางก็พอ
“พี่ขอบใจเ้ามากที่เข้าใจ”
หยางิหลงตัดสินใจว่าจะบอกความรู้สึกของตัวเองกับหว่านชิงเยว่ถึงแม้จะรู้คำตอบของนางแล้ว แต่เขาไม่ชอบความรู้สึกที่ไม่แน่ใจ หากนางไม่มีใจให้เขาก็จะไม่ฝืนใจนาง แต่อย่างน้อยเขาก็ได้ความชัดเจน ั้แ่แรกที่เขาก็ไม่เคยบอกนางตรงๆ เลยว่าเขาชอบนาง หากนากไม่คิดเหมือนกันเขาจะได้ตัดใจ
หยางิหลงมองไปที่ลู่เจียวจิงรู้สึกเหมือนเห็นตัวเองพยายามให้คนที่ตัวเองรักมองเห็นตัวเองบ้างแต่ถ้าเขาไม่เห็นมันเ็ปทรมานแค่ไหนไม่มีใครรู้ดีเท่ากับเขาแล้ว อีกอย่างเขายังมีภารกิจมากมายต้องสะส่าง ไหนจะกลุ่มฏ ไหนจะเื่ภายในวังหลวง บางทีคนที่เหมาะสมกับเขาอาจจะเป็นาง ลู่เจียวจิงคนนี้ ก็ได้อย่างน้อยนางก็กล้าหาญไม่หวาดกลัวกับอันตรายยอมลำบากเพื่อมาหาเขาถึงที่นี่ และที่สำคัญที่สุดคือนางรักเขาด้วยใจจริง