Santianamarir เซนเทียน่ามารีอาร์ 1 (ผู้ฟูมฟักจากโลกต้องห้าม)

    ตะลุมบอน

    ตะลุมบอน


            แสงสีนวลจากพระจันทร์ดวงโตส่องสว่างไปทั่วเซนเทียน่าฯ  มองจากยอดหอคอยสีน้ำเงินนี้นครเซนเทียช่างกว้างใหญ่งดงาม รอบ ๆที่เต็มไปด้วยภูเขาสูงและรังมังกรน้อยใหญ่ที่รายล้อมในยามดึกสงัดทำให้เขาได้มองเห็นความเปลี่ยนแปลงของนครแห่งนี้ไปมากมายเด็กชายทอดสายตามองความงดงามอีกชั่วครู่ก่อนจะเลื่อนตัวเองไหลจากยอดหลังคาสูงของหอคอยมาหยุดอยู่บริเวณหน้าต่างห้องนอนของใครคนหนึ่ง...ใครคนนั้นที่เขาเฝ้ารอมาตลอดตั้งแต่จำความได้

            ฮาร์มเกาะขอบระเบียงหน้าต่างไว้มั่นก่อนจะแทรกตัวผ่านผ้าม่านสีขาวเข้ามานั่งห้อยขาอยู่ที่ขอบหน้าต่างโดยมีร่างเล็กนอนหลับใหลไม่ได้รับรู้ถึงการมาของเขา 

            ฮาร์มค่อย ๆ เดินมาหาเด็กหญิงอย่างเงียบเชียบก่อนจะนั่งลงแล้วเอ่ยด้วยเสียงแผ่วเบา

            “การรอคอยเธอมันทรมานนะอย่าโกรธฉันหากเผลอทำร้ายเธอเข้า จงรับรู้ไว้ว่าฉันไม่เคยคิดจะทำเช่นนั้นเลย” เขาหันมาส่งยิ้มบาง ๆ ให้เด็กหญิงก่อนจะผละออกไปแต่...

            “อย่าให้มีวันนั้นเลยมิเช่นนั้นคนที่โดนทำร้ายจะเป็นเจ้าเสียเอง” บาร์รามกอดอกเอ่ยเสียงเรียบนิ่งเขารับรู้ถึงการมาของเด็กชายตั้งแต่ต้น แต่ก็ดูอยู่เงียบ ๆจนฮาร์มบุกรุกเข้าห้องเนย่า เขาจึงต้องปรากฏตัว

            ไม่มีเสียงตอบใดจากเด็กชายเขาทำเพียงเหล่มองตุลาการด้วยหางตาก่อนจะกระโดดลงจากหน้าต่างหอคอยแล้วกลืนหายไปกับเงาของต้นไม้ใหญ่เบื้องล่าง

     

     

     

     สามวันต่อมา

            ผู้ชนะการประลองในรอบที่แล้วมีทั้งหมดสิบห้าคนการประลองจะเริ่มขึ้นเมื่อแขกผู้มีเกียรติทุกท่านได้เข้าประจำที่เด็ก ๆ ปีหนึ่งนั่งเรียงรายอยู่ข้างสนาม ฝ่ายที่เคยพ่ายแพ้ถูกจัดให้นั่งอยู่คนละฟากกับผู้ชนะ

            ผู้เข้าชมในรอบนี้มากกว่าคราวที่แล้วมากนักจนเนย่ารู้สึกประหม่า ไม่มีรินรินอยู่ข้าง ๆคอยเล่าอะไรต่อมิอะไรทำให้เธอคลายกังวลเนย่าจึงทำเพียงส่งสายตาเหนื่อยหน่ายไปให้รินรินที่นั่งอยู่อีกฝากสนามรับรู้

            “เธอต้องระวังตัวนะยายหนูความซวยเธอกำลังมาเยือนแล้ว” ชูม่ากระซิบสามวันที่ผ่านมาเขาแทบจะรอคอยวันนี้ไม่ไหว

            “พูดแบบนี้อีกแล้วนะ นี่เป็นแค่การทดสอบถ้าฉันไม่ผ่านไม่ชนะก็ไม่เสียใจหรอกน่า” แค่นี้เนย่าก็รู้สึกกดดันแทบแย่เพราะอาจจะต้องต่อสู้กับหลายๆ คนพร้อมกันซึ่งแม้จะฝึกซ้อมมาดีในระหว่างสามวันนี้ก็ยังไม่แน่ว่าจะผ่านไปได้สักกี่รอบ

            บรรยากาศสนามประลองวันนี้ดูแปลกไปกว่าเดิมในสนามมีสิ่งกีดขวางเพิ่มมากขึ้นจนดูรกตา แม้ว่าอาจารย์ซาร์เรียและมาดามรีรีนจะทำหน้าที่ประจำเหมือนอย่างเคยคือพาผู้ประลองลงสนามแต่สีหน้าก็ดูเคร่งขรึมจนเด็กหญิงหวั่นใจ

            “สวัสดีเด็ก ๆ และแขกผู้มีเกียติทุกท่านวันนี้ฉันในนามอาจารย์ใหญ่ของที่แห่งนี้อยากจะประกาศกติกาการประลองใหม่อีกสักรอบหนึ่งนั่นก็คือการประลองวันนี้จะเป็นแบบตะลุมบอนขอให้ผู้ชนะชั้นปีหนึ่งทุกคนลงสนามพร้อมกัน แล้วต่อสู้จนกว่าจะได้ชัยชนะมาผู้ใดเหลือรอดเป็นคนสุดท้ายท่านทูตดาร์ชิกจากแคว้นบาร์เรมบูมีรางวัลพิเศษจะมอบให้นั่นก็คือ 'อาภรณ์แยกวิญญาณ’ ซึ่งรางวัลชิ้นนี้มีเพียงหนึ่งเดียวในแคว้นของบาร์เรมบูเป็นของหายากและประเมินค่าไม่ได้ แต่ท่านทูตก็มีน้ำใจมาก จึงยกสิ่งนี้เป็นรางวัลให้แก่ผู้ชนะ” วันนี้กลับเป็นทรีบาสที่เป็นคนออกมาประกาศกฎกติกาใหม่และเนย่าแทบไม่อยากจะเชื่อว่าการประลองจะเพิ่มความยากลำบากขึ้นอีกเป็นสิบเท่า

            "เดี๋ยวสิท่านทรีบาสข้าไม่เคยพูดเลยว่าจะให้สิ่งนี้กับท่านนะ” ดาร์ชิกที่กำลังนั่งหน้าขรึมอยู่ข้าง ๆกันถึงกับหน้าถอดสีในทันทีเมื่อได้ยินถึงรางวัลของผู้ชนะที่เขาจะต้องมอบให้แก่การประลองนี้

            ของสำคัญของแคว้นเขาเชียวนะทำไมทรีบาสถึงพูดเอาแต่ใจนึกจะมาเอาไปยกให้ใครต่อใครก็ได้เช่นนั้นหรือ ที่สำคัญหากผู้ครองแคว้นบาร์    เรมบูทราบเรื่องเข้าว่าเขาเอาสิ่งสำคัญเช่นนี้มาเก็บไว้กับตัวล่ะก็ เขาต้องถูกทำโทษเป็นแน่

            “แต่ท่านรับปากข้าแล้วว่าจะมีของพิเศษมอบให้แก่ผู้ชนะเพียงแต่ท่านไม่ได้บอกว่าสิ่งใด และข้าก็คิดว่าของที่เหมาะสมแก่การประลองในครั้งนี้ที่สุดก็ต้องเป็นของที่คู่ควรแก่การเสี่ยงชีวิตขนาดนี้ นั่นก็คืออาภรณ์แยกวิญญาณที่ท่านนำมาด้วยก็แค่นั้นท่านไม่พอใจหรือ?” ทรีบาสย้อนถามคนที่ทำท่าอึกอัก 

            “ท่านมัดมือชกนี่นา” ดาร์ชิกตบโต๊ะดังผางเตรียมโวยแต่ถูกคนสนิทปรามไว้เสียก่อน นี่มันบ้าชัด ๆ อาภรณ์แยกวิญญาณคือของวิเศษที่สามารถใช้หักหาญพันธอาวุธของมังกรกับผู้ฟูมฟักได้ 

            ก็คือถ้าอาวุธจากเปลือกไข่ถูกแย่งชิงมา อาภรณ์จะทำให้อาวุธเหล่านั้นไม่ทำร้ายผู้ที่ยึดครองอยู่และยังมีอำนาจสูงในการขับไล่สิ่งชั่วร้ายอีกด้วย มันยังเป็นส่วนประกอบในการใช้ทำพิธีอีกหลายอย่างหากถูกยึดไป ผู้ครองแคว้นบาร์เรมบูคงไม่ปล่อยเขาไว้แน่

            “ไม่เลยดาร์ชิกข้าอยากให้ท่านได้รับรู้ว่าการไม่ให้ความร่วมมือและมาแสดงอำนาจเหนือแคว้นเซนเทียน่าฯในพื้นที่ของข้าท่านจะทำเช่นนั้นได้ก็ต่อเมื่อต้องมีของแลกเปลี่ยนที่สมน้ำสมเนื้อกันและข้าได้ให้สิทธิ์นั้นแก่ท่านแล้วที่จะเปลี่ยนกฎกติกาอะไรได้ตามใจชอบท่านอยากได้แบบรวดเร็ว ข้าก็ได้จัดการให้ ถึงเวลาที่ท่านต้องตอบแทนน้ำใจของข้าแล้วเช่นกันดาร์ชิก” ทรีบาสยกยิ้มอย่างสาใจ

            “นี่ท่าน” ดาร์ชิกเดือดดาลไม่เคยมีใครลูบคมเขาเช่นนี้มาก่อนที่สำคัญทรีบาสรับรู้ได้เช่นไรว่าเขามักจะพกอาภรณ์แยกวิญญาณไว้กับตัวเสมอแม้ว่ามันควรจะเก็บรักษาไว้ที่แคว้นบาร์เรมบูก็ตาม

            “ที่สำคัญอีกอย่างก่อนท่านกลับท่านต้องเซ็นหนังสือรับรองให้เด็กปีหนึ่งของเซนเทียน่าฯผ่านแคว้นท่านได้โดยไม่มีเงื่อนไขใด ๆ เรื่องรางวัลท่านรับปากเองว่าจะให้ก็ต้องให้จะได้ไม่ผิดคำพูดให้เป็นที่ครหาให้ถึงหูผู้ครองแคว้นบาร์เรมบูนะท่านดาร์ชิก” ทรีบาสกดเสียงต่ำพร้อมหยิบชาขึ้นมาจิบ 

            สำหรับทรีบาสแล้วแม้เขาจะเป็นแค่ผู้ปกครองโรงเรียนแห่งนี้แต่สำหรับในโลกเซนเทียที่รวมทุกแคว้นไว้ด้วยกันเขาคือหนึ่งในผู้อวุโสของสมาพันธ์ผู้ฟูมฟัก ถ้าหากจะเจรจาตกลงดี ๆตั้งแต่แรกไม่วางมาดยียวนท้าทาย เขาก็คงจะให้อภัยอยู่บ้างแต่เมื่อดาร์ชิกไม่ทำให้ถูกให้ควรเขาก็จะทำให้ได้รู้ว่าดาร์ชิกนั้นเล่นผิดคน

            “ย่อมได้ ถ้าท่านต้องการเช่นนั้น” ดาร์ชิกกัดฟันข่มความขมขื่นนี่เขาจะต้องเสียสิ่งสำคัญไปให้แคว้นเซนเทียน่าจริง ๆ เสียแล้วสินะแต่หากไม่ทำตามที่เคยพูดไว้เห็นทีความสุขสบายของเขาคงจะอยู่ได้อีกไม่นานเสียแล้ว

     

    อีกด้านหนึ่ง

            “ตะลุมบอนเหรอ บ้าไปแล้วสิบห้าคนรุมกันจนกว่าจะรอดคนสุดท้าย” เนย่ากลอกตาไปมาพร้อมเอามือทาบอก

            “ก็ดีนะ แบบนี้เราก็ยังช่วยกันได้” เซนดรินที่นั่งอยู่ข้าง ๆ เสนอ

            “ยังไง” เนย่าเอียงคอถาม

            “ร่วมมือกันต่อสู้กับพวกเก่ง ๆ ก่อนถ้ากำจัดหมดค่อยมาดวลกันตัวต่อตัวไง” เซนดรินเสนอแนวคิดต่อ ด้วยท่าทางสบาย ๆมันดีเสียอีกที่ไม่ต้องเลือกทำร้ายยายตัวเล็กนี่เพื่อชนะแล้วผ่านไปตีกับคนอื่นต่อหากรุมกันแบบนี้เขาก็สามารถเลือกที่จะปกป้องเนย่าได้ ตอนสุดท้ายมายอมแพ้ก็ไม่สายถ้าเป็นไปตามกติกาเดิมบางทีถ้าเขาเห็นเนย่าบาดเจ็บร้ายแรงควบคุมตัวเองไม่ได้กลายร่างขึ้นมาก็จะวุ่นวายไปกันหมด

            “ครั้งนี้ฉันเห็นด้วย” ฮาร์มสำทับอีกคนด้วยสีหน้าเรียบเฉย

            “เอาลาร์เฟียมาร่วมด้วยไหม” เนย่าเสนอ ถ้าจะร่วมมือกันสู้คนเยอะ ๆก็คงดีกว่า

            “ไม่ แค่เราสามคน” ฮาร์มตัดบท ยังไม่ทันที่เนย่าจะได้พูดอะไรต่อเสียงประกาศก็ดังขึ้นอีกรอบ

            “จากนี้ขอให้ทั้งสิบห้าคนลงสนาม” อีรอสประกาศอย่างเป็นทางการ กฎเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาจนเขาเองก็สับสนและไม่แน่ใจว่าอาจารย์ใหญ่ทรีบาสกำลังคิดอะไรอยู่การตะลุมบอนไม่เคยถูกนำมาใช้ในการประลองรูปแบบการตะลุมบอนคือการจำลองสงครามจริงขนาดย่อมที่ตั้งอยู่บนกฎข้อเดียวคือห้ามฆ่ากันเท่านั้นและอาจทำใครคนใดคนหนึ่งในกติกานี้บาดเจ็บสาหัสได้

            อีรอสรู้สึกเป็นห่วงเนย่าจริง ๆเพราะเด็กหญิงเป็นเพียงมนุษย์ที่เพิ่งจะได้ฝึกใช้พลังไม่นานอสุรเทวาในที่นี้ก็เกลียดมนุษย์เป็นทุนเดิมเธออาจจะเป็นเป้าหมายแรกที่ถูกรุมทำร้าย แม้จะมีฮาร์มและเซนดรินที่เป็นมังกรอยู่ด้วยในสนามทั้งคู่ก็ถูกจำกัดพลังให้อยู่เพียงในร่างของอสุรเทวาเท่านั้นการสู้กับจำนวนมากเช่นนี้ก็จะยิ่งเสียเปรียบถ้าทั้งคู่ไม่หันมาร่วมมือปกป้องเนย่าก็เท่ากับปล่อยให้เนย่าถูกรุมจนเกือบตายเป็นแน่

            รีสและชีน่าก็ลงสนามไม่ได้ถึงแม้ทั้งคู่จะเป็นอาวุธประทับร่างของเนย่าแต่หากทูตดาร์ชิกได้เห็นว่าเนย่ามีอาวุธมากกว่าหนึ่งอาจเป็นที่หมายตาและคงจะหาโอกาสแทรกแซงภารกิจเป็นแน่อย่างเช่นคราวประลองรอบของฮาร์มกับเซนดรินเพียงแค่เห็นว่าเนย่าใช้ธาตุได้ถึงสองธาตุ ก็ส่งคนมาเล่นงานเธอเสียแล้ว

            ชื่อเสียงความชั่วร้ายของดาร์ชิกในหมู่สมาพันธ์ผู้ฟูมฟักนั้นเป็นที่กล่าวขวัญถึงเรื่องปล้นอาวุธวิเศษจากผู้ฟูมฟักแม้ในหลักความเป็นจริงแล้วจะทำได้ยากยิ่งเพราะอาวุธจะไม่ยินยอมให้ผู้อื่นยึดครองโดยง่ายหากไม่ใช่เจ้าของที่แท้จริงและอาจส่งผลสะท้อนกลับคือทำร้ายผู้ที่พยายามช่วงชิงถึงตาย แต่ดาร์ชิกคือบุคคลที่ทำได้แต่ที่ยังไม่มีการลงโทษหรือจับได้สักครั้งเพราะไม่มีหลักฐานอะไรที่จะเอาผิดเขาได้เลย

            ครั้งนี้นับว่าเป็นความกดดันสำหรับอีรอสมากที่จะต้องประกาศออกไปหวังว่าจะไม่มีใครถูกทำร้ายกันจนเกือบตายในสนาม โดยเฉพาะเด็กมนุษย์ถ้ารีสกับชีน่ารู้ว่าเขาปกป้องเนย่าไม่ได้ล่ะก็คงโกรธเขามากแน่ ๆ

            แต่อีรอสก็ยังเชื่ออย่างมีความหวังว่าสิ่งที่ทรีบาสทำคงจะมีเหตุผลและสามารถปกป้องทุกคนได้เพราะไม่ช้าก็เร็วในสักวันหนึ่งสถานการณ์แบบนี้อาจจะไม่ได้อยู่ในแค่สนามประลองอีกต่อไป

            เด็กทุกคนต่างมองหน้ากันไปมาด้วยความสับสน ไม่แน่ใจถึงสถานการณ์ว่าใครจะลงมือก่อนกันเมื่อเห็นว่ามีการจับกลุ่มกัน หลายคนและหลายคู่ต่างพูดคุยข้อตกลงการแบ่งฝ่ายจึงเห็นได้ชัดยิ่งขึ้น

            “เอาไงดีล่ะยายหนู เลือกเป้าหมายไว้รึยัง” ชูม่าเอ่ยถามอย่างตื่นเต้น

            “จะเลือกยังไงล่ะชูม่า ทุกคนเป็นเพื่อนกันนะ” เนย่าหันไปมองรอบ ๆ ด้วยความลังเลเธอจะถูกใครเข้ามาโจมตีก่อนกันนะ สายตาทุกคนต่างจับจ้องมาที่เธอกันหมด

            “ไม่มีใครเห็นเธอเป็นเพื่อนหรอกยายหนูดูสายตาพวกนั้นก็รู้แล้ว เธอจะเป็นคนแรกเลยที่จะโดนบี้จนเละในสนาม” ชูม่ายังคงอธิบายสถานการณ์อย่างออกรส 

            “นายจะให้กำลังใจฉันบ้างได้ไหมเนี่ย” เนย่าถอนหายใจแรงเธอยิ่งกังวลอยู่ว่าจะโดนเล่นงานมาจากทางทิศไหนเธอจะเลือกใช้อาวุธอะไรมาป้องกันตัวและให้เพื่อน ๆ บาดเจ็บน้อยที่สุดดี

            “ไม่ต้องห่วงฉันจะช่วยเอง” เซนดรินเสริมบ้างตัวเขาเองก็ยังไม่เคยสู้กับคนจำนวนมากมาก่อน เห็นทีเขาจะต้องรอจังหวะให้มีคนโจมตีก่อนเพื่อเป็นการแยกเป้าหมายออกไปจากเนย่าบ้าง

            “ใครเข้ามาก็อย่าไปยั้งมือเลยถ้าไม่สู้เธอคงเจ็บตัวมากกว่าใครนะเนย่า” ฮาร์มเอ่ยสำทับอีก เขาเรียกง้าวอันธการมาไว้ในมือพร้อมแล้ว

            “เอาก็เอา ฉันไม่ยอมเจ็บตัวฟรีหรอก" เนย่าขับไล่ความกังวลทิ้งไปก่อนจะรวมจิตถือธนูไว้ในมือมั่น 

            “ต้องอย่างนี้สิยายหนู สุดยอดไปเลยข้าจะแสดงพลังของข้าให้เด็กผีพวกนี้ประจักษ์แก่สายตาว่าข้าคือคนที่เก่งที่สุดในการประลองนี้เลย ไอ้ลูกมังกรตัวไหนพุ่งเข้ามานะ ข้าจะพ่นไฟใส่ๆ ๆ ให้ไหม้เป็นจุณเลยคอยดู” ชูม่าทำท่าเบ่งกล้ามน้อย ๆ อย่างมั่นใจ เขาฝึกพ่นไฟมาแล้วและเขาก็จะทำมากกว่านั้นด้วยถ้ามันจำเป็น ถ้าไม่ถูกเด็กคนไหนจับไปได้เสียก่อนนะ

            “การประลองเริ่มขึ้น ณ บัดนี้” สิ้นคำประกาศเสียงกลองประโคมก็ดังขึ้นเป็นสัญญาณคล้ายกลองศึกเด็กทั้งสิบห้าคนเข้าตะลุมบอนกันอลหม่านบางกลุ่มสองคนสามคนผลัดกันบุกผลัดกันถอยโดยไม่มีใครยอมใคร 

            แต่…เนย่าคือเป้าหมายแรกที่ทุกคนต่างพุ่งมาหาติดแค่เพียงว่าทุกคนแย่งกันเพื่อถึงตัวเธอ จึงเกิดความวุ่นวายจนต้องหันไปต่อสู้กันเองเสียก่อน

    คล้ายกับเรื่องSantianamarir เซนเทียน่ามารีอาร์ 1 (ผู้ฟูมฟักจากโลกต้องห้าม) ที่คุณอ่าน