บทที่11
ท่านเ้าเมืองฟื้นแล้ว
เมื่อลืมตาขึ้นมาหยางจื้อเจ๋อก็พบกับแสงสว่างอีกครั้งแต่เป็แสงสว่างที่ส่องผ่านม่านหน้าต่างเข้ามาในห้องที่นอนอยู่เขากวาดตามองไปรอบห้องช้า ๆไม่สามารถหันหน้าได้ถนัดเนื่องจากรู้สึกเ็ปที่ต้นคออยู่ไม่น้อย
ห้องที่นอนอยู่นั้นมองแล้วรู้สึกไม่คุ้นตาเป็อย่างยิ่งทุกอย่างภายในห้องดูเหมือนจะไม่ใช่โลกปัจจุบันที่เขาเคยอยู่ทั้งรูปแบบการตกแต่งห้องที่แปลกตา ข้าวของเครื่องใช้ต่าง ๆดูแล้วนะจะเหมือนจวนของชนชั้นสูงในยุคโบราณมากกว่า
แต่ที่แปลกกว่านั้นก็คือเหตุใดอยู่ ๆเขามีมีอาการเหมือนคนได้รับาเ็ หรือว่าจะเป็เพราะเหตุการณ์รถชนพอคิดดูอีกครั้งก็รู้สึกว่ามันไม่น่าจะเป็ไปได้เพราะว่าเขาเองก็ตายไปแล้วและร่างก็ถูกฝังไปเมื่อสักครู่นี้ซึ่งเขาเห็นมันด้วยตาของตัวเอง
หยางจื้อเจ๋อพยายามยามยันตัวเองให้ลุกขึ้นนั่งแต่ทว่าความรู้สึกเจ็บจากแผลที่แขนทำให้ต้องอุทานออกมาคำหนึ่ง "โอ๊ย"
สาวใช้สองคนที่เฝ้าอยู่ภายในห้องเมื่อได้ยินก็รีบมาตามเสียงนั้นทันทีเมื่อมาถึงก็เห็นว่าผู้เป็นายฟื้นขึ้นมาแล้วจึงดีใจกันยกใหญ่สาวใช้นางหนึ่งวิ่งออกจากห้องไปประกาศเสียงดังลั่น
"ท่านเ้าเมืองฟื้นแล้วๆ" สาวใช้นางนั้นวิ่งไปะโเสียงดังได้ยินไปจนถึงคนที่เดินไปเดินมาอยู่หน้าจวนในที่สุดนางก็วิ่งไปจนถึงห้องรับรองที่มีหมอและองครักษ์ข้างกายของท่านเ้าเมืองนั่งคุยกันอยู่
"ท่านหมอท่านหัวหน้าองครักษ์กู้ ท่านเ้าเมืองฟื้นแล้วเ้าค่ะ" สาวใช้กล่าว
ทั้งสองได้ยินดังนั้นก็วิ่งมาที่ห้องนอนของเ้าเมืองทันทีเห็นเ้าเมืองฟื้นขึ้นมาแล้วจริง ๆ หัวหน้าองครักษ์กู้ก็ดีใจจนแทบจะร้องให้ออกมาส่วนหมอหนุ่มนั้นไม่รอช้ารีบจับดูชีพจรของเขาทันที
"ท่านเ้าเมือง…ท่านฟื้นแล้ว" หัวหน้าองครักษ์กู้กล่าวอย่างดีใจ
"อืม" หยางจื้อเจ๋อเล่นบทไปตามน้ำเพราะว่าเมื่อสักครู่ก่อนที่หมอกับหัวหน้าองครักษ์จะเข้ามานั้นความทรงจำของเ้าของร่างเดิมก็ได้พรั่งพรูเข้ามาในหัวของเขาแล้วแม้จะเป็เวลาเพียงชั่วครู่แต่ทว่าความทรงจำนั้นได้ถูกถ่ายทอดมาให้จนหมดรวมถึงสิ่งที่เขาจะต้องรับผิดชอบต่อจากนี้ด้วย
เ้าของร่างเดิมแท้จริงแล้วเป็ชายที่เขาพบก่อนหน้านี้ตอนที่ยืนดูพิธีศพของตนเองอยู่ที่สุสานบรรพชนตระกูลหยางเขาคือชายที่อยู่ในชุดนักรบที่เือาบคนนั้นเป็เ้าเมืองถู่หยางนามว่าเซียวป๋อเหวิน ชายหนุ่มอายุยี่สิบสี่ปีซึ่งได้รับการแต่งตั้งให้มาเป็เ้าเมืองที่เมืองถู่หยางแห่งนี้ได้สองปีแล้ว
เซียวป๋อเหวินเป็ขุนนางน้ำดีที่ถูกส่งมาจากเมืองหลวงที่ต้องมาที่เมืองถู่หยางก็เป็เพราะว่าสถานการณ์ที่เมืองเหนือละแวกนี้ไม่ค่อยดีนักถูกรุกรานจากพวกโจรูเาอยู่บ่อยครั้ง เป็ปัญหาที่ต่อเนื่องมายาวนานหลายปีแต่ทว่าก็ไม่มีผู้ใดสามารถจัดการได้เสียทีจนเซียวป๋อเหวินรู้สึกได้ว่าต้องมีเบื้องลึกเื้ัอยู่ไม่น้อยมิเช่นนั้นโจรูเาพวกนี้เหตุใดถึงได้เหิมเกริมมิหนำซ้ำยังอยู่มาได้ยาวนานถึงเพียงนี้
แท้จริงแล้วเซียวป๋อเหวินเป็ถึงบุตรคนเล็กของชินอ๋องพระอนุชาของฮ่องเต้มีความสามารถที่โดดเด่น เก่งทั้งบุ๋นและบู๊ทั้งยังมีใจที่จงรักภักดีและทำเพื่อชาวเมืองอย่างแท้จริงก่อนที่จะถูกส่งมาที่นี่ฮ่องเต้ทรงตรัสถามเขาแล้วว่าเขาไม่้าตำแหน่งที่ใหญ่กว่านี้จริงหรือนี่เป็เพียงตำแหน่งเ้าเมืองในเมืองชายแดนเล็ก ๆ เท่านั้นคงไม่สมเกียรติของเขาแต่เขาก็เป็คนยืนยันเองว่าเขาจะมาที่นี่และจัดการกับปัญหาโจรูเาเหล่านี้ให้ได้
เมื่อมาอยู่ที่นี่แล้วเขาก็ดูแลเมืองถู่หยางเป็อย่างดีสร้างกองกำลังทหารที่แข็งแกร่งขึ้นมาถึงแม้ว่าจะมีกำลังไม่มากแต่ทว่าก็มีฝีมืออยู่ไม่น้อยตลอดสามปีที่ผ่านมาก็สามารถปกป้องเมืองถู่หยางกับเมืองในละแวกนั้นให้ปลอดภัยจากการรุกรานของพวกโจรูเาได้
แต่มาปีนี้พวกโจรูเามีมากมายหลายเท่าตัวจนกองกำลังของเขาไม่สามารถต้านทานไหวแต่กระนั้นเขาก็ยังไม่ยอมแพ้นำกองกำลังบุกกำจัดพวกโจรูเาต่อไปจนครั้งนี้ถึงได้เสียทีกลับมาได้รับาเ็สาหัสหมดสติไปก็หลายวันจนในที่สุดก็เสียชีวิตลงโดยที่มีิญญาของหยางจื้อเจ๋อมาเข้าร่างแทน
"เป็อย่างไรบ้างขอรับท่านหมอหลิว" หัวหน้างองครักษ์กู้เอ่ยถาม
หมอหนุ่่มถอนมือออกจากแขนข้างที่จับชีพจรก่อนจะถอนหายใจเบาๆ อย่างโล่งอก "ชีพจรเต้นปกติแล้วนอกจากอาการาเ็ที่แผลภายนอกก็ไม่มีอะไรน่าเป็ห่วง ทุกอย่างปกติดี"
"ท่านหมอหลิวจะเขียนเทียบยาเลยหรือไม่ขอรับข้าจะได้ออกไปซื้อ" หัวหน้าองครักษ์กู้กล่าวอย่างกระตือรือร้น
หมอหลิวยกมือขึ้นห้าม "ไม่ต้องหรอกเื่ดูแลเขาให้เป็หน้าที่ของข้าเองรบกวนหัวหน้าองครักษ์กู้ไปบอกเด็กที่บ้านข้าว่าให้เขาปิดร้านต่อไปหากผู้ใดมาถามบอกว่าข้ายังไม่กลับมา"
"รับทราบขอรับ" หัวหน้าองครักษ์กู้รับคำแล้วเดินออกไป
"พวกเ้าเองก็ออกไปเถอะข้ามีเื่สำคัญต้องพูดคุยกับท่านเ้าเมือง" หมอหลิวหันไปบอกกับสาวใช้อีกสองคนที่ยืนอยู่ใกล้กับประตูสาวใช้ได้ยินคำสั่งแล้วก็เดินออกไปแต่โดยดีและปิดประตูให้อย่างมิดชิด
เ้าของร่างเดิมกับหมอหลิวนั้นเป็สหายกันั้แ่ก่อนที่เขาจะย้ายมาอยู่ที่เมืองถู่หยางแล้วหมอหลิวเข้าไปร่ำเรียนวิชาแพทย์ที่เมืองหลวงพบกับเซียวป๋อเหวินที่โรงเตี้ยมที่เขาพักอยู่และด้วยอายุที่ไล่เรี่ยกัน ความคิดความอ่านที่คล้าย ๆ กัน ทั้งยังสามารถปรึกษาปัญหากันได้ทุกเื่จึงทำให้เซียวป๋อเหวินกับหลิวซ่างเอินสนิทสนมกันทั้งสองไม่ได้คบสหายมากมายสำหรับเซียวป๋อเหวินนอกจากทหารของเขาแล้วก็มีหมอหลิวนี่แหละที่เขาสนิทที่สุดส่วนหมอหลิวนั้นไม่ได้มีสหายผู้อื่นเลยนอกจากเซียวป๋อเหวินดังนั้นพอได้ยินว่าเซียวป๋อเหวินจะย้ายมาเป็เ้าเมืองที่เมืองถู่หยางนั้นเขาก็ดีใจเป็อย่างมาก
และครั้งนี้ตอนที่เซียวป๋อเหวินได้รับาเ็นั้นหมอหลิวที่เดินทางไปรักษาผู้ป่วยอยู่ที่หมู่บ้านไกลออกไปก็รีบกลับมาแต่กว่าจะเดินทางกลับมาถึงเมื่อถู่หยางก็กินเวลาไปสามวันหากชาวบ้านไม่ลือกันว่าท่านเ้าเมืองได้รับาเ็เขาก็คงยังไม่รู้เื่เป็แน่
"หากข้าไม่กลับมาเ้าก็ไม่ฟื้นอย่างนั้นหรือช่างเป็คนเอาแต่ใจเสียนี่กระไร" หมอหลิวกล่าวเป็เชิงหยอกล้อ
"ข้าเอาแต่ใจที่ไหนกันผู้ใดจะไปรู้เล่าว่าตนเองจะฟื้นขึ้นมาเมื่อใด" เซียวป๋อเหวินกล่าวพร้อมทำหน้านิ่วคิ้วขมวด
"เอาเถอะเ้าคงจะขยับตัวไปไม่ได้อีกหลายวัน ่นี้ข้าจะเป็คนดูแลแผลของเ้าเองเ้าวางใจได้" หมอหลิวกล่าว
"ขอบคุณมากลำบากเ้าแล้ว" เซียวป๋อเหวินพยักหน้าที่ขยับได้เพียงน้อยนิดให้เขา
คำพูดของเซียวป๋อเหวินทำเอาหมอหลิวชะงักไปครู่หนึ่ง "ขอบคุณอย่างนั้นหรือปกติแล้วเ้าน่าจะพูดว่า แน่นอนอยู่แล้วมันเป็หน้าที่ของเ้า เช่นนี้มิใช่หรือ"
"เ้าอย่าได้ถือสาเลยน่า" เซียวป๋อเหวินรีบบ่ายเบี่ยงเพราะเพิ่งรู้ตัวว่าคำพูดเมื่อสักครู่มิใช่แบบที่เ้าของร่างเดิมเคยพูดกับสหาย
"สงสัยว่าที่ศีรษะคงจะได้รับการกระทบกระเทือนถึงได้ไม่เหมือนเดิมเอาเป็ว่าเ้าพักผ่อนเถอะ เดี๋ยวข้าจะกลับไปที่บ้านเตรียมยามาให้" หมอหลิวว่าพลางลุกขึ้นจัดแจงเครื่องแต่งกายของตัวเองก่อนจะเดินออกจากห้องไป
"อืม" เซียวป๋อเหวินส่งเสียงตามหลัง
บรรยากาศในห้องกลับมาเงียบอีกครั้งเซียวป๋อเหวินเริ่มคิดพิจารณาตนเองภารกิจที่เขาได้รับจากเ้าของร่างเดิมนั้นยิ่งใหญ่นักไม่ใช่เพียงแค่เป็เ้าเมืองดูแลเมืองถู่หยางเท่านั้นแต่ทว่านี่หมายถึงการทำายิ่งเมื่อทบทวนสิ่งที่เ้าของร่างสืบมาได้นั้นยิ่งแน่ใจเข้าไปอีกว่าแคว้นของศัตรูมีส่วนร่วมกับโจรูเาอีกไม่นานต้องมีาอย่างแน่นอน เมื่อถึงตอนนั้นเขาจะทำอย่างไรเขาเป็เพียงแค่นักแสดงคนหนึ่งไม่ใช่นักรบเสียหน่อย
"เซียวป๋อเหวินเหตุใดท่านไม่ไปเลือกผู้อื่นเล่า เหตุใดจึงต้องเป็ข้าด้วย" เขาบ่นพึมพำ