สาบคน

    บทที่ 46 แชะ!

           บทที่ 46 แชะ!

            ทหารกลายพันธุ์ทั้งห้ากระชับปืนไรเฟิลจู่โจมสมัยใหม่รุ่น QBZ-191 อยู่ในมือ ทว่าบนหลังของหุ่นยนต์สงครามรูปร่างคล้ายสุนัขทั้งห้าตัวนั้น ติดตั้งปืนซุ่มยิงความแม่นยำสูงรุ่น QBU-191 ที่มีลำกล้องยาวและหนาพิเศษ

            แต่นอกจากหนึ่งแล้ว ไม่มีใครสังเกตเลยว่า หุ่นยนต์รูปร่างคล้ายสุนัขเหล่านั้น หยุดเคลื่อนไหวตั้งแต่ที่พวกเขาเดินเข้ามาแล้ว แม้แต่ทหารพวกนั้นก็ตาม

            ฮ่าวจิงจิง ฮ่าวเหม่ยจิง และเฉินยู่ฉิง ถูกมัดมือไพล่หลังรวมถึงพันธนาการข้อเท้าอย่างหนาแน่น ทั้งสามคนนอนคุดคู้อยู่บนพื้นดินอันเย็นยะเยือก โดยมีพวกมันคนหนึ่งยืนถือปืนคุมเชิงอยู่ตลอดเวลา 

            ฮ่าวจางสบตากับหนึ่ง ก่อนจะยกถุงกระสอบที่บรรจุปืนชูขึ้นพลางตะโกนเป็นภาษาของเขา

            “ปืนทั้งหมดอยู่นี่แล้ว! ปล่อยตัวผู้หญิง แล้วมาเอาไป!” ร่างของหญิงสาวทั้งสามที่นอนเกลือกกลิ้งคลุกฝุ่น กัดฟันฝืนกลั้นไม่ให้เสียงร้องไห้หลุดรอดจากปาก มีเพียงน้ำตาที่ไหลอาบแก้มด้วยความคับแค้นและเจ็บปวดใจ ที่ตนเองกลายเป็นภาระทำให้หมู่บ้านต้องยอมสยบ 

            “พวกแกมีสิทธิ์อะไรมากำหนดเงื่อนไข” ชายผู้เป็นหัวหน้ากลุ่มถ่มน้ำลายลงพื้น สายตาที่มองมาแสดงความเหยียดหยามอย่างเปิดเผย มันหันมองฮ่าวจาง

            “แล้วคนที่มาพร้อมกับแกล่ะ ไอ้สวะจากกุ้ยโจวพวกนั้น” ฮ่าวจางข่มกลั้นโทสะ หันไปพยักหน้ากับออด

            ออดป้องปากส่งเสียงตะโกนก้องไปรอบด้านทุ่งหญ้าแห้งตาย “ เฮ้ยๆ... ออกมาได้แล้ว! ออกมาหาลูกพี่ใหม่ของพวกเอ็งได้แล้ว!” สิ้นเสียงของชายชรา กลุ่มชาวบ้านผู้ลี้ภัยกุ้ยโจวกว่าร้อยชีวิตรวมถึงคนดั้งเดิมของหนองนกเอี้ยง ทยอยเดินฝ่าดงหญ้าสูงออกมาล้อมรอบลานกว้าง ทุกคนเดินมาด้วยตัวเปล่า สองมือแบออกแสดงชัดเจนว่าไม่มีอาวุธแม้แต่ชิ้นเดียว 

            “มาหมดทั้งหมู่บ้านเลย! คนพื้นเมืองก็มาด้วย เอ็งอยากได้ก็เอาไปให้หมดเลย อยู่ไปก็รำคาญลูกตาข้า!” 

            “ส่วนนังหนูพวกนั้น เอ็งจะเอาไปทำอะไรก็เอาไปเถอะ แต่อย่าไปตัดเป็นชิ้นๆ ก็พอ ข้ายอมทุกอย่างแล้ว” ออดพูดเสียงสั่น ทหารทั้งห้าคนหันมองหน้ากัน ด้วยท่าทางกระหยิ่มยิ้มย่อง

            “งานง่ายๆ ก็แค่ชาวบ้านธรรมดา” หัวหน้ากลุ่มกล่าว

            ทหารสามนายก้าวเท้าเดินจ้องปืนตรงเข้าหาออด หนึ่ง และฮ่าวจาง ด้วยท่าทีระมัดระวัง โดยมีตัวหัวหน้าประทับปืนเตรียมพร้อมอยู่ด้านหลัง 

            “ส่งมา! อย่าเล่นตุกติก!” พวกมันกระชากถุงกระสอบที่บรรจุปืนเหล่านั้น แล้วถอยเว้นระยะห่างออกไปอย่างไม่ประมาท ก่อนตรวจดูด้านใน

            “นี่คือทั้งหมดของพวกแกแล้วเรอะ” หัวหน้าตวาดถามเสียงกร้าว แต่ไม่มีใครตอบ และมันเองก็ไม่ได้ใส่ใจจะฟังคำตอบด้วยซ้ำ สายตาจับจ้องไปที่เชลยนับร้อยที่อยู่ตรงหน้า

            ทหารสามนายนั้นคว้าปืนที่อยู่ในถุงกระสอบขึ้นมาตรวจ โดยมีหัวหน้ากลุ่มประทับปืนเตรียมพร้อม และอีกคนก็ยังคุมตัวประกันเช่นเดิม

            “พวกแกนี่มันซื่อบื้อดีจริง อุตส่าห์ใส่กระสุนมาให้เต็มแมกกาซีนทุกกระบอกเลย หรือจะเรียกว่าโง่ดีนะ” ทหารสามนายที่เลือกปืนออกจากถุงกระสอบหัวเราะร่า พลางกระชากคันรั้งลูกเลื่อนปืนในมือพร้อมกัน 

            แกร๊ก! แกร๊ก! แกร๊ก!

            “แรงงานพวกนี้ กองทัพของเราจะรับไว้เอง ส่วนพวกแกที่เป็นกลุ่มผู้นำ ขืนปล่อยไว้คงเป็นผลเสียต่อการควบคุม ตายซะเถอะ” หัวหน้าโบกมือให้สัญญาณ

            แชะ! แชะ! แชะ!

            เสียงเหนี่ยวไกปืนสามกระบอกดังขึ้นพร้อมกันบนลานกว้าง ทว่ากลับไม่มีกระสุนพุ่งออกจากลำกล้องแม้แต่นัดเดียว! มีเพียงความเงียบงันและสีหน้าท่าทางที่แสดงความสงสัยของพวกมัน 

            โพล๊ะ!!! 

            ร่างของทหารที่ยืนถือปืนคุมตัวประกันก็สะท้านเฮือก ทรุดลงไปกองกับพื้น หัวของมันถูกกระสุนความเร็วสูงเจาะทะลวงจนระเบิดกระจายหายไป

            เปรี้ยง!

            ก่อนที่หัวหน้ากลุ่มจะทันได้ขยับตัว หินขนาดเท่ากำปั้นก้อนหนึ่ง พุ่งมาจากกลุ่มชาวบ้านที่ยืนรวมตัวกันอยู่ แรงปะทะมหาศาลกระแทกเข้าแสกหน้าของมันอย่างจังจนผงะหงายตึงลงไป  

            ทหารสามคนรีบทิ้งปืนที่ยิงไม่ได้ อาวุธประจำกายถูกตวัดขึ้น แต่สายไปเสียแล้ว หนึ่งและฮ่าวจาง โผเข้าถึงตัวพวกมันสองคนอย่างรวดเร็วปานสายฟ้าแลบ 

            ออดถึงแม้จะช้ากว่าแต่ก็ยังไม่พลาด หมัดที่กำแน่นเหวี่ยงเข้าครึ่งปากครึ่งจมูกของคู่ต่อสู้จนหน้าหงาย

            “ฮ่าฮ่าฮ่า เป็นไงมหาอุดของพวกกู ฟันไม่เข้า ยิงไม่ออกเลยไหมล่ะ!” ออดแผดเสียงพลางหัวเราะร่า

            แต่พวกมันก็สมกับเป็นทหารอาชีพที่ผ่านการกลายพันธุ์ ร่างกายใหญ่โตแข็งแรงและได้รับการฝึกฝนมาอย่างดี แม้จะเพลี่ยงพล้ำในจังหวะแรกแต่ก็ยังกัดฟันตั้งหลัก พยายามฝืนสู้กับทั้งสามคนได้อย่างทรหด 

            ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าของชาวบ้านนับร้อยก็ควบตะบึงถาโถมเข้ามา

            ตัวหัวหน้าที่เลือดไหลพรั่งพรูออกจากรูจมูกที่หักยุบบิดเบี้ยวจากก้อนหินปริศนา ลุกขึ้นมาคลานสี่เท้า ร้องตะโกนลั่นผ่านเครื่องสื่อสาร 

            “กัวฟู่!! สั่งหุ่นยนต์หมายิงถล่มพวกมันสิวะ! มัวทำอะไรอยู่!” 

            “จะยิงตอนนี้... กระสุนมันก็โดนพวกแกเข้าด้วยน่ะสิ” เสียงเยือกเย็นและเรียบนิ่งดังแทรกขึ้นมาจากดงหญ้าแห้ง 

            “แต่มันก็คงทำไม่ได้แล้วล่ะ... ไอ้คนที่ชื่อกัวฟู่อะไรของแกน่ะ ตายก่อนเพื่อนเลย นอนหัวแบะเป็นศพเฝ้าหลังคาตึกโน่นไปแล้ว” ไนซ์ เดินสะพายปืนซุ่มยิงทั้งสองกระบอกก้าวออกมาจากมุมมืด พลางชี้ให้ดูรอยเลือดสีแดงฉานที่ไหลนองลงมาจากขอบหลังคาของตึกแห่งหนึ่ง ส่วนในมือซ้ายของไนซ์ถือแท็บเล็ตซึ่งเป็นตัวควบคุมหลักของฝูงหุ่นยนต์สุนัขทั้งหมดเอาไว้! 

            ก่อนที่เจ้านั่นจะทันได้เอ่ยปากโต้ตอบหรือสั่งการใดๆ ผู้คนกว่าร้อยชีวิตที่มันเคยหวังจะต้อนไปเป็นเชลยหรือแรงงานทาสก็กรูเข้ามาถึง สายตาของชาวบ้านชายหญิงเหล่านั้นเผยแววคลุ้มคลั่งและเคียดแค้น พวกเขาพากันวิ่งโถมเข้าใส่ร่างของทหารทั้งสี่นายที่ยังไม่ทันตั้งหลักในทันที! 

            ไนซ์แก้มัดให้ฮ่าวจิงจิง ในขณะที่กานต์กำลังช่วยเหลือฮ่าวเหม่ยจิง ส่วนเฉินยู่ฉิงได้รับอิสระและอยู่ในอ้อมกอดของพ่อและแม่แล้ว

            เสียงหวีดร้องโหยหวนอย่างเจ็บปวดทรมานของทหารทั้งสี่ ดังสุดเท่าที่มนุษย์จะส่งเสียงได้ ท่ามกลางชาวบ้านกว่าร้อยชีวิตที่ไม่มีใครส่งเสียงใดๆ ออกมาเลยแม้แต่คำเดียว ทุกคนก้มหน้าก้มตาใช้มือเปล่าฉีกทึ้งเนื้อหนัง ร่างกายของทหารทั้งสี่ทีละชิ้น แขนขา ถูกกระชากจากร่างโยนปลิวว่อนออกมาจากวงล้อมของฝูงชนอย่างน่าสยดสยอง! 

            ทุกคนตกอยู่ภายใต้เครือข่ายจิตสำนึกร่วมที่บงการโดยฟีโรโมนนางพญาผึ้งของฝนอย่างเต็มใจ ทุกการกระทำประสานสอดรับกันอย่างพร้อมเพรียงตั้งแต่ก้าวแรกที่พวกเขาเข้ามาที่นี่แล้ว

            โจวต้าซาน มองหน้าไนซ์ด้วยอาการตะลึง ขณะที่ได้รับแท็บเล็ตควบคุมหุ่นยนต์

            “ไนซ์ เธอต้องหาวิธีป้องกันการโดนแฮกคืนจากค่ายใหญ่ของมันด่วนเลย!”

            “ถ้าพวกมันที่ค่ายใหญ่รู้ตัวว่าหน่วยย่อยนี้ตายหมด พวกมันต้องรีโมทผ่านสถานีส่งสัญญาณวิทยุกำลังสูงมาล็อก หรือเรียกหมาพวกนี้กลับไปแน่ อาจจะสั่งโจมตีเราได้เลยด้วย”

            “ผมจะรู้เรื่องแบบนี้ดีกว่านายช่างโจวได้อย่างไร นายช่างรับไปดูแลเถอะ”

            “โธ่เอ้ย เอาวะ!” โจวต้าซานสบถ พลิกแท็บเล็ตในมือดูแผงวงจรด้านหลังอย่างรวดเร็ว สมองของวิศวกรกุ้ยโจวทำงานอย่างหนักแข่งกับเวลา เขาตวัดสายตาไปมองฝูงหมาเหล็กทั้งแปดตัวที่บัดนี้ยืนนิ่ง ไฟสัญญาณสีฟ้าบนหัวของพวกมันกำลังกะพริบถี่ขึ้นเรื่อยๆ แสดงว่าสถานีวิทยุแรงส่งสูงจากค่ายใหญ่กำลังพยายามสแกนหาและซิงค์สัญญาณคลื่นความถี่ เพื่อระบุพิกัดหน่วยย่อยที่ขาดการติดต่อ 

            “พี่หนึ่ง! น้าออด! สั่งให้คนหักเสาอากาศสั้นๆ สีดำทิ้งเร็ว! อยู่ตรงตูดของหมาห้าตัวที่ติดปืน ส่วนไอ้ตัวที่แบกของกล่องใหญ่ข้างหลังนั่น มันมีกล่องทวนสัญญาณคลื่นวิทยุภาคพื้นดินติดอยู่ ทุบมันให้พังเดี๋ยวนี้เลยครับ!” 

            โจวต้าซานตะโกนพลางทรุดตัวลงนั่งคุกเข่า แกะฝาครอบบอร์ดควบคุมของแท็บเล็ตออกอย่างเร่งรีบ

            เด่นและกานต์รวมถึงชาวบ้านที่อยู่ใกล้ที่สุดไม่รอช้า พวกเขาทุบทำลายเสาสัญญาณวิทยุท้ายลำตัวหุ่นยนต์สุนัขทันที เสียงวงจรรีเซพเตอร์แตกหักดังสนั่น ไฟสัญญาณสีฟ้าที่เคยกระพริบถี่ๆ บนส่วนหน้าของมันดับวูบลงในพริบตา เหลือเพียงระบบประมวลผลภายในตัวของมันเอง 

            “เรียบร้อยช่างโจว! ทุบไอ้ดำๆ พังไปหมดแล้ว!” เด่นตะโกนบอก 

            โจวต้าซานใช้ไขควงปลายแหลมจิ้มสับเปลี่ยนสายแพเชื่อมต่อสัญญาณของหน้าจอแท็บเล็ตใหม่เพื่อบังคับให้ระบบตัดโหมดเชื่อมต่อวงนอกอย่างถาวร เมื่อหน้าจอเปลี่ยนเป็นสีเขียวและขึ้นคำสั่งควบคุมภายในท้องถิ่น เขาก็ทรุดตัวลงนั่งขัดสมาธิกับพื้น สูดหายใจเข้าลึกพลางปาดเหงื่อที่ไหลเข้าตา 

            “สำเร็จ... คลื่นวิทยุจากค่ายใหญ่เจาะเข้ามาไม่ได้แล้ว ตอนนี้พวกมันแย่งการควบคุมคืนไม่ได้แน่นอน ต่อไปคือกดล้างรหัสเฟิร์มแวร์เก่าของกองทัพทิ้งไปให้หมด แล้วลงระบบภาษาใหม่ ทีนี้แหละเชื่องเป็นหมาจริงๆ เลย” 

            ฮ่าวจางและแฝดสาวที่กำลังกอดกันกลมด้วยความดีใจ ต้องสะดุ้งเมื่อเสียงออดตะโกนอยู่ข้างหู

            “ไปๆๆ กลับบ้านกันก่อนโว้ย ต้องรีบไปใส่เข็มแทงชนวนกันอีก ไม่งั้นค่ายใหญ่ไอ้พวกนี้บุกมา พวกเอ็งต้องเอาปืนไล่ฟาดมันกันละนะ โอ๊ยไอ้หมาเหนือ ลงไป”

            เหนือที่กระโจนขึ้นขี่บนคอของออดหัวเราะฮี่ๆ ในมือของเขายังมีก้อนหินขนาดเขื่องอยู่อีกก้อน