ตอน ปฏิบัติการรัก
เมื่อรักร้อยได้อยู่ที่ไร่ดินเดียวสมใจอยาก หญิงสาวรีบโทรรายงานความคืบหน้าให้นายพันบุญผู้เป็บิดาทราบทันที
“พ่อพัน หนูร้อยอยู่ที่ไร่ดินเดียวแล้วนะจ้ะ แต่ยังไม่เจอคุณเอกดนูเลย”
เสียงแจ้วๆ เหมือนนกแก้วเอื้อนเอ่ยกับบิดาด้วยน้ำเสียงออดอ้อน เป็สิ่งที่รักร้อยชอบทำเวลาอยู่กับคนในครอบครัว กับคนนอกอย่าหวังว่าใครจะได้ยินเธอพูดแบบนี้
“หนูร้อย คุณเต้กับคุณกรวรรณเขาย้ายเข้ามาอยู่ที่บ้านแล้วนะ” พ่อพันเอ่ยถึงเตโชทายาทลำดับที่สองของเ้าสัวเกริก “เหลือเวลาอีกไม่มากแล้วนะลูก หนูต้องเร่งมือหน่อย หาทางเกลี้ยกล่อมคุณเอกดนูให้ได้ พ่อไม่อยากให้คุณเต้เข้ามาจัดการมรดก คุณกรวรรณก็ทำท่าเหมือนจะเข้ามาวุ่นวายในบ้าน แกเอาคนของแกมาดูแลอะไรจนวุ่นไปหมด แม่วีของหนูร้อยเขาอึดอัดใจจนไม่รู้จะทำยังไงแล้ว”
พ่อพันรายงานเื่ราวในบ้านให้ลูกสาวฟังด้วยน้ำเสียงหนักใจ สถานการณ์ภายในบ้าน เริ่มวุ่นวายเมื่อกรวรรณเ้ากี้เ้าการหนักแบบนี้ ยามที่เ้าสัวเกริกมีชีวิตกรวรรณไม่กล้าเข้ามาวุ่นวายในบ้านเพราะเกรงบิดานักหนา อีกทั้งตัวเธอเองไม่ใช้ลูกแท้ๆ แต่เป็เด็กที่ภรรยาเ้าสัวขอมาเลี้ยงจึงไม่กล้ามีปากเสียงอะไร หลังจากเ้าสัวสิ้นไปกรวรรณได้รู้ว่าลูกชายตัวเอง มีสิทธิ์ในกองมรดก ถ้าหากเอกดนูไม่ยอมทำตามเงื่อนไขของพินัยกรรมมรดกจะตกเป็ของเตโชทันที นั่นทำให้กรวรรณมั่นใจว่ามรดกทั้งหมดของเ้าสัวจะต้องตกเป็ขอลูกชายตัวเองแน่นอน เพราะรู้ดีว่าเอกดนูไม่มีวันกลับมารับมรดกของผู้เป็ปู่
“คุณเอกดนูไปดูงานที่เมืองนอกกว่าจะกลับเป็เดือน ตอนนี้หนูต้องอยู่รอเขากลับมาอย่างเดียว ทำอะไรไม่ได้มากค่ะพ่อ” รักร้อยหนักใจไม่แพ้พ่อพัน หากเอกดนูอยู่ที่นี่เธอคงจัดการให้เขาทำตามเงื่อนไขได้ไม่ยาก
“เอ... คุณเอกดนูเขาไปั้แ่เมื่อไหร่ คนของเราที่ให้ตามไปดูแล บอกว่าคุณเอกดนูอยู่ที่ไร่ตลอดไม่ได้ไปไหนเลย”
เ้าสัวเกริกสั่งให้นายพันบุญซึ่งเป็หัวหน้าบอดี้การ์ด จัดคนมาเฝ้าดูแลอารักษาหลานชายของท่านอย่างลับๆ มาร่วมห้าปี โดยส่งมาเป็คนงานในไร่ รวมถึงคอยติดตามเอกดนูตลอดเวลา เพราะเกรงจะถูกศัตรูทางธุรกิจส่งคนมาลอบทำร้าย เหมือนที่ลูกชายทั้งสองของท่านโดน เื่นี้มีเฉพาะเ้าสัวเกริกกับบอดี้การ์ดคนสนิทเท่านั้นที่รู้
“หมายความว่ายังไงคะพ่อ ก็นายหนึ่งเพื่อนของคุณเอกดนู บอกหนูร้อยว่าคุณเอกดนูไม่อยู่ นี่แปลว่าเขาโกหกหนูร้อยหรือคะ”
รักร้อยชักหน้าตึง สิ่งที่พ่อพันบอกทำให้เธอนึกถึงใบหน้าหล่อเหลาของชายหนุ่มชื่อหนึ่งอย่างโมโห เขาบอกเธอว่าทำงานเป็ผู้จัดการไร่ของเอกดนู ตกลงว่าเขากับไอ้เหยินกำลังรวมหัวหลอกเธอใช่ไหม ไอ้เหยินส่งเพื่อนรูปหล่อมาหลอกเธอให้หัวปั่นส่วนตัวเองแอบซ่อนตัวไม่ยอมมาพบ แบบนี้มันน่าซัดให้ฟันหักเสียจริง มือบางกำโทรศัพท์แน่นตามอารมณ์ที่คุกรุ่น
“คนของเราไม่เคยรายงานผิดพลาด ยังไงหนูก็ลองติดต่อคนของเราที่อยู่ในไร่ดูก่อนนะ บางทีเขาอาจจะรู้เื่นี้ก็ได้”
คำแนะนำของพ่อพันทำให้รักร้อยต้องวางแผนใหม่ สิ่งแรกที่เธอต้องทำคือการติดต่อกับคนของพ่อ เพื่อให้ช่วยตามหาเอกดนู อย่างน้อยพวกนั้นก็เคยเห็นหน้าเอกดนูมาก่อน
“พ่อขา หนูร้อยอยากได้รูปถ่ายของนายเอกดนู พ่อพันมีไหมจ้ะ”
“พ่อไม่มีรูปคุณเอกดนูหรอกลูก แต่คนของเราคงมี ไว้หนูเจอเขาก่อน ค่อยบอกให้เขาเอาให้ดูนะลูก”
“อย่างนั้น พ่อโทรไปบอกคนของเราให้มาพบหนูด้วย หนูอยากคุยอะไรด้วยสักหน่อย”
“ได้สิลูก พ่อจะโทรเดี๋ยวนี้เลย หนูก็ระวังตัวไว้หน่อยนะลูก อยู่ต่างถิ่นไม่ใช่บ้านเรา” คนเป็พ่อเอ่ยเตือนลูกสาวด้วยความห่วงใย ก่อนจะวางสายไปเพื่อจัดการตามที่ลูกสาว้า
////
“เต้ เราจะปล่อยให้ยายร้อย แต่งงานกับลูกชายอาเกียรติชัยไม่ได้นะ สมบัติของคุณตาจะตกเป็ของมันหมด” กรวรรณเอ่ยกับลูกชายหลังจากแอบได้ยินนายพันคุยโทรศัพท์กับรักร้อย
เตโชขยับลุกจากโซฟา ร่างสูงเพรียวของชายหนุ่มเดินไปยืนพิงไหล่กับขอบหน้าต่าง ทอดสายตามองไปยังสนามหญ้าสีเขียวสดนอกหน้าต่าง ดวงตายาวเรียวตามชาติพันธุ์ฝ่ายบิดาวาบไหว เ้าตัวใช้ปลายนิ้วชี้ลูบจมูกโด่งเป็สันคมของตัวเองไปมาอย่างครุ่นคิด ริมฝีปากบางได้รูปเหมือนผู้หญิงเม้มเล็กน้อย เมื่อคิดถึงหญิงสาวที่มารดาเอ่ยถึง ‘รักร้อย’ เ้าหล่อนคือผู้หญิงที่ทำให้หัวใจของเขาสั่นไหว เขาพยายามทำทุกวิธีให้เธอสนใจเขา แต่ยิ่งเขาเข้าใกล้เธอยิ่งถอยห่างทำท่ารังเกียจรำคาญเหมือนเขาเป็มดปลวก ต่างจากผู้หญิงหลายคนที่เขาเคยเจอ แค่โปรยยิ้มนิดเดียวก็พร้อมจะวิ่งมาซบแทบเท้าแล้ว แต่รักร้อยกลับเมินเฉยต่อเขา เตโชนึกถึงใบหน้าหวานๆ ของเธอแล้วใจเต้นรัว หากเธอตกเป็ของเอกดนูเขาจะทนได้หรือ
“ผมไม่ยอมให้เื่แบบนี้เกิดขึ้นเด็ดขาด”
เตโชหันกลับมามองหน้ามารดา แววตาของชายหนุ่มวาวกล้า ยืนยันสิ่งที่พูด คนเป็แม่ยิ้มออกคลายใจไปอีกเปลาะ อย่างน้อยลูกชายของเธอก็ได้ดั่งใจ
“ตอนนี้ยายร้อย เดินทางไปพบไอ้เอกดนูที่เชียงใหม่แล้ว ถ้าไอ้เอกดนูมันเจอยายร้อย มันอาจเปลี่ยนใจยอมทำตามพินัยกรรมก็ได้” กรวรรณใส่เชื้อไฟในใจลูกชายต่อ เธอรู้ดีว่าเตโชชอบรักร้อย “ลูกต้องขัดขวางไม่ให้สองคนนั่นแต่งงานกัน”
“ไอ้เอกดนูไม่มีวันได้รักร้อยหรือมรดกของคุณตา ธุรกิจทุกอย่างของคุณตามันไม่เคยช่วยดูแล ผมไม่ยอมให้มันมาชุบมือเปิบ เอาสิ่งที่ผมควรได้ไป”
กรวรรณยิ้มกว้างลุกจากโซฟามาโอบเอวลูกชายไว้แน่น “ให้มันได้อย่างนี้สิลูก อย่าไปยอมมัน เต้ทำงานเหนื่อยแค่ไหนกว่าธุรกิจพิเศษของคุณตาจะยืนหยัดได้”
คนเป็แม่มองเห็นความเหนื่อยยากของลูกชายมาตลอดจึงอดชื่นชมไม่ได้ หากเ้าสัวเกริกไม่ได้เตโชช่วยจัดการเสี้ยนหนามทางธุรกิจ วันนี้คงไม่เหลืออะไรนอกจากบ้านหลังเดียว เธอไม่ยอมให้ทุกสิ่งที่ลูกชายร่วมสร้างมา ต้องตกเป็ของคนอื่นเด็ดขาด
“ไม่ต้องห่วงนะครับแม่ ผมจะจัดการเื่นี้ให้เรียบร้อย” เตโชยิ้มบางๆ ให้มารดานิดหนึ่ง ดวงตาคมวาวกล้าขณะเอ่ย “ผมต้องเอาตัวรักร้อยกลับมาให้ได้ ก่อนที่เธอจะแต่งงานกับไอ้เอกดนู”
///