วันที่เริ่มเขียน 14 มิถุนายน 2568
ณสำนักโอสถ แดนเทพจงยางต้าไห่ เฉินจิ้งเสียน (陈静娴) เป็ผู้ดูแลสวนสมุนไพรของสำนักโอสถได้ไม่นานขณะนี้เขากำลังนั่งอยู่ในห้องพักของตัวเอง กำลังคิดพิจารณาว่าควรจะตีสนิทอาจารย์ท่านใดเพื่อฝากตัวเป็ศิษย์ดีในสำนักโอสถมีเ้าสำนักเป็ตำแหน่งสูงสุดตำแหน่งผู้าุโที่ทำหน้าที่ควบคุมดูแลเป็รองจากเ้าสำนัก และอาจารย์หลอมโอสถอีกหลายคนตำแหน่งเหล่านี้มีระดับสูงสุดไล่ไปจนถึงต่ำสุดแน่นอนว่าเขาย่อมอยากกราบเ้าสำนักเป็อาจารย์แต่ว่าเ้าสำนักไม่เคยเหลือบแลเขาเลยแม้แต่น้อยความสามารถของเขายังไม่โดดเด่นจนถึงขั้นที่จะเข้าตาท่านเ้าสำนักผู้สูงส่งได้และยิ่งไม่เข้าตาบรรดาผู้าุโทั้งหลาย ดังนั้นตัวเลือกของเขาจึงเหลือแค่อาจารย์หลอมโอสถเท่านั้น
ตอนนี้เขากำลังคิดถึงอาจารย์หลอมโอสถทั้งหลายใครกันที่เขาควรเข้าหาเพื่อฝากตัวเป็ศิษย์ แน่นอนว่ามีอาจารย์ที่โดดเด่นหลายท่านเขาล้วนเข้าหาอาจารย์เ่าั้ แต่ว่าอาจารย์เ่าั้กลับไม่สนใจที่จะรับเขาเป็ศิษย์แม้แต่น้อยใช่ซิ ใครใช้ให้เขาความสามารถไม่โดดเด่นกันล่ะ อีกทั้งเขาไม่ได้มาจากตระกูลใหญ่ไม่มีคนสนับสนุนอยู่เื้ั เขาเป็แค่เทพขั้นต่ำ ที่เกิดในแดนเทพบิดามารดาล้วนเป็เทพขั้นต่ำที่ทำอาชีพเก็บสมุนไพรขายมีความรู้เื่สมุนไพรเพียงเล็กน้อยเท่านั้น เขาพยายามศึกษาตำราโอสถต่างๆจนสามารถผ่านการทดสอบรับศิษย์ได้เพียง 2 ขั้นแรกเท่านั้นแต่ไม่ผ่านการทดสอบหลอมโอสถ จึงได้รับตำแหน่งเป็ผู้ดูแลสวนสมุนไพรรอจนกว่าเขาจะสามารถหลอมโอสถได้ จึงจะไปทดสอบหลอมโอสถหากหลอมโอสถได้ก็จะผ่านการทดสอบได้เป็ศิษย์ขั้นต้นของสำนักโอสถ
ขณะที่เขากำลังคิดที่จะเข้าหาอาจารย์หลอมโอสถก็ได้ยินเสียงระฆังดังขึ้นเป็สัญญาณเริ่มงาน เขาจึงลุกขึ้นออกจากห้องไปทำหน้าที่ดูแลสวนสมุนไพรที่ได้รับมอบหมายสวนสมุนไพรที่เขาดูแลอยู่นั้นเป็แปลงสมุนไพร 1 แปลงสมุนไพรที่ปลูกอยู่ในแปลงก็เป็เพียงสมุนไพรทั่วไปที่หาได้ง่ายไม่ต่างจากหญ้าที่พบได้ดาษดื่น ดังนั้นโอกาสที่จะได้พบอาจารย์หลอมโอสถมาเยือนแปลงสมุนไพรก็มีน้อยนิดยิ่งนักเขาเฝ้ารอคอยโอกาสที่จะได้พบอาจารย์หลอมโอสถมาเยือนถึงแปลงสมุนไพรก็แทบเป็ไปไม่ได้เลยดังนั้นในทุกๆ วัน เขาจึงเร่งดูแลแปลงสมุนไพรให้เสร็จเร็วๆ จากนั้นก็ใช้เวลาที่เหลือไปเดินเตร็ดเตร่ตามสถานที่ต่างๆเพื่อหาโอกาสเข้าหาอาจารย์หลอมโอสถทั้งหลายแต่ว่าสถานที่ที่เขาสามารถไปได้ก็ยังจำกัดอยู่ดีที่เป็เช่นนี้ก็เพราะกฎเกณฑ์ของสำนักโอสถได้จำกัดให้ผู้ดูแลสวนสมุนไพรสามารถอยู่แค่ภายในบริเวณสวนสมุนไพรเท่านั้นไม่อาจออกนอกสวนสมุนไพรได้ ดังนั้นสถานที่ที่เขาจะมีโอกาสได้พบอาจารย์หลอมโอสถจึงมีแค่บริเวณปากทางเข้าสวนสมุนไพร
หลังจากทำงานเสร็จแล้วเขาจึงออกจากแปลงสมุนไพรไปเดินเตร็ดเตร่แถวปากทางเข้าสวนสมุนไพรแน่นอนว่าบริเวณปากทางเข้าสวนสมุนไพรล้วนมีผู้ดูแลคนอื่นคอยหาโอกาสพบปะอาจารย์หลอมโอสถเหมือนเช่นเขาเหมือนกันทำให้บริเวณปากทางเข้าสวนสมุนไพรกลายเป็แหล่งชุมนุมไปโดยปริยายคนที่ทำงานเสร็จแล้วต่างก็มาบริเวณนี้เพื่อรอคอยที่จะได้พบอาจารย์หลอมโอสถหรือศิษย์ของสำนักเพื่อหาโอกาสประจบประแจงหากว่าวันไหนโชคดีก็จะได้พบเ้าสำนักที่มาดูสวนสมุนไพรเป็ครั้งคราวดังนั้นผู้ดูแลทั้งหลายล้วนมาชุมนุมที่นี่เฝ้ารอโอกาสพลางอ่านตำราหรือไม่ก็พูดคุยกับคนอื่นๆฆ่าเวลา
ทันทีที่เขาไปถึงปากทางเข้าสวนสมุนไพรก็เห็นสหายสนิทนั่งอยู่ในร้านน้ำชาแล้วเขาจึงเดินเข้าไปหาทันที “เจิ้งอี้เหยียน (郑亦言)”
เจิ้งอี้เหยียนเห็นสหายมาก็รีบเอ่ยปากเชื้อเชิญทันที“มาๆ จิ้งเสียน”
เฉินจิ้งเสียนนั่งลงพลางรินชาให้ตัวเอง“เ้ามานานแล้วหรือ?”
“เพิ่งมาสักพักนี่แหละ”เจิ้งอี้เหยียนตอบพลางยกชาขึ้นจิบ เฉินจิ้งเสียนก็ยกชาขึ้นจิบเจิ้งอี้เหยียนจิบชาแล้วเอ่ยว่า “ถ้าอย่างไรวันนี้พวกเราไปหอตำราดีไหม?”
“อืม”เฉินจิ้งเสียนพยักหน้า หอตำราของผู้ดูแลสวนสมุนไพรมีตำราเกี่ยวกับสมุนไพรทุกอย่างไม่แตกต่างจากหอตำราหลักของสำนักเพียงแต่ตำราหลอมโอสถมีเพียงแค่ตำราพื้นฐานขั้นต้นเท่านั้นส่วนตำราหลอมโอสถที่มีระดับสูงกว่านั้นล้วนอยู่ในหอตำราหลักที่เป็เช่นนี้ก็เพราะว่าเ้าสำนักเห็นว่าตำราเหมาะสมกับคนแล้วนั่นเอง ผู้ดูแลเหล่านี้ยังหลอมโอสถไม่ได้อ่านตำราหลอมโอสถระดับสูงกว่าขั้นต้นก็ไม่มีประโยชน์ อ่านไปก็ไม่เข้าใจอยู่ดีรอจนกว่าพวกเขาจะหลอมโอสถได้แล้วจึงจะกลายเป็ศิษย์ขั้นต้นเมื่อเป็ศิษย์ขั้นต้นแล้วก็จะถูกย้ายไปยังที่พักของศิษย์ขั้นต้นมีโอกาสได้เข้าไปในหอตำราหลักนั่นเองหลังจากเป็ศิษย์ขั้นต้นแล้วอยากอ่านตำราเล่มใดในหอตำราหลักก็ได้
หลังจากดื่มน้ำชาหมดกาแล้วเฉินจิ้งเสียนกับเจิ้งอี้เหยียนก็ลุกขึ้นพากันเดินไปยังหอตำราทันทีขณะที่ทั้งสองกำลังเดินไปนั้น พลันได้ยินเสียงคนอื่นๆ เอ่ยว่า “ท่านอาจารย์เฉิน”
ทั้งสองจึงหันไปมองทันทีเห็นผู้คนโค้งคำนับคารวะอาจารย์ท่านหนึ่งที่เข้ามาในสวนสมุนไพร อาจารย์ท่านนั้นคืออาจารย์เฉินรุ่ยฟาง(陈瑞芳)อาจารย์เฉินก็แซ่เฉินเหมือนกับเฉินจิ้งเสียนแต่ว่าทั้งสองไม่ได้เป็ญาติกันแม้แต่น้อย คนที่แซ่เหมือนกันมีมากมายนับไม่ถ้วน
เฉินจิ้งเสียนได้ยินคนอื่นๆขานว่า ‘ท่านอาจารย์เฉิน’ก็รู้สึกอิจฉาอยู่ในใจหากว่าเขาถูกคนอื่นเรียกขานเช่นนั้นบ้างเขาย่อมภูมิใจจนเดินเชิดหน้าแน่นอน
“ท่านอาจารย์เฉิน”เหล่าผู้ดูแลทั้งหลายล้วนลุกขึ้นกุมมือคารวะอาจารย์เฉินรุ่ยฟางนางเดินผ่านไปทางใดก็ล้วนถูกคนคารวะตลอดทาง หัวหน้าสวนสมุนไพรติงอี (丁 一) ก็เดินเข้าไปต้อนรับ “เชิญอาจารย์เฉินทางนี้”
เขาเชื้อเชิญอยู่ข้างนางเฉินรุ่ยฟางกุมมือคารวะตอบพลางบอก “ข้า้าดอกเหมยกุ้ย(ดอกกุหลาบ) สดๆ”
“อ่อได้ๆ” ติงอีพยักหน้ารับพลางมองหาคนไปด้วย ครั้นเห็นเจิ้งอี้เหยียนก็รีบเรียกทันที“เจิ้งอี้เหยียน เ้ามานี่”
เจิ้งอี้เหยียนถูกเรียกก็รับขานรับ“ขอรับ”
เขารีบเดินไปหาทันทีเฉินจิ้งเสียนจึงถือโอกาสเดินไปหาด้วยเลย แน่นอนว่าเขาจะยอมพลาดโอกาสเข้าหาอาจารย์ได้อย่างไรไม่มีทาง!
เมื่อทั้งสองไปหยุดตรงหน้าหัวหน้าผู้ดูแลกับท่านอาจารย์เฉินก็รีบกุมมือคารวะ“ท่านอาจารย์ติง ท่านอาจารย์เฉิน”
ติงอีพยักหน้ารับการคารวะพลางเอ่ย “เจิ้งอี้เหยียนเ้ารีบพาอาจารย์เฉินไปที่แปลงสมุนไพรของเ้าเร็ว นาง้าดอกเหมยกุ้ยสดๆ”
“ขอรับ”เจิ้งอี้เหยียนขานรับพลางผายมือ “เชิญท่านอาจารย์เฉินตามข้าน้อยมาขอรับ”
“อืม”เฉินรุ่ยฟางรับคำพลางหันไปกุมมือขอบคุณติงอี “ขอบคุณอาจารย์ติงมากท่านไปทำธุระของท่านเถอะ”
“ได้ๆ”ติงอีรับคำแล้วก็เดินจากไปเขามีงานยุ่งทั้งวันจึงไม่อาจเสียเวลากับเื่เล็กน้อยแบบนี้อีกเฉินรุ่ยฟางหันไปมองผู้ดูแลเจิ้งพลางพยักหน้าให้เขา “ไปเถอะ”
“ขอรับ”เจิ้งอี้เหยียนรับคำพลางผายมือเดินนำไปทันที “เชิญท่านอาจารย์เฉินขอรับ”
“เจิ้งอี้เหยียนข้าไปช่วยเ้าด้วยนะ” เฉินจิ้งเสียนรีบอาสาทันทีเจิ้งอี้เหยียนพยักหน้ารับทันทีเช่นกัน “อืมๆ”
แน่นอนว่ามีคนอาสาช่วยงานเขาย่อมยินดีซิ เขาดูแลแปลงปลูกเหมยกุ้ยมักจะมีอาจารย์สตรีหรือไม่ก็ศิษย์หญิงชอบมาเก็บดอกเหมยกุ้ยบ่อยๆดังนั้นเขาจึงได้พบปะกับอาจารย์และศิษย์ที่เป็สตรีไม่น้อยนี่จึงเป็สาเหตุที่ทำให้เฉินจิ้งเสียนคบหากับเจิ้งอี้เหยียนอีกทั้งยังคอยอาสาช่วยงานเจิ้งอี้เหยียนบ่อยๆถึงแม้เจิ้งอี้เหยียนจะรู้ว่าเฉินจิ้งเสียนคบหากับเขาเพราะเหตุนี้เขาก็ไม่ใส่ใจมีสหายเพิ่ม 1 คนย่อมดีกว่าไม่มี
เฉินจิ้งเสียนรีบเดินตามไปพลางถามอย่างนอบน้อมว่า “ท่านอาจารย์เฉินขอรับท่าน้าดอกเหมยกุ้ยมากเท่าไหร่ขอรับ?”
“สัก2 ตะกร้าก็พอ” เฉินรุ่ยฟางบอก เจิ้งอี้เหยียนจึงเอ่ย“จิ้งเสียนเช่นนั้นเ้ากับข้าเก็บคนละ 1 ตะกร้าเถอะ”
“อื้ม”เฉินจิ้งเสียนพยักหน้า เฉินรุ่ยฟางเอ่ยถาม “เ้าชื่อจิ้งเสียนหรือ?”
“ขอรับท่านอาจารย์เฉินข้าน้อยชื่อจิ้งเสียน แซ่เฉินขอรับ” เฉินจิ้งเสียนตอบ เฉินรุ่ยฟางเลิกคิ้วขึ้น“หือ เ้าแซ่เฉินหรือ?”
“ขอรับ”เฉินจิ้งเสียนตอบ เฉินรุ่ยฟางจึงถามต่อ “เฉินของเ้าเขียนอย่างไร?”
“เขียนแบบนี้ขอรับ”เฉินจิ้งเสียนยกนิ้วขึ้นเขียนแซ่ของตัวเองกลางอากาศ เฉินรุ่ยฟางดูแล้วจึงเอ่ยว่า“แซ่ของเ้าใช้ตัวเดียวกันกับของข้า บิดามารดาเ้าอยู่ที่ไหนหรือ?”
“บิดามารดาข้าน้อยอยู่ที่หุบเขาไห่ถางขอรับพวกเขาเป็คนเก็บสมุนไพรขายขอรับ” เฉินจิ้งเสียนตอบ เฉินรุ่ยฟางพยักหน้า “อ่อเช่นนั้นก็แค่แซ่เหมือนกันเท่านั้น”
“ขอรับแค่แซ่เหมือนกันขอรับ” เฉินจิ้งเสียนเอ่ย เขาเองก็อยากเกี่ยวข้องเป็ญาติกับอาจารย์เฉินแต่ว่าเขากับอาจารย์เฉินไม่ได้เป็ญาติกันแม้แต่นิดเดียว แค่แซ่เหมือนกันเท่านั้นบิดามารดาของเขากำเนิดในแดนเทพ เป็เทพขั้นต่ำสืบเชื้อสายมาจากเทพขั้นต่ำเหมือนกันไม่ว่าจะฝึกฝนอย่างไรก็ยังไม่อาจบรรลุเลื่อนขั้นได้ ยังคงเป็เทพขั้นต่ำเรื่อยมาซึ่งก็ไม่รู้ว่าเป็สิ่งที่สืบทอดในสายเืหรือว่าเป็ที่การฝึกฝนไม่ถูกต้องกันแน่
ส่วนอาจารย์เฉินนั้นเขาได้ยินมาว่านางเป็เทพที่บรรลุมาจากดินแดนเบื้องล่างแม้ว่านางจะเป็เทพขั้นต่ำ แต่ว่านางมีพร์ในการหลอมโอสถไม่น้อยแรกเริ่มที่เข้าร่วมทดสอบรับศิษย์ของสำนักโอสถก็สามารถหลอมโอสถระดับ 10ในระดับมนุษย์ได้ หลังจากเป็ศิษย์ขั้นต้นผ่านไป 5 ปี นางก็เลื่อนระดับขึ้นสามารถหลอมโอสถเทพระดับปฐีได้ กลายเป็ศิษย์ขั้นสูงทันที หลังจากผ่านไปอีก 10 ปีนางก็เลื่อนระดับอีกครั้ง สามารถหลอมโอสถระดับนภาได้ กลายเป็อาจารย์ทันที ในระดับอาจารย์นี้ก็สามารถรับลูกศิษย์ได้แล้วต่อไปถ้านางสามารถหลอมโอสถระดับ์ได้ก็จะได้เลื่อนขั้นเป็ผู้าุโของสำนักทันที
ซึ่งโอสถเทพนั้นแบ่งระดับเริ่มจากปฐีนภา ์ และมหาเทพผู้ที่หลอมโอสถระดับ์ได้จะได้รับการแต่งตั้งเป็ผู้าุโของสำนักซึ่งตำแหน่งผู้าุโนี้ก็มีอยู่นับสิบกว่าคนเลยทีเดียวส่วนคนที่สามารถหลอมโอสถระดับมหาเทพได้มีเพียงคนเดียว นั่นก็คือเ้าสำนักโอสถจนถึงปัจจุบันนี้ยังไม่มีใครคนอื่นสามารถเลื่อนระดับหลอมโอสถระดับมหาเทพออกมาได้ดังนั้นหากมีผู้้าโอสถระดับมหาเทพ ย่อมต้องไปหาเ้าสำนักเพียงผู้เดียวและโอสถระดับมหาเทพนี้ก็ราคาแพงยิ่งนักคนที่สามารถซื้อได้มีน้อยจนสามารถนับด้วยสองมือได้เลย
เมื่อไปถึงแปลงปลูกเหมยกุ้ยเจิ้งอี้เหยียนก็รีบใช้หยกกุญแจของตัวเองเปิดอาคมป้องกันเข้าไปซึ่งอาคมป้องกันนี้เป็อาคมที่สร้างขึ้นเพื่อปกป้องสมุนไพรในแต่ละแปลง เรียกว่า 1แปลงปลูกก็ 1 อาคม แต่ละแปลงจะมีหยกกุญแจ 2 ก้อน ผู้ดูแลจะได้รับหยกกุญแจ 1 ก้อนส่วนหัวหน้าผู้ดูแลก็จะมีหยกกุญแจอีก 1 ก้อนดังนั้นคนอื่นจะไม่สามารถเข้าไปในแปลงปลูกสมุนไพรได้เลยนี่เป็การป้องกันสมุนไพรไม่ให้ถูกขโมยหรือถูกทำลายเสียหายแปลงปลูกสมุนไพรสามัญยังป้องกันถึงเพียงนี้แน่นอนว่าแปลงปลูกสมุนไพรระดับสูงหรือหายากย่อมมีการป้องกันที่เข้มงวดมากกว่านี้
เฉินจิ้งเสียนเดินตามเข้าไปเฉินรุ่ยฟางก็ตามหลังไปเป็คนสุดท้าย หลังจากนางเข้าไปแล้วช่องว่างที่เปิดออกก็ปิดลงทันทีเจิ้งอี้เหยียนรีบเดินไปหยิบตะกร้ามายื่นส่งให้เฉินจิ้งเสียนจากนั้นเขาก็เดินเข้าไปในแปลงเก็บดอกเหมยกุ้ยเฉินจิ้งเสียนก็แยกไปเก็บดอกเหมยกุ้ยอีกด้านหนึ่งทันทีส่วนเฉินรุ่ยฟางก็เดินดมดอกเหมยกุ้ยไปเรื่อยๆ กลิ่นดอกเหมยกุ้ยหอมจนติดอาภรณ์เพียงแค่เดินออกจากแปลงปลูกก็จะมีกลิ่นดอกเหมยกุ้ยติดอาภรณ์ออกไปด้วยนางเดินดมไปเรื่อยๆ พลางชื่นชมดอกเหมยกุ้ยอย่างรื่นรมย์
หลังจากเก็บดอกเหมยกุ้ยได้เต็ม 2 ตะกร้าแล้วเจิ้งอี้เหยียนจึงนำไปให้เฉินรุ่ยฟางดู“ท่านอาจารย์เฉินขอรับ พอไหมขอรับ?”
เฉินรุ่ยฟางมองดอกเหมยกุ้ยที่อยู่ในตะกร้าทั้งสองพลางพยักหน้า“อืม พอแล้ว”
นางพูดแล้วก็หมุนตัวเดินนำออกจากแปลงปลูกเจิ้งอี้เหยียนกับเฉินจิ้งเสียนจึงถือตะกร้าคนละใบเดินตามไปเฉินรุ่ยฟางเดินนำหน้ากลับไปยังที่พักของหัวหน้าผู้ดูแลเพื่อชั่งน้ำหนักดอกเหมยกุ้ยแน่นอนว่าดอกเหมยกุ้ยนี้นางไม่ได้มาเปล่าๆ นางต้องจ่ายหยกตามราคาซื้อขายของสำนัก
เมื่อไปถึงที่พักของหัวหน้าผู้ดูแลเจิ้งอี้เหยียนกับเฉินจิ้งเสียนก็ยกตะกร้าขึ้นชั่งน้ำหนักติงอีมองดูน้ำหนักดอกเหมยกุ้ยแล้วบอกราคา
เฉินรุ่ยฟางก็จ่ายหยกปราณ์ตามราคาจากนั้นก็เก็บตะกร้าใส่ดอกเหมยกุ้ยลงไปในถุงคุนเฉียน
เจิ้งอี้เหยียนกับเฉินรุ่ยฟางก็กุมมือคารวะ“น้อมส่งท่านอาจารย์เฉินขอรับ”
“อืม”เฉินรุ่ยฟางพยักหน้าทีหนึ่ง นางหมุนตัวก้าวเดินจากไปแล้วก็ชะงักฝีเท้าหันกลับไปพูดว่า“พรุ่งนี้ข้า้าดอกเหมยกุ้ยอีก 2 ตะกร้า ถ้าอย่างไรเ้าเก็บไว้รอข้าข้าจะมารับดอกเหมยกุ้ยพรุ่งนี้ในเวลานี้ละกัน”
“ได้ขอรับข้าน้อยจะเก็บมารอท่านขอรับ” เจิ้งอี้เหยียนรับคำสั่งเฉินจิ้งเสียนฟังแล้วตาแววอยู่ในใจ พรุ่งนี้เขาจะรีบมารอท่านอาจารย์เฉินแน่นอน
เฉินรุ่ยฟางจึงหมุนตัวเดินจากไปเฉินจิ้งเสียนกับเจิ้งอี้เหยียนคารวะหัวหน้าผู้ดูแลแล้วจึงพากันเดินจากไป
ขณะที่เดินไปเฉินจิ้งเสียนก็บอกกับเจิ้งอี้เหยียนว่า“พรุ่งนี้ข้ามาช่วยเ้าเก็บดอกเหมยกุ้ยละกัน”
“ดีๆขอบคุณเ้ามาก” เจิ้งอี้เหยียนยิ้มรับแล้วชวนว่า “พวกเราไปหอตำรากันเถอะ”
“อืม”เฉินจิ้งเสียนพยักหน้าพลางเดินไปในสมองก็กำลังคิดหาวิธีประจบประแจงท่านอาจารย์เฉินอย่างไรดีหากว่าสามารถทำให้นางช่วยสอนหลอมโอสถได้ ย่อมดียิ่ง!
วันต่อมา เฉินรุ่ยฟางก็ไปที่แปลงปลูกสมุนไพรอีกครั้งติงอีเห็นเฉินรุ่ยฟางมาถึงก็ออกมาต้อนรับ “อาจารย์เฉิน”
“อาจารย์ติง”เฉินรุ่ยฟางคารวะตอบ ติงอีชี้ไปที่ตะกร้าใส่ดอกเหมยกุ้ยพลางบอกราคา “ทั้งหมด 200หยกระดับต่ำ”
เฉินรุ่ยฟางหยิบหยกปราณ์ระดับต่ำ200 ก้อนออกมาจ่าย จากนั้นก็เก็บตะกร้าใส่เข้าไปในถุงคุนเฉียน พลางชมว่า“ดอกเหมยกุ้ยสดดีจริงๆ ขอบคุณอาจารย์ติงมาก พรุ่งนี้ข้า้าดอกเหมยกุ้ย 2ตะกร้า ข้าจะมารับในเวลานี้”
“ได้ๆข้าจะบอกให้เขาเก็บมาให้ท่าน” ติงอีบอกแล้วหันไปพูดกับเจิ้งอี้เหยียน“เ้าได้ยินแล้วนะ พรุ่งนี้เก็บมาอีก 2 ตะกร้า”
“ขอรับท่านอาจารย์ติง”เจิ้งอี้เหยียนกุมมือรับคำสั่ง เฉินรุ่ยฟางหันไปยิ้มให้เจิ้งอี้เหยียนกับเฉินจิ้งเสียนที่ยืนเงียบๆอยู่คู่กัน เจิ้งอี้เหยียนยิ้มตอบราวกับดวงตะวัน เฉินจิ้งเสียนยิ้มบางๆ พลางกุมมือ
เฉินรุ่ยฟางลาติงอีแล้วเดินจากไปติงอีก็กลับไปทำงานต่อ เขาจดบันทึกการซื้อขายไว้ในสมุดบัญชีเจิ้งอี้เหยียนกับเฉินจิ้งเสียนเห็นว่าหัวหน้าผู้ดูแลไม่สั่งอะไรอีกพวกเขาจึงกุมมือคารวะแล้วเดินจากไป
ขณะที่เดินไปเจิ้งอี้เหยียนก็เอ่ยว่า“เ้าว่าท่านอาจารย์เฉินเอาดอกเหมยกุ้ยไปหลอมโอสถอะไรรึ?”
“อืม...”เฉินจิ้งเสียนคิดๆ พลางเอ่ย “คงเอาไปหลอมโอสถบำรุงกระมัง”
“อืม”เจิ้งอี้เหยียนพยักหน้าเห็นด้วย จากนั้นจึงเดินไปทางหอตำรา
วันต่อมา เฉินรุ่ยฟางก็ไปรับดอกเหมยกุ้ยที่สั่งไว้ตามเวลาเดิม นางจ่ายหยกปราณ์แล้วก็เก็บตะกร้าใส่ถุงคุนเฉียนขณะที่กำลังจะลาติงอี เฉินจิ้งเสียนก็เอ่ยปากถามเสียงเบาว่า “ท่านอาจารย์เฉินขอรับท่านเอาดอกเหมยกุ้ยไปหลอมโอสถอะไรหรือขอรับ?”
“หือ?”เฉินรุ่ยฟางหันไปมองเฉินจิ้งเสียน แล้วตอบว่า “ข้าได้ตำราทำเครื่องหอมมาจึงลองทำเครื่องหอมใช้เองน่ะ”
“อ่อ”เฉินจิ้งเสียนส่งเสียงรับรู้เบาๆ ติงอีฟังแล้วไม่สนใจเขาเป็บุรุษจึงไม่สนใจเื่เครื่องหอมเลยสักนิดแต่หากว่าเป็ตำราโอสถคงทำให้เขารู้สึกสนใจมากหน่อยเป็แน่เจิ้งอี้เหยียนก็ไม่สนใจตำราเครื่องหอมเหมือนกัน เขาสนใจแค่ตำราหลอมโอสถเท่านั้นในทุกๆ วันเขาก็พยายามหลอมโอสถอยู่ค่าแรงที่ได้จากการดูแลสวนเขาก็เอาไปซื้อสมุนไพรมาหัดหลอมโอสถจนหมด
“ทำเครื่องหอมต้องทำอย่างไรขอรับ?”เฉินจิ้งเสียนถามแสดงสีหน้าสนอกสนใจ ทั้งๆที่ในใจเขาไม่ได้สนใจเื่เครื่องหอมเลยสักนิด แต่ว่านี่เป็โอกาสที่จะตีสนิทกับอาจารย์หลอมโอสถดังนั้นเขาจึงแกล้งทำเป็สนอกสนใจอยากรู้อยากเห็น
เฉินรุ่ยฟางเห็นท่าทางเฉินจิ้งเสียนสนอกสนใจจึงบอกว่า“ต้องเอาดอกเหมยกุ้ยไปบดให้ละเอียดก่อน จากนั้นก็คั้นน้ำออกมา”
“โอ”เฉินจิ้งเสียนทำตาโตแล้วเอ่ยว่า “เช่นนั้นคงใช้แรงมากทีเดียวศิษย์ท่านคงบดจนเมื่อยแขนแน่เลยขอรับ”
“ข้ายังไม่มีลูกศิษย์ดังนั้นข้าจึงบดเอง แต่ก็เมื่อยแขนอย่างที่เ้าว่าจริงๆ นั่นแหละ” เฉินรุ่ยฟางบอก เฉินจิ้งเสียนเห็นโอกาสจึงรีบอาสาว่า“เช่นนั้นให้ข้าน้อยช่วยบดไหมขอรับ? ถึงอย่างไรข้าน้อยก็ว่างแล้วงานในแปลงข้าน้อยก็ทำเสร็จหมดแล้วขอรับ”
“โอเ้าจะช่วยข้าจริงๆ รึ? เช่นนั้นข้าจ่ายค่าแรงให้เ้าละกัน”เฉินรุ่ยฟางตาโตอย่างดีใจ เพราะ 2วันที่ผ่านมานางนั่งบดดอกเหมยกุ้ยจนปวดแขนไม่น้อยหากว่าได้คนช่วยบดดอกเหมยกุ้ยก็เยี่ยมเลย!
เฉินจิ้งเสียนหันไปมองหัวหน้าผู้ดูแลคล้ายกับจะขออนุญาตติงอีเห็นสายตาเขาจึงพยักหน้า “เ้าไปเถอะ”
“ขอรับ”เฉินจิ้งเสียนกุมมือรับคำ เฉินรุ่ยฟางจึงกุมมือลาติงอีแล้วเดินจากไปเฉินจิ้งเสียนเดินตามไปเจิ้งอี้เหยียนจึงลาหัวหน้าผู้ดูแลแล้วกลับไปหัดหลอมโอสถต่อ
จนกระทั่งถึงเรือนพักของเฉินรุ่ยฟาง นางเดินนำเข้าไปเฉินจิ้งเสียนเดินตามเข้าไปด้วยท่าทางนอบน้อมสำรวม เฉินรุ่ยฟางชี้ไปที่ครกบดพลางเอาตะกร้าดอกเหมยกุ้ยออกมาจากถุงคุนเฉียน“เ้านั่งบดตรงนี้ บดเสร็จแล้วตักใส่อ่างนี้นะ”
“ขอรับ”เฉินจิ้งเสียนรับคำแล้วนั่งลงหยิบดอกเหมยกุ้ยใส่ครกบด พลางลงมือบดอย่างขยันขันแข็งเฉินรุ่ยฟางมองดูอยู่ครู่หนึ่งแล้วจึงเดินไปที่หม้อหลอมโอสถหยิบสมุนไพรใส่หม้อหลอมแล้วค่อยๆ ลงมือหลอมโอสถเฉินจิ้งเสียนบดดอกเหมยกุ้ยพลางมองดูท่านอาจารย์เฉินหลอมโอสถอย่างสนอกสนใจเขาตั้งใจดูอย่างยิ่ง มือที่ลงแรงบดก็ค่อยๆ อ่อนกำลังลงจนกระทั่งหยุดนิ่งไปดวงตาเขามองจ้องอย่างไม่ละสายตาเลยทีเดียว
เฉินรุ่ยฟางก็ลงมือหลอมโอสถอย่างมีสมาธิยิ่งนางไม่อาจวอกแวกได้เลย ไม่เช่นนั้นอาจทำให้การหลอมโอสถเสียหายได้นางจึงไม่รู้ตัวเลยว่าถูกเฉินจิ้งเสียนจ้องมอง
จนกระทั่งเฉินรุ่ยฟางหลอมโอสถเสร็จแล้วจึงหันไปมองดูเฉินจิ้งเสียนเฉินจิ้งเสียนสะดุ้งทีหนึ่ง รีบเก็บสายตากลับมาพลางขยับมือบดดอกเหมยกุ้ยเฉินรุ่ยฟางเก็บโอสถใส่ขวดแล้วเก็บขวดใส่ถุงคุนเฉียนเอาไว้จากนั้นจึงเดินไปดูเฉินจิ้งเสียน เห็นเขายังบดครกแรกไม่เสร็จด้วยซ้ำเฉินจิ้งเสียนรีบเอ่ยว่า “ขออภัยขอรับ ข้าน้อยจะรีบบดขอรับ”
เขาพูดพลางออกแรงบดๆเฉินรุ่ยฟางยิ้มบางๆ “ข้ายังไม่ได้ว่าอะไรซะหน่อย”
เป็ธรรมดาที่ผู้ดูแลสวนจะสนใจการหลอมโอสถใครบ้างที่เข้าสำนักมาแล้วไม่อยากหลอมโอสถล่ะทุกคนที่เข้ามาล้วนอยากหลอมโอสถทั้งนั้น ดังนั้นการที่เขามัวแต่มองนางหลอมโอสถนางจึงไม่ตำหนิสักคำ นางมองดูครู่หนึ่งแล้วเดินไปจัดสมุนไพรเฉินจิ้งเสียนก็ก้มหน้าก้มตาบดๆ ดอกเหมยกุ้ยไปเรื่อยๆ
จนกระทั่งเฉินจิ้งเสียนบดเสร็จแล้วจึงเงยหน้าถาม “ท่านอาจารย์เฉินขอรับละเอียดพอหรือยังขอรับ?”
เฉินรุ่ยฟางละมือจากสมุนไพรแล้วเดินไปดูเห็นว่าละเอียดดีแล้วจึงบอก “เ้าตักใส่อ่างได้เลย”
“ขอรับ”เฉินจิ้งเสียนรับคำพลางตักดอกเหมยกุ้ยที่แหลกละเอียดใส่อ่างที่มีผ้าผืนบางวางรองอยู่ในอ่างแล้วจึงหยิบดอกเหมยกุ้ยใส่ครกบด เขาออกแรงบดๆ อย่างตั้งอกตั้งใจเฉินรุ่ยฟางมองดูครู่หนึ่งแล้วเดินไปจัดสมุนไพรต่อ
จนกระทั่งเฉินจิ้งเสียนบดดอกเหมยกุ้ยหมดแล้ว เขาจึงเงยหน้าบอก “ท่านอาจารย์เฉินขอรับข้าน้อยบดเสร็จแล้วขอรับ”
เฉินรุ่ยฟางจึงเดินไปดู“อืม ดี”
จากนั้นนางก็ลงมือคั้นน้ำดอกเหมยกุ้ยเฉินจิ้งเสียนมองดูเงียบๆ
จนกระทั่งเฉินรุ่ยฟางคั้นน้ำดอกเหมยกุ้ยหมดแล้วได้น้ำดอกเหมยกุ้ยนิดเดียวเท่านั้นเอง นางรินน้ำดอกเหมยกุ้ยใส่ขวดหยกเอาไว้พลางเอากากดอกเหมยกุ้ยใส่ถาดออกไปตากแดด เฉินจิ้งเสียนมองดูไม่ละสายตา
จนกระทั่งเฉินรุ่ยฟางเดินกลับมาเขาจึงเอ่ยถามเสียงเบา “ท่านอาจารย์เฉินขอรับกากพวกนั้นท่านเอาไปตากแดดทำไมหรือขอรับ?”
Donate
เชิญบริจาคให้ไรท์ได้ทาง บัญชี ธ.กสิกรไทย
เลขบัญชี 084-3-79715-6
ชื่อบัญชี น.ส.แสงแข ช้วนใย
หรือทาง True Money wallet : 098-651-1489
จะบริจาค 1 บาท 2 บาทก็ได้ค่ะ
ติดตามข่าวสารและพูดคุยกับไรท์เตอร์ได้ทาง
เพจ readfree.in ค่ะ
https://www.facebook.com/readfree.in/
ทางเว็บไซต์ www.readclub.in ค่ะ
และทาง Line Official Account : @www.readfree.in
ขอบคุณรีดเดอร์ทุกท่านที่เข้ามาอ่านค่ะ