ตอนที่ 133 ชายใส่สูทสีดำ
กายมองดูภาพซากอาคารที่ค่อยๆ สงบลง ผู้คนแม้จะไม่มากเหมือนตอนแรกแต่ก็มีคนจำนวนมากกลับมาดูอาคารที่ไหม้กลายเป็นซากไปแล้ว
กายมองดูอยู่นานจนกระทั่งทางเจ้าหน้าที่ส่งคนเข้าไปตรวจสอบและเก็บกู้วัตถุพยานเพื่อสาเหตุของการเกิดไฟไหม้แต่แน่นอนว่าขั้นตอนพวกนี้เป็นความลับ ไม่มีการอนุญาตให้คนทั่วไปเข้าวุ่นวายสุดท้ายเจ้าหน้าที่ทุกคนก็แยกย้ายกันกลับไปราว ๆ หกโมงเย็นเหลือเจ้าหน้าที่ไว้สองสามคนเพื่อเฝ้าที่เกิดเหตุ
ทั้งวันกายอยู่นี่และมองดูไม่ไปไหนเขารอว่าบางทีอาจจะมีข่าวของเจ้ซาเรีย แต่มันก็ไม่มีใครเห็นหรือได้รับการติดต่อจากเจ้ซาเรียเลยแม้แต่น้อย
ทำให้สุดท้ายกายถอดใจเดินไปหยุดอยู่ห่างจากซากร้านเกมเสมือนจริงหมายเลข 8ไม่กี่เมตรที่ล้อมไปดด้วยเทบกั้นเขตอันตรายของเจ้าหน้าที่ตำรวจก่อนจะพึมพำออกมาเบา ๆ
“เจ้เกิดอะไรขึ้นกันแน่ที่เจ้บอกโชคดีหมายถึงเจ้รู้ใช่ไหมว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น...ขอบคุณสำหรับทุกอย่างครับเจ้ซาเรีย”
กายหันหลังกลับและเดินออกไปจากตรงนี้ในทันทีเขาไม่รู้ว่าหลังจากนี้จะเอาอย่างไรต่อทำได้เพียงกลับไปรอฟังข่าวเพิ่มเติมเท่านั้น
ขณะที่กายเดินกลับไปเขาไม่ทันสังเกตเลยว่าห่างออกไปไม่ไกลมีรถยนต์ไฟฟ้าสีดำพร้อมชายใส่ชุดสูทสีดำสองคนที่นั่งอยู่ในรถกำลังจดจ้องมองมาที่เขาอยู่คนหนึ่งมีหนวดเป็นเอกลักษณ์ ส่วนอีกคนดูจะสูงโปร่งกว่า
“เด็กนี่ใช่ไหม”
“ใช่เจ้าหน้าที่ของเราหายตัวไปสองคนเพราะแอบตามลอยเด็กนี่หลังจากตามหาอยู่นานเราก็ไปพบศพของทั้งสองห่างออกไปนอกเขต 7”
“คนลงมือน่าจะเป็นเธอตอนนี้เราทำพลาดจนเธอหายตัวไปอีกครั้ง คงยากจะตามหาตัวเจอ”
“แล้วจะทำยังไงกันต่อดีหรือกลับไปรายงานทั้งอย่างนี้ก่อน”
“ไม่!เราตามไปจับเด็กนี่และลองสอบปากคำดูอาจจะได้ข้อมูลเพิ่ม นายคิดว่ายังไง”
“เอาตามนั้นก็แล้วกันดีกว่าต้องมาเสียเที่ยว”
“อืมจัดการเด็กนี่ก่อนค่อยกลับไปทำลายหลักฐานที่พวกเจ้าหน้าที่ได้ไป”
รถยนต์ไฟฟ้าสีดำขับตามกายไปอย่างระวังเพื่อไม่ให้กายรู้ตัว
กายยังคงเดินไปตามทางเรื่อยๆ เขารู้สึกสับสนกับสิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้แต่แล้วกายก็เหมือนจะฉุกคิดอะไรขึ้นมาได้
เราจะเหม่อลอยแบบนี้ไม่ได้ต้องเริ่มจากอะไรสักอย่างก่อน...
กายเริ่มจากหยิบโทรศัพท์ออกมาจากนั้นก็ทำการส่งข้อความไปหานกพิราบขาว ซึ่งบอกเรื่องว่าเขาไม่สะดวกเข้าไปเล่นเกมราชันถ้าพร้อมแล้วจะทำการติดต่อกลับไปใหม่
การไม่เข้าไปเล่นในโลกราชัน1 วันนั้น หมายถึงเวลาสามวันในโลกราชันที่ผ่านไป แต่จะให้ทำอย่างไรได้ตอนนี้เขาไม่มีแม้แต่แคปซูลเกม
เราต้องหาซื้อแคปซูลแต่นั่นมันก็ยังช้าไป ต้องหาแคปซูลใช้ชั่วคราวก่อน
เขานึกไปถึงออสตินที่เคยสั่งแคปซูลและต้องรอหลายวันบางที่เขาอาจจะลองเสียเงินเพิ่มและใช้การส่งแบบเร่งด่วนเอา
ของอย่างแคปซูลนั้นถูกผลิตขึ้นบนโอเอซิสดังนั้นมันจึงล่าช้าเขาเคได้ยินว่าบนโอเอซิสเพียงสั่งของไม่เกิน 2ชั่วโมงสินค้าจะส่งถึงมือผู้รับในทันที ซึ่งมันถือว่ารวดเร็วมาก
กายเงยหน้าเงยหน้ามองไปบนท้องฟ้าผ่านม่านหมอกควันขึ้นไป โอเอซิสก็ยังลอยอยู่เงียบ ๆ เคียงข้างดวงจันทร์
...
หลังจากกลับมาที่บ้านพักกายก็ทิ้งตัวนอนลงไม่รู้ว่าเขาเผลอหลับไปเมื่อไหร่กายตื่นขึ้นมาด้วยความหิวเพราะยังไม่ได้กินอะไรเลยในวันนี้แต่เขาก็พบว่าทุกอย่างในบ้านก็มืดสนิทแล้ว นั้นหมายความว่าตอนนี้ตอนนอกนั้นมืดแล้ว
เราเผลอหลับไปอีกแล้ว
กายหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเพื่อดูเวลาตอนนี้เป็นเวลา 19.20 นาฬิกา เขาเผลอหลับไปเกือบ ๆ ชั่วโมง
ตุบ!
แต่แล้วขณะนั้นเองก็มีเสียงบางอย่างดังขึ้น เขาก็ถึงกับนิ่งไปในทันทีเพราะนอกจากตัวเองแล้ว กายคิดว่ามันไม่ควรจะมีอะไรหรือใครอยู่ในบ้านอีกกายเงียบเสียงลงและฟังเสียงอย่างตั้งใจ
เสียงฝีเท้าที่เดินกันนั้นมีอยู่สองคน
ทั้งสองตอนนี้อยู่ภายในห้องนั่งเล่นและกำลังตรงมาที่ประตูห้องนอนกายไม่ต้องคิดก็รู้ว่าผู้บุกรุกที่แอบเข้ามานั้นมีเจตนาไม่ดีอย่างแน่นอน
กายลุกขึ้นจากที่นอนเดินไปที่ประตูห้องนอนด้วยเท้าเปล่าก่อนจะเอื้อมมือเข้าไปหยิบท่อเหล็กที่มักใช้ฝึกฝนประจำ ซึ่งวางอยู่ข้าง ๆ ประตูห้องนอน
กายจับท่อเหล็กในมือแน่นเฝ้ารออย่างเงียบ ๆ
กึก!
เสียงลูกบิดประตูห้องถูกจับและหมุนประตูห้องเปิดออกอย่างช้า ๆ ปลายรองเท้าหนังสีดำยื่นเข้ามาด้วยความระวังจนกระทั่งชายใส่สูทสีดำไว้หนวดคนแรกเดินเข้ามาในห้องนอน และด้านหลังตามมาด้วยชายใส่สูทสีดำร่างสูงโปร่งอีกคนก็เดินตามหลังตัวอยู่ระหว่างประตู
“เขาไม่ได้นอนอยู่ในห้อง”ชายใส่สูทสีดำกล่าว
“ไม่น่าจะใช่ถ้าเขาไม่อยู่นี่แล้วอยู่ตรงไหน” ชายใส่สูทสีดำร่างสูงโปร่งพูดออกมาอย่างสับสนแต่แล้วสายตาก็เหลือบมองผ่านช่องบานประตูว่ามีใครบางคนแอบอยู่
“เดี๋ยวก่อนระวัง!”
ชายชุดใส่สูทร่างสูงโปร่งพยายามร้องเตือนคู่หูที่ยืนอยู่ด้านหน้าท่อเหล็กฟาดเข้ามาที่ใบหน้าของชายใส่สูทสีดำไว้หนวดแล้ว
ปัง!
ร่างของชายใส่สูทสีดำไว้หนวดหงายหลังล้มลงกับพื้นมือทั้งสองกุมใบหน้า มีเลือดไหลออกมาจากทั้งปากและจมูก จนเละเปรอะไปทั่วตัวอีกทั้งยังส่งร้องด้วยความเจ็บ
“เด็กเปรตนี่”ชายใส่สูทสีดำร่างสูงความร่างของคู่หูวางลงกับพื้น ก่อนที่จะกระโจนเข้าหากาย
กายที่เจอกับสถานการณ์จวนตัวแบบนี้กับไม่ได้รู้สึกกระวนกระวายใจอย่างที่เด็กอายุ 19 จะเป็นเขากำชับท่อเหล็กในมือแน่นก่อนจะฟาดออกไปด้วยท่าทางของการใช้ดาบ
ชายใส่สูทสีดำร่างสูงเห็นเช่นนั้นก็ยกแขนขึ้นมากันไว้
เคร้ง!
เสียงท่อเหล็กปะทะกับแขนของชายใส่สูทสีดำร่างสูงไม่ได้ดังอย่างที่มันควรจะเป็นแต่มันดังราวกับเหล็กสองท่อนกระทบกัน
เมื่อกายมองดู ๆจึงเห็นว่าภายใต้แขนเสื้อมีปลอกแขนเหล็กติดตั้งไว้อยู่
...เราต้องหาทางหนีออกไปจากที่นี่
กายยกท่อนเหล็กฟาดลงไปอีกครั้งในครั้งนี้เขาพยายามเลียนแบบความรู้สึกเวลาใช้ศิลปะการต่อสู้ รูปแบบศาสตราวุธทุบออกไป
“เอานี่ไปกิน!!!ศิลปะการต่อสู้ รูปแบบศาสตราวุธ ทุบ ขั้น 2”
ท่อเหล็กที่อยู่ในมือของกายราวกับมีพลังเพิ่มขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อเขาทุบเข้าไปที่ตัวของชายใส่สูทสีดำ
ชายใส่สูทสีดำร่างสูงมองไปที่กายด้วยดวงตาที่เบิกกว้างเพราะตกใจกับการโจมตีของเด็กหนุ่มตรงหน้าแต่ด้วยความเป็นมืออาชีพ ชายใส่สูทสีดำร่างยังสามารถยกแขนข้างเดิมขึ้นมาป้องกันการโจมตีได้แต่ด้วยแรงการโจมตีจากการทุบอย่างรุนแรงมันมากซะจนชายใส่สูทสีดำร่างสูงกระเด็นไปลอยไปกระแทกกับเตียงนอนและผนังห้อง
สำเร็จ!
กายไม่รอช้ากระโดดข้ามชายใส่สูทสีดำไว้หนวดที่นอนกุมหน้าอยู่ที่พื้นประตูห้องนอนออกไปที่ห้องนั่งเล่น
“อ๊าก! ไอ้เด็กเปรต”ชายใส่สูทสีดำร่างสูงไม่ได้บาดเจ็บมากเขารีบลุกออกจากซากเตียงนอนจากนั้นก็วิ่งตามกายไปในทันที
ชายใส่สูทสีดำไว้หนวดเองก็ลุกขึ้นมาทั้งที่เลือดยังไหลอยู่ซึ่งดูเหมือนดั้งจมูกจะหัก
“ตาม...มัน...ไปจับตัวให้ได้”เสียงของชายใส่สูทสีดำไว้หนวดพูดไม่ชัด เขาจับไปที่จมูกก่อนจะประกบสองมือเข้าหากันบริเวณดั้งจมูกก่อนจะบิดไปมามีเสียงดังกรึบ! จมูกก็ดูเหมือนจะเข้าที่ก่อนจะวิ่งตามหลังชายใส่สูทสีดำร่างสูงและกายไป
กายไม่รอช้าคว้าไปที่หน้ากากกันฝุ่นก่อนจะวิ่งตรงไปที่ประตูทางออกของบ้านเหลืออีกราว ๆ ไม่ถึงสองก้าวเขาก็จะออกไปจากตัวบ้านได้แล้ว
แต่ในตอนนั้นเองกายก็เหมือนได้ยินเสียงดังคล้ายกับวัตถุพุ่งเข้ามาหาเขากายหยุดฝีเท้ากล้มตัวหมอบลงกับพื้นตามสัญชาตญาณ
ปัง!
ก่อนที่จะมีเสียงดังอย่างรุนแรงที่ประตูด้านหน้ามีใบดาบโลหะมันวาวยาวหนึ่งศอกเสียบปักคาอยู่ ซึ่งมันเป็นรูปร่างที่เหมือนกับพวกในหนังไซไฟไม่มีผิดใบดาบเมื่อโจมตีพลาดเป้าไปมันก็เริ่มสั่นไหวก่อนจะถูกดึงออกมาจากบานประตูพุ่งกลับไปด้านหลัง
มันบ้าอะไรอีก...กายหันหน้ามองไปตามที่ใบดาบลอยหลับไปปรากฏว่ามันลอยกลับไปที่แขนขวาของชายใส่สูทสีดำร่างสูง ใบดาบเสียบเข้าไปกับอุปกรณ์โลหะที่ท่อนแขนที่กายเคยเห็นก่อนหน้า
ก่อนที่ชายใส่สูทสีดำร่างสูงจะสะบัดแขนอีกครั้งใบดาบที่เก็ยกลับเข้าไปก็เลือนลงมาทำให้แขนของเขามีดาบยื่นออกมาด้านหลังมือ
ชายใส่สูทที่มีดาบไฮเทคที่สามารถยิงออกมาได้ภาพนี้มันช่างชวนตกตะลึงด้านหลังชายใส่สูทสีดำไว้หนวดเองก็วิ่งตามมาทันเขาทำแบบเดียวกับชายใส่สูทสีดำร่างสูงเพียงสะบัดแขนขวาดาบไฮเทคก็เลือนลงมาเช่นกัน
กายมองภาพตรงหน้าแล้วถึงกับกลืนน้ำลายในใจเขาเริ่มมีความคิดว่าถ้ายอมแพ้ตอนนี้จะยังทันหรือไม่แต่ดูจากสายตาของฝั่งตรงข้ามแล้วกับสิ่งที่เขาทำ มันคงเป็นไปได้ยาก
“ไอ้หนูยอมแพ้ซะแล้วฉันจะไว้ชีวิตแก” ชายใส่สูทสีดำไว้หนวดพูดออกมาด้วยใบหน้าเปลี่ยนเลือด
กายจับท่อเหล็กไว้ในมือแน่นไม่ยอมปล่อยเขาจ้องเขม็งไปที่ทั้งสองก่อนจะเอ่ยปากถามด้วยน้ำเสียงเย็นชา
“พวกคุณเป็นใครแล้วทำไมถึงต้องบุกเข้ามาในบ้านของผมกัน”
“เรื่องนั้นแกไม่ควรจะรู้เอาเป็นว่าบอกข้อมูลเกี่ยวกับผู้หญิงที่ร้านเกมเสมือนจริงหมายเลข 8มาว่ารู้อะไรเกี่ยวกับเธอบ้าง แล้วตอนนี้เธอหนีไปอยู่ที่ไหนถ้ายอมบอกหรือให้เบาะแสอะไรมาบ้าง พวกเรายินดีจะปล่อยแกไป”ชายใส่สูทสีดำไว้หนวดกล่าวออกมา ขณะที่ขยับเข้าใกล้ประตูทางออกอย่างช้า ๆ
กายเห็นดังนั้นก็ขยับถอยหลังอย่างระวังเช่นกันเขาไม่กล้าหันหลังวิ่งออกไปเพราะกลัวใบดาบที่ยิงออกมาได้นั้นจะเสียบเข้ากลางหลังก่อนที่จะได้ทันวิ่งออกไปเปิดประตูซะอีก