บทที่ 32
ทางด้านหญิงสาวผู้โชคร้ายที่กำลังถูกชายชราหน้าหื่นกอดจูบด้วยความเมามัน เธอพยายามทั้งผลักทั้งถีบออกจากตัวคนชั่วตรงหน้าแต่ตอนนี้ตัวของเธอนั้นไร้ซึ่งเรี่ยวแรงใดๆ แม้แต่จะเปล่งเสียงสักเล็กน้อยยังไม่อาจจะทำได้ มีเพียงหยาดน้ำตาที่ไหลเอื่อยออกมาอย่างไม่ขาดสาย จากความทุกข์ทรมานที่ได้รับในตอนนี้“ฮี่ๆๆ เมล่อนหอมจังเลยนะ ผิวก็เนี้ยนเนียน มันทำให้พี่แทบจะทนไม่ไหวแล้ว ให้พี่ได้กินเมล่อนที่นี่เถอะ รับรองได้ว่าพี่จะทำให้เมล่อนตื่นเต้นเร้าใจที่สุดในชีวิตเลยนะจ้ะ ฮี่ๆๆ” ตาแก่หื่นกามพูดจาแทะโลมหญิงสาวไปพร้อมกับลูบไล้เรือนร่างขาวบางของเธอไปด้วยอย่างมันมือ ในที่สุดตัณหาราคะของเฒ่าหัวงูผู้นี้ก็มาถึงจุดที่ไม่อาจจะสะกดกลั้น เขาถอดกางเกงของตัวเองออกให้มันลงไปกองกับพื้น แต่ก็รีบร้อนมากจนไม่ได้ถอดมันออกจากขา แล้วต่อด้วยการเข้าไปปลดตะขอกางเกงขาสั้นของฝ่ายหญิงทันที เมล่อนที่ทั้งโกรธทั้งอับอาย แต่ก็ไร้ซึ่งแรงขัดขืนจึงทำได้เพียงหลับตาแน่นได้เพียงเท่านั้น‘สิ่งศักดิ์สิทธิ์ได้โปรดช่วยลูกด้วย ใครก็ได้ช่วยด้วย’ ในจิตใจของเมล่อนตอนนี้คิดออกเพียงอย่างเดียวก็คืออธิษฐานร้องขอให้มีใครสักคนมาช่วยเธอ ไม่ว่าจะเป็นคนหรือผีก็ตาม“โอ้! ว้าว! ขาของเมล่อนขาวจริงๆเลยนะ” ชายแก่มองจ้องลงไปที่ต้นขาขอเธอ และกำลังจะเอาหน้ามุดลงไปเพื่อดอมดมตรงนั้น แต่ว่า....“ปัก!....ปึก!!!” จู่ๆก็มีของบางอย่างพุ่งเข้ามากระแทกหน้าผากของไอ้แก่โรคจิตอย่างแรงจนเขาถึงกับเซถอยหลัง แต่ก็ด้วยกางเกงที่ยังติดอยู่ตรงข้อเท้าทำให้ไม่อาจทรงตัวอยู่ได้ จนต้องล้มหงายท้องลงกับพื้น แต่ก็ไม่เพียงเท่านั้นเมื่อท้ายทอยของเขาฟาดเข้ากับขอบโต๊ะด้านหลังอีกทีหนึ่งจนสลบไปคาที่ ทางด้านของเหล่าบอดี้การ์ดหน้าโหด พวกเขาที่ต้องหันหลังให้กับชายชราที่กำลังกระทำกิจธุระอยู่นั้น ไม่ได้นึกเอะใจเลยสักนิดว่าตอนนี้เจ้านายของพวกเขาได้ลงไปนอนอยู่กับพื้นเรียบร้อยแล้ว“เฮ้ยๆ นี่แกว่าไหมวันนี้เจ้านายของเรามีแรงฟิตเป็นพิเศษนะ เสียงโครมครามดังเชียว” บอดี้การ์ดหนุ่มกระซิบกับเพื่อนคนด้านข้าง“ของขาดมานานก็แบบนี้แหละ ช่วงก่อนคุณหญิงท่านคุมเข้มสามีจะตายไป ถ้าไม่ใช่เพราะว่าเป็นประธานจัดงานในครั้งนี้ล่ะก็ไม่ได้ออกมาเที่ยวง่ายๆหรอก แถมตั้งใจจัดในที่สาธารณะแบบนี้ด้วย คงอดอยากปากแห้งมานาน” เพื่อนบอดี้การ์ดตอบรับนินทากันเป็นปี่เป็นขลุ่ย“พวกแกสองคนน่ะ อยากตายรึไงถึงมานินทาเจ้านายซึ่งหน้าแบบนี้ ดีนะที่ท่านยุ่งอยู่เลยไม่ได้ยิน ไม่งั้นพวกแกได้ไปคุยกับรากมะม่วงแน่” หัวหน้าบอดี้การ์ดที่ยืนอยู่ข้างๆตักเตือนลูกน้องด้วยน้ำเสียงเข้มงวด“ขอโทษครับลูกพี่...” บอดี้การ์ดทั้งสองเมื่อถูกตักเตือนก็ขอโทษเสียงอ่อนทีเดียว ในส่วนของเมล่อนหญิงสาวผู้น่าสงสาร เธอในตอนนี้ยังคงหลับตาแน่น และได้แต่อธิษฐานอยู่ในใจให้ใครก็ได้มาช่วยเธอออกไปจากตรงนี้ จนเวลาล่วงเลยผ่านมาสักพักความรู้สึกที่ถูกสัมผัสอย่างรุนแรงก็หายไปจากตัวเธอ อย่างกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นมาก่อนนั่นจึงทำให้เธอตัดสินใจที่จะลืมตาขึ้นมาดูให้เห็นกับตา ซึ่งสิ่งที่เมล่อนได้เห็นถึงกับทำให้เธอต้องตกใจจนตาโต เพราะตาแก่ตัณหากลับลงไปนอนหงายหลังโชว์ของลับเหี่ยวๆสลบอยู่กับพื้นเป็นที่เรียบร้อย ในใจของเธอตอนนี้โล่งอกขึ้นมาก อย่างไรก็ตามตัวของเธอไม่อาจขยับเขยื้อนได้แม้แต่น้อย นั่นจึงหมายความว่าตอนนี้เธอก็ไม่สามารถหนีออกไปจากที่แห่งนี้ได้อยู่ดี‘เชี่ยเอ้ย! ยายังไม่หมดฤทธิ์อีกอย่างนั้นเหรอ แล้วฉันจะหนีไปได้ยังไงกัน ถ้าพวกบอดี้การ์ดรู้ตัวก่อนล่ะก็แย่แน่ๆ’ แต่ทันใดนั้นเอง ในขณะที่หญิงสาวตะโกนกู่ร้องในใจอย่างท้อแท้ ก็มีเสียงแปลกๆเป็นจังหวะดังขึ้นใกล้ๆกับตัวของเธอ“แฮ่กๆๆๆ อ้า! แฮ่กๆๆๆ อ้า! แฮ่กๆๆๆ” เสียงหอบถี่ของผู้ชายที่เหมือนว่ากำลังออกกำลังกายอย่างหนัก“ตุบๆๆๆ ตุบๆๆๆ ตุบๆๆๆ” เสียงโต๊ะที่โยกกระแทกกับฝาผนังบูธเป็นจังหวะที่พร้อมเพรียงเดียวกับเสียงหอบเหนื่อย“ตับๆๆๆ ตับๆๆๆ ตับๆๆๆ” เสียงที่เหมือนกับเอาอุ้งมือมาตีกันรัวๆเป็นจังหวะเช่นเดียวกับอีกสองเสียงเมื่อครู่“อ้ะ! อ้า!” สุดท้ายมันคือเสียงที่คล้ายกับเสียงร้องครวญครางของหญิงสาว เมล่อนที่แม้จะไม่สามารถลุกขึ้นมาได้ แต่เธอก็ยังพอมีแรงจะหันไปมองตามเสียงที่เกิดขึ้น เหล่าเด็กน้อยในชุดชนเผ่ากับชายหนุ่มผู้สวมหมวกฟางที่โผล่ออกมาจากรู กำลังทำเสียงแปลกๆเหล่านั้นทั้งโยกโต๊ะ ทั้งร้องเสียงแปลกๆออกมา รวมทั้งเปิดคลิปเสียงจากสมาร์ทโฟน ซึ่งมันทำให้เธอประหลาดใจเป็นอย่างมาก‘พวกแกทำบ้าอะไรเนี่ย!’ กรที่ถอดเสื้อคลุมบาทหลวงออก และสวมหมวกฟางปีกกว้างปิดบังใบหน้า ในตอนนี้เขากำลังค่อยๆคืบคลานเข้าไปใกล้กับเมล่อนด้วยความแผ่วเบา แต่ลำคอของเขาก็ต้องคอยส่งเสียงหอบเหนื่อยออกมาตลอดเวลา ซึ่งแน่นอนว่ากามเทพหนุ่มในตอนนี้ไม่ได้แค่แกล้งเหนื่อย แต่เหนื่อยจริงๆจากการทำเสียงประหลาดไม่หยุดหย่อน อย่างไรก็ตามสถานการณ์ในตอนนี้อยู่ในช่วงหน้าสิ่วหน้าขวานเป็นอย่างมาก หากบาทหลวง และทีมงานคณะประสานเสียงของเขาพลาดทำให้พวกบอดี้การ์ดหันมาสนใจล่ะก็ งานนี้คงต้องเอาชีวิตเทพมาทิ้งทั้งที่ยังไม่ได้เสพสุขในแดนทิพย์อย่างแน่นอน‘พวกมันวางยาเธอ เพราะฉะนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะพาเธอออกไปจากตรงนี้ ฉันต้องระวังให้มากจะพลาดไม่ได้เด็ดขาด’ เมล่อนที่นอนอยู่บนโต๊ะตอนนี้ก็เริ่มที่จะเข้าใจการกระทำที่เหนือสามัญสำนึกของผู้คนของกร และพวกแล้ว ถึงแม้ว่าจะดูไม่เข้าท่าเลยสักนิดแต่ในทางตรงกันข้ามมันกลับได้ผลเกินคาด พวกบอดี้การ์ดไม่มีใครสนใจที่จะหันมามองที่เธอเลยแม้แต่น้อย จนในที่สุดกรก็ย่องมาจนถึงตัวของเธอได้อย่างปลอดภัย กามเทพหนุ่มไม่กล้าที่จะสบตามองหญิงสาวในตอนนี้ เพราะไม่ต้องบอกก็รู้ว่าตอนนี้ในใจของเธอเจ็บปวด และอับอายมากเพียงใด เขาหวังแต่ว่าจะช่วยเธอให้รอดพ้นจากเงื้อมมือของคนโฉดชั่วเหล่านี้ให้ได้เพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่เมื่อเขาหลบสายตามองลงต่ำก็ต้องสะดุ้งขึ้นมาทันที‘อื้อหือ! โคตรขาวอ่ะ เฮ้ย! ไม่ได้ๆฉันมาช่วยเธอ อย่าคิดนอกลู่นอกทางเด็ดขาด’ กรส่ายหัวไล่ความคิดอกุศลออกจากหัว ก่อนที่จะค่อยๆดึงกางเกงขึ้นมาติดกระดุมให้หญิงสาวจนเรียบร้อย แล้วค่อยอุ้มเธอออกมาอย่างแผ่วเบา การกระทำทั้งหมดของกรอยู่ในสายตาของเมล่อน ซึ่งเธอก็เข้าใจได้ทันทีว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่ หากอยู่ในสถานการณ์ปกติเธอคงจะกระทืบผู้ชายตรงหน้าจมดินไปแล้ว แต่ตอนนี้เธอก็ทำได้เพียงช่างมัน เพราะอย่างน้อยไอ้ผู้ชายเพี้ยนๆคนนี้ก็กำลังช่วยเธอให้ออกไปจากนรกนี่ กรเดินด้วยเสียงเบาที่สุดเท่าที่จะทำได้ แน่นอนว่าเสียงเอฟเฟกต์เหนือล้ำจินตนาการของพวกเด็กๆนั้น สามารถปิดบังความจริงได้อย่างแนบเนียน กามเทพหนุ่มจึงสามารถพาหญิงสาวไปยังช่องเล็กๆหลังบูธที่เปิดไว้ก่อนหน้านี้ได้อย่างสะดวก ในขณะที่กรกำลังส่งตัวของเมล่อนออกทางช่องให้กับเด็กที่อยู่อีกฟากหนึ่ง สมาร์ทโฟนที่กำลังเปิดคลิปเสียงอยู่นั้นก็มีเสียงเรียกเข้าดังแทรกขึ้นมาพอดี“แด แด่ แด๊ แด แด่ แด แด่ แด๊ แด แด่!” แม้ว่าเด็กน้อยเจ้าของมือถือจะกดปิดเสียงได้แล้ว แน่นอนว่าเสียงนี้เรียกร้องความสนใจจากเหล่าบอดี้การ์ดได้ แต่ในขณะที่พวกเขาลังเลอยู่ว่าจะหันมาตรวจดูความผิดปกติที่เกิดขึ้น ด้วยมันสมองระดับไอคิว 500 ของกามเทพฝึกหัด กรให้สัญญาณเด็กๆเร่งเสียงเอฟเฟกต์ให้ดังขึ้นไปอีก เพื่อกลบเบี่ยงเบนความสนใจจากเสียงสายเรียกเข้าเมื่อครู่ รวมทั้งให้พวกเขาออกไปให้เร็วที่สุดด้วย“ตุบๆๆๆ ปังๆๆๆ ปังๆๆๆ”“ตับๆๆๆ ต๊าบๆๆๆ ต๊าบๆๆๆ”“อี๊ๆ อ๊าๆๆๆๆ” พวกบอดี้การ์ดสะดุ้งยืนตัวตรงทันที หลังจากได้ยินเสียงกิจกรรมเข้าจังหวะที่ดัง และเร็วขึ้น แม้ว่าจะยังไม่หันกลับมาดู แต่ท่าทางของพวกเขาที่ดูจะอยู่ไม่สุขก็ทำให้กามเทพหนุ่มคาดเดาไว้ว่า คนเหล่านั้นอาจจะหันมาตรวจสอบได้ทุกเมื่อ‘คงถึงเวลาที่ฉันต้องลงมือเองแล้วสินะ’