ตอนที่ 36จับผีบรรพชนมาสอน
เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ตัวเขาเองก็ไม่เคยสัมผัสถึง‘ขวัญวิญญาณ’ นั่นได้มาก่อน เพลงขวัญมีวิญญาณของนกหัสดีลิงค์อยู่ได้ยังไง?
“หรือเป็นแผนการของไอ้เจ้าเพียร…หรือมันเองก็สัมผัสไม่ได้หรือเปล่า?”เครื่องหมายคำถามได้ปรากฏอยู่บนศีรษะของทองทับทำเอาเจ้าตัวเลิกคิ้วไปมา เขามองดูแล้วงุนงงเป็นอย่างมาก
เพราะดูจากท่าทางแล้วเรื่องนี้คงจะไม่ใช่เรื่องเล็กๆ อีกต่อไป…
“หรือว่าจำเป็นที่จะต้องนับถือศาสนาผีถึงจะสามารถสัมผัสกับนกหัสดีลิงค์ได้?” ขณะที่พูดมือของชายหนุ่มก็จับตรึงศีรษะของคนเฝ้ายามคนนั้นไว้แน่น
ทองทับเริ่มแสดงมาดของจอมขมังเวทออกมาผ่านคนยืนยามที่น้ำลายกำลังจะฟูมปาก และตาเหลือกอยู่ ใกล้จะหมดสติอยู่รอมร่อเพราะว่าวิญญาณได้รับผลกระทบเขาได้ใช้ฝ่ามือตบไปที่หน้าผากของอีกฝ่ายกระแทกเข้าไปถึงวิญญาณ
ทำให้คนยืนเฝ้ายามกลับไปเป็นเหมือนปกติเสมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นมาก่อน
ส่วนสายตาก็เหลือบไปมองบริเวณรอบด้านด้วยเพราะความสงสัยใคร่รู้จึงกระทืบลงบนพื้นดินสร้างม่านพลังอาคมครอบเอาไว้ทั่วทั้งศาลเจ้าหลังจากนั้นเขาก็ได้ใช้ฝ่ามือเริ่มจ้วงเข้าไปในรูปปั้นของผีบรรพบุรุษดึงกระชากวิญญาณออกมา
‘ผีวิญญาณ’ที่กำลังนอนหลับพักผ่อนอยู่ครั้นเมื่อถูกปลุกขึ้นด้วยวิธีการดึงเอาวิญญาณกระชากออกมาอย่างแรง สภาพของเขาอยู่ในท่าถูกจิกหัวและถูกจับยกขึ้นมา ทำให้ดวงตาของเขาแดงก่ำ จ้องเขม็งมายังทองทับอย่างโกรธแค้น
“มึงเป็นใคร!?”น้ำเสียงที่แหบแห้งดังขึ้น
“มึงเป็นใครเหรอ!”ทองทับไม่สบอารมณ์กับคำพูดของอีกฝ่ายจึงได้เริ่มเหวี่ยงวิญญาณไปกระแทกกับผนังจนม่านพลังเวทสั่นไหวพร้อมกันนั้นเรือนกายไหววูบ และตามไปเหยียบเข้าที่ยอดอก ก่อนพูดขึ้น“เรียกข้าว่า…พี่ทองทับ!”
เขาไม่ชอบคนเรียกตนด้วยความไม่สุภาพโดยเฉพาะพวกที่อ่อนแอกว่าตน
เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่ยอมทำตามที่ตนบอกตัวเขาจึงได้ออกแรงเหยียบจนอีกฝ่ายแทบจะจมลงบนพื้นดินเสียงร้องโหยหวนพลันปรากฏขึ้น มันได้ดังกึกก้องไปทั่วบริเวณเพราะเป็นเสียงที่ผสานด้วยพลังมนตรา หากแต่กลับถูกม่านพลังปิดกั้นเอาไว้
“พูด!” ทองทับตะคอก
ผีบรรพบุรุษดวงตาสั่นไหวตั้งแต่เกิดมาเขาไม่เคยได้รับความอับอาย และเจ็บปวดเท่านี้มาก่อนเมื่อศักดิ์ศรีที่ถูกผู้คนในเผ่ายกย่องเคารพบูชาถูกทำลายลงซึ่งการที่ตนถูกหมิ่นเกียรติเช่นนี้นั่นจึงพร้อมจะทำให้เขาแลกชีวิตกับอีกฝ่ายโดยไม่คิดจะสนทนา
ทองทับแสยะยิ้มพูดขึ้น“ไม่ยอมหรือ?”
ผีบรรพบุรุษที่เคยเอาแต่ไปเข้าหลอกหลอนหรือไปเหยียบยอดอกของคนอื่น แต่มาในวันนี้แลดูคล้ายกับโดนกรรมตามสนองตนถูกทรมาทรกรรมจากปลายเท้าของ ‘ยอดคนผู้หนึ่ง’ ที่โผล่หัวมาจากไหนก็ไม่รู้…
เมื่อเห็นผีดื้อด้านเช่นนี้ทองทับก็ชอบใจเป็นอย่างมาก เขาคล้ายกับคนที่คันมือคันตีนมานานแล้วจึงยกเท้าออกแต่โดยดี “ในเมื่อไม่ยินยอม เอ็งมีดีอะไรก็แสดงออกมาเถอะ…ไอ้ผีเฒ่า!”เขาพูดกลั้วหัวเราะ
ชายหนุ่มเริ่มเอียงคอไปมาให้เสียงดังกึกกักพลางใช้สองมือไพล่หลังเอาไว้ และก็ได้คลี่ยิ้มเจิดจ้าให้กับอีกฝ่ายเป็นทำนองว่าเชิญเอ็งลงมือได้เต็มที่…
ผีบรรพบุรุษเมื่อลุกขึ้นก็เริ่มรวบรวมพลังทันทีก่อนที่จะบุกตะลุยไปข้างหน้า มือข้างหนึ่งของเขาปรากฏแท่งเหล็กแหลมคมชนิดหนึ่งซึ่งมีสีแดงดุจเลือด มองแล้วดูคล้ายกับเหล็กหมาดมันถูกล้อมวนไปด้วยพลังของวิญญาณอาฆาตมากมาย
ผีบรรพชนตนนั้นได้รวบรวมพลังตนอย่างสุดแรงกล้าดันเอาแท่งเหล็กเข้าไปที่หน้าอกของไอ้หนุ่มหน้าอ่อน ที่บอกให้ตนเรียกมันว่า‘พี่ทองทับ’
แต่ยามเมื่อเหล็กหมาดปะทะเข้ากับหน้าอกของอีกฝ่ายแลดูคล้ายกับการพุ่งเข้าชนของโลหะหนัก จนเกิดเป็นสะเก็ดไฟเล็กน้อยก่อนจะค่อย ๆเลือนหายไป
ทองทับไม่ได้แสดงพลังเวทอภินิหารแต่อย่างใดเขาใช้เพียงแค่เรือนกายอันสมบูรณ์แบบของตนรองรับพลังของวิชาหรือวัตถุแห่งชะตาชีวิตอันนี้แทนเขาเลิกคิ้วมองที่บริเวณเสื้อซึ่งเป็นรูเล็กน้อยของตนก่อนจะแสยะยิ้มหัวเราะอย่างสะใจ
“นี่สุดแรงเกิดเอ็งแล้วงั้นหรือผีเฒ่า?”ทองทับดูคล้ายจะมีความหลังกับคำว่า ‘ผีเฒ่า’ อยู่ไม่น้อยเขามองดูอีกฝ่ายอย่างหน่ายใจ ก่อนจะพูดให้อีกฝ่ายแสดงฝีมือขึ้นมาอีกครั้ง“มีแรงแค่นี้หรือ? ข้าวปลาไม่ได้กินบ้างหรือไงฮะ?”
ผีบรรพชนเผ่าลีซูทำท่าทางตกตะลึง เขาใช้พลังไปเต็มแรงแล้วจริง ๆแต่ว่าอีกฝ่ายกลับไม่สั่นสะเทือนแม้แต่น้อย เขาจึงเริ่มพึมพำในใจ“ร่างกายมันทำขึ้นจากเหล็กไหลหรืออย่างไร?”
“มาเร็วเข้า!”เสียงแผดร้องดังสะท้านเข้าไปถึงวิญญาณผีบรรพชน
ผีเฒ่าบรรพชนเมื่อเห็นสถานการณ์ดังกล่าวเขาก็รู้ตัวได้ทันทีเลยว่าตนย่อมไม่ใช่คู่มือของฝ่ายตรงข้ามต่อให้ตนเองจะมีพลังมากกว่านี้อีกสิบเท่าก็สูญเปล่าเพราะคนเบื้องหน้าผู้นี้ยากแท้หยั่งถึง
จึงได้เอ่ยปากขึ้นว่า“ท…ท่านบุรุษผู้สูงศักดิ์ท่านนี้ ข้าน้อยผีบรรพชนเผ่าลีซูแห่งหมู่บ้านสิบวิถีต้องขอขมาท่าน ณ ที่นี้ หากท่านประสงค์สิ่งใดได้โปรดบอกมาเถิด!”เมื่อรู้ว่าสู้ไม่ได้มีแต่ต้องยอมจำนนเท่านั้น เขายังไม่อยากไปเกิดใหม่เร็วนัก
ทองทับเอ่ยอย่างไม่สบอารมณ์“ควันธูปเอ็งมันไม่กระจ้อยร่อยเกินไปหน่อยรึแม้กระทั่งศาลเจ้าในกิ่งตำบลยังดูจะมีควันธูปมากกว่าเอ็งเสียอีก?” เขาเตรียมจะหาคู่ต่อสู้เสียหน่อย แต่เมื่อเห็นควันธูปบนหัวอีกฝ่ายก็ใคร่เวทนา
เอาจริง ๆ แล้วเพราะว่าตนไม่ได้ลงไม้ลงมือมานาน และกลัวฝีมือตนเองจะขึ้นสนิมเอาดังนั้นจึงได้ใช้วิธีการรุนแรงดึงกระชากตาเฒ่าตรงหน้าออกมาเพื่อทดสอบฝีมือแต่ว่านกกระจิบยังไม่ทันกินน้ำก็หมอบเสียก่อนแล้ว
ผีเฒ่าได้เอ่ยปากพูดว่า“ที่บ้านนอกคอกนาเช่นนี้ ควันธูปที่ข้ามีนั้นก็ไม่ธรรมดาแล้วท่านอีกทั้งยังต้องไปแย่งกับคนอื่น ๆ อีก…” เขาถอนหายใจออกมาอย่างหมดหวัง
“เอ็งชื่อว่าอะไรแนะนำตัวมาหน่อยสิ?”ทองทับเลิกคิ้วถาม ปกติแล้วมันควรจะแนะนำตัวก่อนไม่ใช่รึถึงค่อยมาแพล่มเรื่องความน่าน้อยเนื้อต่ำใจดูท่าตาผีเฒ่านี้จะลุกลี้ลุกลนไม่ใช่น้อย
ชายชราเมื่อได้รับคำเตือนกล่าวอย่างลุกลี้ลุกลน “ข้าน้อยชื่อว่า ‘อะมีมะ’ ในภาษาไทยมีชื่อเล่นว่า ‘มี’เจ้าข้าใต้เท้า”
“เอ็งนี่มันสมกับอยู่มานานแฮะพูดจาได้ระรื่นหูดีข้าชอบ…”ทองทับพูดกลั้วหัวเราะยามเมื่อถูกคนเรียกประจบเอาใจว่าใต้เท้าซึ่งตัวเขาเหินห่างไปหลายปีกับคำคำนี้หากจะย้อนกลับไปก็ตั้งแต่ก่อนร่างกายตนจะถูกทำลาย จนกระทั่งวิญญาณเริ่มระเหเร่ร่อน
ต้องรู้ว่าคำว่า‘ใต้เท้า’ นี้นั้นใช้มาตั้งแต่สมัยกรุงเก่าหรืออาจจะโบราณกว่านั้นมักใช้กับบรรดาศักดิ์ระดับพระยาขึ้นไปหากแต่จะใช้พูดกับคนที่มียศมีตำแหน่งน้อยกว่านี้ก็ได้โดยมากมักใช้เป็นคำที่ยกยอหรือว่าประจบเอาใจ
ในวงการข้าราชการของหออาชาไนยนั้นยังคงยึดถือเอาธรรมเนียมนี้ไว้อยู่บ้าง เพราะยังมีคนที่มีบรรดาศักดิ์ดำรงอยู่แต่ส่วนมากแล้วก็ขึ้นอยู่กับผู้คนว่าจะสะดวกเรียกกันแบบไหน
“เอ้า ๆงั้นเอ็งก็เล่ามาสิว่าเรื่องนกภูตทูต นกขวัญ นกหัสดีลิงค์แล้วแต่ที่เอ็งจะรู้จักในชื่อแบบไหน พวกเอ็งค้นพบมันได้อย่างไร?” ทองทับหันไปจ้องสบตากับผีเฒ่าที่ยืนค้อมตัวอยู่
ผีเฒ่านามว่าอะมีมะก็เริ่มพูดขึ้น“คือเรื่องมันเป็นอย่างนี้เจ้าข้าใต้เท้า…”
ทองทับนั่งฟังอีกฝ่ายพูดเป็นต่อยหอยเขาเล่าออกมาจนหมดสิ้น สรุปแล้วก็คือเผ่าของผีเฒ่าเป็นคนที่พบเจอก่อนใครเพื่อนผ่านพิธีบายศรีสู่ขวัญของหัวหน้าชนเผ่า ผู้ซึ่งเคยเป็นร่างทรงมาก่อน
ยามเมื่อดวงตาต้องประสานกับเพลงขวัญเธอเองก็เกิดความรู้สึกแปลกประหลาดอยู่ภายในใจนั่นเป็นเพราะเธอได้ยินเสียงกรีดร้องของนกตัวหนึ่งเป็นเสียงที่ผสานระหว่างนกกับช้าง
ซึ่งเหตุการณ์นี้จึงทำให้หัวหน้าชนเผ่าผงะไปชั่วครู่หนึ่งก่อนที่จะใช้สายสิญจน์ลูบข้อมือเพื่อทดลองติดต่อกับขวัญที่อยู่ภายในตัวของคุณหมอท่านนั้นและผลปรากฏว่ายิ่งลูบเสียงร้องยิ่งปรากฏชัด
“แล้วพวกเอ็งจะอยากได้นกหัสดีลิงค์ไปทำไมวะ?”ทองทับฟังเรื่องจบก็จับใจความมาถาม
อะมีมะเงยหน้ามองท่านผู้สูงส่งด้านหน้าก่อนกะพริบตาปริบ ๆ ครุ่นคิดอะไรบางอย่างอยู่ภายในใจ ก่อนจะพูดขึ้น“ท่าทางท่านจะยังรู้ไม่ลึกซึ้งเกี่ยวกับเรื่องของพวกเรามากนัก…”
ทองทับได้ยินแล้วก็หางคิ้วกระตุกตวาดดังลั่น “ข้าจะรู้หรือไม่รู้เอ็งมีหน้าที่เล่าก็เล่ามาเสียทีเถอะหรือต้องให้ใช้กำลังถึงจะเล่าออกมาได้? หา!”
“จ…ใจเย็น ๆ ใต้เท้าข้าน้อยแค่พยายามจะปูพื้นฐาน…”
อะมีมะยังไม่ทันพูดจบชายหนุ่มก็กดลงบนไหล่พร้อมพูดว่า “ข้าบอกให้เอ็งเล่าก็เล่าเอาใจความสำคัญมาอย่าให้ขาดตกบกพร่องเชียว!” เขาเคี้ยวฟันพูด
พลังเวทที่ส่งออกมามันสะท้านไปถึงดวงจิตทำเอาเรือนร่างของชายชราแทบจะประคองเอาไว้ไม่อยู่เมื่ออีกฝ่ายปล่อยมือตัวเขาก็ได้ตั้งใจเล่าเลือกเรื่องที่สำคัญออกมาเล่าอย่างรวดเร็ว “ก็คือว่าพวกนกภูตทูตสามารถนำทางหรือพาพวกเราบินไปยังเมืองผีได้น่ะขอรับ”
ทองทับขมวดคิ้วหนักกว่าเดิมเพราะไอ้พวกงานวิชาการอ่านหนังสือ เป็นงานถนัดของไอ้เพียรมันซึ่งไม่ใช่กับตัวเขาเองเลย…
ชายหนุ่มพูดในใจตน“ไม่ได้การ ข้าจะมาเสียฟอร์มเอาแบบนี้ไม่ได้ ข้ายอมตายเพราะรู้มากดีกว่าโง่ตายเพราะไม่รู้อะไรเลย!” ทองทับปฏิเสธเรื่องนี้อย่างเด็ดขาด
และทุกวันนี้ที่ตนได้ลงเขาหายตัวไปก็ไม่ใช่ว่าไปเที่ยวเล่นแต่อย่างใด หากแต่ไปติดต่อพวกครูสอนวิชาต่าง ๆให้มาอบรมสั่งสอนตนเป็นพิเศษ
ในทุก ๆวิชาที่คนปกติหรือว่าเด็กน้อยต้องเรียน ตัวเขาก็เรียนทั้งหมดคนมีเงินจ้างผีให้โม่แป้งได้ นับประสาอะไรกับความรู้พื้นฐานวันหนึ่งเขาเรียนกับครูสิบกว่าคน…
แน่นอนว่าย่อมมีคนแปลกใจกับพฤติกรรมของชายหนุ่มอายุสามสิบกว่าๆ หากแต่พวกตนถูกว่าจ้างมาด้วยราคาแพงมีหรือจะปฏิเสธและแต่ละคนที่เข้าไปสอนก็ต่างแปลกใจกับการเรียนรู้อันรวดเร็วของชายหนุ่มคนนี้ที่เรียนรู้อะไรก็ทำได้อย่างรวดเร็ว
ในเวลาสามวันที่ผ่านมาก็ได้สูบเอาความรู้จากพวกเขาไปจนเกือบจะหมดสิ้นพวกสูตรคณิตพื้นฐานเจ้าตัวก็ผ่านมันมาได้อย่างสบาย ๆหรือว่าพวกวิชาที่ใช้มันหัวหนัก ๆ ตัวเขาก็ผ่านมันมาได้
แต่ก็เล่นเปลืองแรงไม่ใช่น้อยด้วยเพราะตนใช้วิชาพิเศษเข้าช่วย…
ดังนั้นเมื่อพูดถึงเรื่องศาสนาผีแล้วตนเกิดไม่รู้ขึ้นมายามไอ้บุญกองมันถามขึ้นมาตนไม่ต้องขายหน้าหรอกรึ? เรื่องนี้ตนจะยอมไม่ได้!
ดูท่าทางไอ้ผีเฒ่าตนนี้คงจะต้องมีหน้าที่บอกเล่าเรื่องราวแก่ตนแล้ว
“ถ้างั้นเอ็งก็จงเล่าเรื่องเกี่ยวกับเรื่องผีสางของพวกเอ็งและก็เรื่องพวกเมืองผีมาให้ข้าได้ฟังทั้งหมด!”ทองทับก็ได้เอานิ้วจิ้มเข้าไปที่หน้าผากของอีกฝ่ายพร้อมกับแต้มสัญลักษณ์ไว้บนร่างวิญญาณนั่น
“น…นี่คืออะไรหรือใต้เท้า”เมื่อสัมผัสได้ถึงความผิดปกติผีเฒ่าคุกเข่ากรีดร้องออกมา…
“คำสาปไงข้ากลัวเอ็งเล่นไม่ซื่อ…เล่าผิดๆ ถูก ๆ” ทองทับแสยะยิ้ม ก่อนจะพูดออกไปว่า “เล่ามาให้ข้าฟังให้หมด!”