ประตูเส้นทางโบราณ

    บทที่ 79 ฉันจำไม่ได้

    บทที่ 79 ฉันจำไม่ได้


       “ฉันตอบนายแล้ว ต่อไปตานายตอบคำถามฉันบ้าง!” หญิงสาวหรือก็คือรินพูด นํ้าเสียงที่เธอใช้นั้นแสดงให้เห็นว่าเธอรู้สึกไม่พอใจเล็กน้อย


       “เกิดอะไรขึ้นกับฉันเหรอ? บางทีเธออาจจะรู้จักกับฉันจริง แค่ฉันจำไม่ได้” สายฝนกล่าวอย่างคลุมเครือเป็นผลให้รินรู้สึกไม่พอใจเข้าไปใหญ่ จู่ๆเธอก็ถามขึ้นด้วยนํ้าเสียงดุร้าย “ตกลงแล้วเกิดอะไรขึ้นกับนายกันแน่?”


       สายฝนรีบกล่าวสิ่งที่เตรียมใว้ ขณะพูดก็แสดงท่าทางหวาดกลัวเล็กน้อย “ฉันกับเพื่อนของฉันอีกสองคนไปเจอกับชายคนหนึ่งเข้าน่ะ พวกเราได้พ่ายแพ้ให้กับมัน มันปล่อยฉันรอดกลับมาเพื่อเยาะเย้ยกลุ่มโจรวายุศักดิ์สิทธิ์ แต่ถึงแม้ฉันจะรอดมาได้ความทรงจำบางอย่างของฉันกลับหายไป”


       “ผู้ชายคนนั้นมันเป็นใคร?” รินถามพร้อมขมวดคิ้วไม่พอใจ ชายคนนั้นเกือบทำคิงลืมเธอไป นี่เป็นอะไรที่น่าโมโหที่สุด ถ้าเธอแข็งแกร่งกว่านี้ล่ะก็เธอจะไปจัดการผู้ชายคนนั้นแล้ว


       สายฝนส่ายหัวไปมาบอกว่าตนเองไม่รู้จากนั้นจึงตะโกนขึ้นว่า “เดรย์ นายเตรียมนํ้าเปล่าให้ฉันหน่อยสองแก้ว” มองท่าทางสงสัยของริน สายฝนไม่ได้พูดอะไร


       จากนั้นไม่นาน ผู้ชายที่ดูแล้วน่าจะอายุเกือบๆสามสิบปีก็เดินเข้ามาใกล้ มือถือถาดที่มีแก้วนํ้าสองแก้วอยู่บนนั้น “นี่ครับ” เดรย์เอ่ยขึ้นก่อนวางแก้วนํ้าใว้บนโต๊ะใกล้ๆโซฟาสายฝน วางเสร็จก็ก้มหัวให้จากนั้นก็จากไป


       “เขาคือคนรับใช้ของนายเหรอ?” รินถามด้วยความสงสัยขณะลุกจากโซฟามาหยิบแก้วนํ้าที่เดรย์วางใว้


       “ไม่ใช่! เขาคือลูกน้องของฉัน” สายฝนกล่าวตามจริง เดรย์คือหนึ่งในโจรทั้งสิบหกคนซึ่งขอเป็นลูกน้องเขาในวันนั้นที่ร้านอาหาร พบว่าโจรทั้งสิบหกคนที่ขอเป็นลูกน้องเขาน่ะทำตามคำสั่งทุกอย่างโดยไม่ต่อต้านเลยแม้แต่น้อย ความคิดหนึ่งก็ปรากฏขึ้นในหัวสายฝน เป็นไปได้มั้ยว่ามันจะเป็นผลของสเปรย์เชื่องอย่างกับหมา?


       สายฝนได้ลองถามผู้ดูแล001ว่าเป็นไปได้หรือไม่ ผู้ดูแล001ได้ตอบว่าสาเหตุที่โจรทั้งสิบหกเป็นแบบนี้ส่วนหนึ่งเป็นเพราะสเปรย์ อีกส่วนเป็นเพราะพวกมันนับถือสายฝนมาก ได้เห็นคำตอบของผู้ดูแล001สายฝนก็เชื่อใจลูกน้องตนเองมากกว่าเดิมเล็กน้อย


       “ผ่านมาสามเดือน นายมีลูกน้องแล้วเหรอเนี่ย?” รินเอ่ยขึ้น วินาทีถัดมาเธอก็ดื่มนํ้าในแก้วโดยไม่ลังเล เธอไม่เชื่อว่าสายฝนจะวางยาเธอ


       ‘ฉันต้องรวบรวมข้อมูลของเธอให้ได้มากที่สุดเท่าที่เป็นไปได้’ คิดเช่นนั้น สายฝนก็เริ่มถามรินทันที “ขอโทษนะที่ถามแบบนี้ ทำไมพ่อเธอถึงเสียชีวิตล่ะ”


       “คิง นายนิสัยเปลี่ยนไปนะ ปกตินายไม่เคยสนใจคนอื่นเลยนี่?” ได้ยินคำพูดริน สายฝนพลันตกใจ ทว่าอย่างรวดเร็วเขารีบทำตัวเองให้สงบ สายฝนไม่ได้พูดอะไรกลัวว่าหากกล่าวออกไปตัวเขาอาจโดนจับได้


       เห็นสายฝนเงียบ รินไม่ได้กล่าวถึงเรื่องนิสัยอีก เธอเริ่มเล่าสาเหตุการเสียชีวิตของพ่อตนเองให้สายฝนฟัง ขณะเล่าแววตาของเธอเต็มไปด้วยความโศกเศร้า “ในวันนั้น ฉันกำลังทำภารกิจที่ได้รับจากพวกระดับสูงอยู่ที่นอกเมือง เมื่อทำภารกิจสำเร็จฉันก็กลับมา อย่างที่นายรู้นั่นแหละ พ่อฉันเป็นเจ้าของร้านอาหารแห่งหนึ่งในเมืองนี้…”


       รินเงียบชั่วครู่ก่อนเล่าต่อว่า “ตอนนั้นเป็นเวลากลางคืน หลังจากฉันมาถึงร้านอาหารที่พ่ออยู่ ฉันก็พบว่าร้านอาหารของพ่อน่ะได้พังไปแล้ว มีศพมากมายแข็งตายอยู่ที่พื้น หนึ่งในศพพวกนั้นนั่นคือพ่อของฉัน ฉันไม่รู้ว่าพ่อเสียชีวิตได้อย่างไรและก็ไม่รู้ด้วยว่าใครเป็นคนทำ นายคงจะได้ยินเหตุการณ์ร้านพังเมื่อหลายวันก่อนสินะ นั่นคือร้านพ่อฉันเอง แม้ว่าเหตุการณ์จะผ่านมาหลายวันแล้วแต่ก็ยังไม่สามารถหาตัวคนทำได้”


       ‘ปรากฏว่าเธอคือลูกสาวเจ้าของร้านอาหารที่ฉันไปกินวันนั้น’ สายฝนแปลกใจและรู้สึกสงสารผู้หญิงคนนี้เล็กน้อย เขาโยนความผิดทั้งหมดไปให้กับพวกล็อต ถ้าพวกมันไม่เข้าร้านในวันนั้นเหตุการณ์ร้านพังก็คงไม่เกิดขึ้น


       “ฉันรู้สึกเสียใจกับเธอจริงๆ” สายฝนปลอบคนไม่เก่ง เขาทำเพียงกล่าวประโยคเดียวเพื่อบอกว่าเขารู้สึกเสียใจ บรรยากาศเริ่มอึมครึมสายฝนจึงพูดเปลี่ยนเรื่อง “ว่าแต่ทำไมเธอถึงมาหาฉันล่ะ”


       “นายไม่รู้จริงๆเหรอ?” สายฝนส่ายหน้า รินพยายามทำให้ตัวเองดูไม่เศร้า เธอฝืนยิ้ม “นายเนี่ยโง่จังนะ” อีกฝ่ายว่าตัวเองโง่สายฝนก็รู้สึกโกรธ สายฝนคิดว่าแม้เขาจะไม่ได้ฉลาดมากมายอะไรทว่าเขาก็ไม่ได้โง่อย่างที่ผู้หญิงคนนี้พูด


       “ถ้าเธอไม่อยากบอกก็ไม่ต้องมาว่าฉันก็ได้” สายฝนระงับอารมณ์โกรธ เขายกแก้วของตนเองขึ้นมาดื่มจนนํ้าหมด ดื่มเสร็จสายฝนก็เงียบ เขาไม่รู้จะพูดอะไรกับอีกฝ่ายดี รินเองก็ไม่ได้พูดออกมา ทั้งที่พักจึงเงียบ ความเงียบทำให้ทั้งคู่รู้สึกอึดอัด


       ท้ายที่สุดรินก็ไม่สามารถทนความอึดอัดได้ เธอเป็นคนเปิดประเด็นก่อน “ต่อจากนี้นายจะทำอะไร? ทำไมนายไม่ลองไปสมัครเป็นคนระดับสูงในกลุ่มโจรวายุศักดิ์สิทธิ์ดูล่ะ”


       “ฉันสามารถสมัครเป็นคนระดับสูงได้หรือ? ฉันยังไม่ได้เป็นนักรบแห่งท้องทะเลเลยนะ” สายฝนไม่เคยได้ยินเรื่องนี้มาก่อน ฉีไม่ได้เล่าให้เขาฟัง แต่ถึงเล่าให้เขาฟังสายฝนก็ไม่มีเจตนาสมัครอยู่ดี หากเขาสมัครเขาอาจต้องเปิดเผยความสามารถที่แท้จริง


       “ได้สิ ระดับครึ่งก้าวก็สามารถเป็นได้หากแข็งแกร่ง ลูกน้องนายก็ไม่ใช่ระดับครึ่งก้าวทั่วๆไป การที่เขายอมกลายเป็นลูกน้องนายแสดงว่านายต้องแข็งแกร่งมากแน่นอน ด้วยความแข็งแกร่งของนาย หากนายไปสมัครโอกาสผ่านก็น่าจะมีหนึ่งส่วนสิบ เรื่องแบบนี้นายไม่รู้เหรอ?” สายฝนพยักหน้าตอบว่า “ฉันจำไม่ได้”


       “แล้วตกลงนายจะทำอะไรต่อ?” รินถาม


       “ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่ตามแผนการที่วางใว้ ฉันจะพยายามยกระดับกลายเป็นนักรบแห่งท้องทะเลให้ได้ก่อน” สายฝนตอบ เขาไม่ได้บอกรินเรื่องที่เขาเป็นระดับหนึ่งแล้ว เขาแกล้งทำเป็นระดับศูนย์จุดห้าต่อไป


       “ฉันเองก็คิดว่าจะพยายามยกระดับเป็นนักรบแห่งท้องทะเลเหมือนกัน ในเมื่อพวกเรามีเป้าหมายเดียวกัน ทำไมเราไม่มาร่วมมือกันล่ะ?”


       ‘ฉันควรร่วมมือกับรินดีมั้ย? ถ้าฉันร่วมมือกับเธอแล้วฉันจะได้อะไร? การร่วมมือกับเธอมีโอกาสสูงมากที่จะถูกจับได้ว่าฉันไม่ใช่คิง ฉันเป็นระดับหนึ่งอยู่แล้วยังต้องไปร่วมมือกับเธอที่เป็นระดับศูนย์จุดห้าอีกเหรอ?‘ สายตาสายฝนจับจ้องไปยังร่างริน ภายในใจกำลังคิดว่าควรร่วมมือกับเธอหรือไม่


       “เธอมีแผนว่าอย่างไร?” วินาทีนั้นสายฝนพลันถามริน


       รินเริ่มเล่าแผนของเธอออกมา “เมื่อไม่กี่วันก่อน พวกระดับสูงได้บอกข่าวหนึ่งให้กับพวกเรารู้ เป็นข่าวเกี่ยวกับมิติเร้นลับ พวกระดับสูงต้องการคนจำนวนมากเพื่อไปสำรวจมิติเร้นลับนั้น ระดับตํ่าสุดที่สามารถเข้าร่วมการสำรวจได้คือคนธรรมดา และระดับที่สูงสุดที่เข้าร่วมได้คือระดับครึ่งก้าว มีระดับครึ่งก้าวมากมายที่เข้าร่วมการสำรวจนี้ ทีแรกฉันไม่ต้องการเข้าร่วมเพราะไปคนเดียวมันอันตราย แต่ตอนนี้ถ้านายตกลงร่วมมือกับฉัน ฉันก็ตัดสินใจว่าจะเข้าร่วมการสำรวจมิติเร้นลับกับน...”


       รินยังไม่ทันพูดจบสายฝนก็ยกมือขึ้นขัดจังหวะ “มิติเร้นลับคืออะไร? ฉันจำไม่ได้”


    ---


    จบบทที่ 79 ฉันจำไม่ได้