เสี่ยวเป่า ลูกรักสวรรค์พลิกชะตา

    วิญญาณที่สูญหาย และเงามืดในโถกักขัง

     

    พายุฝนฟ้าคะนองพัดกระหน่ำกรุงเทพฯ อย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ราวกับท้องฟ้ากำลังร่ำไห้ให้กับโชคชะตาของเด็กน้อยคนหนึ่ง ภายในห้องพระของคฤหาสน์มู่ มู่เฉิง ยืนอยู่ท่ามกลางวงล้อมของสายสิญจน์มงคลจักรวาลที่ หลวงจีนคง เคยมอบไว้ให้ มือของเขากำโทรศัพท์แน่น ฟังคำแนะนำจากเสียงที่ราบเรียบแต่แฝงด้วยความกังวลของหลวงจีนผ่านระบบดาวเทียม

    "อาเฉิง... ตั้งจิตให้มั่น อย่าได้ขาดสติเป็นอันขาด มารร้ายกำลังใช้สายใยจากเส้นผมดึงดวงจิตของนางฟ้าตัวน้อยไป เจ้าต้องกุมมือนางไว้ให้แน่นที่สุด และสวดมนต์บทที่ข้าสอน อย่าให้โซ่ตรวนแห่งรักขาดสะบั้น!"

    มู่เฉิงทำตามอย่างเคร่งครัด เขาประคองร่างของ เสี่ยวเป่า ที่บัดนี้ตัวสั่นเทิ้มและเย็นเยียบราวกับน้ำแข็ง ซูหว่าน นั่งคุกเข่าอยู่ข้างๆ เธอใช้มือทั้งสองข้างกุมมือน้อยๆ ของลูกสาวไว้พลางร้องไห้สะอึกสะอื้น "เสี่ยวเป่า... กลับมาหาแม่นะลูก อย่าไปตามเสียงนั่น!"

    การดวลพิกัดจิต: แสงสว่างที่กำลังมอดดับ

    ในห้วงนิมิตที่ซ้อนทับกับความจริง เสี่ยวเป่ากำลังยืนอยู่กลางทุ่งกว้างที่เต็มไปด้วยหมอกสีดำ หนูน้อยพยายามรวบรวม "ปราณเทพกำเนิด" ในตัวให้กลายเป็นแสงสีทองเพื่อขับไล่ความมืด แต่ครั้งนี้นักพรตทมิฬได้เตรียมการมาอย่างดี เขาใช้เลือดของสัตว์อสูรและอาคมพรากวิญญาณขั้นรุนแรง สร้างเป็นโซ่ตรวนสีดำนับร้อยเส้นพุ่งเข้ามารัดรึงร่างของเสี่ยวเป่า

    "มาเถิดเด็กน้อย... กายของเจ้าเป็นเพียงเปลือกนอก วิญญาณของเจ้าคือของข้า!" เสียงของนักพรตทมิฬดังก้องไปทั่วทุกทิศทาง

    เสี่ยวเป่าพยายามสะบัดพลังสวรรค์เข้าใส่โซ่เหล่านั้น "ไม่! เสี่ยวเป่าจะไปหาพ่อจ๋าแม่จ๋า! น้ายักษ์นิสัยไม่ดีปล่อยเสี่ยวเป่านะ!" แสงสีทองระเบิดออกเป็นระยะ แต่มันกลับถูกความมืดที่หนาแน่นกลืนกินไปทีละน้อย นักพรตทมิฬใช้ "โถกักวิญญาณ" ที่ลงอาคมเจ็ดป่าช้า เปิดฝาออกเพื่อดูดดึงดวงจิตของเด็กน้อยเข้าสู่ใจกลางอเวจี

    วิกฤตการณ์: ร่างที่ไร้วิญญาณ

    ที่คฤหาสน์มู่ จู่ๆ เสี่ยวเป่าก็หยุดดิ้น ดวงตาที่เคยสั่นไหวภายใต้เปลือกตาที่หลับพริ้มกลับนิ่งสนิท ลมหายใจแผ่วเบาจนแทบสัมผัสไม่ได้ มู่เฉิงรู้สึกได้ถึงมือของลูกสาวที่เคยนิ่มนวล บัดนี้กลับไร้ซึ่งกระแสชีวิตไหลเวียน

    "ไม่นะ... เสี่ยวเป่า! ลูกพ่อ!" มู่เฉิงตะโกนก้องอย่างเสียสติ เขาพยายามเขย่าร่างเล็กๆ นั้นแต่กลับไม่มีการตอบสนอง

    ซูหว่านหัวใจสลายเธอกรีดร้องออกมาอย่างเจ็บปวด "เสี่ยวเป่า! อย่าทิ้งแม่ไป! คุณมู่... ทำไมลูกถึงเป็นแบบนี้!"

    ในเวลาเดียวกัน ที่เซฟเฮาส์ลับ นักพรตทมิฬ หัวเราะอย่างบ้าคลั่ง เมื่อเห็นดวงจิตสีทองนวลตาค่อยๆ ถูกดูดเข้าไปอยู่ในโถดินเผาสีดำสนิท เขาปิดฝาโถแล้วประทับยันต์สีเลือดทันที "สำเร็จแล้ว! วิญญาณของนางฟ้าตัวน้อยอยู่ในมือข้าแล้ว! อีกไม่นาน ข้าจะหลอมรวมพลังนี้เพื่อคืนชีพลูกชายข้า!"

    หลิวจื่อหานที่ยืนดูอยู่ข้างๆ ยิ้มอย่างผู้ชนะ "มู่เฉิง... ตอนนี้แกคงกำลังกอดศพที่ไม่มีวิญญาณของลูกแกอยู่สินะ สะใจจริงๆ!"

    การปรากฏตัวของผู้ทรงศีล

    ท่ามกลางความสิ้นหวังในห้องพระของคฤหาสน์มู่ เมื่อมู่เฉิงกำลังจะล้มลงเพราะความเสียใจ จู่ๆ กลิ่นหอมของดอกบัวและธูปหอมสายป่าก็อบอวลไปทั่วห้อง แสงสว่างสีขาวนวลปรากฏขึ้นที่มุมห้อง พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างในชุดจีวรเก่าคร่ำครวญแต่เปี่ยมไปด้วยรัศมีแห่งธรรม

    หลวงจีนคง ปรากฏตัวขึ้นอย่างปริศนา ท่านไม่ได้เดินเข้ามาทางประตู แต่เหมือนก้าวออกมาจากอากาศธาตุ

    "สติ... อาเฉิง สติคือสิ่งเดียวที่จะพาลูกเจ้ากลับมา" เสียงของหลวงจีนคงทำให้มู่เฉิงและซูหว่านชะงัก

    "หลวงจีน! ช่วยเสี่ยวเป่าด้วยครับ! วิญญาณของลูกผมหายไปแล้ว!" มู่เฉิงคุกเข่าอ้อนวอนทั้งน้ำตา

    หลวงจีนคงเดินเข้าไปหาร่างของเสี่ยวเป่า ทรงวางมือลงบนศีรษะของเด็กน้อย "ดวงจิตของนางถูกขังอยู่ในโถอเวจีของมารร้าย แต่นางคือผู้มีบุญหนักศักดิ์ใหญ่ พลังเทพในตัวนางจะยังไม่ดับสูญง่ายๆ... มู่เฉิง ซูหว่าน พวกเจ้าต้องเป็นผู้นำทางให้นางกลับมา กายเนื้อของนางยังอยู่ แต่เรามีเวลาเพียงเจ็ดชั่วโมงก่อนที่รุ่งเช้าจะมาถึง ไม่อย่างนั้นดวงจิตของนางจะถูกหลอมรวมกลายเป็นส่วนหนึ่งของมิติมืดตลอดกาล"

    หลวงจีนคงหยิบลูกประคำไม้จันทน์ออกมา แล้วยื่นให้มู่เฉิง "เจ้าต้องเข้าไปในห้วงนิมิต... ไปทวงเอาดวงใจของเจ้าคืนมา!"

    บรรยากาศในห้องเปลี่ยนจากความโศกเศร้าเป็นความมุ่งมั่นที่เยือกเย็น ศึกชิงวิญญาณที่เดิมพันด้วยชีวิตของพญามังกรและคุณแม่ผู้เด็ดเดี่ยวได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว โดยมีหลวงจีนคงเป็นผู้เปิดประตูสู่โลกแห่งวิญญาณที่เต็มไปด้วยอันตราย!

    คล้ายกับเรื่องเสี่ยวเป่า ลูกรักสวรรค์พลิกชะตา ที่คุณอ่าน