ในวันถัดมาลั่วอู่หลินตื่นขึ้นมาเป็นคนแรก ด้านซ้ายและขวาของเขาตอนนี้มีหญิงงามสองคนที่กำลังนอนเปลือยเปล่าหลับลึกด้วยความอ่อนเพลีย ชายหนุ่มก็ไม่ได้รบกวนพวกนางอีกต่อไป
'เราหนักมือไปหรือเปล่าเนี้ย เห็นทีวันนี้พวกนางน่าจะหลับทั้งวันเป็นแน่แท้'
เขาลุกขึ้นและหอมแก้มพวกนางอย่างรักไคร่ ก่อนที่จะเดินไปชำระร่างกายสวมอาภรณ์และออกจากคฤหาสน์ไปปล่อยให้ภรรยาทั้งสองได้นอนพักผ่อนอย่างเต็มที่
จากการร่วมผสานหยินนับจากนี้ไป่หลี่เอ่อร์จะสามารถใช้ปราณหยินได้เช่นเดียวกับไป่หนี่อีกทั้งตบะของนางยังขึ้นมาถึงจักรพรรดิขั้นที่ห้าเทียบเท่ากับลู่ฟางหนิงและลู่ฟางเยว่แล้ว
ส่วนเมิ่งอี้หรานนั้นด้วยความที่นางเป็นผู้บ่มเพาะธาตุเปลวเพลิงก็จัดได้ว่านางเป็นธาตุหยางประเภทหนึ่ง ดังนั้นการร่วมรักเมื่อคืนก็เป็นการผสานหยินหยางไปโดยปริยายทำให้ตบะของนางเพิ่มขึ้นมากกว่าไป่หลี่เอ่อร์มากทีเดียว นั่นคือระดับจักรพรรดิขั้นที่เจ็ด สุดท้ายธาตุเปลวเพลิงที่นางบ่มเพาะก็ไม่ใช่เปลวเพลิงสีแดงฉานอีกต่อไป แต่กลับกลายเป็นสีฟ้าอมขาวและมีความร้อนแรงที่เพิ่มมากขึ้นจนเปลวเพลิงเดิมไม่อาจเทียบได้
ตอนนี้พวกนางยังคงหลับอยู่ยังไม่ได้รับรู้ถึงการเปลี่ยนแปลงนี้มากนัก แต่ถ้าหากพวกนางตื่นขึ้นมาเมื่อไหร่จะต้องพลั่นพลึงในพลังอำนาจที่สามีของพวกนางเป็นคนประทานมาให้อย่างแน่นอน
ตัดกลับมาที่ลั่วอู่หลิน หลังจากที่เดินออกมาจากคฤหาสน์แล้วสิ่งแรกที่เขาพบคือหยางเหมยกุ้ยและหลี่อิงที่นั่งอยู่ตรงศาลาริมสระบัวแก้วที่ประจำของครอบครัว ใบหน้าของพวกนางตอนนี้แดงระเรื้อเป็นอย่างมากเห็นได้ชัดเลยว่าพวกนางกลับมานานแล้วแต่ไม่กล้ารบกวนลั่วอู่หลินแต่อย่างใด
เห็นอาการร้อนรนของสองสาว ลั่วอู่หลินอดขบขันไม่ได้ เขาค่อยๆเดินเข้าไปหาพวกนางจากนั้นก็ไม่วายก้มลงหอมแก้มเบาๆก่อนจะนั่งลงยังเก้าอี้ที่ว่างอยู่ มองดูอาการเขินอายกล้าๆกลัวๆของพวกนางอยู่เช่นนั้น
"พวกท่านเป็นอะไรกัน วันนี้ช่างทำตัวแปลกยิ่งนัก"แม้จะรู้คำตอบอยู่แล้วลั่วอู่หลินก็ยังถามไถ่
"จะ เจ้าตัวร้าย จะ เจ้าทำกับน้องหญิงนานขนาดนั้นคิดจะให้นางขาดใจตายเลยหรืออย่างไร"เป็นอยางเหมยกุ้ยที่กล่าวขึ้นมาก่อน ลั่วอู่หลินที่ได้ยินก็อดหัวเราะออกมาอย่างช่วยไม่ได้
"ฮ่าๆๆข้าไม่ได้บังคับพวกนางเสียหน่อย อีกทั้งมันก็ยังเป็นช่วงเวลาที่ปกติอยู่แล้วไม่ชื่อลองไปถามพี่หญิงน้องหญิงของท่านได้"
"ปกติ!!!"
ทั้งหยางเหมยกุ้ยและหลี่อิงถึงกับกลืนน้ำลายอึกใหญ่ ปกติบ้านเจ้าสิ ถึงได้ทำกันตลอดทั้งวันเช่นนี้ และเมื่อคิดได้ว่าลำดับต่อไปจะต้องไปตัวของพวกนางเองในใจก็อดหวาดหวั่นไม่ได้
ลั่วอู่หลินยิ้มบาง "ไม่ต้องกังวลอะไรขนาดนั้น ข้าไม่ใช่คนบ้ากามราคะเช่นนั้นเสียหน่อย"
"เจ้านั่นแหละตัวบ้ากามเลย!!"พวกนางกล่าวพร้อมกันจนทำให้ใบหน้าเปื้อนยิ้มของลั่วอู่หลินแข็งค้างไปในทันที
"อะแฮ่ม เอาละๆเปลี่ยนเรื่องคุยเถอะ ที่ข้าเข้ามาเพราะต้องการจะถามพวกท่านว่าต้องการจะกลับบ้านหรือไม่ พอดีข้ากำลังจะถึงเมืองหยางในไม่ช้า"
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ทั้งหยางเหมยกุ้ยและหลี่อิงก็พลันส่ายหน้ากล่าวตอบออกไป "ไม่ละ หากพวกเราออกไปหอคอยมหาสมบัติของเจ้าที่ถือเป็นความลับสุดยอดที่สุดอาจจะถูกค้นพบได้้ อีกทั้งพวกเราก็ไม่อยากให้อาจารย์สงสัยด้วย"
"สำหรับข้าแล้วตั้งแต่ออกมาจากบ้านก็บอกท่านพอไปแล้วว่าหากไม่ขึ้นไปในจุดสูงสุดก็จะไม่กลับ ดังนั้นจึงไม่เป็นปัญหาอะไร"หยางเหมยกุ้ยกล่าว
"ส่วนตัวข้าก็มีความทรงจำที่ไม่ดีกับตระกูลเท่าไรนัก จะกลับหรือไม่กลับครอบครัวของข้าก็ไม่ได้สนใจอะไรมากนัก"หลี่อิงกล่าว ลั่วอู่หลินที่ได้ยินก็พยักหน้าให้และไม่ถามให้มากความ เพราะถึงอย่างไรที่ก็เป็นเรื่องส่วนตัวของนาง หากหลี่อิงไม่เล่าเขาก็ไม่ได้อยากจะก้าวก่าย
"เอาละแล้วแต่พวกท่านมาถึงเรื่องของพวกเรากันดีกว่าข้ายังเหลือเวลาอีก..........."
"พวกข้าจะปิดด่าน!!"ยังไม่ทันที่ชายหนุ่มจะกล่าวจบประโยค ทั้งสองคนก็ลุกขึ้นพรวดพราดและวิ่งออกไปยังชั้นบนในทันที ที่เป็นเช่นนี้ไม่ใช่ว่าพวกนางไม่อยากใช้เวลาร่วมกับชายหนุ่ม แต่เสียงคราญครางของน้องหญิงทั้งสองเมื่อครู่ มันทำให้พวกนางนึกกลัวขึ้นมา ดังนั้นแล้วจึงเลือกที่จะต้องไปศึกษาและปรึกษากับพวกบรรดาพี่หญิงน้องหญิงเสียก่อน
ส่วนตัวของลั่วอู่หลินเมื่อแกล้งจนอีกฝ่ายร้อนรนก็ยกยิ้มอย่างขบขันไม่ได้ โดยปกติแล้วหยางเหม่ยกุ้ยและหลี่อิงจะชอบทำตัวสงบนิ่งเป็นผู้ใหญ่ การได้เห็นพวกนางเขินอายหนักจนต้องวิ่งหนีเช่นนี้ช่างเป็นภาพที่แปลกตายิ่งนักและทำให้เขาสนุกสานไม่น้อยเลยทีเดียว
"อืมม จะว่าไปข้าปลูกต้นท้อเซียนอัสนีเอาไว้นี่น่า ตอนนี้คงได้เวลาลองใช้ดูแล้วกระมัง"ลั่วอู่หลินลุกขึ้นและบินทะยานไปยังใจกลางทิศใต้ของหอคอยในทันที ด้วยความกว้างใหญ่ของที่นี่ทำให้เขาต้องใช้เวลาถึงครึ่งก้านธูปด้วยกันกว่าจะมาถึงยังสถานที่ปลูกต้นท้อเซียนอัสนีเอาไว้
และในตอนนี้เองบริเวณรอบต้นท้อเซียนอัสนีจากเดิมที่เคยเป็นป่าใหญ่ที่มีลำธารไหลผ่าน บัดนี้มันได้กลายเป็นดังทะเลสาบสายฟ้าสีม่วงดำขนาดใหญ่ประมาณห้าลี้ได้ บริเวณใจกลางย่อมไม่ใช่อะไรนอกจากต้นท้อเซียนอัสนีที่ตั้งตระหง่านอยู่เพียงต้นเดียว
ลั่วอู่หลินที่เห็นเช่นนี้ก็พลันตกใจเป็นอย่างมากไม่คิดว่าเจ้าต้นไม้เซียนต้นนี้จะถึงกับปรับพื้นที่ให้เหมาะสมกับตัวเองได้ ผลท้อเซียนอัสนีในเวลานี้เหลืออยู่สิบผลทอประกายแสงสีม่วงออกมา กลิ่นหอมของมันเย้ายวนมากเสียจนชายหนุ่มยังอยากที่จะลิ้มลอง
"ทะเลสาบอัสนีนี้เหมาะกับการขัดเกลาร่างกายเป็นอย่างยิ่ง หากเจ้ามีเวลาก็ลองดูได้"ไฉ่เยว่เอ่อร์กล่าวลั่วอู่หลินก็พลันพยักหน้าให้ ก่อนที่เข้าจะเริ่มทำทางเดินน้ำของลำธารเสียใหม่ เนื่องจากไม่อยากให้น้ำในทะเลสาบนี้ไหลไปรวมกับน้ำในลำธารเพราะมันจะสร้างผลกระทบกับธรรมชาติทั้งหมดในชั้นหนึ่งแห่งนี้
"โชคยังดีที่ข้าคิดขึ้นมาได้ ไม่เช่นนั้นน้ำจากทะเลสาบนี้มีหวังได้ทำให้พืชพันธุ์รวมไปถึงสัตว์กลายพันธุ์หรือไม่ก็ล้มตายเป็นแน่แท้"หลังจากที่ปิดกั้นทางเดินน้ำเก่าและใช้ทักษะเทพสวรรค์จู่โจมทำเส้นทางน้ำใหม่เสร็จเรียบร้อย ชายหนุ่มอดกล่าวอย่างเหนื่อยใจไม่ได้
เขาพุ่งทะยานไปยังต้นท้อเซียนอัสนีอย่างรวดเร็วเด็ดผลของมันเข้าแหวนมิติไปเพื่อรักษาให้มันคงอยู่ได้เป็นเวลานาน จากนั้นก็กลับไปยังคฤหาสน์ในทันที
ชายหนุ่มใช้ชีวิตอยู่กับภรรยาอย่างมีความสุขเช่นนี้ไปถึงเจ็ดวันเจ็ดคืนด้วยกัน และเจ็ดวันนี้นั้นเรียกได้ว่าเขาทำหน้าที่สามีได้อย่างยอดเยี่ยม บำเรอภรรยาสาวจนพวกนางพึ่งพอใจ ด้านในห้องขนาดใหญ่ตอนนี้หญิงสาวห้าคนประกอบด้วย ลู่ฟางหนิง ลู่ฟางเยว่ ไป่หลี่เอ่อร์ และเมิ่งอี้หราน และไป่หนี่ นอนเปลื่อยเปล่าหลับลึกประดุจผ่านศึกครั้งใหญ่
ลั่วอู่หลินที่ลุกขึ้นมาก่อนก็อดขำไม่ได้ เหล่าภรรยาสาวทั้งหลายของเขาเวลาอยู่บนเตียงช่างเร้าร้อนยิ่งและยั่วยวนยิ่ง ทว่าตอนหลับกลับดูเหมือนกระต่ายตัวน้อยทุกคนไป น่าเสียดายที่ซีอวิ้นตั้งครรภ์อยู่ไม่เช่นนั้นนางก็คงไม่พลาดศึกรักครานี้เป็นแน่แท้
"ทำถึงขนาดนี้แล้วนี่ข้ายังมีความต้องการอยู่อีกอย่างนั้นหรือ เป็นไปได้อย่างไร"ชายหนุ่มเมื่อมองไปที่เหล่าภรรยาก็รู้สึกแปลกใจยิ่ง เนื่องจากตลอดเจ็ดวันนี้บำเรอรักแทบจะไม่ได้หยุดพักแต่ความกระหายอยากกลับไม่ลดลงแต่อย่างใด
"เรื่องนี้ข้าสามารถสันนิษฐานให้กับเจ้าได้ ที่ความต้องการของเจ้าไม่ลดลงหรือลดลงน้อยมากอาจจะเป็นเพราะมีความเกี่ยวข้องกับมังกรก็เป็นได้"ไฉ่เยว่เอ่อร์กล่าวบนตักของนางตอนนี้ลั่วปิงปิงกำลังหลับไหลอยู่
"ความเกี่ยวข้องกับมังกร!!"
"ใช่ ในดินแดนอสูรเผ่ามังกรนับว่าเป็นหนึ่งในเผ่าพันธุ์ที่แข็งแกร่งที่สุด ทว่าพวกเขากลับมีนิสัยเจ้าชู้ราวกับมันอยู่ในสายเลือดและยังไม่จำกัดแค่เผ่าพันธุ์ตัวเองหรือจะกล่าวอีกอย่างก็คือหากต้องตาหญิงหรือชายใด ไม่ว่าจะเป็นอสูร มนุษย์ หรือปีศาจ พวกเขาก็จะทำทุกอย่างเพื่อให้ได้มา"
"สุดท้ายคือเผ่าพันธุ์มังกรมีลูกยากมากๆ สวรรค์จึงสร้างความสามารถในการร่วมรักที่นานและความต้องการที่มากล้นให้กับพวกเขาเพื่อทดแทนในส่วนนี้ จากที่ข้าได้ฟังมามังกรบางตนร่วมรักเป็นเดือนหรือเป็นปีเลยก็มี ดังนั้นเจ้าที่มีความเกี่ยวข้องกับมังกรเรื่องนี้จึงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร"
"หากเป็นอย่างที่ท่านกล่าว ก็คงจะจริง"ลั่วอู่หลินลุกขึ้นมาชำระล้างร่างกายสวมอาภรณ์และเดินออกจากหอคอยมหาสมบัติไป เพราะอีกไม่นานก็จึงถึงเมืองหยางแล้วจะได้เริ่มงานตรวจการเสียที