การเผชิญหน้าที่เกือบจะบานปลายกลายเป็นเหตุการณ์นองเลือดได้จบลงด้วยการเข้ามาขัดขวางของศิษย์ชั้นในแห่งสำนักเมฆาคราม ทิ้งไว้เพียงบรรยากาศที่ตึงเครียดยิ่งกว่าเดิมราวกับสายธนูที่ถูกดึงจนสุดสายพร้อมจะปล่อยออกไปทุกเมื่อ
ฝูงชนที่มุงดูอยู่ต่างมองมาที่เฟิงหลงด้วยสายตาที่หลากหลาย... บ้างก็มองด้วยความสมเพชเวทนา คิดว่าเด็กหนุ่มบ้านนอกผู้โง่เขลาคนนี้คงจะมีชีวิตอยู่ได้อีกไม่นาน บ้างก็มองด้วยความเย้ยหยัน รอคอยที่จะได้เห็นจุดจบอันน่าอนาถของคนที่กล้าลูบคมพยัคฆ์อย่าง หวังเฉิน และมีเพียงส่วนน้อยที่มองด้วยความชื่นชมในความกล้าหาญที่บ้าบิ่นของเขา
"สหาย... ไม่สิ... พี่ชายเย่ ท่าน...ท่านช่าง..." หลินเฟิง เด็กหนุ่มร่างท้วมที่อยู่ข้างๆ เขากล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่สั่นเทาและเต็มไปด้วยความกังวล "ท่านไม่เป็นไรนะ? นายน้อยหวังเฉินผู้นั้นขึ้นชื่อเรื่องความโหดเหี้ยมและเจ้าคิดเจ้าแค้น ท่านต้องระวังตัวให้มาก"
"ข้าไม่เป็นไร" เฟิงหลงตอบด้วยน้ำเสียงที่เรียบเฉย เขามองไปยังทิศทางที่หวังเฉินเดินจากไป... ในสายตาของคนอื่น หวังเฉินอาจจะเป็นพยัคฆ์ร้ายที่น่าเกรงขาม แต่ในสายตาของเขาแล้ว... มันเป็นเพียงแค่ลูกสุนัขที่เห่าเสียงดังเท่านั้น... เป็นเพียงแค่หินลับมีดก้อนแรกที่เขาจะได้ใช้ทดสอบคมเขี้ยวของตนเองบนเวทีแห่งนี้
ฝั่งของหวังเฉินนั้นถูกห้อมล้อมไปด้วยเหล่าลูกไล่และผู้ที่ต้องการจะประจบสอพลอ ใบหน้าที่หล่อเหลาของมันบัดนี้บิดเบี้ยวด้วยความโกรธแค้นจนน่ากลัว ดวงตาของมันจ้องเขม็งมาที่เฟิงหลงไม่วางตา เจตนาฆ่าฟันที่รุนแรงแผ่ออกมาอย่างไม่ปิดบัง "ไอ้ขยะ! ข้าจะจดจำหน้าของเจ้าไว้! ในสนามทดสอบ ข้าจะทำให้เจ้ารู้ว่าความตายที่แท้จริงเป็นอย่างไร!"
เฟิงหลงเพียงแค่ยิ้มเย็นที่มุมปากและไม่สนใจมันอีกต่อไป
และในตอนนั้นเองที่เสียงระฆังอันกังวานและทรงพลังก็ดังขึ้นอีกครั้ง ทำให้เสียงพูดคุยทั้งหมดในสนามเงียบกริบลงในทันที!
ทุกสายตาต่างจับจ้องไปยังแท่นสูงใจกลางลานประลอง... ที่ซึ่งร่างของสตรีงดงามในชุดสีฟ้าอ่อนราวกับเมฆาได้ปรากฏตัวขึ้นตั้งแต่เมื่อใดไม่มีใครทราบ นางคือ ผู้อาวุโสเยว่ รูปลักษณ์ของนางดูราวกับหญิงสาววัยยี่สิบปลายๆ ผิวพรรณขาวผ่องดุจหยกเนื้อดี เรือนผมสีดำขลับถูกรวบขึ้นอย่างสง่างาม แต่ดวงตาของนางนั้นกลับลึกล้ำและสงบนิ่งราวกับผืนน้ำในทะเลสาบสวรรค์ แผ่ไอพลังที่บริสุทธิ์และน่าเกรงขามออกมาจนทำให้ผู้คนนับหมื่นต้องก้มศีรษะลงโดยไม่รู้ตัว
"ยินดีต้อนรับเหล่าอัจฉริยะจากทั่วทุกสารทิศสู่การทดสอบเพื่อคัดเลือกศิษย์ของสำนักเมฆาคราม" น้ำเสียงของนางไม่ดังไม่เบา แต่กลับก้องกังวานและชัดเจนในโสตประสาทของทุกคน "ข้าคือผู้อาวุโสเยว่ ผู้ควบคุมการทดสอบในครั้งนี้"
นางกวาดสายตามองไปทั่วทั้งลานกว้าง ก่อนที่สายตาของนางจะมาหยุดอยู่ที่จุดที่เกิดความวุ่นวายเมื่อครู่... สายตาของนางจ้องมองหวังเฉินและเฟิงหลงแวบหนึ่ง... มันเป็นสายตาที่เรียบเฉย แต่กลับแฝงไว้ด้วยคำเตือนที่เย็นเยียบจนทำให้แม้แต่หวังเฉินยังต้องรู้สึกหนาวไปถึงสันหลัง
"การทดสอบของสำนักเรานั้นไม่ได้วัดเพียงแค่ระดับพลัง... แต่วัดทั้งพลังใจ, พรสวรรค์, และโชคชะตา" นางกล่าวต่อ "ในทุกๆ ปี มีผู้เข้าร่วมทดสอบนับหมื่น แต่ผู้ที่ผ่านการทดสอบและได้เป็นศิษย์สายนอกนั้นมีไม่ถึงหนึ่งพันคน และผู้ที่จะได้เป็นศิษย์สายในนั้น... อาจจะมีไม่ถึงสิบคน! หากผู้ใดที่คิดว่าตนเองไม่พร้อม... ยังมีโอกาสที่จะถอนตัวได้ในตอนนี้"
คำพูดของนางทำให้บรรยากาศที่คึกคักเมื่อครู่พลันตึงเครียดขึ้นมาทันที อัจฉริยะหลายคนที่เคยหยิ่งผยองบัดนี้เริ่มมีสีหน้าที่เคร่งขรึมและไม่แน่ใจ
เมื่อเห็นว่าไม่มีผู้ใดถอนตัว ผู้อาวุโสเยว่ก็พยักหน้าอย่างพึงพอใจ "ดีมาก... ในเมื่อทุกคนพร้อมแล้ว... การทดสอบรอบแรก... ก็จะเริ่มต้นขึ้น ณ บัดนี้!"
นางสะบัดแขนเสื้ออย่างแผ่วเบา... และในวินาทีต่อมา... พื้นศิลาที่อยู่เบื้องหน้าของแท่นประธานก็พลันสั่นสะเทือนและแยกตัวออกจากกัน! ประตูศิลาขนาดมหึมาที่สูงกว่าสิบเมตรค่อยๆ ผุดขึ้นมาจากใต้ดินอย่างช้าๆ!
มันคือ "ประตูอสูร"! ประตูที่สร้างขึ้นจากศิลาพันปีสีดำทมิฬทั้งบาน บนผิวของมันถูกแกะสลักเป็นรูปของสัตว์อสูรในตำนานนับไม่ถ้วน... ตั้งแต่พยัคฆ์, มังกร, กิเลน, ไปจนถึงอสูรประหลาดที่ไม่มีผู้ใดเคยเห็นมาก่อน ทุกตัวล้วนมีท่วงท่าที่ดุร้ายและแววตาที่กระหายเลือด ราวกับว่าพวกมันกำลังจะกระโจนออกมาจากประตูได้ทุกเมื่อ! ไอสังหารและแรงกดดันอันป่าเถื่อนที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่าแผ่ออกมาจากประตูบานนั้นอย่างรุนแรงจนทำให้อัจฉริยะหลายคนต้องหน้าซีดเผือดและถอยหลังไปหลายก้าวโดยไม่รู้ตัว!
"การทดสอบรอบแรก... มีชื่อว่า 'ค่ายกลวิญญาณหมื่นอสูร!'" ผู้อาวุโสเยว่ประกาศก้อง "กฎนั้นเรียบง่าย... พวกเจ้าจะต้องเดินผ่านประตูอสูรบานนั้น และก้าวเดินไปบนเส้นทางยาวหนึ่งร้อยเมตรที่อยู่ด้านหลังมันให้ได้ ภายในเส้นทางนั้น พวกเจ้าจะถูกโจมตีด้วยแรงกดดันจากจิตวิญญาณสังหารของสัตว์อสูรนับหมื่นที่ถูกผนึกไว้ในค่ายกลนี้"
"มันจะโจมตีจิตใจของพวกเจ้า... มันจะกระตุ้นความกลัวที่อยู่ลึกที่สุดในใจของพวกเจ้า... และมันจะพยายามฉีกกระชากวิญญาณของพวกเจ้าให้แหลกสลาย"
"เป้าหมายของพวกเจ้าคือ... เดินไปให้ถึงแท่นศิลาที่อยู่ปลายทางให้ได้โดยไม่หมดสติหรือสูญเสียการควบคุมตนเอง ผู้ใดทำได้... ถือว่าผ่าน! จำไว้... การทดสอบนี้ไม่ได้วัดพลังลมปราณ แต่เป็นการทดสอบ พลังใจ, ความมุ่งมั่น, และความแข็งแกร่งของจิตวิญญาณ ของพวกเจ้า!"
เสียงฮือฮาดังขึ้นจากทั่วทั้งสนาม! หลายคนมีสีหน้าที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวอย่างเห็นได้ชัด การต่อสู้กับศัตรูที่มองเห็นยังพอจะรับมือได้ แต่การต่อสู้กับศัตรูที่มองไม่เห็นซึ่งโจมตีจิตใจโดยตรงนั้น... น่าสะพรึงกลัวกว่าหลายเท่านัก!
หวังเฉินมองไปยังประตูอสูรด้วยแววตาที่เคร่งขรึมแต่ก็ยังคงความหยิ่งผยองไว้ เขาหันมามองเฟิงหลงและแสยะยิ้มออกมา "ไอ้ขยะ! ข้าอยากจะรู้นักว่าจิตใจที่ต่ำต้อยของเจ้าจะทนรับแรงกดดันนี้ได้ถึงสามก้าวหรือไม่!"
ผู้อาวุโสเยว่กล่าวขึ้นอีกครั้ง "การทดสอบจะเริ่มจากผู้ที่ลงทะเบียนก่อน! ตามหมายเลข!"
สิ้นเสียงพูด... การทดสอบที่แท้จริง... ก็ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว