นาธารตั้งสติได้ถึงกับสบถคำเสียงสั่น ปนลมหายใจหอบ เขาโยนความผิดทั้งหมดที่เกิดขึ้น จนต้องจินตนาการในเช้านี้ ไปที่การันต์เพียงคนเดียวเพราะดันเล่นทะลึ่งดูดนมเขา ซ้ำยังทำริมฝีปากอิ่มหนึบหนับ จนน่าจับมาจูบดูดดึงเสียให้หายสิ้นความทะเล้น
วันนี้การันต์ทำหน้าที่ของเขาที่ได้รับมอบหมายได้เป็อย่างดี แม้จะมีบ้าง ที่อาจจะยังไม่เข้าใจความ้าของลูกค้าสักเท่าไหร่ แต่ก็มีพี่ๆ พนักงานคอยให้คำแนะนำ ทำให้เขารู้สึกประทับใจอยู่หลายครั้ง จนกระทั่งตกเย็น
“กลับไปพักแล้วนะครับ” การันต์เอ่ยกับพนักงานที่ยังทำงานอยู่
“เจอกันพรุ่งนี้น้องกัน” พนักงานเอ่ยตามหลัง
การันต์โค้งตัวทำความเคารพพี่ๆ ทุกคน จากนั้นก็เดินเข้าไปในส่วนที่พักซึ่งวันนี้ เ้าของบ้านแจ้งกับผู้จัดการเอาไว้ ว่าไม่เข้ามา ทำให้การันต์ถือโอกาสแอบเข้าห้องของนาธาร เพื่อหาหลักฐานเื่ที่เขาสงสัย แต่ว่าห้องนี้เหมือนไม่มีสิ่งของส่วนตัวของนาธารสักเท่าไหร่ จึงทำให้การันต์คว้าน้ำเหลว
“เอ๊ย! แบบนี้ก็ไม่มีหลักฐาน แล้วจะทำยังไงดี”
การันต์นั่งลงบนที่นอนของตัวเอง ก่อนที่เขาจะคิดได้ รีบไปหยิบสร้อยที่แม่มอบให้มาสวมใส่ ซึ่งมันน่าจะเป็แผนการเดียว ที่จะทำให้ได้รู้ความจริง
สามวันต่อมาการันต์เริ่มทำงานคล่องมากขึ้น ทั้งรับลูกค้าเข้าพัก และส่งลูกค้ากลับบ้าน ทุกคนต่างชื่นชม และก็โชคดีที่โรงแรมนี้ลูกค้าส่วนใหญ่จองล่วงหน้าจึงรู้วันมาและวันกลับที่แน่นอน
“น้องกันดูตรงนี้พี่แป๋บหนึ่งเข้าห้องน้ำก่อน” พนักงานประชาสัมพันธ์
“ได้ครับพี่จุ๋ม”
การันต์นั่งทำหน้าที่พนักงานต้อนรับที่เคาร์เตอร์ เพียงไม่ถึงนาทีก็มีชายร่างใหญ่เดินเข้ามา ทำให้เขารีบกล่าวต้อนรับตามหน้าที่ทันที
“สวัสดีครับ เดอะ วิกต้ายินดีต้อนรับ”
“ว้าว!..นี้พนักงานต้อนรับคนใหม่เหรอ?”
แมททิวเพื่อนรักของนาธาร ลูกเ้าของธุรกิจเรือสปีดโบ๊ท ชายหนุ่มหน้าตารูปร่างดีสูงใหญ่ลูกครึ่งตะวันตก แม้วัยจะใกล้40ปีแล้วก็ตาม
“เอ่อ..ไม่ใช่ครับ..”
“อ่าวสวัสดีค่ะคุณแมททิว”
พี่จุ๋มเดินกลับมาพอดี เธอรีบเอ่ยทักทายอย่างสนิทสนม ขณะที่ชายหนุ่มั์ตาสีคราม เอาแต่จ้องมองคนที่กำลังลุกขึ้นให้หญิงสาวนั่ง
“อ้อ..นี่น้องการันต์ นักศึกษาฝึกงานค่ะ น้องกันนี่คุณแมททิว เ้าของเรือสปีดโบ๊ททั้งเกาะ และเพื่อนรักคุณนาธารจ้า”
“สวัสดีครับ”
“ยินดีที่ได้รู้จักครับ ปกติเ้าธารมันไม่รับเด็กฝึกงานนี่ แต่ก็...”
“ครับเห็นว่าอย่างนั้น” การันต์รีบตอบตามจริงที่รู้มา พลางชักสีหน้านิ่ง
“โอ้ๆ ปะเปล่านะ..เอ่อ..ผมหมายถึง..คุณเหมาะที่สุดและเ้าธารควรจะทำแบบนี้ต่อไป จริงไหมคุณจุ๋ม”
“คะ..ฮ่าๆ ดูสิ!น้องกันใแย่แล้วคุณแมททิว”
“งั้น..ผมต้องไถ่โทษใช่ไหม?”
“มะ..ไม่เป็ไรครับ..เอ่อ กันขอตัวไปทำงานก่อนนะครับ”
การันต์โค้งตัวให้คนทั้งสอง ก่อนจะรีบเดินเข้าไปข้างในโรงแรม เพราะทำตัวไม่ถูก ขณะที่แมททิวยืนล้วงกระเป๋ากางเกง มองตามหลังการันต์อย่างหลงใหล เขาพบเจอผู้คนมามากมาย แต่ทำไมเด็กคนนี่น่ารัก น่ากอดขนาดนี้
“ซี้ดหมดแล้วค่ะน้องจุ๋ม” หญิงสาวรู้ทันรีบแซว
“แหมม..คุณจุ๋มก็น้องเขาน่ารักนี่ครับ คนอะไรแก้มป่องตาโต ปากชมพู ผิวขาว หุ่นเล็กน่ากอด”
“อะไรกันคุณแมททิว เดี๋ยวนี้ชอบแบบนี้แล้วเหรอคะ เมื่อก่อนต้องของนอกเท่านั้นไม่ใช่เหรอ?” พนักงานสาวแซวต่อ
“ก็มันยังไม่เจอนี่..แต่ตอนนี้เจอแล้ว และก็น่าสนใจมากด้วย”
“อะไรเหรอ?” นาธารเดินเข้ามา หลังจากออกไปประชุมกับลูกค้ามา
“มาก็ดีเลยแก”
แมททิวรีบโอบไหล่เพื่อนรักเดินไปยังห้องผู้บริหาร ที่อยู่ทางด้านหลังเคาร์เตอร์ประชาสัมพันธ์ จากนั้นเขาก็พาเ้าของห้องนั่งลงบนโซฟารับแขก
“กูสนใจน้องนักศึกษาฝึกงานมึง”
“ไม่ได้!” นาธารรีบตอบเสียงแข็งทันที
“นะๆ มึง กูสัญญาจะไม่ทำให้น้องเขาเสีย”
“ไอ้ทิว..มึงจะยังไงกูไม่ว่า แต่กูบอกแล้วกับพนักงานกูไม่ได้”
“เขาเป็เด็กฝึกงาน ไม่กี่เดือนก็ไปแล้ว”
“ยิ่งต้องห้าม มหาลัย พ่อแม่ รวมทั้งตัวนักศึกษาเอง เขามาฝึกงานเพื่อเรียนรู้และมีอนาคตที่ดี แต่ถ้าเขารู้ว่าเ้าของโรงแรมปล่อยให้เพื่อนมาทำให้เขาเสีย..มึงคิดว่ามันควรไหม?”
“แหมะ..มึงก็มองกูซะเป็ผู้ร้ายเซียว”
“หรือไม่จริง”
“ชิ!” แมททิวปล่อยแขนที่โอบไหล่เพื่อนรักออก เมื่อถูกปฏิเสธ เขาส่งเสียงไม่พึงพอใจ แม้จะรู้ว่านาธารไม่มีเจตนา แต่นิสัยเขาเมื่ออยากได้ก็ต้องได้
“ว่าแต่มีอะไร?”
“เสาร์นี้คุณวา กับแก๊งไฮโซ เขาอยากมาพักที่นี่และก็ชวนมึงไปลงเรือ”
แมททิว รู้ดีว่านาธารไม่ชอบรับแขกประเภทนี้ ที่สำคัญโรงแรมนี้ค่อนข้างเต็มตลอดเวลา เพราะลูกค้าจองล่วงหน้า
“ไม่ว่างทั้งห้องทั้งกู”
“กูเช็กแล้ว ลูกค้าที่จองไว้จะเข้าพักอีกหลายวัน และมึงก็ไม่คิวไปไหน”
“นี่มึงอาการหนักนะเนี่ย ยิ่งกว่าเลขากูอีก”
“นะๆ ธารที่รักของเมีย”
แมททิววางศีรษะหนุนไหล่ของนาธารส่งเสียงอ้อน อย่างหยอกล้อ แต่มันกลับเข้าสองหูของการันต์ที่กำลังเดินนำกาแฟมาเสิร์ฟ เขากำลังจะยกมือเคาะประตูที่เปิดอยู่ก่อน จึงทำให้ได้ยินประโยคเมื่อครู่เข้าเต็มๆ
ก๊อกๆ เสียงเคาะประตูดังขึ้น
“กาแฟครับ”
เพียงได้ยินสองคนที่คลอเคลียกันอยู่ รีบดีดตัวนั่งตรง มองดูคนนำกาแฟมาให้ด้วยสายตาสื่อสารที่ต่างกัน ขณะที่การันต์วางแก้วกาแฟเสร็จก็รีบออกไป โดยไม่ได้มองใครเป็พิเศษ
“เชี่ย! น้องเขาคงไม่เห็นหรอกนะ..มึงว่าไหม?”
แมททิวรีบยกแก้วกาแฟขึ้นมาจิบ ขณะที่นาธารไม่ตอบโต้เอาแต่สับสน เพราะหลายวันที่ไม่ได้เข้าโรงแรม แต่เขาก็แอบดูการันต์ในกล้องวงจรปิดที่ติดไว้ทั่วโรงแรมผ่านมือถือ แต่มันก็เทียบไม่ได้เลยกับการมาเจอตัวจริง ที่ก็ไม่รู้ว่า ทำไมต้องอยากเจอ
“น่ารักฉิบหาย”
“หา!” นาธารจ้องมองเพื่อนรักด้วยความมึนงง
“ก็น้องการันต์ของกูไง คนนี้ ว่าที่เมียกูเลยละ”
“มึงเป็เอามากนะไอ้ทิว”
“จริงนะโว้ยเพื่อน..กูเห็นครั้งแรก มันแบบ..ใช่เลย”
“หึ!เลิกบ้า..แล้วเื่ท่าเรือเป็ยังไงบ้างวะ”
นาธารลุกขึ้นเดินไปนั่งบนโต๊ะทำงาน และเมื่อพูดถึงเื่งานแมททิวก็ทำสีหน้าเคร่งเครียด เพราะท่าจอดเรือของเขาถูกวางเพลิง ซึ่งยังสืบหาคนทำไม่ได้ ถึงแม้จะสงสัยแต่ก็ไร้หลักฐาน
“ยังไม่ได้เื่เลย พวกมันเก็บหลักฐานเนียนมาก”
.......................................................