บทที่9
อดีตเลวร้าย
เมื่อกล่าวถึงเื่ราวภายในอดีตหย่งคังรู้สึกอัดอั้นภายในจิตใจ
ความคิดมากมายหวนย้อนกลับมาอีกครั้งทั้งที่มันเป็เพียงแค่ความทรงจำอันเ็ปนั้นเร็วร้ายที่เลือนลาง
จางหยวนที่นั่งอยู่เบื้องหน้ามองเห็นใบหน้าของหย่งคังเริ่มดูท่าทางไม่ดีเขาจึงแสดงใบหน้าเ็า
ภายในใจรู้ได้ในทันทีว่าคงจะมีบางอย่างอย่างแน่นอน
“ เมื่อท่านไม่อยากเราก็ไม่จำเป็ต้องเล่าก็ได้นะข้าขออภัยด้วยที่ถามเื่นี้? ” จางหยวนคิดจะเปลี่ยนเื่สนทนาอย่างรวดเร็ว
ในตอนนี้เริ่มรู้สึกว่าบรรยากาศในวงสนทนาเริ่มเปลี่ยนไปจำเป็จะต้องชักจูงไปสนทนาเื่อื่น
แต่ในขณะที่จะเปลี่ยนเื่สนทนาหย่งคังที่นั่งอยู่เบื้องหน้าก็พูดขึ้นมา“ หาใดจะเล่าไม่ได้ ”
“ เมื่อประมาณ 10 ปีก่อนได้กระบังในตอนนั้นทีค่ายังคงอาศัยอยู่ภายในเมืองแห่งนี้พบเจอหญิงสาวผู้หนึ่งลงเข้ามาภายในป่า”
“ หลังจากนั้นข้าก็ช่วยนางเอาไว้ แน่นอนว่าพวกเรารักกันแม้ว่าข้าจะมีรูปร่างที่ดูน่ากลัวและดุร้ายแต่ว่านางเองก็ไม่ได้มองถึงเื่นั้นในตอนที่ใช้ชีวิตอยู่ภายในสถานที่แห่งนี้แม้ว่าจะยากลำบากไปบ้างแต่อย่างไรก็ยังคงมีความสุข”
“ วันเวลาแห่งความสุขผ่านไปอย่างรวดเร็วถ้าใช้ชีวิตอยู่กับนางภายในสถานที่แห่งนี้ประมาณหนึ่งปีเต็ม”
“ แต่หลังจากนั้นในวันที่ข้านั้นเดินทางออกไปล่าสัตว์เมื่อเดินทางกลับมาก็พบเจอขุนนางจากเมืองหลวงมานำตัวนางไป ”
“ นำตัวงั้นหรือหมายความว่าอย่างไร? นางรู้จักขอบขุนนางผู้นั้นอย่างงั้นรึ?” จางหยวนสงสัย
“ ผิดแล้วขุนนางจากเมืองหลวงผู้นั้นเดินทางมาที่สถานที่แห่งนี้เพราะว่ามีราชการที่ต้องทำแต่เมื่อเดินทางมาพบเจอนางอยู่ภายในเมืองพบเห็นเข้าจึงรู้สึกถูกใจแล้วก็มานำพาตัวของนางไป”
“ ตัวของข้าเองก็พยายามจะขัดขวางเต็มกำลังแต่ว่าพวกมันนั้นมีกำลังคนที่มากกว่าข้าเองก็ไม่สามารถขัดขวางได้ ”
“ ข้าโดนเล่นงานจนาเ็อยู่หลายวันเมื่อรู้สึกตัวขึ้นมาอีกทีนางก็โดนพาตัวไปที่เมืองหลวงแล้ว” หย่งคังเล่าเื่ที่เกิดขึ้นออกมาด้วยความคับแค้นใจ
ในยามนี้ความรู้สึกภายในใจของเขามันราวกับว่ามีบางอย่างอัดอั้นจนอยากจะะเิออกมา
ความทรงจำที่เลวร้ายภายในอดีตย้ำเตือนอยู่ภายในใจ
ในเหตุการณ์ที่สูญเสียคนรักไปเหตุการณ์นั้นย้อนคืนกลับมาอีกครั้ง
มันถือว่าเป็วันที่เลวร้ายที่สุดภายในชีวิต
“ แล้วเมื่อนางโดนพาตัวไปสู้ของท่านไม่ได้ตามไปที่เมืองมองดูแล้วท่านที่เป็คนมีนิสัยเช่นนี้น่าจะตามไปถึงเมือง? ” จางหยวนมองเห็นและวิเคราะห์จากนิสัยใน่เวลาที่อยู่ด้วยกัน
“ แน่นอนว่าข้าเดินทางไปแต่ว่ามันจะทำอันใดได้เล่าคนผู้นั้นเป็ขุนนางใหญ่ภายในเมืองหลวงข้าเป็เพียงแค่พรานป่าจะทำอันใดได้สุดท้ายก็ต้องยอมปล่อยนางไป ”
หลังจากที่ได้ยินสิ่งที่อีกฝ่ายเล่าจำนวนพอจะเข้าใจอยู่
ผู้คนภายในยุคสมัยนี้ประชาชนธรรมดาไม่กล้ามีเื่หรือว่าต่อกรกับเหล่าขุนนางหรอกถึงแม้ว่าจะทำไปอย่างไรเสียก็ไม่ชนะอย่างแน่นอน
มันก็ไม่แปลกที่ว่าถึงแม้ว่าจะตามไปแต่ก็อย่างไรก็ไม่ได้ตัวคนรักกลับมา
ถ้าขุนนางผู้นั้นเป็ขุนนางที่มียศและตำแหน่งใหญ่โตจริงๆอย่างไรเสียก็คงจะไม่มีทางสู้ได้
“ เข้าใจแล้วถือว่าเป็อดีตที่เลวร้ายของท่านสินะแต่มันเองก็ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับการอยู่ภายในสถานที่อย่างนี้นิหรือว่าท่านจมปลักกับความทรงจำ” จางหยวนคาดเดา
“ ใช่… “
จางหยวนที่อยู่ด้านหน้าเองก็ดูเป็คนที่มีอดีตที่เลวร้ายไม่ได้แตกต่างจากเขา
การที่ต้องปล่อยคนรักของตัวเองหลุดมือไปทั้งที่ตนเองนั้นไม่สามารถทำอะไรได้ถือว่าเป็เื่ที่น่าเจ็บใจ
แววตาของหย่งคังในตอนนี้เต็มไปด้วยความโศกเศร้าภายในดวงตาเต็มไปด้วยความโศกเศร้าและความคับแค้นใจ
จางหยวนเงียบนิ่งไปพักสักแล้วพูดขึ้น“ เหตุใดท่านถึงไม่คิดว่าจะไปเอาตัวนางกลับมาบ้างละ? ”
หย่งคังกำลังก้มหน้าอยู่ในตอนนี้ใบหน้าของตนเองขึ้นมาและมองไปที่บุรุษหนุ่มที่อยู่เบื้องหน้า
จางหยวนที่กำลังนั่งอยู่แสดงใบหน้าที่จริงจังเพื่อตอบรับอีกฝ่ายแล้วก็พูดขึ้นมา“ แม้ว่าพวกเราจะไม่ใช่ขุนนางแต่มีสิ่งหนึ่งที่สามารถต่อกรกับอำนาจของขุนนางได้ ”
“ อันใด? ”
“ เงิน!!! ” จางหยวนจริงจัง
“ เงิน? ”
“ ภายในยุคสมัยเช่นนี้มันเป็ยุคสมัยที่กำลังจะสับเปลี่ยนและเข้าสู่ยุคสมัยการค้าเงินถือว่าเป็ปัจจัยที่สำคัญที่สุดเป็สิ่งที่หมุนเวียนแล้วก็มีอิทธิพลมากกว่าอำนาจของขุนนางอย่างแน่นอน ”
“ ข้าตั้งใจเอาไว้แล้วอย่างไรเสียข้าเองก็ต้องมีเงินไม่ว่าจะเหนื่อยขนาดไหนอย่างไรข้าก็ต้องเป็คนที่ร่ำรวยที่สุดให้ได้”
“ ท่านจะร่วมมือกับข้าหรือไม่ ” จางหยวนถามผู้ที่อยู่ด้านหน้า
หย่งคังแสดงใบหน้าขบคิดและตัดสินใจอยู่
ในขณะที่มันกำลังแสดงใบหน้าเช่นนั้นจางหยวนจึงพูดขึ้นมาเอง“ 10 ปีก็ยังไม่สายบางทีหญิงอันเป็ที่รักของท่านอาจจะรอท่านอยู่ที่เมืองหลวงก็ได้”
“ ขอเพียงแค่พวกเราร่ำรวยต่อให้เป็ขุนนางผู้นั้นก็ไม่สามารถต่อกรกับพวกเราได้ข้าเป็สมองท่านเป็กำลัง ” จางหยวนยกยิ้มมุมปากเล็กน้อย
หย่งคังเห็นใบหน้าของจางหยวนภายในใจรู้สึกราวกับมีเปลวเพลิงลุกไหม้ “ ได้!!! ”
เขาตอบกลับไปอย่างรวดเร็ว
ทั้งสองยื่นมือเข้ามาหากันจากนั้นก็จับมือและสบตากันภายใต้แสงเพลิงมันเปรียบเสมือนคำสัญญาทางใจระหว่างทั้งสอง
สหายต่างวัยทั้งสองที่มีเป้าหมายเดียวกันตัดสินใจจะร่วมมือกันภายในสถานที่แห่งนี้
…
เช้าวันใหม่
บริเวณแปลงผักที่ตอนนี้ยังเป็เพียงแค่แปดอันว่างเปล่าเพิ่งจัดการหน้าดินเสร็จเมื่อวาน
จางหยวนและหย่งคังยืนอยู่บริเวณแปลงผักพร้อมกับจ้องมองมัน
“ เ้าตั้งใจจะปลูกผักเหล่านี้ขาย? ”
“ ถูกต้องแล้วตัวของข้าสามารถหาพวกเมล็ดของมันในราคาที่ต่ำมาได้ถ้านำไปขายจะต้องได้กำไรดีอย่างแน่นอน”
“ แต่ว่าถ้าเราอยากจะร่ำรวยเพียงแค่นี้มันยังไม่เพียงพอหรอก พวกเราจำเป็จะต้องหาเงินให้มากกว่านี้เพื่อที่จะเริ่มกิจการและธุรกิจทำให้พวกเราสามารถเก็บเกี่ยวเงินทองได้มากมาย”
“ ธุรกิจ? ”
“ เื่นั้นท่านไม่จำเป็จะต้องสนใจหรอกข้าบอกแล้วอย่างไรท่านเป็กำลังข้าเป็สมองอย่างไรเสียพวกเราต้องร่ำรวย ”
“ ก่อนอื่นท่านนำสิ่งนี้ไปจัดการในงานก่อน ”จางหยวนทำการหยิบบางอย่างออกมาจากภายในเสื้อ
มันเป็เหมือนกับถุงหอมบางอย่างที่มีขนาดไม่ได้ใหญ่มากนักเขาโยนถุงสีน้ำตาลให้กับหย่งคังอย่างรวดเร็ว
หย่งคังรับมันเอาไว้แล้วมองด้วยดวงตาสงสัยเ้าสิ่งที่เหมือนกับถุงหอมที่อยู่ภายในมือมันไม่มีกลิ่นที่เขาสามารถััได้
เพราะแบบนั้นในยามนี้หย่งคังในรู้สึกสงสัยเลยตัดสินใจเอ่ยถามออกไป“ เ้านี่มันอะไรกัน? ”
“ มันเป็ถุงหอมสูตรพิเศษที่ข้าคิดคนขึ้นมาสามารถรอสัตว์ป่าได้ในยามนี้พวกเราจำเป็จะต้องหาเงินจากการล่าสัตว์ด้วย ”
“ ท่านลองใช้มันไปใช้ดูได้ผลอย่างไรกลับมาบอกข้าด้วย ”นี่คือถุงหอมที่ได้มาจากร้านค้าลึกลับ เขาซื้อมาประมาณสี่ถุง
เื่การซื้อขายที่ซื้อไปก่อนหน้านี้มีทั้งหมดเพียงแค่นี้เขาเหลือเงินอยู่ภายในตัวอีกประมาณสามตำลึงเอาไว้ใช้จ่ายแล้วก็เอาไปซื้อของที่ตนเอง้าอีก
หย่งคังหลังจากที่ได้ยินเช่นนั้นจึงพยักหน้าเข้าใจในตอนนี้ไม่สามารถทำอะไรได้นอกจากเชื่อจางหยวนเท่านั้น
หลังจากที่ได้รับถุงหอมนั้นก็หยิบอุปกรณ์ล่าสัตว์แล้วก็มุ่งตรงเข้าไปภายในป่าอย่างรวดเร็ว
จางหยวนเริ่มลงมือทำการเพาะปลูกหลังจากนั้นพวกเขาทั้งสองก็แยกกันทำหน้าที่ของตนเอง
ท้องนภา้าเริ่มเปลี่ยนสีดวงอาทิตย์แปรเปลี่ยนกลายเป็ดวงอาทิตย์ยามอัสดง ส่องแสงสีส้มอมแดงจางหยวนนั่งรออยู่หน้าบ้านรอให้หย่งคังกลับมา
ในวันนี้เขากลับมาช้ากว่าทุกวันจางหยวนรู้สึกกังวลอยู่ภายในใจว่าเหตุใดถึงกลับมาช้า
หรือว่ามันจะเป็เพราะถุงหอมที่ให้ไปขณะที่กำลังนั่งรออยู่นั่นเองเสียงเสียงหนึ่งดังขึ้นมาบริเวณด้านหน้า
“ ช่วยด้วย!!! ”
จบบท