บทที่ 8 โลกาวินาศกำลังจะเริ่มต้น (รีไรต์)
ลั่วฉิงเทียนโบกมืออย่างไม่ใส่ใจ ก่อนจะพูดทิ้งท้ายว่า “ไม่เป็ไร แต่พวกนายก็ต้องระวังกันหน่อย เื่แบบนี้ฉันไม่อยากให้เกิดขึ้นเป็ครั้งที่สอง”
ผู้จัดการโรงแรมถอนหายใจด้วยความโล่งอก ก้มหัวให้ลั่วฉิงเทียนและรับปากว่าจะไม่มีครั้งที่สอง ลั่วฉิงเทียนจึงพยักหน้า
“อือ นี่ก็ดึกแล้วฉันจะพักผ่อนสักหน่อย” ลั่วฉิงเทียนพูดจบก็ปิดประตูลง ท่ามกลางสายตาที่เต็มไปด้วยความเคารพของผู้จัดการโรงแรม ข้างนอกห้อง ผู้จัดการโรงแรมถอนหายใจอย่างโล่งอกอีกครั้ง จากนั้นก็รีบลงไปจัดการเื่ของซุนเฉียง
หลังจากลั่วฉิงเทียนมั่นใจว่าผู้จัดการโรงแรมจากไปแล้ว ก็แอบเปิดประตูห้องอย่างเงียบ ๆ หลังจากมั่นใจว่าหลบกล้องวงจรปิดได้แล้ว เธอก็ตรงไปที่บันไดของโรงแรมทันที
นับั้แ่ที่ปลุกพลังความสามารถของนักล่า ลั่วฉิงเทียนรู้สึกได้ว่าร่างกายของตัวเองแข็งแกร่งขึ้นทุกวัน แม้แต่สายตาก็ยังมองเห็นได้ชัดเจนกว่าเดิม เธอก้าวเท้าอย่างรวดเร็วลงบันได วิ่งตรงไปที่ประตูหลังของโรงแรม หลบกล้องวงจรปิด และหาที่มุมเงียบ ๆ รอคอยอยู่
ครึ่งชั่วโมงต่อมา ซุนเฉียงกับเพื่อนอีกคนก็เดินออกจากโรงแรมพร้อมกับเสียงสบถ พวกเขาถูกพนักงานรักษาความปลอดภัยหลายคนพาออกมา ทั้งสองขึ้นรถจ้องมองพนักงานรักษาความปลอดภัยที่เดินออกมาส่งพวกเขาด้วยความโกรธ ก่อนจะขึ้นรถไปด้วยสีหน้าไม่สบอารมณ์
วันนี้คงหมดหวังที่จะเจอลั่วฉิงเทียนแล้ว แต่ตราบใดที่ลั่วฉิงเทียนยังพักอยู่ที่โรงแรมแห่งนี้ เขาก็ต้องหาเธอจนเจอ รถแล่นไปบนถนนอย่างรวดเร็ว ลั่วฉิงเทียนที่อยู่ตรงมุมตึก หรี่ตามองรถที่กำลังแล่นออกไป จนกระทั่งรถเริ่มเร่งความเร็ว ลั่วฉิงเทียนก็ปล่อยลูกธนูซึ่งเป็ทักษะแรกของนักล่าออกไป
ลูกธนูสามดอกพุ่งตรงไปที่ซุนเฉียง รถของซุนเฉียงเพิ่งเร่งความเร็วได้ไม่นาน ก็รู้สึกได้ว่าล้อหลังเริ่มปัด สัญชาตญาณของซุนเฉียงสั่งให้เหยียบเบรกเพื่อหยุดรถ ทันใดนั้นเองรถบรรทุกคันหนึ่งก็แล่นสวนมา
“โครม!” รถของซุนเฉียงชนเข้ากับรถบรรทุกอย่างจัง ในขณะที่รถทั้งสองคันชนกัน ลั่วฉิงเทียนก็เล็งลูกธนูไปที่หัวของซุนเฉียงอีกครั้ง ลูกธนูพุ่งทะลุถุงลมนิรภัยในรถของซุนเฉียง เจาะเข้าไปที่ขมับของเขาอย่างจัง
ลั่วฉิงเทียนไม่แม้แต่จะหันไปมองจุดจบของซุนเฉียง เธอหันหลังกลับเข้าไปในโรงแรม จากนั้นเดินตรงขึ้นไปบนชั้นดาดฟ้า ผ่านทางบันได แท้จริงแล้วลั่วฉิงเทียนไม่ได้สนใจเลยว่าจุดจบของซุนเฉียงจะเป็เช่นไร
เพราะไม่ว่าผลลัพธ์จะเป็อย่างไร….
เธอก็มั่นใจว่าปัญหาภายหลังจะไม่ตกมาถึงตัวเธออย่างแน่นอน จากการใช้ทักษะในครั้งนี้ ทำให้ลั่วฉิงเทียนค้นพบว่าทักษะของเธอนั้นมีข้อเสียเปรียบอย่างมากในเื่ระยะการโจมตี เมื่อลองคิดดูแล้ว เธอก็ได้ข้อสรุปว่าเป็เพราะเธอไม่มีอาวุธ
หลังจากพักผ่อนมาทั้งคืน ในวันรุ่งขึ้นลั่วฉิงเทียนก็ไปที่สนามกีฬาเพื่อสั่งทำธนูและลูกธนูจำนวนมาก เนื่องจากในพื้นที่มิตินั้นมีน้ำไหล ลั่วฉิงเทียนจึงสั่งซื้อสัตว์มีชีวิตจำพวกหมู วัว แกะ ไก่ เป็ด ห่าน กระต่ายมาเลี้ยง นอกจากนี้เธอยังได้แบ่งพื้นที่ในมิตินั้นให้เป็สัดส่วน เพื่อเลี้ยงปลาและสัตว์ทะเลโดยเฉพาะ
เวลาผ่านไป บ้านของลั่วฉิงเทียนก็ได้รับการตกแต่งเสร็จสิ้น ในเดือนที่สาม ลั่วฉิงเทียนก็ได้ย้ายเข้าไปอยู่ในบ้านของเธอ ห้องต่าง ๆ ได้รับการตกแต่งอย่างสวยงาม ไม่ว่าจะเป็พื้นห้องที่ให้ความอบอุ่น หรือเครื่องปรับอากาศ ก็ล้วนแล้วแต่มีระบบไฟฟ้าแยกต่างหาก
ทั้งภายในและภายนอกห้อง รวมไปถึงตัวอาคารทั้งหลัง ล้วนได้รับการติดตั้งกล้องวงจรปิด เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับลั่วฉิงเทียนในการสังเกตสถานการณ์ภายนอก
ฉีเจี้ยนไม่ได้เร่งรัดให้ลั่วฉิงเทียนชำระเงินส่วนที่เหลือ แต่ให้เธอได้พักอาศัยอยู่ที่นั่นไปก่อนระยะหนึ่ง แน่นอนว่าลั่วฉิงเทียนก็ยินดีเช่นกัน เหลือเวลาอีกไม่กี่วันก่อนวันสิ้นโลกจะมาถึง ลั่วฉิงเทียนไม่ได้ออกไปไหนอีกเลย ่หลายวันมานี้ ทั้งหานซั่วและหลิวซือฉีต่างก็มาหาลั่วฉิงเทียนหลายครั้ง
ทั้งสองคนอยากจะอธิบาย แต่ลั่วฉิงเทียนก็ไม่สนใจ ตอนนี้ก็เข้าเดือนกันยายนแล้ว แต่อุณหภูมิก็ยังคงอยู่ที่ประมาณ 40 องศาเซลเซียส ทุกวันโทรศัพท์มือถือจะได้รับการแจ้งเตือนเื่อากาศร้อนจัด
ในกลุ่มของบ้านจัดสรรเริ่มมีคนบ่นกันระงม พากันบ่นเื่อากาศร้อนแบบนี้ ลั่วฉิงเทียนมองดูคนในกลุ่มบ่นกันอย่างเงียบ ๆ ได้แต่ยิ้ม ๆ ไม่ได้พูดอะไรออกไป
เพราะเธอรู้ดีว่า นี่เป็สัญญาณบ่งบอกว่าวันสิ้นโลกกำลังจะมาถึง เธอจึงขังตัวเองไว้ในบ้านแล้วเริ่มฝึกฝนตัวเองทุกวัน ทุกครั้งที่ฝึกฝน เธอจะฝึกจนถึงขีดสุดจนกระทั่งทะลุขีดจำกัด ร่างกายรับไม่ไหวก็จะหยุด
เธอมีวิธีฝึกฝนเป็ของตัวเอง เป็วิธีที่ผู้ชายคนหนึ่งได้สอนทักษะการต่อสู้ให้เธอที่ค่ายในชาติที่แล้ว เวลาผ่านไปอีกหลายวัน จนกระทั่งเช้าวันนี้ อากาศที่ร้อนอบอ้าวกลับกลายเป็อากาศเย็น และทั่วทั้งโลกก็ถูกปกคลุมไปด้วยหมอกสีขาว
หมอกขาวโพลนหนาหนักจนความชื้นเกาะแน่นตามร่างกายของผู้คนที่เร่งรีบออกจากบ้าน ชวนให้รู้สึกเหนียวเหนอะหนะไปทั่วทั้งตัว เสียงข้อความแจ้งเตือนในกลุ่มแชตของหมู่บ้านดังขึ้นไม่หยุด
[โอ้พระเ้า! อากาศแบบนี้มันอะไรกันเนี่ย หมอกลงจัดขนาดนี้ เดินออกไปมองอะไรก็ไม่เห็น]
[ใช่! ไม่รู้ว่าเกิดอุบัติเหตุไปกี่รายแล้ว วันนี้ฉันไม่กล้าออกจากบ้านแล้ว]
[ฉันก็เหมือนกัน ตอนแรกว่าจะไปส่งลูกที่โรงเรียน แต่หมอกมันลงจัด แถมมีกลิ่นแปลก ๆ ด้วย รู้สึกไม่ชอบมาพากล เลยโทรไปลาครูให้ลูกแล้ว]
สมาชิกในกลุ่มต่างก็พูดคุยกันอย่างกังวลใจ แต่สำหรับลั่วฉิงเทียน เธอเตรียมตัวออกจากบ้านเสร็จเรียบร้อยแล้ว
เพราะหลังจากหมอกครั้งนี้ ฝนกรดจะมาเยือน และฝนกรดนี้เองที่จะทำให้สิ่งมีชีวิตบนโลกกว่าเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์เกิดการกลายพันธุ์
และฝนกรดนี้… มันก็เป็จุดเริ่มต้นของยุคสิ้นโลกอย่างแท้จริง
ลั่วฉิงเทียนยืนอยู่ที่หน้าต่าง มองออกไปยังโลกภายนอกที่ปกคลุมไปด้วยหมอกสีขาว หนึ่งชั่วโมงผ่านไป หมอกก็เริ่มจางหายและฝนก็เริ่มโปรยปรายลงมาอย่างหนัก ทั่วทั้งโลกถูกปกคลุมไปด้วยม่านฝน
ลั่วฉิงเทียนสวมเสื้อกันฝน สวมหมวกกันน็อก แล้วเดินออกจากบ้าน เธอขับรถ SUV ของตัวเองออกมา จากนั้นก็เปิดใช้งานทักษะที่สามของนักล่า เธอขับรถฝ่าสายฝนที่ตกหนัก มุ่งหน้าไปยังซูเปอร์มาร์เก็ตวอลมาร์ตที่ใหญ่ที่สุดในท้องถิ่น
เนื่องจากมีทั้งหมอกและฝน คนจึงไม่ค่อยเยอะแม้ในวอลมาร์ตแห่งนี้ เมื่อมาถึงซูเปอร์มาร์เก็ต ลั่วฉิงเทียนก็ไม่ได้รีบร้อน เธอเพียงนั่งรออยู่ในรถอย่างใจเย็น
ฝนตกหนักขึ้นเรื่อย ๆ ในบรรดาคนที่ตากฝน เริ่มมีบางคนที่รู้สึกว่าฝนนี้มีบางอย่างผิดปกติ ทุกคนที่โดนฝนล้วนมีอาการวิงเวียนศีรษะและเป็ไข้ในระดับที่ต่างกัน บางคนถึงกับหมดสติล้มลงทันทีหลังจากโดนฝน
“ฝนนี้มันยังไงกันเนี่ย ทั้งเปรี้ยวทั้งเหม็น โดนตัวแล้วรู้สึกแย่มาก”
“ใช่! ฉันเห็นบางคนโดนฝนแล้วเป็ลมไปเลย ไม่รู้ว่ามีพิษหรือเปล่า” ที่ลานจอดรถ ชายสองคนกำลังรีบเดินกางร่มตรงไปยังลานจอดรถ พวกเขาหยุดอยู่ที่รถข้าง ๆ รถของลั่วฉิงเทียน หนึ่งในนั้นหยิบกุญแจรถออกมาไขประตูแล้วเข้าไปนั่งประจำที่คนขับ ส่วนชายอีกคนยืนนิ่งอยู่ที่ประตูฝั่งข้างคนขับ
“ขึ้นรถสิ ยืนเอ๋ออะไรอยู่เนี่ย!” ชายที่เป็คนขับถามพลางขมวดคิ้วเมื่อเห็นเพื่อนยังไม่ยอมขึ้นรถ สิ้นคำพูดนั้น ชายหนุ่มที่ยืนอยู่ก็เงยหน้าขึ้นจ้องมองเขาอย่างเงียบงัน
ลั่วฉิงเทียนหันไปมองชายหนุ่มที่ดูเหมือนจะเหม่อลอย เมื่อสังเกตเห็นรูม่านตาของเขากลายเป็สีขาวอมเทา ดวงตางามก็เป็ประกายวาวโรจน์
“นี่มัน... กำลังจะกลายร่างงั้นเหรอ” ลั่วฉิงเทียนคุ้นเคยกับสถานการณ์แบบนี้เป็อย่างดี นี่คือสัญญาณของการที่คนจะเปลี่ยนเป็ซอมบี้ ในชีวิตก่อน คนที่โดนฝนกรดส่วนใหญ่จะเริ่มกลายร่างจากดวงตาก่อน