สุดยอดนักผจญภัย

ซีรอสแสดงฝีมือ

เวลานี้พวกแบมบูด้าพากันกลืนน้ำลายด้วยความหวาดกลัว พวกเขาเคยได้ยินเชื่อเสียงของไลท์มาก่อน ตัวตนที่แข็งแกร่งอันดับต้นๆของเผ่ามนุษย์ บุคคลที่สามารถจบสงครามได้ด้วยตัวคนเดียว บุคคลที่เป็นนักดาบอันดับต้นๆของโลก

ซีรอสมองไปที่ไลท์ด้วยความไม่อยากเชื่อ เขาไม่อยากเชื่อเลยว่าเขาจะได้กลายมาเป็นลูกศิษย์ของท่านไลท์ 

‘ ไม่ใช่ว่าศิษย์พี่ของเขาก็คือท่านเดซี่งั้นหรอ? ’ ซีรอสฉุกคิดขึ้นมา

ส่วนทางด้านของแบมบูด้าเขารีบหยิบเครื่องมือสื่อสารออกมา แต่จู่ๆเครื่องมือสื่อสารของเขาก็สั่นขึ้นมาก่อน 

แบมบูด้าสังหรณ์ใจไม่ดีขึ้นมา จากนั้นเขาก็กดรับสาย

สีหน้าของแบมบูด้าซีดขาวพร้อมกับรีบพูดคุยกับคนในสายด้วยท่าทีหวาดกลัว 

พวกของแบมบูด้าเข้าใจได้ทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น มันคงจะแปลกถ้าหากแบมบูด้าไม่ถูกพ่อของตัวเองตะโกนด่าว่าเขาดันไปจังตัวครอบครัวของลูกศิษย์ท่านไลท์ 

แม้ว่าตระกูลเฮฟวี่ย์จะแข็งแกร่งแต่มันก็ยังเป็นจุดเล็กๆเมื่อเทียบกับกองกำลังอื่นๆหรือตระกูลอื่นๆที่มีตัวตนระดับSSอาศัยอยู่

ไลท์ที่มองดูแบมบูด้าคุยเครื่องมือสื่อสารก็ส่ายหน้าเบาๆ จากนั้นเครื่องมือสื่อสารของเขาก็สั่นขึ้น

“ เรียบร้อยแล้วครับท่านไลท์ ตอนนี้ผมได้ตัวของครอบครัวของท่านซีรอสแล้วครับ ” เวสตั้นพูดขึ้น เขารู้ว่าซีรอสคือลูกศิษย์คนที่สองของท่านไลท์ เพราะฉะนั้นจึงไม่แปลกที่เขาจะเรียกซีรอสว่าท่าน นอกจากนี้ลูกศิษย์ของท่านไลท์อย่างท่านเดซี่ก็คือตัวตนระดับSSอีกด้วยและเขาเชื่อว่าอนาคตซีรอสก็ต้องแข็งแกร่งในระดับSSเหมือนกัน เพราะฉะนั้นเขาจึงต้อวรีบสร้างความสัมผัสกับครอบครัวของซีรอสก่อน

“ เข้าใจแล้ว เดี๋ยวฉันจะส่งคนไปรับตัวทั้งสองมาที่นี้ ” ไลท์พูดขึ้น

“ ไม่เป็นไรครับท่านไลท์ ผมเองก็อยากไปพิธีเปิดเมืองของเมืองรุ่งอรุณ เดี๋ยวผมจะนำตัวของทั้งสองไปที่เมืองรุ่งอรุณพร้อมกันเลยดีไหมครับ? ” เวสตั้นพูดขึ้น

เมืองลิโทเมียร์อยู่ห่างจากเมืองแสงจันทร์ไม่กี่พันกิโลเมตรเท่านั้น ซึ่งใช้เวลาเดินทางประมาณสี่ถึงห้าวันเท่านั้น ซึ่งด้วยเวลาไม่กี่วันนี้มันยังทันก่อนที่จะมีพิธีเปิดเมือง

“ เอาตามงั้นก็ได้ งั้นฉันขอฝากนายด้วยล่ะเวสตั้น เดี๋ยวฉันจะมอบรางวัลให้กับนายอย่างดีเลย ” ไลท์พูดขึ้น

“ ขอบคุณมากครับท่านไลท์ ” เวสตั้นยิ้มอย่างมีความสุขก่อนที่จะวางสายไป

“ ครอบครัวของเธอฉันให้คนมาช่วยเหลือไปแล้วตอนนี้ไม่ต้องเป็นห่วงแล้วล่ะ ” ไลท์พูดพร้อมกับตบไหล่ของซีรอสเบาๆ

“ ขอบคุณมากครับอาจารย์ ” ซีรอสพูดขึ้นพร้อมกับใบหน้าที่เต็มไปด้วยความซาบซึ้งและขอบคุณ

“ เรื่องเล็กน้อยน่า ” ไลท์ส่ายหน้าเบาๆ ถ้าหากแค่นี้ยังช่วยครอบครัวของลูกศิษย์ตัวเองไม่ได้แล้วเขาจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนกันล่ะ? 

“ ซีรอสฉันขอโทษได้โปรดอภัยให้ฉันด้วยนะ ” แบมบูด้าหลังจากที่วางสายเสร็แล้วเขาก็รีบวิ่งมาขอโทษซีรอสพร้อมกับขอร้องให้ซีรอสยกโทษให้

สาเหตุก็เพราะถ้าหากซีรอสไม่ยกโทษให้ แบมบูด้าจะถูกไล่ออกจากตระกูลทันที 

แบมบูด้ารู้ดีว่าถ้าหากเขาถูกไล่ออกจากตระกูลเขาจะต้องถูกศัตรูคนอื่นๆโจมตีอย่างแน่นอน เพราะเขาได้ก่อปัญหาเอาไว้เยอะมาก ถ้าหากเขาไม่มีตระกูลที่แข็งแกร่งคอยหนุนหลังเขาก็คงถูกจัดการไปนานแล้ว

นอกจากนี้เขาก็รู้ดีว่าตอนนี้ซีรอสได้ทะยานขึ้นสวรรค์ไปแล้ว เขาได้กลายเป็นลูกศิษย์ของท่านไลท์มเพียงแค่ท่านไลท์ออกปากเขาเชื่อเลยว่าจะต้องมีตระกูลขนาดใหญ่หลายตระกูลในเมืองลิโทเมียร์ลุมโจมตีตระกูลเฮฟวี่ย์ของเขา ไม่สิเมืองอื่นๆก็อาจจะเข้ามายุ่งด้วยเหมือนกัน พวกเขารู้ดีว่าการสร้างความประทับใจให้กับท่านไลท์นั้นมีประโยชน์อย่างมาก

แม้ว่าตอนนี้ซีรอสจะยังไม่ได้แข็งแกร่งแต่สถานะและอำนาจของซีรอสนั้นแข็งแกร่งมาก ไม่แน่ว่าอาจะมีหลายตระกูลที่ต้องการสร้างความสัมผัสกับซีรอสที่เป็นลูกศิษย์ของท่านไลท์ก็ได้ ขอเพียงซีรอสพูดขึ้นคำเดียวพวกเขาก็พร้อมที่จะจัดการตระกูลเฮฟวี่ย์แทนซีรอสแล้ว

ด้วยเหตุนี้แบมบูด้าจึงได้แต่คุกเข่าเพื่อขอให้ซีรอสยกโทษให้ 

ซีรอสแสดงสีหน้าลังเลก่อนที่จะมองไปที่ไลท์เพื่อขอความช่วยเหลือ

“ เรื่องนี้คือเรื่องของเธอ เธอจะต้องเป็นคนตัดสินใจด้วยตัวเอง ฉันรู้ว่าเธอทำได้อยู่แล้วและฉันก็จะยืนอยู่เคียงข้างลูกศิษย์ของฉันอีกด้วย ” ไลท์พูดให้กำลังใจ

ซีรอสพยักหน้ารับด้วยความจริงจัง เขามองไปที่แบมบูด้าและพูดขึ้นว่า “ ฉันจะยกโทษให้นายก็ได้ ” 

เมื่อได้ยินที่ซีรอสพูดสีหน้าของแบมบูด้าก็เต็มไปด้วยความตื่นเต้นและโล่งใจออกมา

“ แต่นายจะต้องมาสู้กับฉันบนลานประลอง เพราะนายได้จับตัวครอบครัวของฉันไป ” ซีรอสพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจัง

แบมบูด้าและคนอื่นๆมองหน้ากันเพราะพวกเขาไม่คิดว่าซีรอสจะขอท้าประลองกับแบมบูด้าแบบนี้ นอกจากนี้พวกเขายังไม่เคยเห็นซีรอสแสดงฝีมือที่แท้จริงมาก่อนจึงทำให้พวกเขาพากันคิดว่าซีรอสไม่ได้แข็งแกร่งอะไรมากนัก

แบมบูด้าคิดว่าเขาจะต้องแกล้งแพ้เพื่อให้ซีรอสพึงพอใจให้ได้

ไลท์คิดว่าการที่ซีรอสสทำแบบนี้ก็เพราะต้องการที่จะลบจิตมารของตัวเองออกไป ถ้าหากในวันนี้เขาไม่ได้ประลองกับแบมบูด้า ในอนาคตเขสก็จะมีปัญหาในเรื่องการบ่มเพาะพลัง แต่สิ่งที่เขาเข้าใจก็คือซีรอสไม่ได้คิดอะไรแบบนั้นหรอก เขาก็แค่อยากที่จะเอาคืนแบมบูด้าที่คอยรังแกเขามาตลอดเท่านั้น ส่วนเรื่องที่จับครอบครัวของเขา เดี๋ยวเขาจะต้องแก้แค้นด้วยตัวเอง เขาจะไม่ยืมมือใครเด็ดขาด

เนื่องจากนี้คือโลกเวทย์มนต์ จิตมารจึงไม่เคยปรากฏขึ้นมาก่อน และซีรอสก็ยังเด็กเกินไปที่จะคิดเรื่องแบบนี้ขึ้นมาได้

แบมบูด้าพยักหน้าด้วยความจริงจัง

“ ตกลง ฉันจะประลองกับนาย ” แบมบูด้าพูดขึ้น

“ งั้นฉันขอยืมลานประลองสักครู่นะ” ไลท์พูดขึ้น

“ ด้วยความยินดีเลยครับ ต่อให้เป็นทั้งวันก็ไม่มีปัญหาเลยครับ ” ครูฝึกหัวเราะออกมาด้วยความยินดี

ไม่นานพวกเขาก็มาถึงลานประลอง

บนเวทีมีแบมบูด้า ซีรอสและครูฝึกที่รับหน้าที่เป็นกรรมการยืนอยู่

ในมือของแบมบูด้าและซีรอสเป็นดาบไม้ที่ถูกสร้างขึ้นมาจากไม้เหล็กดำ ซึ่งเป็นไม้พิเศษที่มีความแข็งแกร่งและทนทาน 

“ เอาล่ะทั้งสองคนพร้อมกันแล้วนะ ” ครูฝึกพูดขึ้นพร้อมกับมองดูแบมบูด้าและซีรอส 

แบมบูด้าและซีรอสพยักหน้ารับเบาๆ 

“ เอาล่ะ งั้นก็เริ่มต้นการประลองได้ ” ครูฝึกพูดขึ้นก่อนที่จะกระโดดถอยหลังออกไป

“ เข้ามาซีรอส ” แบมบูด้าตะโกนพร้อมกับตั้งท่ารับการโจมตีของซีรอส

ซีรอสพยักหน้ารับเบาๆก่อนที่จะพุ่งตัวใส่แบมบูด้าด้วยพลังทั้งหมด

“ เร็วมาก ” แบมบูด้าตกใจเพราะเขาไม่คิดเลยว่าซีรอสจะมีความไวที่สูงถึงเพียงนี้ นอกจากนี้ในอดีตซีรอสก็ไม่เคยแสดงศักยภาพแบบเต็มที่ออกมาให้กับทุกๆคนดู จึงไม่แปลกใจที่แบมบูด้าและเพื่อนของเขาจะตกใจ

ความคิดที่จะแกล้งยอมแพ้ได้หายไปจากหัวของแบมบูด้า อีกอย่างถ้าหากเขาไม่เอาจริงเขาจะต้องพ่ายแพ้อย่างแน่นอน

“ ปรากฏว่าซีรอสเก็บซ่อนพลังของตัวเองเอาไว้ทั้งหมด ” มอนต้าพึมพำออกมาพร้อมกับถอนหายใจ เขารู้ได้ว่าสาเหตุที่ซีรอสเก็บซ่อนความแข็งแกร่งของตัวเองเอาไว้ก็เพราะเขาต้องการที่จะปกป้องครอบครัวของเขา

ถ้าหากเขาทำตัวเด่นเกินไปเขาอาจจะถูกคนอื่นๆจ้องเล่นงานได้และยิ่งมีคนที่รู้จักตัวตนของเขาและครอบครัวของเขา เขาก็ยิ่งต้องระวังตัวเป็นพิเศษ แต่ตอนนี้เขาไม่จำเป็นที่จะต้องซ่อนตัวอีกต่อไป ด้วยการช่วยเหลือของท่านไลท์ จะไม่มีใครกล้าทำอะไรครอบครัวของซีรอส 

ครูฝึกมองไปที่ซีรอสด้วยความตกใจ เขาเองก็เคยฝึกฝนซีรอสมาก่อนแต่เขาไม่คิดเลยว่าซีรอสจะมีความแข็งแกร่งขนาดนี้ ด้วยความแข็งแกร่งระดับนี้และด้วยอายุแค่นี้ เด็กคนนี้จะถูกจับให้ไปอยู่ระดับพิเศษทันที แต่น่าเสียดายที่เด็กคนนี้เก็บซ่อนฝีมือของตัวเองเอาไว้จนในที่สุดก็ไปเข้าตาของท่านไลท์

ระดับพิเศษก็คือสถานที่ที่รวมเหล่าอัจฉริยะของอัจฉริยะไว้อีกที ซึ่งระดับนี้ส่วนมากในอนาตจจะมีความแข็งแกร่งในระดับSหรือแม้กระทั้งSSเลยก็ได้ เพราะแม้แต่ผู้พิทักษ์จอมเวทย์หลายคนก็มาจากระดับพิเศษนี้

การต่อสู้จบลงโดยใช้เวลาประมาณห้านาที

ซีรอสสามารถเอาชนะแบมบูด้าได้อย่างขาดลอย 

แบมบูด้าไม่สามารถโจมตีใส่ซีรอสได้แม้แต่นิดเดียว เอาจริงๆแล้วแม้แต่เสื้อผ้าของซีรอสก็ไม่มีร่องรอยของการโดนฟันแม้แต่น้อย

“ ฉันขอรับตัวเด็กคนนี้ไปก่อนนะ ” ไลท์พูดจบเขาก็ใช้ลมปราณในการห่อหุ้มร่างกายของซีรอสและหายตัวไปอย่างรวดเร็ว

เมื่อไลท์และซีรอสหายไปแล้ว พวกแบมบูด้าก็รู้สึกโล่งอกที่พวกเขาไม่ถูกท่านไลท์ลงโทษ นอกจากนี้พวกเขาก็ยังรู้สึกอิจฉาซีรอสที่ได้กลายเป็นลูกศิษย์ของท่านไลท์อีกด้วย

ไม่นานข่าวที่ซีรอสถูกท่านไลท์รับเป็นลูกศิษย์ก็กลายเป็นที่พูดคุยของศูนย์ฝึกสภาจอมเวทย์ นอกจานี้เหล่าเด็กๆที่เคยเห็นไลท์มาก่อนก็รู้สึกเสียดายที่ไม่ได้แสดงความแข็งแกร่งออกมาให้เห็น ไม่อย่างนั้นอาจจะเป็นพวกเขาแทนที่จะได้กลายเป็นลูกศิษย์ของท่านไลท์ 

ไม่ถึงสิบนาทีไลท์ก็มาถึงเมืองรุ่งอรุณ

ที่ห้องทำงานของไลท์

“ เวอร์โก้เข้ามา ” ไลท์พูดขึ้น

ไม่ถึงห้านาทีเวอร์โก้ก็เข้ามาในห้องทำงานของไลท์

เวอร์โก้มองดูซีรอสที่อายุพอๆกันด้วยความสงสัยและสนใจ การที่มายืนอยู่ข้างกายของท่านไลท์ก็นับว่าเป็นคนที่เวอร์โก้ต้องให้ความสนใจ

ซีรอสก็มองไปที่เวอร์โก้ด้วยความสนใจ แม้ว่าอายุของพวกเขาจะเท่ากันแต่เขารู้ดีว่าความแข็งแกร่งของเวอร์โก้นั้นมากกว่าเขามาก ทั้งๆที่เขามีความแข็งแกร่งในระดับD 

‘ คนๆนี้น่าจะมีความแข็งแกร่งในระดับCหรือBเลยทีเดียว ’ ซีรอสครุ่นคิด จากนั้นเขาก็ถอนหายใจอย่างเงียบๆ ดูเหมือนว่ารุ่นเยาว์ของเมืองรุ่งอรุณจะเหนือกว่ารุ่นเยาว์ของสภาจอมเวทย์มาก แน่นอนว่าเขาไม่รู้ว่าที่ศูนย์ฝึกเองก็ยังมีกลุ่มคนที่อายุพอๆกับพวกเขาแต่แข็งแกร่งกว่ามาก แต่คนเหล่านั้นมักจะมีห้องฝึกซ้อมส่วนตัวจึงไม่จำเป็นต้องมาซ้อมรวมกับคนอื่นๆ

“ นี้คือลูกศิษย์ของฉัน พาเขาไปซื้อเสื้อผ้าและของใช้ส่วนตัวให้เรียบรัอยเสร็จแล้วก็พาเขามาส่งที่บ้านของฉันด้วย ” ไลท์พูดขึ้น

“ ลูกศิษย์ของท่านไลท์? ” เวอร์โก้มองไปที่ซีรอสด้วยความตกใจและเต็มไปด้วยความอิจฉา 

ขนาดเขาที่เป็นเพียงหัวหน้าหน่วยลับเทพยุทธ์ก็ยังได้รับทักษะระดับกลางๆเท่านั้น แม้ว่าจะเป็นเพียงทักษะระดับกลางแต่มันก็ทำให้พวกเขาพัฒนาตัวเองจนมาถึงในระดับนี้ได้และเท่าที่เขารู้มาว่าทักษะระดับกลางนี้จะหยุดอยู่เพียงระดับSเท่านั้น แต่นั้นมันก็ดีมากๆแล้วสำหรับเด็กกำพร้าอย่างเขา 

ใครจะไปคิดล่ะว่าเด็กกำพร้าที่อยู่ในสถานรับเลี้ยงเด็กที่ต้องขโมยของของคนอื่นในอดีตจะพัฒนาตัวเองมาถึงระดับSได้ แค่นี้มันก็ทำให้พวกเขารู้สึกพึงพอใจมากแล้วและไม่คิดที่จะเอาอะไรมากกว่านี้แล้ว

แต่สำหรับลูกศิษย์ของท่านไลท์พวกเขาจะได้รับทักษะในระดับสูง แล้วในอนาคตซีรอสจะแข็งแกร่งขนาดไหนกัน ดีไม่ดีอาจจะกลายเป็นตัวตนระดับSSอีกคนหนึ่งก็ได้

หลังจากที่ไลท์พูดจบเขาก็หายตัวไปเพราะเขาต้องไปเตรียมสร้างบ้านให้กับลูกศิษย์ของเขาก่อน

ในเวลาไม่กี่ชั่วโมง ข่าวที่สั่นสะเทือนเมืองรุ่งอรุณก็คือการที่ท่านไลท์ได้รับลูกศิษย์คนที่สองมา 

เป็นเด็กหนุ่มอายุประมาณสิบห้า รูปร่างผอมสูงใบหน้าดูธรรมดา เส้นผมสีดำ ส่วนชื่อนั้นยังไม่มีใครทราบนอกจากบุคคลระดับสูงของเมืองเท่านั้นที่รู้ชื่อของซีรอส

สมาชิกเดธปาร์ตี้ที่อยู่ในเมืองก็พากันมาหาไลท์ทันที

ตอนนี้ไลท์กำลังนอนเล่นพร้อมกับดื่มเหล้าไปด้วยอยู่ที่สระน้ำข้างบ้าน

ร่างเงาหลายร่างปรากฏขึ้นที่ด้านข้างของเขา

“ มากันแล้วหรอ?”  ไลท์พึมพำออกมาเล็กน้อย

“ จริงหรอที่นายรับลูกศิษย์คนใหม่? ” เบเรียลถามขึ้นมาทันที พวกเดซี่เองก็มองไปที่ไลท์ด้วยความสนใจและอยากรู้

“ ใช่แล้วล่ะฉันรับศิษย์คนใหม่มา เดซี่ตอนนี้เธอเป็นศิษย์พี่แล้วนะ จากนี้ไปเธอจะต้องดูแลศิษย์น้องของเธอให้ดีๆล่ะ ” ไลท์พูดขึ้นด้วยรอยยิ้ม

“ เชื่อมือฉันได้เลยอาจารย์ ฉันจะดูแลศิษย์น้องของฉันอย่างดีและจะไม่ให้ใครมาทำร้ายเขาเด็ดขาด ” เดซี่พูดขึ้นด้วยท่าทีจริงจัง เธอเองก็เคยวาดฝันมาตลอดว่าจะมีศิษย์น้อง แต่เธอก็ไม่เคยเห็นไลท์สนใจหรือต้องการรับศิษย์เพิ่มเลยทำให้เธอคิดว่าเธอจะเป็นลูกศิษย์คนเดียวของไลท์

“ แล้วตอนนี้ศิษย์น้องของฉันอยู่ไหนหรออาจารย์? ” เดซี่ถามด้วยความตื่นเต้น เธอต้องการที่จะเห็นศิษย์น้องของเธอ แน่นอนว่าคนอื่นๆเองก็อยากที่จะเห็นเหมือนกัน

“ น่าจะอีกหลายชั่วโมงตอนนี้ฉันให้เวอร์โก้พาไปซื้อของใช้ส่วนตัวอยู่ ดีไม่ดีอาจจะใช้เวลาอีกสมมถึงสี่ชั่วโมงก็ได้ ” ไลท์พูดขึ้น

“ งั้นหรออีกหลายชั่วโมงงั้นหรอ ” เดซี่พึมพำออกมาเบาๆ ก่อนที่จะมามานั่งอยู่ที่ม้านั่งและหยิบของกินขึ้นมากิน

คนอื่นๆเองก็ไม่คิดที่จะไปไป พวกเขาต้องการที่จะถามถึงรายละเอียดที่ทำไมไลท์ถึงรับเด็กคนนี้มาเป็นลูกศิษย์ เพราะถ้าหากไม่เป็นคนที่พิเศษจริงๆไลท์ก็คงไม่คิดที่จะรับเป็นศิษย์หรอก 

 

คล้ายกับเรื่องสุดยอดนักผจญภัย ที่คุณอ่าน