มู่หย่วนหางมองมู่หง แล้วกล่าวด้วยใบหน้าเยือกเย็น “มู่เฉินนำแผนที่ที่พวกเราสอดไว้ในคัมภีร์ของเขา ไปมอบให้มู่หย่วนเฟิง ตอนนี้มู่หย่วนเฟิงคอยระวังพวกเราแล้ว”
มู่หงเบิกตากว้าง กล่าวอย่างไม่อยากเชื่อ “เป็แบบนี้ไปได้อย่างไร”
มู่หย่วนหางสูดลมหายใจเข้าลึกแล้วกล่าว “เื่ของโอสถทลายิญญา มู่หย่วนเฟิงเตรียมระวังตัวไว้แล้ว ถ้าจะลงมืออีก เกรงว่าคงยากแล้ว”
มู่หงกัดฟันกรอดแล้วกล่าว “เป็ไปไม่ได้” มู่เฉินเ้าหมอนี่ ไม่มีสมองมาตลอด ครั้งนี้ ทำไมอยู่ๆ เขาถึงได้เรียนรู้ที่จะฉลาดขึ้นมาได้
“มู่เฉินเข้าขั้นผู้ฝึกหัดยุทธ์ระดับเก้าดาวแล้ว” มู่หย่วนหางกล่าว
สีหน้าของมู่หงเปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน กล่าว “เป็ไปได้อย่างไร” มู่เฉินเพิ่งจะเข้าขั้นผู้ฝึกหัดยุทธ์ระดับแปดดาว นี่เพิ่งผ่านไปเพียงกี่วัน ก็เลื่อนขั้นเป็เก้าดาวแล้ว
มู่หย่วนหางเอามือกุมขมับ กล่าว “มู่เฉินเ้าหมอนี่ หลังจากที่ถูกจวงอวี๋ปฏิเสธ นิสัยของเขาก็เปลี่ยนไปมาก เขาในตอนนี้ เราจะดูถูกไม่ได้เป็อันขาด”
มู่หงเอ่ยพลางกัดฟันกรอด “ถูกจวงอวี๋ปฏิเสธ สำหรับมู่เฉินนั้นมีผลกระทบมากขนาดนี้เลยรึ”
มู่หย่วนหางยักไหล่กล่าว “ใครจะไปรู้ล่ะ แต่จวงอวี๋คนนี้ เป็คนที่มีความสามารถจริงๆ มีคนจำนวนไม่น้อยที่หลงใหลในตัวเขา”
...
“สือโถว ในห้องโถงมีแขกพิเศษมาหลายท่าน เ้าจะไปดูไหม” อามู่เด็กรับใช้ที่ทำหน้าที่ล้างผักเดินเข้ามาถาม
สือโถวมองคนที่เดินเข้ามา ขมวดคิ้วแล้วเอ่ยถาม “คนที่มาคือใครหรือ”
“จวงอวี๋พาคนหลายคนมา ล้วนเป็ชายหนุ่มมีพร์ที่มีชื่อเสียงในเมืองของเรา คุณชายจวงอวี๋ช่างมีความสามารถจริงๆ ทุกครั้งคนที่พามา ล้วนไม่ซ้ำหน้า ทว่าทุกคนกลับมีเงื่อนไขดีเหมือนกัน” อามู่กล่าวด้วยความอิจฉา
เยี่ยสือสีหน้าเปลี่ยน เอ่ยว่า “จวงอวี๋เขาหน้าตาดีไหม”
อามู่พยักหน้าพลางกล่าว “ต้องหน้าตาดีอยู่แล้ว ไม่อย่างนั้น คนรอบกายคงไม่เปลี่ยนจากชุดหนึ่งไปอีกชุดหนึ่งหรอก”
สีหน้าของเฉินต๋าเปลี่ยนไปทันที รีบกล่าว “คุณชายมู่มู่เฉินอยู่หรือไม่”
อามู่เอ่ยพลางส่ายหน้า “เขาน่ะไม่อยู่ พูดไปแล้วก็แปลก ่นี้คุณชายมู่เฉินไม่ปรากฏตัวเลย เมื่อก่อนเขาเป็คนที่ชอบเล่นมากที่สุด แต่่นี้กลับสงบเสงี่ยมจนไม่เหมือนเขาแล้ว”
เฉินต๋ามองดูอามู่ แล้วเอ่ยถามต่อไปว่า “่นี้เขาทำอะไรอยู่หรือ!”
อามู่ส่ายหน้าพลางกล่าว “ใครจะไปรู้ละ”
เฉินต๋าหันไปมองเยี่ยสือ แล้วเอ่ยถาม “สือโถว เ้าจะไปไหม”
เยี่ยสือส่ายหน้าด้วยความแน่วแน่พลางกล่าว “ไม่ไป” แอบไปดูคนที่อยู่ในดวงใจมู่เฉิน เื่โง่ๆ อย่างนี้ เขาไม่ทำหรอก
เฉินต๋ามองดูเยี่ยสือ แล้วส่ายหน้าอย่างจนใจ
“...”
จวงอวี๋นั่งอยู่ข้างโต๊ะ รอบๆ กายเขารายล้อมไปด้วยชายหนุ่ม
“พี่เฉิน ่นี้ไม่เห็นพี่มู่เลย เขาไปทำอะไรอยู่หรือ!” ซุนอวี่ถามด้วยความสงสัย
เฉินม่อหรานเอ่ยยิ้มอย่างเ็า “่นี้เ้าหมอนี่เลียนแบบเหล่าสตรีหลบอยู่ในบ้าน บางทีเขาอาจจะหลบอยู่บ้านเพื่อคลอดบุตรก็ได้”
ซุนอวี่หัวเราะพลางกล่าว “พี่เฉินช่างล้อเล่นเก่งจริงๆ”
“ใกล้จะถึงงานประมูลสินค้าแล้ว คาดว่ามู่เฉินคงจะปรากฏตัว” ซุนอวี่กล่าว
เฉินม่อหรานเอ่ยพลางพยักหน้า “คงเป็อย่างนั้นกระมัง”
“ไม่รู้ว่า ในมือมู่เฉินมีศิลาทิพย์อยู่เท่าไร ถ้าพวกเรารวมเงินกัน ไม่แน่อาจจะพอซื้อวารีบงกชน้ำแข็งได้” ซุนอวี่ครุ่นคิด
วารีบงกชน้ำแข็งที่จวงอวี๋อยากได้ แพงมากจริงๆ พวกเขาอยากเอาอกเอาใจคนงาม แต่ว่าราคามันสูงเกินไป รับราคาไม่ได้จริงๆ!
จวงอวี๋เอ่ยยิ้มอย่างเก้อเขิน “ขอบคุณทุกท่านที่เหนื่อยคิดหาวิธีให้จวงอวี๋ แต่วารีบงกชน้ำแข็งแพงมากเกินไป ทุกคนอย่าเสียเงินเลยดีกว่า”
ซุนอวี่กล่าวอย่างไม่เห็นด้วย “อาอวี๋ เ้าอย่าพูดเช่นนี้ เมื่อมีโอกาสทุกคนก็ต้องต่อสู้เพื่อมัน”
จวงอวี๋ก้มหน้า ยิ้มเขินอาย
“อันที่จริง มู่หย่วนเฟิงเป็นักปรุงโอสถ มู่เฉินเอาโอสถทิพย์ของพ่อเขาไปขายสักสองเม็ด ก็สามารถรวบรวมศิลาทิพย์ได้แล้ว เพียงแต่่นี้เ้าหมอนี่ขี้เหนียวแล้ว” เฉินม่อหรานกล่าวอย่างไม่สบอารมณ์